Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Accessories review

รีวิว Sony WH-CH720N หูฟังตัวคุ้ม 4,990 บาท ฟังเพลงเพราะ ใส่สบายทั้งวัน แบตอึดฟีเจอร์แน่น!!

Sony WH-CH720N หูฟังเพื่อคนรักเสียงเพลง ตัดเสียงรบกวนหายวับ ฟังเพลงไหนก็เพราะ! ตั้งค่าก็ง่ายผ่านแอปฯ ตัวเดียวจบ!

Sony WH-CH720N

นอกจากเครื่องเกมคอนโซล ผลิตภัณฑ์อย่างเฮดโฟนและหูฟัง True Wireless เป็นใครก็ซูฮกยอมรับว่า Sony เก่งฉกาจในเรื่องนี้ อย่าง Sony WH-CH720N หูฟังทรงเฮดโฟนครอบศีรษะระดับกลางตัวนี้เองก็เช่นกัน ถึงจะเป็นซีรีส์ระดับกลางราคา 4,990 บาทก็จริง แต่ยังคงคุณภาพและให้ฟีเจอร์น่าใช้มาครบเครื่อง ตั้งแต่ดีไซน์เรียบง่ายสวยงามมีให้เลือกหลากหลายสีให้เข้ากับชุดและรสนิยมส่วนตัวได้ไปจนถึงใจความของหูฟังอย่างไดรเวอร์ไดนามิคขนาด 30 มม. ให้เสียงทุ้มได้ต่ำขึ้นสูงได้แหลมใส ตั้งค่าได้ง่ายผ่านแอปฯ Sony Sound Connect ให้เนื้อเสียงถูกใจเจ้าของที่สุด ไม่ต้องมีความเข้าใจเรื่อง EQ แค่เลือกเสียงไปตามความชอบก็ฟังเพลงโปรดได้เพราะกว่าเดิมหลายเท่า

ยิ่งถ้าใครใช้หูฟังไร้สายมานานจะรู้กันว่า Sony ทำระบบตัดเสียงรบกวนได้เก่งฉกาจพอกับการปรับแต่งเสียงให้ถูกใจมหาชน ซึ่ง Sony WH-CH720N ก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วย Dual Noise Sensor กับชิป Integrated Processor V1 ช่วยลบเสียงหนวกหูภายนอกออกไปให้ได้ยินแต่เพลงโปรดของเราเท่านั้น เวลาจับคู่เชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่ ขอแค่กดปุ่ม Power เริ่มใช้งานแล้ว มือถือ Android ก็จะขึ้นหน้าต่าง Google Fast Pair รวมถึงระบบ Swift Pair ในโน๊ตบุ๊ค Windows ด้วยเช่นกันและมีระบบเชื่อมต่อคู่และสลับใช้งานระหว่างสองอุปกรณ์ได้อัตโนมัติไม่ต้องคอยตัดต่อการเชื่อมต่อระหว่างของทั้งสองชิ้นเลย

Advertisement
Sony WH-CH720N

NBS Verdicts

Sony WH-CH720N

หลายคนอาจมุ่งเป้าความสนใจไปยังรุ่นเรือธงอย่าง WH-1000XM6 ราคา 15,990 บาท ด้วยเหตุผลหลากหลายอย่างไม่ว่าจะเรื่องความคุ้มค่าหรือคิดว่านานๆ จะซื้อสักทีก็จ่ายซื้อของดีแพงที่สุดไปเลย แต่หูฟังไร้สายระดับกลางตารางอย่าง Sony WH-CH720N ค่าตัว 4,990 บาท ก็มีคุณภาพดีคับแก้วสมชื่อแบรนด์ Sony บนตัวมันอย่างแน่นอน ทั้งได้ฟีเจอร์มาเพียบ ตัดเสียงรบกวนได้เงียบสนิทหรือจะใช้ Ambient mode เปิดให้ได้ยินเสียงรอบข้างมากขึ้นให้เดินทางไปไหนมาไหนได้ปลอดภัย แถมยังสวมใส่ได้สบายไม่หนักมากจึงใช้งานได้ทั้งวัน ให้คนรักเสียงเพลงและ Podcast ได้ดื่มด่ำกับคอนเทนต์ต่างๆ ได้เป็นเวลานานและเลือกสีให้เข้ากับรสนิยมและการแต่งตัวได้ด้วย

ฟังก์ชั่นต่างๆ ของหูฟังตัวนี้จะใช้กับโน๊ตบุ๊ค Windows, สมาร์ทโฟน Android หรือ iPhone ก็ได้ทั้งนั้น การันตีด้วยโลโก้ Made for iPhone, iPod พร้อมระบบเชื่อมต่อเร็ว Microsoft Swift Pair, Google Fast Pair ซื้อมาใหม่กดเปิดใช้งานก็มีแจ้งเตือนเชื่อมต่อติดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เชื่อมต่อได้ง่ายมากและใช้แอปฯ Sony Sound Connect (อดีตชื่อ Headphone Connect) มาตั้งค่าเพิ่มได้หลากหลายอย่าง ซึ่งฟังก์ชั่นที่ชอบเป็นส่วนตัวคือระบบปรับแต่ง EQ ให้ตรงใจได้ง่ายๆ เพียงเปิดเพลงคลอเอาไว้แล้วแตะเลือกโทนเสียงโปรดไม่กี่ครั้งก็เสร็จแล้ว ไม่ต้องไปเลื่อนแถบย่านเสียงให้ลำบากเหมือนในอดีตอีกต่อไป

ถ้าดูในหน้าสเปคของหูฟังไร้สายจะเห็นว่า Sony WH-CH720N มี Frequency response ต่ำมาก เริ่มตั้งแต่ 7Hz~20kHz เมื่อต่อสาย 3.5 mm. Audio jack ให้ทำงานแบบ Active ถูกใจคนชอบฟังเพลงเน้นเสียงเบสแน่นอน หรือถ้าเอาความสะดวกก็ใช้โหมด Bluetooth ก็ง่าย เสริมด้วยเอนจิ้นเสียง DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) เสริมรายละเอียดไฟล์เสียงที่ถูกบีบอัดไว้ให้มีรายละเอียดมากขึ้น แม้จะไม่ใช่ DSEE Extreme อย่างรุ่นเรือธงก็จริง แต่ก็ยังฟังเพลงดูคลิปได้อรรถรสดีไม่แพ้กัน

เรื่องของจุดสังเกตถ้าไม่นับเอนจิ้นเสียง DSEE สังเกตว่า Sony WH-CH720N จะไม่รองรับ Codec LDAC, LC3 เหมือนรุ่นอื่น จึงไม่รองรับเสียงแบบ Hi-Res ไปโดยปริยาย แต่พึ่ง DSEE Engine แทน และถ้าเชื่อมต่อ Bluetooth ก็ไม่มี Gaming mode ไว้เพื่อลดความหน่วงเสียง (Latency) ระหว่างมือถือกับหูฟัง ถึงจะใช้เล่นเกม RPG ได้หรือต้องต่อสายเพื่อเล่นเกมก็ตาม แต่โดยจุดประสงค์การใช้งานแล้ว Sony WH-CH720N จะเหมาะกับการเปิดดูหนังฟังเพลงและ Podcast ที่สุด ต่างจาก Sony INZONE H5 ซึ่งเกิดมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ

ข้อดีของ Sony WH-CH720N

  1. เลือกได้ 4 สีตามต้องการ ได้แก่ ชมพู, ฟ้า, ดำและขาว ให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละคน
  2. สวมใส่เพื่อฟังเพลงต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง ไม่หนักหรือบีบศีรษะมากเกินไป
  3. ไมโครโฟนเป็น Beamforming ทำให้โทรคุยกับคู่สนทนาได้ยินชัดเจน
  4. สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 2 ชิ้นพร้อมกันทั้งมือถือและโน๊ตบุ๊ค ไม่ต้องกดสลับอุปกรณ์เอง
  5. ไมค์ตัดเสียงทำงานได้ดีลดเสียงรบกวนได้แทบหมดและกดปุ่มเปลี่ยนเป็นโหมด Ambient ได้
  6. รองรับ Microsoft Swift Pair และ Google Fast Pair เชื่อมต่อคอมและโน๊ตบุ๊คได้ง่ายและเร็ว
  7. เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คผ่านสาย 3.5 mm. Audio jack ได้โดยตรง
  8. ชาร์จผ่านสาย USB-C หาสายชาร์จใช้งานได้ง่าย รองรับการชาร์จไว 3 นาที ใช้ได้ 1 ชม.
  9. ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานร่วม 50 ชม. ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อย
  10. ติดตั้งชิปเซ็ต Integrated Processor V1 มาให้ รองรับระบบเสียง DSEE ให้เสียงดียิ่งขึ้น
  11. ปรับแต่งการทำงานรวมถึงปรับจูน EQ ได้ในแอปฯ Sony Sound Connect
  12. ระบบเลือก EQ จะอิงจากเพลงที่ฟังและระบบจะสุ่มสไตล์เสียงมาให้เลือกได้ตามชอบ
  13. ควบคุมและสั่งการ Google Assistant และ Amazon Alexa ได้ง่ายมาก
  14. ติดโลโก้การันตี Made for iPhone, iPod การันตีว่าใช้งานกับสินค้า Apple ได้ดี

ข้อสังเกตของ Sony WH-CH720N

  1. หากได้ฟีเจอร์ DSEE Extreme มาเหมือนรุ่นราคาสูงกว่านี้จะดีมาก
  2. ไม่รองรับเสียงแบบ LDAC, LC3 เหมือนหูฟัง Sony รุ่นราคาสูงกว่านี้
  3. ในแอปฯ ไม่มีโหมดเล่นเกมให้ใช้ จึงเหมาะกับการใช้ดูหนังฟังเพลงเป็นหลัก
  4. ตัวหูฟังพับขาให้ไดรเวอร์แนบก้านโค้งบนไม่ได้แต่บิดให้วางราบกับพื้นได้

รีวิว Sony WH-CH720N


Specification

Sony WH-CH720N

Sony WH-CH720N เป็นหูฟังไร้สายเพื่อคนรักเสียงเพลงในระดับราคาไมเ่กิน 5,000 บาท ซึ่งยังตัดเสียงรบกวนได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม เสริมด้วยเอนจิ้นเสียง Sony DSEE และมีฟีเจอร์น่าใช้ติดตั้งมาให้ครบเครื่องเพื่อให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้านสเปคมีรายละเอียดดังนี้

Specรายละเอียด
Colorsชมพู, ฟ้า, ขาว, ดำ
Drivers & ImpedanceDynamic drivers 30 mm.
Impedance 325 Ohm
Frequency response 7Hz~20kHz (Active)
20Hz~20kHz (Bluetooth)
FeaturesSony DSEE
Ambient sound
Noise cancelling
Connectivity3.5 mm. Jack
Bluetooth 5.2 (ราว 10 เมตร)
Bluetooth profilesA2DP, AVRCP, HFP, HSP
Sound profilesSBC, AAC
Battery life & chargingชาร์จด้วยสาย USB-C

เล่นเพลง
เปิดตัดเสียงรบกวน 35 ชม.
ปิดตัดเสียงรบกวน 50 ชม.

โทรศัพท์
เปิดตัดเสียงรบกวน 35 ชม.
ปิดตัดเสียงรบกวน 40 ชม.
CablesUSB-C to A
3.5 mm. Headphone jack
Weight192 กรัม
Price4,990 บาท (Sony Thailand)

Unbox & Design

Sony WH-CH720N

นอกจากสินค้าภายในกล่อง แต่ละแบรนด์ก็จะทำบรรจุภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ให้ลูกค้าจดจำได้ว่าถ้าใช้สีและแบบอักษรแบบนี้จะมาจากบริษัทนี้อย่างแน่นอน ซึ่งหูฟังของ Sony จะเป็นกล่องสีขาวเรียบประกอบกับตัวอักษรสีดำสนิท เขียนชื่อแบรนด์เอาไว้มุมบนซ้ายและชื่อสินค้าถัดลงมาตรงมุมบนขวาเช่นเดียวกับสินค้าชิ้นอื่นในอดีต ส่วนมุมล่างซ้ายสกรีนฟีเจอร์เด่นของผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นเอาไว้กับสีสันตรงมุมล่างขวา ซึ่ง WH-CH720N ก็ทำดีไซน์แบบนี้เช่นกัน

นอกจากด้านหน้าอันดูเรียบง่าย ขอบบนกล่องจะลงโลโก้เสริมเอาไว้ว่าหูฟังตัวนี้ใช้งานกับสินค้า Apple ได้ รวมถึงเรียกใช้ Google Assistant, Amazon Alexa ได้ทันที ส่วนขอบล่างลงรายละเอียดการรับประกันและบาร์โค้ดสำคัญต่างๆ เอาไว้ ส่วนด้านหลังเป็นรายละเอียดฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงสติกเกอร์แนะนำขยายเวลารับประกันสินค้าให้ยาวนานขึ้น 3 เดือนด้วย

ด้วยความเป็นญี่ปุ่นจะออกแบบสินค้าให้เข้าใจง่ายและใส่รายละเอียดเอาไว้ตามส่วนต่างๆ และเน้นให้ใช้งานได้ง่ายไปพร้อมกัน เวลาเปิดกล่องขึ้นมาเจอหูฟังไร้สายแล้วบนฝากล่องก็จะสกรีนภาพแนะนำวิธีการใช้งานเป็นกรอบ 3 ช่องเอาไว้พร้อม QR Code ให้เอาสมาร์ทโฟนสแกนแล้วเข้าไปหน้าเว็บเป็น Quick start guide แนะนำวิธีใช้งานตั้งต้นให้อ่านได้กรณีคู่มือสูญหาย ภาพ 2, 3 เป็นวิธีเริ่มต้นใช้งานแบบหนังสือภาพ ดูแล้วเข้าใจได้ง่าย

Sony WH-CH720N

สีของ Sony WH-CH720N จะมีทั้งหมด 4 สีตามตารางสเปคข้างต้น ซึ่งชิ้นในรีวิวจะเป็นสีชมพูแต่โทนจะออกไปทางสีม่วงลาเวนเดอร์มากกว่าจึงใช้งานได้ทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน ตัวก้านสกรีนโลโก้ Sony เอาไว้ด้านนอกและด้านในฝั่งซ้ายโลโก้ L สีขาว ลงรายละเอียดโมเดลสินค้าไว้ ส่วนก้านฝั่งขวากับโลโก้ R สีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ร่วมกับการสกรีนแหล่งผลิตและข้อมูลต่างๆ เสริมไว้ ข้อดีของหูฟัง Sony เวลาสวมใช้งานแค่ดูว่าจุดสีส้มอยู่ฝั่งไหนแล้วสวมมันไว้ฝั่งขวาได้ทันที

Sony WH-CH720N

ภายในกล่องจะแถมสายเชื่อมต่อมาให้ 2 เส้น ได้แก่ สาย Audio Jack 3.5 มม. ไว้ให้ต่อใช้งานในโหมด Active กับคอมพิวเตอร์, DAC หรือ Sony Walkman ได้ ส่วนสาย USB-C to A ไว้ใช้ต่อชาร์จแบตกับอะแดปเตอร์มือถือได้ อย่างไรก็ตามในยุคนี้เมื่อสาย USB-C กลายเป็นมาตรฐานใหม่แล้ว สายเส้นนี้ก็เป็นของแถมเผื่อเอาไว้ใช้ไปโดยปริยาย

Sony WH-CH720N

ปุ่มควบคุมและการเชื่อมต่อของ WH-CH720N จะอยู่กับไดรเวอร์ครอบหู แยกกลุ่มของปุ่มได้ชัดเจนให้หูซ้ายเป็นเซ็ตปุ่มสำคัญและการเชื่อมต่อด้วยสาย ส่วนหูขวาควบคุมการทำงานทั่วไป โดยแต่ละฝั่งจะมีปุ่มดังนี้

  • ไดรเวอร์ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – 3.5 mm. Audio Jack, USB-C, ปุ่ม Power และไฟแสดงสถานะ
  • ไดรเวอร์ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – ปุ่มเพิ่มเสียง, ปุ่มเล่นหรือหยุดเพลง, ปุ่มลดเสียง, ปุ่ม NC/AMB กดเพื่อสลับระหว่าง Noise Cancelling ตัดเสียงรบกวน กับ Ambient sound รับเสียงสภาพแวดล้อมเข้ามา
  • การเชื่อมต่อ – 3.5 mm. Audio Jack, Bluetooth 5.2
Sony WH-CH720N

ทาง Sony เคลมน้ำหนักในหน้าสเปคของ WH-CH720N เอาไว้ 192 กรัม แต่น้ำหนักชั่งจริงจะเบากว่านั้น เหลือเพียง 188 กรัม จึงเบาสวมใส่ได้สบายจะต่อสายหูฟังให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้นก็ได้ ตัวสายทั้งสองเส้นมีน้ำหนักรวมไม่ถึง 30 กรัม ขอแค่หากระเป๋าเก็บสายไฟมาเก็บให้เป็นระเบียบก็หยิบจับมาใช้งานได้ง่ายไม่หายไปไหน

ตัวก้านคาดศีรษะมีความกว้าง 21 มม. หนา 10 มม. และวงภายในฟองน้ำมีความกว้าง 60 มม. เทียบกับขนาดหูมนุษย์โดยเฉลี่ยซึ่งมีความยาว 63 มม. แล้วสามารถปิดใบหูได้หมดให้ใช้ระบบ Noise Cancelling ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะทำงานต่อเมื่อเชื่อมต่อด้วย Bluetooth เท่านั้น ถ้าใช้ในโหมด Active ตัวฟองน้ำจะกันเสียงจากภายนอกไปได้ระดับหนึ่งพอให้เสียงสภาพแวดล้อมในออฟฟิศเบาลงเกือบเป็นเสียงแว่วเท่านั้น

Sony WH-CH720N

พอครอบกับโมเดลแล้ว จะเห็นว่าหูฟังมีขนาดใหญ่กำลังดีพอให้สวมผู้ใช้ได้ทุกคนตั้งแต่เด็กไปจนผู้ใหญ่และยังดึงก้านให้สไลด์ออกให้คนศีรษะใหญ่สวมได้สบายขึ้น กรอบด้านนอกทั้งสองฝั่งใกล้กับก้านโค้งตัว C จะมีแผ่นอลูมิเนียมติดอยู่ ซึ่งมันเป็นไมโครโฟนเสียงสะท้อนทำงานร่วมกับไมโครโฟนรูเล็กด้านหน้าฝั่งซ้ายไว้ใช้คุยโทรศัพท์ให้คู่สนทนาได้ยินเสียงชัดเจนขึ้น


Application & Configuration

Sony WH-CH720N

ถ้าเป็นหูฟัง Sony แบบไร้สาย แทบทุกรุ่นจะใช้แอปฯ Sony Sound Connect เพื่อใช้ตั้งค่าร่วมกันกับรุ่นอื่นในเครือได้หมด ในหน้าแรกจะเป็นการตั้งค่าโดยรวมแบบรวดเร็ว โดยแต่ละหัวข้อนอกจากตั้งค่าอย่างรวดเร็วแล้วจะมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมในตัวครือ

  • Ambient Sound Control – เปลี่ยนระหว่าง Noise Cancelling หรือ Ambient Sound ได้
  • Equalizer – เลือกเปลี่ยนรูปแบบของ EQ ได้หลากหลายแบบ มี Preset ตั้งต้นเป็นชื่อแบบเข้าใจง่ายคือ Bright, Excited, Mellow, Relaxed, Vocal, Treble Boost, Bass Boost, Speech, Manual, Custom 1, Custom 2 ถ้าแตะเลือก Find Your Equalizer ตัวระบบจะให้เราเปิดเพลงที่ชอบและระบบจะลองปรับ EQ มาให้เลือกว่าชอบแบบไหน 2 ครั้ง จากนั้นก็บันทึกเป็น EQ ส่วนตัวได้
  • Adaptive Sound Control – เป็นระบบตรวจจับพฤติกรรมผู้ใช้ว่านั่งอยู่ในห้อง, เดินไปมา, วิ่งออกกำลังกายหรือโดยสารขนส่งสาธารณะอยู่ แล้วตัวแอปฯ จะเปลี่ยนให้โดยอัตโนมัติและยังบันทึกสถานที่ได้ว่าถ้าอยู่บริเวณนี้จะให้อยู่ในโหมดใดก็ได้
  • Connect to 2 devices simultaneously – ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับอุปกรณ์ 2 ชิ้นและสลับใช้งานกันโดยอัตโนมัติผ่านทาง Bluetooth พอเปิดใช้งานฟังก์ชั่นนี้แล้ว ระบบจะขึ้นชื่ออุปกรณ์ทั้งสองชิ้นและถ้ามีลำโพงติดอยู่หน้าชื่ออุปกรณ์ไหนแสดงว่ากำลังเล่นเพลงจากเครื่องนั้นอยู่
  • Music Player – เป็นจุดเชื่อมต่อโปรแกรมเล่นเพลง (Music Player) ต่างๆ ได้ เช่น Spotify, Tidal, YouTube Music เช่นในตัวอย่างก็จะขึ้นชื่อเพลง มีจุดเพิ่มลดเสียงรวมถึงเลื่อนไปเพลงถัดไปตรงนี้ได้ เหมือนทางลัดให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปแอปฯ อื่นให้เสียเวลา
  • Discovery – จะรวมคำแนะนำใช้งานและกิจกรรมการฟังเพลงจากการตรวจจับของแอปฯ ให้ผู้ใช้ดูย้อนหลังได้ รวมถึงแนะนำวิธีการตั้งค่าเพื่อฟังเพลงให้ถนอมแก้วหูอีกด้วย

นอกจากการตั้งค่าและเรียกใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ สังเกตมุมบนขวาของหน้าแอปฯ เราสามารถสั่งให้หูฟัง Sony WH-CH720N ปิดการทำงานจากระยะไกลไม่ต้องกดปุ่มบนตัวหูฟังก็ได้ ถือว่าสะดวกและเป็นปุ่มลัดซึ่งได้ใช้งานเป็นระยะๆ แน่นอน


User Experience

Sony WH-CH720N

ขึ้นชื่อว่าหูฟังไร้สาย Sony หลายๆ คนก็มักให้ความสนใจรุ่นเรือธงเพราะอยากได้ฟีเจอร์, Codec เสียงรวมไปถึงการตัดเสียงระดับพระกาฬ แต่กับราคา 15,990 บาท ถึงหลายคนจะพร้อมจ่ายแต่ก็ต้องมียั้งคิดกันบ้าง กลับกันรุ่นระดับกลางราคา 4,990 บาท อย่าง Sony WH-CH720N แม้ใครจะมองข้ามไปบ้าง แต่ขึ้นชื่อว่า Sony แล้ว ก็ยังคงคุณภาพเอาไว้ได้ดีโดยเฉพาะการตัดเสียงรบกวนได้เก่งมากและไม่กลบเพลงที่เปิดอยู่เลย แถมถ้าใครมีเครื่อง Sony Walkman หรือจะต่อใช้งานกับ DAC ก็ต่อสาย 3.5 mm. Audio Jack ได้เลย แต่จะใช้ Noise Cancelling ไม่ได้เท่านั้น อย่างไรก็ตามตัวฟองน้ำหูฟังก็ปิดหูลดเสียงรบกวนไปได้พอสมควรจึงไม่มีปัญหา

เนื้อเสียงของ Sony WH-CH720N ยังคงเอกลักษณ์ของ Sony เอาไว้ครบถ้วน เนื้อเสียงติดโทนอุ่นเบสลงต่ำจึงเหมาะกับเพลงยอดนิยมในปัจจุบันอย่างมาก ปลายอาจจะขุ่นเล็กน้อยแต่ยังแก้ EQ ในแอปฯ Sony Sound Connect ให้เสียงสูงเคลียร์ขึ้นกว่าเดิมได้ เทียบกับ Sony WF-1000XM3 ส่วนตัวของผู้เขียน แรงปะทะของเบสอาจไม่หนักหน่วงและตัดเสียงไม่ถึงกับหายหมดจดแบบหูฟัง Earbuds แต่ครอบหัวแบบ Headphones ตัดเสียงคนคุยกันในออฟฟิศให้เท่ากับเสียงแว่วห่างตัวเราออกไปพอควรแล้วเร่งเสียงเพลง 50% ก็ได้ยินแต่เสียงเพลงแล้ว

Sony WH-CH720N

ทีเด็ดหนึ่งของ WH-CH720N นอกจากเรื่องเพลงและตัดเสียงรบกวนก็เชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 ชิ้นได้พร้อมกัน ซึ่งผู้เขียนใช้กับสมาร์ทโฟนคู่กับโน๊ตบุ๊ค เวลาเชื่อมต่อทั้งสองเครื่องแล้วจะได้ยินเสียงเปิดใช้งานดังซ้อนสองครั้งเป็นสัญญาณว่ามันเชื่อมต่อสองเครื่องได้แล้ว ตอนทำงานถ้าเปิดเพลงจากเครื่องแรกอยู่แล้วอีกเครื่องเปิดอีกเพลงก็จะสลับไปเล่นในเครื่องหลังทันทีและหยุดเล่นเพลงไปโดยอัตโนมัติไม่ต้องมาคอยกดเปลี่ยนการเชื่อมต่อไปมาให้วุ่นวาย ส่วนโทนเสียงจะอิง EQ จากในแอปฯ โดยอัตโนมัติ และแนะนำว่าถ้าใช้กับโน๊ตบุ๊ค Windows 11 ใช้ระบบ Windows Sonic for Headphones ด้วย รายละเอียดเสียงจะยิ่งดีขึ้นฟังเพลงได้เพราะกว่าเดิม

แบตเตอรี่ของ Sony WH-CH720N เคลมเอาไว้ว่าใช้ฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนจะใช้งานได้นานสุด 35 ชม. ปิดแล้วจะใช้ได้ 50 ชม. กรณีใช้งานจริงผู้เขียนเปิดฟังเพลงแทบทั้งวันและปิดเมื่อไม่ใช้งานเสมอ ใช้งานร่วม 8 ชม./วัน ต่อเนื่องทั้งสัปดาห์ ในแอปฯ Sony โชว์ว่ามีแบตเหลือ 40% นับว่าการจัดการพลังงานทำได้ดีเยี่ยม หากเปิดฟังเพลงตอนเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะอาจจะลดลงเหลือราว 3-4 วันต้องชาร์จแบตสักครั้งก็ถือว่านานอยู่ดี

อย่างไรก็ตามข้อสังเกตของ WH-CH720N ไม่ได้เป็นข้อเสียแล้วทำให้ใช้งานไม่ดี แต่หวังอยากให้ Sony ปรับปรุงให้รุ่นต่อไปให้ดีขึ้น ได้แก่ เพิ่มการรองรับ Codec LDAC, LC3 เข้ามาและถ้าได้ DSEE Extreme ด้วยก็จะดี ถูกใจชาวอารยธรรมอย่างแน่นอน แต่ด้าน Gaming mode ไม่หวังให้เพิ่มเข้ามาแต่ถ้าได้ก็ดี เผื่อลูกค้าบางคนเล่นเกม FPS ในมือถือก็จะได้สวมใช้งานต่อได้เลย ไม่ต้องสลับเปลี่ยนไปมาให้วุ่นวายนักและถ้าพับให้ตัวครอบหูแนบเข้ามาใกล้กับโค้งบนของหูฟังได้ก็จะยอดเยี่ยม


Conclusion

Sony WH-CH720N

Sony WH-CH720N เป็นหูฟังเพื่อคนรักดนตรีกับราคาเข้าถึงได้เพียง 4,990 บาท แม้หลายคนจะโฟกัสแต่รุ่นเรือธงก็ตาม แต่ถ้ารักเสียงเพลงและเป็นสาวกของ Sony อยู่แล้ว มันก็ฟีเจอร์ใช้งานมาครบถ้วน ได้ DSEE Engine เสริมให้เนื้อเสียงของไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดมีรายละเอียดดีขึ้นไม่แพ้กับรุ่นเรือธงในอดีต แถมยังเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน สลับเปิดเพลงได้ตามชอบจึงมีประโยชน์มากโดยเฉพาะยุคนี้ที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟนกับโน๊ตบุ๊คเป็นของใช้ประจำตัวอยู่แล้ว ก็เพิ่มหูฟัง Sony ระดับกลางเพื่อมหาชนคนต้องการความคุ้มค่าตัวนี้เข้าไปอีกชิ้นให้เป็นเพื่อนในทุกสถานการณ์ได้โดยไม่ผิดหวังแถมยังกลายเป็นอุปกรณ์เสริมแต่งตัวให้เข้ากับหนุ่มสาวในหลายๆ ลุคได้ ก็ถือว่าคุ้มค่าดี


บทความที่เกี่ยวข้อง

รีวิว Sony WF-1000XM5 หูฟังเทพหูทอง ลูกเล่นดีๆ เพียบ!

image 1

รีวิว Alienware Aurora Gaming Desktop พลัง Intel Core Ultra 9+NVIDIA GeForce RTX 5080 สเปคในฝันของเกมเมอร์ เล่นลื่นทุกเกม 4K พ่วงประกันเทพ Alienware Care!!

image 2

รีวิว ASUS TUF Gaming F16 จับคู่ของแรง Intel Gen 13+RTX 5060 ราคา 44,990 บาท เล่นเกมไหนก็สบาย ทำงานอะไรก็ชิล ฟีเจอร์อัดแน่นเต็มเครื่อง!!

image 3
Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท สำหรับพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ก็แพงจนบางคนตัดสินใจซื้อค่อนข้างยากจนถอยกลับไปซื้อรุ่นราคาไม่เกิน 30,000 บาท กัน แต่ก็ได้สเปคดีใช้งานได้หลายปีไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย, ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานน้ำหนักไม่สูงมาก แถมมีฟีเจอร์หลายอย่างติดมาให้ใช้ โดยเฉพาะเซนเซอร์สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือเพื่อไม่ให้คนอื่นขโมยใช้งานโดยพลการแถมช่วยยืนยันตัวเวลาทำธุรกรรมออนไลน์ได้อีกด้วย ยังไม่รวมฟีเจอร์เฉพาะจากแต่ละบริษัทที่เพิ่มเข้ามาเป็นจุดขายเฉพาะตัวอีกด้วย ชิปเซ็ตของโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท ตอนนี้มี AMD Ryzen AI 300 Series หรือ Intel Core...

Buyer's Guide

หูฟังบลูทูธดีไซน์แบบ Clip-on ในตอนนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสวมแล้วไม่มีจุกยางสอดเข้ามาในหูแบบ In-Ear และสวมได้มั่นใจว่าไม่หลุดหูแบบ Earbuds แน่นอน เพราะดีไซน์ทรงวงรีเหมือนต่างหูของมันมีปลายฝั่งไดรเวอร์สอดเข้าช่องหแล้วมีดุมอีกฝั่งไว้คีบติดกับด้านหลังใบหู เวลาสวมก็ไม่หลุดและยังให้เสียงภายนอกเข้ามาได้ให้รับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ระวังทันท่วงทียิ่งขึ้น เวลาเดินทางไปไหนมาไหนก็ปลอดภัยกว่าเดิม จุดประสงค์ของหูฟังบลูทูธทรง Clip-on ทำมาเพื่อคนออกกำลังกายโดยเฉพาะ เวลาสวมแล้ววิ่งหรือเล่นเครื่องออกกำลังกาย มันจะสวมได้พอดีไม่โดนเหงื่อหรือแรงสั่นสะเทือนจากการวิ่งแล้วลื่นหลุดให้เสียจังหวะทำ PACE แน่นอน และยังโหลดแอพฯ จาก Play Store, App Store...

Special Story

เหตุผลหลักของเกมเมอร์หลายคนโดยเฉพาะวัยทำงานว่าทำไมถึงซื้อเครื่องเล่นเกมพกพาเป็นของตัวเอง ถ้าไม่นับเรื่อง Exclusive Game ของปู่นินฯ ก็อยากจะโหลดเกมคอมไปเล่นได้ทุกเมื่อไม่ต้องถูกผูกติดอยู่กับคอมตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊คเสมอไป โดยเฉพาะถ้าต้องเดินทางข้ามจังหวัดรหรือประเทศจะยิ่งรู้ดีว่าเครื่องเหล่านี้เหมาะมาก เพราะกดเปิดเครื่องเลือกเกมก็สนุกได้แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาหาโต๊ะต่ออุปกรณ์ใดๆ ให้วุ่นวายแบบเกมมิ่งโน้ตบุ๊คแม้แต่น้อย เรื่องพื้นฐานร่วมกันของเครื่องเล่นเกมประเภทนี้ไม่ว่าจะ Steam Deck หรือ Windows Gaming Handheld จะมีหน้าจอขนาดไม่เกิน 8″ ความละเอียดมักอยู่ราว 1080p มีชิปเซ็ต 2 กลุ่มหลัก...

รีวิว Asus

ROG Xbox Ally ตอบโจทย์สายคุ้มด้วยค่าตัว 18,990 บาท ตอบโจทย์คนเล่นเกมอินดี้และเกมออนไลน์ มี Xbox Full Screen Experience ให้ใช้!! Gaming Handheld จากความร่วมมือระหว่าง ASUS กับ Microsoft นอกจากรุ่นเรือธงอย่าง ROG Xbox Ally X...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก