Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Windows 12 อาจเลื่อนเปิดตัวอีกอย่างน้อยหนึ่งปี

Microsoft เตรียมปล่อยอัปเดต Windows 11 25H2 ปลายปี 2025

Windows 12

Microsoft ได้ประกาศแผนการอัปเดตใหม่ของ Windows 11 โดยระบุว่าเวอร์ชันถัดไปคือ Windows 11 25H2 จะเป็นอัปเดตใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 และจะมีผลต่อระยะเวลาการสนับสนุนของ Windows 11 โดยตรง ซึ่งอาจหมายความว่าการเปิดตัวของ Windows 12 จะถูกเลื่อนออกไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี

Advertisement

Windows 11 25H2 จะขยายการสนับสนุนไปถึงปี 2027–2028

ในบล็อกโพสต์ล่าสุด Jason Leznek ผู้บริหารจาก Microsoft ได้ยืนยันว่าเมื่อ Windows 11 25H2 เปิดตัวแล้ว เวอร์ชัน Home และ Pro จะได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยเพิ่มอีก 24 เดือน หรือ 2 ปี ขณะที่เวอร์ชัน Enterprise และ Education จะได้รับการสนับสนุนถึง 36 เดือน หรือ 3 ปี

ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ใช้ทั่วไปอาจสามารถใช้งาน Windows 11 ได้ถึง ตุลาคม 2027 และผู้ใช้ระดับองค์กรอาจได้ไปถึง ตุลาคม 2028 โดยไม่จำเป็นต้องรีบอัปเกรดไปยัง Windows 12 แต่อย่างใด


Windows 12 อาจยังไม่พร้อมเปิดตัวเร็ว ๆ นี้

แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับ Windows 12 มานาน และ Microsoft เองก็อยู่ในช่วงพัฒนา แต่จากข้อมูลล่าสุด ดูเหมือนว่า Microsoft ต้องการยืดอายุ Windows 11 ออกไปอีกอย่างน้อยหนึ่งรอบการสนับสนุน

หาก Windows 11 25H2 ถูกปล่อยในช่วงเดียวกับการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ซึ่งก็คือประมาณ ตุลาคม 2025 ก็อาจหมายความว่า Microsoft ต้องการให้ผู้ใช้ Windows 10 ย้ายมายัง Windows 11 ก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณาเปิดตัว Windows 12 ภายหลัง


สิ่งที่อยู่ในอัปเดต Windows 11 25H2

Windows 11 25H2 จะไม่ใช่อัปเดตใหญ่ที่เน้นฟีเจอร์ใหม่แบบจัดเต็ม แต่จะเน้นที่ การปรับปรุงเสถียรภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพโดยรวมของระบบ เป็นหลัก โดยมาพร้อมกับแนวทางแบบ “Enablement Package” ซึ่งหมายความว่าฟีเจอร์หลายอย่างได้ถูกใส่ไว้ในเวอร์ชัน 24H2 แล้ว และจะเปิดใช้งานผ่านอัปเดตขนาดเล็กในภายหลัง

ข้อดีของวิธีนี้คือ ผู้ใช้งานจะสามารถติดตั้งอัปเดตได้อย่างรวดเร็วและไม่ซับซ้อน คล้ายกับการอัปเดตประจำเดือนมากกว่าการอัปเกรดระบบครั้งใหญ่


สำหรับผู้ใช้ Windows 10 ยังสามารถอัปเดตความปลอดภัยได้อีก 1 ปี

แม้ Windows 10 จะมีกำหนดสิ้นสุดการสนับสนุนในช่วงตุลาคม 2025 แต่ Microsoft ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บางราย โดยเฉพาะผู้ที่เข้าใจการตั้งค่าระบบระดับสูง สามารถใช้ “เทคนิคเล็กน้อย” เพื่อรับการอัปเดตความปลอดภัยต่อไปอีก 1 ปี

นั่นอาจช่วยให้ผู้ใช้ Windows 10 ที่ยังไม่พร้อมอัปเกรดสามารถเลื่อนการเปลี่ยนระบบไปได้ถึงปลายปี 2026 ก่อนจะต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อกับ Windows 11 หรือรอ Windows 12


แนวโน้มในอนาคตของ Windows และบทสรุป

จากการเปลี่ยนแปลงรอบนี้ สะท้อนให้เห็นว่า Microsoft อาจต้องการใช้เวลาในการพัฒนา Windows 12 ให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยไม่เร่งปล่อยออกมาก่อนที่ Windows 11 จะหมดอายุการสนับสนุนใหม่ที่กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ปลอดภัยและเหมาะสมในช่วงที่เทคโนโลยี AI และระบบประมวลผลสมัยใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การใช้ Windows 11 ต่อไปจนถึงปี 2027 ก็ถือว่ายังเพียงพอทั้งในแง่ความปลอดภัยและฟีเจอร์การใช้งาน ขณะเดียวกันก็มีเวลามากพอในการรอดูความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นใน Windows 12 รุ่นถัดไป


หากคุณยังใช้งาน Windows 10 อยู่ ก็ควรเริ่มวางแผนเตรียมพร้อมการเปลี่ยนผ่านไว้ล่วงหน้า เพราะเมื่อตุลาคม 2025 มาถึง ทางเลือกของคุณจะมีเพียง Windows 11 หรือไม่ก็ต้องรอ Windows 12 ซึ่งอาจมาในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว

ที่มา: notebookcheck

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ภาพรวมของ Windows 11 ช่วงนี้พูดตรง ๆ คือ “เหนื่อยใจ” สำหรับผู้ใช้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอัปเดตที่พังเป็นระยะ ระบบที่ช้าลงในบางจุด หรือฟีเจอร์ใหม่ที่หลายคนรู้สึกว่าไม่ได้ร้องขอ แต่กลับถูกดันเข้ามาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะฝั่ง AI จนเกิดแรงตีกลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจนั้น Microsoft ออกมาส่งสัญญาณว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่ทีม Windows...

IT NEWS

อัปเดตดีลล่าสุด Apple ยืนยันซื้อ QAI จริง มูลค่าประเมินระดับ “หมื่นล้านบาท” Apple ยืนยันกับ Reuters ว่าได้เข้าซื้อกิจการ QAI (Q.ai) สตาร์ทอัพจากอิสราเอล ที่ทำเทคโนโลยี AI ด้านเสียง และการรู้จำคำพูด โดย Apple ไม่ได้เปิดเงื่อนไขทางการเงินอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวประเมินมูลค่าดีลไว้ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์...

IT NEWS

สรุปสั้น ๆ ก่อน: KB5074105 คืออัปเดตแบบไหน Microsoft ปล่อย อัปเดตแบบไม่ใช่ความปลอดภัย (non-security) และเป็น “Preview” สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 โดยระบุวันปล่อยเป็น 29 มกราคม 2026 พร้อมหมายเลขบิลด์ 26100.7705...

IT NEWS

เกริ่นให้เข้าใจภาพรวมก่อน: iGPU เหมือนกัน แต่ “กรอบพลังงาน” คนละโลก การเทียบครั้งนี้น่าสนใจตรงที่เป็นโน้ตบุ๊กสายทำงานจอ 14 นิ้วเหมือนกัน แต่ใช้แพลตฟอร์มคนละแนวชัดเจน จุดสำคัญคือ Radeon 8060S ทำงานบน “เพดานพลังงาน” ที่สูงกว่า จึงไม่แปลกที่ทำคะแนนดีกว่าในหลายบททดสอบ แต่สิ่งที่ต้องดูควบคู่กันคือ “แรงขึ้นเท่าไร แลกกับการกินไฟ/ความร้อน/ความหนาหนักแค่ไหน” เพราะสุดท้ายมันสะท้อนถึงการใช้งานจริง ทั้งแบตเตอรี่และความพกพา Advertisement สรุปผลเร็ว:...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก