
NVIDIA Project G-Assist: AI Assistant ที่เบาขึ้น เร็วขึ้น และรองรับการ์ดจอ RTX มากขึ้น
NVIDIA เปิดตัวอัปเดตใหม่ของ Project G-Assist ซึ่งเป็น AI Assistant สำหรับควบคุมและปรับแต่งระบบ RTX ผ่านคำสั่งเสียงหรือข้อความ โดยการอัปเดตครั้งนี้ได้ปรับปรุงโมเดล AI ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และลดการใช้หน่วยความจำ (VRAM) ลงถึง 40% ทำให้ตัวโปรแกรมทำงานได้เบาและตอบสนองเร็วกว่าเดิม
ที่สำคัญคือ G-Assist ได้ขยายการรองรับจากเดิมที่ต้องใช้การ์ดจอ RTX ที่มี VRAM ขั้นต่ำ 12GB ลงมาเหลือเพียง 6GB VRAM ขึ้นไป เท่านั้น หมายความว่าผู้ใช้การ์ดจอ RTX รุ่นกลางและรุ่นเริ่มต้นก็สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้แล้ว
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มคำสั่งพิเศษสำหรับ RTX Notebook เช่น ปรับแต่ง Max-Q, Battery Boost และ Battery Ops ให้ผู้ใช้โน้ตบุ๊กเกมมิ่งปรับสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้งานแบตเตอรี่ได้ง่ายขึ้น

DLSS Global Overrides: เปิด DLSS ได้ทุกเกมในครั้งเดียว
อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหญ่ที่เพิ่มเข้ามาคือ Global DLSS Overrides ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งาน DLSS Super Resolution และ DLSS Frame Generation ได้แบบ Global โดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่ในแต่ละเกม
นั่นหมายความว่าคุณสามารถเปิด DLSS ใช้ได้กับ เกมหลายร้อยเกมพร้อมกัน แม้ว่าเกมเหล่านั้นจะไม่ได้รองรับ DLSS อย่างเป็นทางการก็ตาม ถือเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพให้กับผู้เล่นที่อยากได้เฟรมเรตลื่น ๆ โดยไม่ต้องยุ่งยากในการปรับแต่งทีละเกม
Smooth Motion: เฉพาะ RTX 40 Series
ในส่วนของ NVIDIA App ก็มีการอัปเดตครั้งใหญ่เช่นกัน โดยเพิ่มฟีเจอร์ Smooth Motion สำหรับการ์ดจอ RTX 40 Series หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดให้ลองใช้ผ่านไดรเวอร์ BETA
Smooth Motion ทำงานคล้ายกับเทคโนโลยี Frame Generation ของ DLSS แต่เป็นการทำงานในระดับซอฟต์แวร์/ไดรเวอร์ จึงสามารถช่วยเพิ่มความลื่นไหลให้เกมที่ไม่ได้รองรับ DLSS ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในแง่ของคุณภาพภาพอาจไม่เทียบเท่ากับ DLSS ที่ฝังมากับเกมโดยตรง แต่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อยากได้เฟรมเรตสูงขึ้นในเกมเก่า ๆ
Legacy Settings กลับมาอีกครั้ง
สิ่งที่แฟนเกมคลาสสิกต้องถูกใจคือ การนำ Legacy 3D Settings กลับมาให้ใช้งาน เช่น
- Anisotropic Filtering
- Anti-Aliasing
- Ambient Occlusion
- Texture Filtering
- NVIDIA Surround
รวมแล้วกว่า 10 การตั้งค่า ที่เคยมีใน Control Panel แบบเก่า ทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งประสบการณ์การเล่นเกมเก่า ๆ ให้ดูดีขึ้นได้ง่ายขึ้น
วันเปิดให้ใช้งาน
ผู้ใช้ที่เข้าร่วม BETA จะสามารถเริ่มใช้งานฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ได้ตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2025 ส่วนผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วม BETA จะสามารถอัปเดตและดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่ได้ภายในสัปดาห์ถัดไป
บทสรุป
อัปเดตครั้งนี้ถือว่าเป็น ก้าวใหญ่ในการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ RTX ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ Project G-Assist ใช้งานได้กว้างขึ้นบนการ์ดจอ RTX ตั้งแต่ 6GB VRAM, การมาของ DLSS Global Overrides ที่ทำให้เปิด DLSS ได้ทุกเกม, หรือฟีเจอร์ Smooth Motion สำหรับ RTX 40 Series ที่ช่วยเพิ่มความลื่นไหลในเกม
สำหรับเกมเมอร์ที่ใช้การ์ดจอ RTX อยู่แล้ว การอัปเดตนี้คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ RTX ยังคงเป็นแพลตฟอร์มการเล่นเกมที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นมากที่สุดในตลาด
ที่มา: wccftech





