Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Adobe ใส่ฟีเจอร์ Generative Upscale ให้ Photoshop แล้ว พร้อมเครื่องมือใหม่ที่ใช้ได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและเว็บ

Photoshop Generative Upscale

Adobe อัปเดต Photoshop ครั้งใหญ่ในเวอร์ชัน Beta โดยเพิ่มฟีเจอร์ที่ผู้ใช้หลายคนเรียกร้องมานานอย่าง “การขยายภาพด้วย AI” หรือ Generative Upscale พร้อมเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้การเพิ่มวัตถุเข้าไปในภาพดูเนียนยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้รองรับการใช้งานบนเวอร์ชันเดสก์ท็อป เว็บ และแอป iOS สำหรับสมาชิก Adobe Creative Cloud เท่านั้น

Advertisement

ฟีเจอร์ใหม่: Generative Upscale ขยายภาพเก่าให้ชัดแบบ AI

Generative Upscale เป็นฟีเจอร์ใหม่ในเวอร์ชัน Beta ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขยายภาพให้คมชัดขึ้นโดยอัตโนมัติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับภาพสแกนจากอัลบั้มเก่า ภาพที่ถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม หรือไฟล์ภาพความละเอียดต่ำที่ไม่สามารถใช้งานในงานกราฟิกยุคใหม่ได้

หลายคนเคยใช้แอปอย่าง Google PhotoScan บน Android เพื่อแปลงภาพพิมพ์ให้เป็นดิจิทัล แต่ภาพเหล่านั้นมักจะดูเบลอหรือหยาบเมื่อนำมาใช้งานต่อ ฟีเจอร์ Generative Upscale จะช่วยเติมรายละเอียดที่ขาดหายไปด้วยการเรียนรู้จากโครงสร้างภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมจริงและคมชัดมากขึ้น

Generative Upscale Photoshop Beta

ไม่ใช่แค่ขยายภาพ แต่ยังใส่วัตถุได้ “เนียนกว่าเดิม” ด้วย Harmonize

อีกหนึ่งไฮไลต์คือฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Harmonize ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้การแทรกวัตถุเข้าไปในภาพเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยจะวิเคราะห์ฉากโดยรอบ แล้วปรับแสง สี และเงาให้วัตถุนั้นดูกลมกลืนไปกับภาพเดิม

หากเปรียบเทียบกับฟีเจอร์ “ลบวัตถุ” ที่เคยมีมานานแล้ว Harmonize ทำงานตรงกันข้าม — แทนที่จะลบสิ่งที่ไม่ต้องการออก มันจะช่วยให้การเพิ่มวัตถุเข้าไปดูกลมกลืนราวกับว่าอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ต้น ฟีเจอร์นี้ใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อป เว็บ และแอป Photoshop เวอร์ชัน Early Access บน iOS


ปรับปรุงฟีเจอร์ลบวัตถุให้ฉลาดยิ่งขึ้น

Photoshop ยังพัฒนาเครื่องมือการลบวัตถุให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยตอนนี้สามารถลบวัตถุพร้อมแทนที่ด้วยวัตถุที่สร้างจาก AI ได้โดยอัตโนมัติ เช่น ลบคนออกจากภาพวิว แล้วให้ AI เติมต้นไม้หรือองค์ประกอบอื่นที่เข้ากันแทน เพื่อให้ภาพยังคงสวยงามและดูสมจริงมากที่สุด

Photoshop Beta Remove Tool

เลือกโมเดล AI ได้: Firefly Image 1 หรือ Firefly Image 3

สำหรับคนที่ใช้ฟีเจอร์ Generative Fill และ Generative Expand ตอนนี้ Adobe เปิดให้ผู้ใช้เลือกโมเดล AI ที่ต้องการใช้ได้แล้ว ระหว่าง Firefly Image 1 และ Firefly Image 3 ซึ่งแต่ละเวอร์ชันจะมีความสามารถในการประมวลผลภาพต่างกัน ผู้ใช้สามารถเลือกโมเดลที่เหมาะกับลักษณะงานหรือผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างอิสระ


แข่งกับ Windows อย่างสมศักดิ์ศรี

แม้ว่า Windows จะมีฟีเจอร์ Super Resolution ที่ใช้ NPU ในเครื่อง Copilot+ PC เพื่อขยายภาพในแอป Photos ได้ แต่ Photoshop ก็ยังคงเป็นเครื่องมือระดับมืออาชีพที่ให้ผลลัพธ์ละเอียดยิ่งกว่า เพราะใช้ทั้ง CPU, GPU และคลาวด์ในการประมวลผล เพื่อให้ได้ภาพที่ละเอียดและสวยสมจริงมากที่สุด


สรุป

ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์สายครีเอทีฟยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบมืออาชีพหรือผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการฟื้นฟูภาพเก่าให้กลับมาคมชัดอีกครั้ง ฟีเจอร์ Generative Upscale และ Harmonize จะช่วยให้การแต่งภาพเป็นเรื่องง่ายและดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น โดยทั้งหมดนี้เปิดให้ใช้งานในเวอร์ชัน Beta แล้ววันนี้ สำหรับผู้ที่สมัครสมาชิก Adobe Creative Cloud


เหมาะกับใคร?

  • ผู้ใช้ที่มีภาพเก่า ภาพสแกน หรือภาพจากกล้องมือถือความละเอียดต่ำ
  • กราฟิกดีไซเนอร์ที่ต้องการใส่วัตถุลงในภาพให้กลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ครีเอเตอร์ที่ต้องการเครื่องมือแต่งภาพระดับโปรบนทั้งเดสก์ท็อปและมือถือ

ที่มา: PCWorld

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

PR-News

โครงสร้างต้นทุน AI สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นใหม่และ Agentic AI ช่วยขยายขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เริ่มวางกลยุทธ์การปรับใช้ระบบแบบไฮบริดตั้งแต่วันนี้ อาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  หากองค์กรของคุณขยายการใช้งาน AI ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่าง การเปิดให้เข้าถึง AI ในวงกว้างขึ้น ใช้งานมากขึ้น...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก