Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Meta เตรียมเปิดตัวสมาร์ตวอชท์ติดกล้องรุ่นแรก พร้อมฟีเจอร์ AI ตั้งเป้าแข่ง Apple Watch กันยายนนี้

Meta smartwatch

หลังจากที่ Apple Watch วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน จนกลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สวมใส่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก ล่าสุด Meta เตรียมกลับมาเขย่าตลาดสมาร์ตวอชท์อีกครั้ง ด้วยการพัฒนา Meta smartwatch ที่มาพร้อม “กล้องในตัว” และฟีเจอร์ AI หวังปะทะ Apple Watch รุ่นใหม่ในช่วงเดือนกันยายนนี้

Advertisement

กลับมาพัฒนาใหม่ หลังหยุดโปรเจกต์ไปก่อนหน้า

รายงานล่าสุดจาก DigiTimes ระบุว่า Meta Platforms Inc. กำลังรื้อฟื้นโปรเจกต์สมาร์ตวอชท์ที่เคยหยุดพัฒนาไปในปี 2022 โดยครั้งนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก และอาจเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Meta Connect ระหว่างวันที่ 17–18 กันยายนที่จะถึงนี้ในสหรัฐอเมริกา

สมาร์ตวอชท์รุ่นนี้มีจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งหลายแบรนด์ เช่น Apple Watch, Samsung Galaxy Watch และ Pixel Watch ตรงที่มีกล้องถ่ายภาพติดตั้งในตัว ซึ่งนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่ยังไม่เคยมีในสมาร์ตวอชท์ระดับเมนสตรีมมาก่อน


กล้องในสมาร์ตวอชท์: จุดขายใหม่ของ Meta

ย้อนกลับไปในอดีต Apple เองก็เคยวางแผนจะใส่กล้องให้กับ Apple Watch เช่นกัน โดยมีการยื่นจดสิทธิบัตรหลายรายการในหัวข้อนี้ แต่สุดท้ายแผนดังกล่าวถูกยกเลิก อาจเนื่องจากความกังวลว่าจะกระทบยอดขาย iPhone เพราะกล้องใน Apple Watch รุ่นต้นแบบนั้นสามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้จริง ไม่ใช่แค่กล้องสำหรับตรวจจับสุขภาพเท่านั้น

ในขณะที่ฝั่ง Meta กำลังเดินหน้าเต็มที่เพื่อใส่กล้องลงในนาฬิกาอัจฉริยะ พร้อมรองรับฟีเจอร์ AI แบบเดียวกับ Visual Intelligence ของ Apple หรือ Google Lens บน Android ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสแกนภาพวัตถุหรือสถานที่ต่าง ๆ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันที


ใช้โรงงานในจีน ผลิตภายใต้ความร่วมมือกับ Huaqin

ตามข้อมูลในรายงาน ระบุว่าโรงงานผลิตสมาร์ตวอชท์รุ่นใหม่นี้คือ “Huaqin” จากประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักด้านฮาร์ดแวร์ของ Meta โดยนาฬิกานี้จะถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟน เพื่อให้สามารถใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


ท้าชน Apple Watch แต่ติดข้อจำกัดด้าน Ecosystem

ถึงแม้ว่า Meta จะพยายามสร้างจุดขายใหม่ด้วยกล้องและฟีเจอร์ AI แต่ก็ต้องยอมรับว่าในตลาดสมาร์ตวอชท์ยังมีอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง ecosystem ผู้ใช้ iPhone ส่วนใหญ่ยังคงยึดติดกับ Apple Watch ที่ผสานการทำงานกับ iOS ได้แนบเนียนกว่าคู่แข่ง

หาก Meta ต้องการตีตลาดนี้ให้ได้ อาจต้องเจาะกลุ่มผู้ใช้ Android เป็นหลัก และอาจต้องหากลยุทธ์หรือจุดเด่นเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดผู้ใช้ให้หันมาสนใจอุปกรณ์ของตน


ยังไม่มีภาพหรือข้อมูลสเปกอย่างเป็นทางการ

จนถึงตอนนี้ เรายังไม่มีภาพหลุดหรือข้อมูลทางการเกี่ยวกับหน้าตาของ Meta smartwatch รุ่นใหม่นี้ ว่าจะมีดีไซน์แบบไหน ใช้วัสดุอะไร หรือสเปกจะเป็นอย่างไร แต่หากมีการเปิดตัวในงาน Meta Connect จริง ก็น่าจะได้เห็นรายละเอียดทั้งหมดเร็ว ๆ นี้


สรุป: Meta smartwatch จะพลิกเกมได้หรือไม่?

การกลับมาครั้งนี้ของ Meta smartwatch พร้อมกล้องและฟีเจอร์ AI อาจเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโฉมวงการสมาร์ตวอชท์ หากทำสำเร็จ ก็อาจกลายเป็นคู่แข่งตัวจริงของ Apple Watch ในอนาคต

แต่คำถามคือ… ผู้บริโภคจะเปิดใจให้สมาร์ตวอชท์ติดกล้องหรือไม่? และ Meta จะสามารถสร้าง ecosystem ที่แข็งแรงพอให้ผู้ใช้เปลี่ยนจากแบรนด์เดิม ๆ ได้จริงหรือเปล่า? ต้องติดตามกันต่อในงาน Meta Connect เดือนกันยายนนี้


อัปเดตล่าสุด:

  • Meta Connect 2025 จะจัดขึ้นวันที่ 17–18 กันยายน
  • ยังไม่ยืนยัน 100% ว่าจะเปิดตัว Meta smartwatch ในงานนี้
  • อาจมีการเปิดตัวร่วมกับ “Meta AI Glasses” อีกหนึ่งโปรเจกต์ใหญ่ของบริษัทในปีนี้

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

CONTENT

EssilorLuxottica S.A. และ Meta Platforms, Inc. ประกาศเปิดตัว Ray-Ban Meta และ Oakley Meta ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก