Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

OpenAI เปิดตัว GPT-5 อย่างเป็นทางการ ยกระดับ AI ขั้นสูง พร้อมใช้งานแล้วทุกคน

GPT-5

OpenAI เปิดตัว GPT-5 อย่างเป็นทางการ

วันนี้ OpenAI ประกาศเปิดตัว GPT-5 โมเดล AI ที่ล้ำหน้าที่สุดของบริษัท มาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ในด้านการให้เหตุผล (Reasoning), การเขียนโค้ด (Coding) และการทำงานหลายโหมด (Multimodal) ที่รองรับทั้งข้อความและภาพ รวมถึงความสามารถแบบ “Agentic” ที่ช่วยให้ทำงานซับซ้อนได้ด้วยคำสั่งเพียงเล็กน้อย

Advertisement

สิ่งที่ทำให้ GPT-5 โดดเด่นคือการทำลายสถิติใหม่ในหลายการทดสอบมาตรฐาน AI ระดับโลก เช่น

  • Math: 94.6% บนการทดสอบ AIME 2025 โดยไม่ใช้เครื่องมือ
  • โค้ดในสถานการณ์จริง: 74.9% บน SWE-bench Verified และ 88% บน Aider Polyglot
  • Multimodal Understanding: 84.2% บน MMMU
  • ด้านการแพทย์: 46.2% บน HealthBench Hard
  • สำหรับ GPT-5 Pro ที่มีการให้เหตุผลขั้นสูง (Extended Reasoning) ทำคะแนนได้ถึง 88.4% โดยไม่ใช้เครื่องมือ

เวอร์ชันของ GPT-5 ที่เปิดให้ใช้งาน

ปัจจุบัน GPT-5 เปิดให้ใช้งาน 3 รุ่นหลัก ดังนี้

  1. GPT-5 – รองรับข้อความและภาพ (Context 256K tokens, เอาต์พุตสูงสุด 128K tokens)
  2. GPT-5 Mini – ขนาดเล็กลงแต่ยังรองรับข้อความและภาพ เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วและต้นทุนต่ำ
  3. GPT-5 Nano – ขนาดเล็กที่สุด เน้นความเบา ประหยัดทรัพยากรและค่าใช้จ่าย

หมายเหตุ: สำหรับผู้ใช้ ChatGPT Pro จะสามารถเข้าถึง GPT-5 Pro หรือที่บางสื่อเรียกว่า GPT-5 Thinking ซึ่งเพิ่มความสามารถในการให้เหตุผลขั้นสูง เหมาะสำหรับงานซับซ้อนหรือโครงการวิจัยเชิงลึก


ฟีเจอร์ใหม่ใน ChatGPT

OpenAI ยังเพิ่ม Preset Personalities หรือบุคลิกสำเร็จรูป 4 แบบ ได้แก่ Cynic, Robot, Listener และ Nerd ที่สามารถเลือกใช้ได้ตามสไตล์การสื่อสารที่ต้องการ ฟีเจอร์นี้พร้อมแล้วในโหมดข้อความ และจะขยายไปยังโหมดเสียงในอนาคต


การเข้าถึง GPT-5 สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและนักพัฒนา

  • ผู้ใช้ทั่วไป: สามารถใช้ GPT-5 ผ่าน ChatGPT บนเว็บและมือถือได้ทันที รวมถึงผู้ใช้แบบฟรี
  • ผู้ใช้ ChatGPT Pro: ได้สิทธิ์ใช้ GPT-5 Pro ที่มีความสามารถ reasoning ขั้นสูง
  • นักพัฒนา: เข้าถึงผ่าน OpenAI API, Microsoft Azure และ GitHub Models
  • GitHub Copilot: เริ่มใช้ GPT-5 ในแผน Pro+ และ Enterprise บน GitHub.com, VS Code และ GitHub Mobile

ราคา GPT-5 สำหรับการใช้งานผ่าน API

(แปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ)

  • GPT-5 – 1.25 ดอลลาร์/ล้านโทเคนอินพุต (~45 บาท) และ 10 ดอลลาร์/ล้านโทเคนเอาต์พุต (~360 บาท)
  • GPT-5 Mini – 0.25 ดอลลาร์/ล้านโทเคนอินพุต (~9 บาท) และ 2 ดอลลาร์/ล้านโทเคนเอาต์พุต (~72 บาท)
  • GPT-5 Nano – 0.05 ดอลลาร์/ล้านโทเคนอินพุต (~1.8 บาท) และ 0.40 ดอลลาร์/ล้านโทเคนเอาต์พุต (~14.4 บาท)

หมายเหตุ: ราคานี้ใช้สำหรับนักพัฒนาที่เชื่อม GPT-5 ผ่าน API และคิดค่าบริการตามจำนวนโทเคน (หน่วยย่อยของข้อความ) ไม่ใช่ค่ารายเดือน ChatGPT


ราคาแพ็กเกจ ChatGPT รายเดือนในไทย

  • ChatGPT Plus – เดือนละ ฿699 (ราว $20)
  • ใช้ GPT-5 (รุ่นปกติ) ได้บนเว็บและมือถือ
  • การใช้งานเร็วกว่าและเสถียรกว่าผู้ใช้ฟรี
  • ChatGPT Pro – เดือนละ ฿6,990 (ราว $200)
  • ใช้ GPT-5 Pro / GPT-5 Thinking ที่มี Extended Reasoning
  • เหมาะกับงานซับซ้อน ปริมาณการใช้งานสูง และผู้พัฒนา/องค์กร

GPT-5 กับอนาคตของ AI

การเปิดตัว GPT-5 ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ของโมเดลภาษา AI โดยเพิ่มสมรรถนะอย่างชัดเจนในทุกด้าน ตั้งแต่งานสร้างเนื้อหา การพัฒนาโค้ด งานวิเคราะห์เชิงลึก ไปจนถึงการประมวลผลข้อมูลซับซ้อนในระดับองค์กร ซึ่งเป็นการตอบโต้กระแสการแข่งขัน AI จากคู่แข่งอย่าง Google, Anthropic และ Mistral

OpenAI มองว่า GPT-5 จะเป็นทั้งเครื่องมือสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและรากฐานของโซลูชัน AI ในอนาคต ที่สามารถปรับใช้ได้ทั้งในงานส่วนบุคคล ธุรกิจ และการวิจัยขั้นสูง

ที่มา: Neowin

Click to comment

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

PR-News

โครงสร้างต้นทุน AI สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นใหม่และ Agentic AI ช่วยขยายขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เริ่มวางกลยุทธ์การปรับใช้ระบบแบบไฮบริดตั้งแต่วันนี้ อาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  หากองค์กรของคุณขยายการใช้งาน AI ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่าง การเปิดให้เข้าถึง AI ในวงกว้างขึ้น ใช้งานมากขึ้น...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก