
ถ้า Sony WH-CH720N เป็นเฮดโฟนราคามหาชนเพื่อคนอยากใช้หูฟัง Sony ฟังเพลงได้อย่างเต็มอิ่มโดยไม่ต้องจ่ายแพงแล้ว หูฟังระดับเรือธงอย่าง Sony WH-1000XM6 ก็เกิดมาเพื่อตอบโจทย์แฟนคลับชาวอารยธรรมที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์อยู่แล้วหรือคนย้ายข้ามค่ายมาใช้ดูสักครั้งว่าเป็นอย่างไรบ้างก็จะได้สัมผัสกับเสียงคุณภาพสูงระดับสตูดิโอระดับ Hi-Res ทั้งต่อสายและไร้สายได้หมด เสริมด้วยระบบ DSEE Extreme เพิ่มคุณภาพเนื้อเสียงให้ดียิ่งขึ้นด้วย AI ทำให้เนื้อเสียงเวลาฟังเพลงดีขึ้นมาก แถมปรับแต่ง EQ ได้ด้วยแอปฯ Sound Connect ได้สะดวก แถมตัวหูฟังนี้ยังได้ทีม INZONE มาพัฒนา Game EQ ให้ใช้เล่นเกมได้ดีขึ้นด้วย
การตัดเสียงรบกวนภายนอกซึ่งเป็นงานถนัดของ Sony ก็มีฟีเจอร์ Adaptive NC Optimizer ด้วยชิปเซ็ตใหม่อย่าง QN3 ไว้ทำงานร่วมกับไมโครโฟนจับเสียง 12 ตัว ให้ตัดเสียงภายนอกได้หมดจดจนเหลือแต่เสียงเพลงกับตัวเราเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น Gesture ติดมาให้ครบเครื่องเช่นเดิม ไม่ว่าจะหยุดเพลงตอนถอดหูฟังแล้วเล่นต่อตอนสวมหูกลับ, ส่ายหน้าเพื่อตัดสายเวลาโทรศัพท์และเบาเสียงเพลงเวลาคุยกับคู่สนทนาหรือจะใช้ Quick Attention แตะหูฟังฝั่งขวาแล้วพูดคุยกับผู้อื่นได้ทันทีไม่ต้องถอดหูฟังออก นับว่าครบเครื่องเป็นอย่างมาก

NBS Verdicts

ในฐานะเป็นเจ้าของ Sony WF-1000XM3 มาก่อน ได้ลองใช้ WH-1000XM4 มาช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะได้ใช้ Sony WH-1000XM6 มาร่วมเดือน ถือเป็นประสบการณ์อันน่าประทับใจมากและเนื้อเสียงจากไดรเวอร์นีโอไดเมียมยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ครบถ้วน เน้นเสียงนักร้องและเครื่องดนตรีได้คมชัดเจนเช่นเดิม เสียงเบสและแรงปะทะหนักแน่นมีน้ำหนักจนใช้ฟังเพลงยุคปัจจุบันได้หลากหลายแนว แต่สเตจเสียงในช่วงเริ่มต้นใช้งานใหม่ๆ จะไม่กว้างมาก ต้องเปิดฟังเพลงไปสักระยะราว 10-20 ชม. ให้ไดรเวอร์เริ่มเข้าที่ สเตจเสียงจะดีขึ้นจนได้ยินรายละเอียดเสียงชัดขึ้นพอสมควร
ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นต่างๆ ของ Sony WH-1000XM6 จัดว่าครบเครื่องและแก้ปัญหาเรื้อรังของหูฟัง Sony รุ่นเก่าอย่างการเชื่อมต่อ Bluetooth ไม่เสถียรได้แล้ว ไม่เจอปัญหาคลื่นสัญญาณจากอุปกรณ์อื่นส่งมารบกวนแล้วเพลงดับเสียงหายชั่วคราวเหมือนกับหูฟัง Sony รุ่นก่อนแม้แต่น้อย แถมยังใช้งานได้สะดวกกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะระบบ Quick Attention แตะข้างหูฟังเพื่อเบาเสียงเพลงและเปิด Ambient sound โดยอัตโนมัติให้คุยกับคู่สนทนาได้ง่าย หรือถ้าใช้ Speak-to-Chat ก็ได้ ตัวหูฟังจะจับว่าเจ้าของเริ่มพูดเมื่อไหร่ก็จะทำงานเหมือนโหมด Quick Attention ในทันที แล้วยังมีฟังก์ชั่น Gesture อื่นๆ อย่างส่ายหน้าเพื่อตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง, เคาะข้างหูฟังเพื่อเรียก Google Assistant กับหยุดเล่นเพลงก็ได้ แถมใช้งานได้นานสุด 30 ชม. แม้จะเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนอยู่ก็ตาม

จุดน่าสนใจคือ Sony ให้ทีม Sony INZONE มาช่วยปรับจูนเพิ่มโหมด Game EQ เข้ามาด้วย เวลาต่อสาย Audio Jack เข้าคอมหรือ PlayStation 5 มันจะทำงานในโหมดเล่นเกม โดยตัวหูฟังจะใช้โหมด Spatial Sound คงทิศทางเสียงไว้แล้วจับทิศทางศีรษะ (Head tracking) ให้ผู้เล่นสามารถแยกทิศทางเสียงของศัตรูได้สะดวกและชัดเจนไม่แพ้ INZONE H9 ซื้อเพียงชิ้นเดียวใช้ได้ 2 แบบ ไม่ต้องจ่ายซื้อของให้ซ้ำซ้อนเกินไป
ในทางกลับกัน Sony WH-1000XM6 ยังมีข้อสังเกตเรื่องราคาซึ่งสูงถึง 15,990 บาท แม้จะแพงกว่ารุ่นก่อนอย่าง WH-1000XM5 เพียง 1,000 บาทก็จริง แต่ก็เริ่มเข้าสู่ขอบเขตราคาสินค้าระดับพรีเมียมจนผู้ใช้บางคนเริ่มตัดสินใจยากแล้ว ด้านฟีเจอร์พบว่าระบบการตัดเสียงถึงจะยอดเยี่ยมก็จริงแต่เวลาไม่เปิดเพลงฟังเมื่อไหร่ ตัวระบบตัดเสียงจะยังพยายามตัดเสียงรบกวนจนถึงระดับดูดเสียงจนอาจเวียนศีรษะได้ แถมระบบ Speak-to-Chat จะค่อนข้างอ่อนไหวกับเสียงจากปากของผู้ใช้พอควร แม้จะฮัมเพลงอยู่ตัวระบบก็จะตัดเข้าสู่โหมด Quick Attention ทันทีจนบางครั้งติดรำคาญอยู่บ้างจนต้องกดปิดแล้วแตะข้างหูฟังเพื่อคุยกับผู้อื่นแทน
ข้อดีของ Sony WH-1000XM6
- ตัวหูฟังสวมศีรษะได้หลากหลายขนาด ปรับก้านหูฟังให้ยาวหรือสั้นลงก็ได้ง่าย
- การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 ทำได้ดีกว่าในอดีตมาก ไม่ถูกรบกวนจากอุปกรณ์อื่นแล้ว
- มีปุ่มเปลี่ยนจากโหมดตัดเสียงมารับเสียงภายนอกให้กดใช้งานได้ง่ายๆ
- เชื่อมต่อตั้งค่าผ่านแอพฯ Sony Sound Connect ปรับตั้งค่า EQ และการทำงานได้โดยตรง
- ตัวหูฟังปรับจูนเสียงมาเป็นอย่างดี ปรับจูน EQ ได้หลากหลายแบบ
- รองรับเสียง Hi-Res ทั้งแบบต่อและไร้สาย และ LDAC, LC3 codec ในตัว
- รองรับ Googel Fast Pair, Microsoft Swift Pair เชื่อมต่อคอมและมือถือได้รวดเร็ว
- มีฟีเจอร์ Multipoint connection เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์สลับใช้งานได้สะดวก
- เชื่อมต่อด้วยสาย Audio jack ได้และมี Game EQ ปรับแต่งด้วยทีม Sony INZONE
- เปิดโหมดตัดเสียงรบกวนแล้วฟังเพลงได้นานสุด 30 ชม. และชาร์จไว 3 นาที ใช้ได้ 3 ชม.
- ใช้งานหูฟังด้วยท่าทาง (Gesture) ได้หลากหลายแบบ ใช้งานได้สะดวกมาก
- มีระบบ Quick Attention แตะหูฟังฝั่งขวาเพื่อเบาเสียงเพลงและคุยกับผู้อื่นได้ทันที
- ไมโครโฟนเป็นแบบ Beamforming จับเสียงพูดผู้ใช้ได้ดี คุยกับคู่สนทนาผ่านสายได้ชัดเจน
- หูฟังสามารถพับขาแล้วเก็บใส่เคสได้เมื่อไม่ใช้งาน ทำให้พกพาได้สะดวก
ข้อสังเกตของ Sony WH-1000XM6
- ราคาสูงถึง 15,990 บาท แม้จะแพงกว่า WH-1000XM5 ราว 1,000 บาท ก็ตาม
- ระบบตัดเสียงเวลาไม่ได้เปิดเพลงหรือคลิปฟังจะดูดเสียงมากจนอาจเวียนศีรษะได้
- ฟีเจอร์ Speak-to-Chat พูดคุยกับผู้อื่นระหว่างสวมหูฟังทำงานเร็วเกินไป แม้แต่เสียงฮัมเพลงยังทำงาน
รีวิว Sony WH-1000XM6
Specification

หูฟังระดับเรือธงเพื่อคนรักเสียงเพลงรุ่นล่าสุดอย่าง Sony WH-1000XM6 เกิดมาเพื่อคนรักเสียงเพลงและความสะดวกอย่างแท้จริง ฟังเพลงได้เพราะทุกสไตล์และปรับแต่ง EQ ได้ตามต้องการแล้วยังตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ยอดเยี่ยมให้ดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้เต็มอิ่ม แถมต่อสาย Audio Jack เข้ากับเครื่องเกมคอนโซลหรือพีซีเปลี่ยนเป็นโหมดเล่นเกมได้ด้วย ด้านสเปคจะมีรายละเอียดดังนี้
| Colors | ขาว, ดำ, น้ำเงิน |
| Drivers | แม่เหล็กนีโอไดเมียม Dynamic drivers 30 mm. |
| Frequency response | 4Hz~40kHz (Active / JEITA) 20Hz~20kHz (Bluetooth / JEITA) 20Hz~40kHz (Bluetooth with LDAC) |
| Bluetooth Profile | A2DP, AVRCP, HFP, HSP, TMAP, CSIP, MCP, VCP, CCP |
| Microphone | MEMS |
| Features | Sony DSEE Extreme Ambient sound Active Noise cancelling Multipoint connection Quick Attention Speak-to-Chat Game EQ |
| Connectivity | 3.5 mm. Audio Jack Bluetooth 5.3 (ราว 10 เมตร) |
| Bluetooth profiles | A2DP, AVRCP, HFP, HSP |
| Sound profiles | SBC, AAC, LDAC, LC3 |
| Battery life & charging | ชาร์จด้วยสาย USB-C ราว 3.5 ชม. เล่นเพลง เปิดตัดเสียงรบกวน 30 ชม. ปิดตัดเสียงรบกวน 40 ชม. โทรศัพท์ เปิดตัดเสียงรบกวน 24 ชม. ปิดตัดเสียงรบกวน 28 ชม. |
| Cables | USB-C to A 3.5 mm. Headphone jack |
| Weight | 254 กรัม |
| Price | 15,990 บาท (Sony Thailand) |
Unbox & Design





กล่องบรรจุภัณฑ์ของ Sony WH-1000XM6 ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นแล้วจะดูธรรมดามาก เป็นกล่องกระดาษลูกฟูกสำหรับรีไซเคิลคาดกับเข็มขัดกระดาษสีขาวสกรีนภาพสินค้ากับไอคอนฟีเจอร์ต่างๆ เอาไว้เล็กน้อยเท่านั้น ภายในมีกระเป๋าหูฟังผ้าเนื้อแข็งหุ้มผ้าสักหลาดเอาไว้พร้อมหูหิ้วปั๊มโลโก้ Sony อยู่เพียงอันเดียวเท่านั้น เวลาเปิดจะเป็นวิธีดึงกระดุมแม่เหล็กด้านข้างออกก็จะเห็นตัวหูฟังอยู่ด้านใน เวลาปิดกลับมาแม่เหล็กจะดูดให้สวมเข้ากับก้านกระดุมได้พอดี





ในกระเป๋าหูฟังนอกจาก WH-1000XM6 ที่พับเก็บเอาไว้ในช่องได้พอดีแล้ว ด้านข้างจะมีซอกกระเป๋าไว้เก็บสายหูฟังและ USB-C to A อย่างละเส้นเท่านั้น เวลาดึงออกมาจะเห็นว่าร่องวางหูฟังจะปั๊มตัวอักษร L / R ไว้เพื่อบอกฝั่งว่าให้เอาฟองน้ำฝั่งไหนลงด้านใดจะได้เก็บได้เข้าที่






วิธีการสังเกตว่าจะสวมหูฟัง WH-1000XM6 อย่างไร ให้สังเกตโคนก้านหูฟังจะเห็นตัวอักษร L / R สกรีนติดเอาไว้ จะสวมได้อย่างถูกต้องและยังดึงก้านให้ยืดยาวออกมาได้เล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับรูปร่างศีรษะของแต่ละคนได้ ถ้าเป็นคนตัวเล็กศีรษะไม่กว้างมากก็สวมได้ทันทีหรือดึงออกมาให้ยาวสุดก็สวมกับคนศีรษะใหญ่ได้เช่นกัน ก้านโค้งด้านบนจะหุ้มฟองน้ำเอาไว้ให้สวมได้สบายไม่กดกระหม่อมกลางศีรษะมากเกินไป




ตัวก้านหูฟังนอกจากบิดให้วางราบไปกับพื้นโต๊ะได้แล้ว ยังแก้ปัญหาจาก WH-1000XM5 รุ่นก่อนให้พับปลายก้านเก็บเข้ามาได้แล้วช่วยให้ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าได้พอควร ถ้าใส่กระเป๋าหูฟังก็ยิ่งป้องกันตัวหูฟังได้ดีขึ้น ตัวก้านสามารถพับได้สองระดับเป็นพับเข้าเล็กน้อยหรือหักพับ 90 องศาให้ฟองน้ำหูฟังเข้าไปชิดก้านโค้งด้านบนของหูฟังได้เลย










บนกรอบครอบหูฟังจะแบ่งสัดส่วนปุ่มและพอร์ตเน้นให้อยู่ฝั่งซ้ายมือเป็นหลัก โดยมีปุ่มเปลี่ยนโหมดระหว่างตัดเสียงรบกวนและรับเสียงแวดล้อมภายนอก (NC/AMB), ปุ่ม Power และช่องต่อสาย Audio Jack ไว้ฝั่งซ้ายแล้ว ฝั่งขวาจะมีแค่ USB-C เพียงพอร์ตเดียว
สาเหตุการแบ่งพอร์ตแบบนี้เพราะตัวกรอบหูฟังขวาเป็นแป้นแตะสัมผัสควบคุมการทำงานของหูฟังได้ ซึ่งในสมุดคู่มือจะแนะนำคำสั่งเบื้องต้นเอาไว้ทั้งหมด ได้แก่ เคาะสองครั้งเพื่อเล่นหรือหยุดเพลง, ปาดนิ้วขึ้นหรือลงเพื่อเพิ่มลดเสียง รวมถึงปาดไปข้างหน้าออกจากตัวเพื่อเล่นเพลงต่อไปหรือเข้าหาตัวเพื่อเล่นเพลงก่อนหน้าหรือเล่นซ้ำอีกครั้งได้ด้วย การตอบสนองตอนใช้งานทำได้รวดเร็วเป็นธรรมชาติ ไม่มีอาการหน่วงช้าแม้แต่น้อย





น้ำหนักของ Sony WH-1000XM6 ถ้าใส่ในกระเป๋าหูฟังพร้อมสายทั้งสองเส้นจะมีน้ำหนัก 493 กรัม แยกเป็นหูฟัง 253 กรัม, กระเป๋า 214.5 กรัม, สาย USB-C to A 10 กรัมและสาย Audio Jack 13.8 กรัม เฉพาะตัวหูฟังมีน้ำหนักตรงตามการเคลมหน้าสเปคไว้ 254 กรัม สวมฟังเพลงได้สบายมากไม่หนีบหูเกินไป เหมาะกับคนชอบสวมไว้ฟังเพลงหรือ Podcast ทั้งวันอย่างมาก แถมทาง Sony ยังดีไซน์ให้ฟังเพลงและชาร์จไปได้พร้อมกันจึงไม่ต้องหยุดฟังเพลงก็ได้ แต่ขอแนะนำให้ถอดออกแล้วต่อชาร์จเร็วสัก 3 นาที ก็ใช้ได้อีก 3 ชม. แล้ว ไม่ต้องสวมไว้ตลอดก็ได้
Application & Configuration



แอปฯ ของหูฟัง Sony รวมถึง Sony WH-1000XM6 อย่าง Sound Connect จะมีฟังก์ชั่นให้ตั้งค่าได้หลากหลายมาก ในหน้าแรกจะรวมการตั้งค่าทั่วไปเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ทั้งแสดงข้อมูลเบื้องต้นของหูฟังว่าตอนนี้มีแบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่และใช้ Codec อะไรอยู่ เช่นในตัวอย่างจะเป็น AAC ทำงานร่วมกับระบบ DSEE Extreme เลื่อนลงมาสามารถปรับโหมด Ambient Sound Control และโหมดการฟังได้ว่าใช้ฟังเพลงตามปกติหรือชมภาพยนตร์อยู่หรือไม่ นอกจากนี้ก็มี Equalizer, Adaptive Sound Control, Multipoint Connection, Speak-to-Chat และ Music Player ให้ใช้งาน
ในหน้าตั้งค่า Device Settings จะแยกเป็น 3 หัวข้อย่อย คือ Sound เอาไว้ตั้งค่าเสียง ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ Speak-to-Chat, DSEE Extreme ก็จะอยู่ในหน้านี้เช่นกัน ถัดมาเป็น Equalizer จะแสดงบาร์ระดับเสียงและเลือก Preset มาตรฐานหรือจะปรับแต่ง EQ ให้เข้ากับรสนิยมของตัวเองใน Find Your Equalizer ก็ได้ ถ้าเริ่มตั้งค่าระบบจะให้ผู้ใช้เปิดเพลงฟังเสียก่อนแล้วระบบจะสุ่มสร้าง EQ แบบต่างๆ ให้แตะเลือกครั้งละ 4 แบบ รวม 2 รอบ จากนั้นจะบันทึกเป็น Custom Profile ส่วนตัวได้และเทียบเสียงก่อนและหลังปรับได้
หมวด System จะมีโหมดการตั้งค่าเพิ่มเติมหลากหลายอย่าง ได้แก่ NC/AMB settting ตั้งค่าการตัดเสียงและรับเสียงภายนอกเข้ามา, Quick Access ว่าถ้าแตะกรอบหูฟังขวาแบบไหนจะให้เป็นคำสั่งใด, Head Gesture จับการหันของศีรษะ ฯลฯ ได้ การตั้งค่าได้ละเอียดเช่นนี้จะทำให้ผู้ใช้แต่ละคนเซ็ตอัพหูฟังให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานเฉพาะของตัวเองได้ง่ายมาก






หมวดหมู่ Services จะเอาไว้เชื่อมต่อกับแอปฯ ฟังเพลงอื่นๆ เช่น YouTube Music กับ Spotify ได้ แล้วจะอยู่ในแท็บ Scene ด้านล่าง โดยตัวหูฟังจะทำงานโดยอัตโนมัติว่าถ้าสวมหูฟังจะให้เปิด Playlist ไหนขึ้นมา, เปิด Adaptive Sound Control ไหม ถ้าเดิน, วิ่งหรือเข้ายิมออกกำลังกายจะให้เปิด Playlist ไหนโดยเฉพาะหรือเปล่าได้ด้วย ด้านแท็บ Discover จะรวมเคล็ดลับต่างๆ และฟังก์ชั่นแนะนำการตั้งค่าเอาไว้โดยละเอียดให้เจ้าของสามารถเซ็ตตั้งค่า Sony WH-1000XM6 ให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้งานของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ถ้าเทียบกับหูฟังไร้สายแบรนด์อื่นแล้ว ถือว่า Sound Connect ของ Sony ดีไซน์และใส่ฟังก์ชั่นมาได้ครบเครื่อง ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปแถมดีไซน์ UI ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้มาก ขอแค่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นและรู้ว่าต้องแตะตรงไหนบ้างก็ตั้งค่าเพื่อใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
User Experience

แม้ราคาหูฟัง Sony WH-1000XM6 จะแพงกว่าแบรนด์อื่นพอควรก็ตาม แต่เหตุผลสนับสนุนว่าทำไมทางบริษัทต้องตั้งราคานี้ ตั้งแต่ดีไซน์อันเรียบง่ายแต่พอจับและสวมใช้งานก็รู้ได้ทันทีว่าใช้ฟองน้ำวัสดุคุณภาพสูงเพื่อให้ผู้ใช้สวมใส่ได้สบาย แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 30 ชม. และมีระบบชาร์จเร็ว 3 นาที ใช้งานได้ 3 ชม. จึงใช้งานได้นานมากแม้จะเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนใช้งานทั้งวันแล้วเก็บไปชาร์จวันอื่นก็ได้ หากหารตามการใช้งานจริงวันละ 8 ชม. เปิดฟังเพลงและ Podcast ต่อเนื่องก็ยังใช้ได้ราว 3-4 วัน แล้วค่อยเก็บไว้ชาร์จตอนนอนก็ยังได้ ซึ่งตอนใช้งานถ้าเปิดเพลงฟังระหว่างวันทั้งในออฟฟิศและระหว่างเดินทางกลับบ้านก็ชาร์จ 2-3 วัน/ครั้ง ไม่ได้หมดง่ายเหมือนอย่างที่หลายคนห่วงนัก
เนื้อเสียงจากไดรเวอร์หูฟังช่วงแรกจะยังไม่โดดเด่นมากนัก เนื้อเสียงจะเน้นทางเสียงนักร้องนำกับเครื่องดนตรีมีเบสเสริมระดับหนึ่งพอให้ฟังเพลงได้สนุกบ้าง ติดว่าสเตจเสียงไม่กว้างเท่าไหร่ จึงไม่ได้ยินรายละเอียดเสียงเท่าที่ควร ต้องใช้งานไปสักระยะราว 10-20 ชม. เนื้อเสียงจะเริ่มดีขึ้น โทนเสียงของนักร้องจะชัดถ้อยชัดคำและเสียงเครื่องดนตรีจะคมกว่าเดิมแถมมีรายละเอียดเสียงเสริมเข้ามาอีกนิดหน่อยพอให้ฟังเพลงได้สนุกกว่าเดิม เสียงเบสจะมีแรงปะทะมากขึ้นจนสังเกตได้ ยิ่งถ้าปรับ EQ ใน Sound Connect เมื่อไหร่ โทนเสียงจะยิ่งโดดเด่น โดยเฉพาะถ้าใครชอบองค์รวมของเสียงดีและมีแรงปะทะหนักแน่นจะชอบมาก เบสของลำโพงหลังใช้งานมาสักระยะจะเก็บตัวได้ดีไม่บานไม่บวมเกินไป นับว่าดีทีเดียวแถมเวลาต่อสายหูฟังเพื่อเล่นเกมก็ทำได้ดีแบ่งแยกทิศทางเสียงได้ดีพอควรเพราะได้ Sony INZONE มาช่วยปรับแต่งให้เหมาะกับการเล่นเกมยิ่งขึ้น เป็นหูฟังเน้นฟังเพลงที่เล่นเกมได้นิดหน่อยตัวหนึ่งไม่แพ้กับ INZONE H9 รุ่นเรือธงสายเกมมิ่งเลย

จุดอ่อนประจำหูฟัง Sony อย่างการเชื่อมต่อ Bluetooth ไม่ดีนัก เจอสัญญาณรบกวนทำให้เสียงหายบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาใส่ฟังเพลงในห้างสรรพสินค้าและเดินผ่านบางโซนที่มีคลื่นสัญญาณอุปกรณ์ไร้สายเยอะๆ เสียงจะหายไปราว 1-2 วินาที แล้วกลับมาได้ยินตามเดิม จึงเสียอรรถรสหมดอารมณ์ร่วมไปพอควร แต่ Sony WH-1000XM6 ก็ถูกแก้ไขให้เชื่อมต่อได้เสถียรกว่ารุ่นก่อนมากแม้จะตั้งค่าให้เน้นคุณภาพของเสียงเพลงเป็นหลักก็ไม่มีปัญหา และเวลาจะสั่งอาหารหรือพูดคุยกับผู้อื่นก็ไม่ต้องถอดหูฟังหรือกดเปลี่ยนเป็น Ambient Sound Mode แต่ใช้ Quick Attention Mode โดยแตะข้างหูฟังค้างไว้แล้วคุยกับคู่สนทนาได้ทันที เป็นฟีเจอร์เพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนขี้เกียจจะถอดหูฟังได้สวมมันติดไว้เป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไปได้เลยแล้วถอดตอนกลับมาถึงบ้านหรือกำลังจะขับรถก็ได้
ข้อสังเกตแรกของ Sony WH-1000XM6 คือเรื่องราคาสูงถึง 15,990 บาท ถึงเทียบกับ WH-1000XM5 จะแพงขึ้น 1,000 บาทก็จริง แต่ถ้านับถึง WH-1000XM4 ราคา 8,990 บาท ก็ทำให้บางคนเริ่มตัดสินใจยากแล้ว แต่ถ้าได้สัมผัสกับมันจะเข้าใจว่า Sony ก็ตั้งใจปรับแต่งเพิ่มฟีเจอร์, ใส่ระบบการตัดเสียงอันชาญฉลาด, ชิปเสียงคุณภาพพร้อมระบบ DSEE Extreme ใหม่มาให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ฟังเพลงที่น่าประทับใจมาก หากเอาราคาเป็นตัวตั้งก็คงจะทำให้ใครๆ ต้องยังตัวกัน แต่ถ้าเอาเรื่องเสียงและความสุขเวลาฟังเพลงเป็นโจทย์แทนมั่นใจว่าจะต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน
อีกจุดสังเกตคือเรื่องระบบตัดเสียงรบกวนของ Sony WH-1000XM6 ทำได้ยอดเยี่ยมมาก แต่กลับกันถ้าเผลอเปิดโหมดนี้เอาไว้แล้วไม่ได้ฟังเพลงจะได้ยินเสียงหูฟังพยายามดูดเสียงรบกวนจนเหมือนหูดับไปชั่วขณะจนเวียนหัวได้ แนะนำว่าให้เปิดโหมด Ambient Sound ก่อนค่อยหยุดเล่นเพลงจะช่วยได้มากและแนะนำว่าให้ปรับระดับเสียงของระบบ Speak-to-Chat ด้วย เพราะถ้าใช้ตามค่ามาตรฐานของหูฟังตัวนี้จะทำงานเร็วมากจนแม้แต่เสียงฮัมเพลงก็ยังทำงานจนเสียอรรถรสเวลาฟังเพลงได้
Conclusion

Sony WH-1000XM6 เป็นหูฟังสมชื่อชั้นเรือธงของ Sony ที่ยังคงคุณภาพไว้คับแก้วและดีกว่ารุ่นก่อนอย่างรู้สึกได้ โดยเฉพาะถ้าใครใช้ WH-1000XM4 อยู่จะรู้สึกได้ว่าเสียงและรายละเอียดของมันดีขึ้นอย่างชัดเจน ต้องยกให้ระบบ Bluetooth 5.3 และ DSEE Extreme ใหม่พร้อม AI ในตัว ทำให้รายละเอียดเสียงของเพลงโปรดคมชัดฟังสนุกกว่าเดิม และ Sony ก็เหมือนรู้ใจว่าถ้าเสียงดีฟังเพลงเพราะก็จะอยากฟังไปเรื่อยๆ จึงมีระบบเปิดรับเสียงภายนอกให้ใช้งาน ไม่ว่าจะแตะตัวของมันหรือพูดไปเลยก็มีติดมาให้ แถมยังมี Game EQ ไว้ให้ต่อคอมเพื่อเล่นเกมแทนหูฟังเกมมิ่งได้ในตัว
หลายคนพอเห็นราคา 15,990 บาท อาจจะยั้งตัวเอาไว้ก่อนว่าราคามันสูงทีเดียว แต่ถ้าคิดกลับกันว่าหูฟังสักตัวแม้ราคาจะสูงแต่ก็ใช้งานได้นานหลายปีไม่ได้ซื้อกันบ่อยๆ หรือเปลี่ยนเป็นรายปีแบบสมาร์ทโฟน ยิ่งซื้อเป็นรางวัลให้ได้ฟังเพลงโปรดได้มีความสุขยิ่งขึ้นก็คุ้มค่าโดยเฉพาะคนรักเสียงเพลง มันจะกลายเป็นแก็ดเจ็ตอีกชิ้นที่อยู่ติดตัวคู่กับมือถืออย่างไม่ต้องสงสัย
Gallery


















