Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

NVIDIA สะดุด! ผลิตชิป H20 AI ไม่ง่าย แม้สหรัฐฯ จะไฟเขียวเรื่องส่งออกให้จีน

NVIDIA H20 AI

หลังจากมีข่าวดีว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไฟเขียวให้ NVIDIA กลับมาส่งออกชิป H20 AI ให้กับลูกค้าในประเทศจีนอีกครั้ง หลายคนคาดว่าบริษัทจะสามารถทำรายได้ก้อนโตจากตลาด AI ที่มีความต้องการสูง แต่เบื้องหลังกลับมีอุปสรรคมากมายที่อาจทำให้สถานการณ์ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด

Advertisement

ปัญหาการผลิต H20 ยังไม่จบ แม้สหรัฐฯ จะยกเลิกข้อห้ามแล้ว

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้ยืนยันว่า H20 ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นหนึ่งที่เคยถูกห้ามส่งออกไปยังจีน กำลังจะได้รับอนุญาตอีกครั้งจากทางการสหรัฐฯ โดยในช่วงแรกบริษัทจะใช้สต๊อกที่มีอยู่เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดก่อน

แต่จากรายงานของสื่อไต้หวันอย่าง Ctee ระบุว่า แม้จะมีสต๊อกเก็บไว้บ้าง แต่การกลับมาผลิตชิป H20 ใหม่อาจไม่เกิดขึ้นทันที เพราะโรงงานผลิตหรือ “fabs” ที่เคยผลิตชิปรุ่นนี้ได้ถูกปรับไปผลิตสินค้าอื่นแล้วหลังจากถูกแบนในช่วงก่อนหน้านี้ และตอนนี้สายการผลิตเหล่านั้นก็กำลังเต็มมือกับคำสั่งซื้อของชิปในกลุ่มอื่นๆ ที่มีความต้องการสูง


TSMC ยังลังเล ไม่รีบกลับมาผลิต H20

TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักของ NVIDIA ได้แสดงท่าทีลังเลต่อการรีสตาร์ทไลน์ผลิต H20 โดยอ้างว่าตอนนี้ความต้องการในสายการผลิตอื่นยังสูงอยู่ และหากจะกลับมาผลิต H20 จริง ก็ต้องใช้เวลาปรับไลน์นานพอสมควร ซึ่งอาจทำให้ NVIDIA พลาดโอกาสทองในการทำยอดขายทันช่วงพีกของตลาด

จากข้อมูลของนักวิเคราะห์หลายราย ระบุว่า NVIDIA วางแผนจะจำหน่ายชิป H20 ให้ได้ “หลายล้านชิ้น” ในช่วงนี้ โดยพึ่งพาสต๊อกเดิมที่มีอยู่ แต่สำหรับการผลิตใหม่ในอนาคต ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะมีความคุ้มค่าพอที่จะเปิดไลน์ผลิตใหม่หรือไม่


เปลี่ยนเป้าหมายไปยังชิปรุ่นใหม่แทน H20

แหล่งข่าวระบุว่า แผนในระยะต่อไปของ NVIDIA อาจไม่ใช่การกลับมาผลิต H20 อย่างจริงจัง แต่จะหันไปใช้ชิปรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการส่งออกโดยตรง เช่น

  • B20 AI Chip
  • RTX PRO 6000D
  • B30 AI Chip

ชิปรุ่นเหล่านี้จะถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ลูกค้าในตลาดจีน โดยครอบคลุมการใช้งานทั้งในฝั่งศูนย์ข้อมูล (data center) ไปจนถึงงานกราฟิกระดับมืออาชีพ ทั้งนี้จะช่วยให้ซัพพลายเชนสามารถปรับสายการผลิตไปที่ชิปรุ่นใหม่แทนที่จะเสียเวลารีเซ็ตไลน์สำหรับ H20 ที่อาจไม่คุ้มในระยะยาว


สรุปสถานการณ์: NVIDIA ยังต้องใช้เวลา

แม้การยกเลิกข้อห้ามจะเปิดประตูให้ NVIDIA กลับสู่ตลาดจีนได้อีกครั้ง แต่ด้วยปัญหาเรื่องการผลิตและซัพพลายเชนที่ไม่พร้อม การทำยอดขายจากชิป H20 อาจไม่เกิดขึ้นเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้

ในระยะสั้น NVIDIA อาจใช้โอกาสนี้ในการระบายสต๊อกเก่าเพื่อดึงรายได้กลับมาจากการขาดทุนในไตรมาสก่อนหน้า แต่หลังจากนั้น บริษัทจะโฟกัสกับชิปรุ่นใหม่ ๆ ที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของรัฐบาลสหรัฐฯ มากขึ้น


ราคาประเมินจากตลาด (ถ้ามีการผลิต H20 ใหม่)

หาก NVIDIA สามารถกลับมาผลิต H20 ได้และส่งออกให้จีนได้อย่างเต็มที่ อาจสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น หลักแสนล้านบาทไทย ได้เลย แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่แน่นอน การคาดการณ์จึงยังอยู่ในกรอบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด


บทสรุปสำหรับอนาคตของ NVIDIA ในจีน

แม้ตลาดจีนจะยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญของ NVIDIA แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการส่งออก, ความพร้อมของโรงงานผลิต และการแข่งขันกับคู่แข่งในประเทศ ยังคงเป็นตัวแปรที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ Jensen Huang และทีม NVIDIA แล้ว สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่แค่ส่งชิปให้ทันความต้องการ แต่ยังต้องวางกลยุทธ์ระยะยาวให้สอดคล้องกับทั้งการเมือง เทคโนโลยี และเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

รีวิว Asus

ASUS TUF Gaming A16 FA608UHI จ่ายไม่แพง แรงพร้อมลุยทุกเกม ใช้งานดีรอบด้าน ASUS TUF Gaming A16 FA608UHI รหัสนี้เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรหัสฝาแฝดกับ TUF Gaming F16 ซึ่งได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นทั้งสองรุ่นนี้จึงแชร์องค์ประกอบร่วมกันหลายอย่างตั้งแต่ดีไซน์เรียบง่ายน่าใช้, คีย์บอร์ดเกมมิ่งพร้อมไฟ 1-Zone RGB มีปุ่ม WASD...

PR-News

Prestige N16 Flip AI+ ประสิทธิภาพ AI สูงสุดระดับ 1 petaflop และ Unified Memory สูงสุด 128GB จับคู่กับหน้าจอสัมผัส 16 นิ้ว UHD+ Tandem OLED พร้อม MSI Nano Pen ตัวช่วยเสริมในการใช้งาน MSI ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม AI ระดับไฮเอนด์ประกาศในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า Prestige N16 Flip AI+ พร้อมเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายที่ได้รับการรับรองจาก MSI แล้ว Prestige N16 Flip AI+ ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA RTX Spark™ ซึ่งผสาน NVIDIA AI, RTX graphics และ Unified...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก