
Sapphire เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน Computex 2025 ชูเทคโนโลยี PhantomLink “BTF” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม BTF ที่กำลังได้รับความนิยมในเวลานี้ พร้อมกับนำทัพผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมกราฟิกการ์ด Radeon RX 9000 series, เมนบอร์ด AM5 Nitro+, มินิพีซี Edge AI และดีไซน์ของ RX 9060 XT เอามาอวดโฉมกันในงานนี้ด้วย
BTF และ PhantomLink คืออะไร?
ระบบ BTF (Back To the Future) เป็นแนวคิดในการออกแบบฮาร์ดแวร์ที่ซ่อนขั้วต่อและสายเคเบิลไว้ด้านหลังของเมนบอร์ดหรือกราฟิกการ์ด เพื่อให้ภายในเคสคอมพิวเตอร์ดูสะอาดและเรียบร้อยยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการสายเคเบิลและเพิ่มความสวยงามให้กับระบบ PhantomLink เป็นเทคโนโลยีของ Sapphire ที่ใช้ขั้วต่อ 600W ซึ่งคล้ายกับทางคู่แข่งที่ ใช้เป็นแบบ BTF เช่นเดียวกัน เป้าหมายเพื่อสนับสนุนมาตรฐานนี้และให้ผู้ใช้มีรูปแบบการใช้งานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องต่อสายให้วุ่นวาย

กราฟิกการ์ด Radeon RX 9070 XT Nitro+ PhantomLink Edition
ผลิตภัณฑ์หลักหนึ่งคือกราฟิกการ์ด Radeon RX 9070 XT Nitro+ PhantomLink Edition ซึ่งเป็นรุ่นพรีเมียมในไลน์อัพ Nitro+ ของ Sapphire กราฟิกการ์ดนี้มาพร้อมกับระบบระบายความร้อนแบบสามพัดลมสีทอง ซึ่งช่วยให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพสูง มีความเร็วคล็อกสูงสุดถึง 3060 MHz เหมาะสำหรับการเล่นเกมและงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังมีขั้วต่อ 16-pin ที่ด้านหลัง ซึ่งซ่อนอยู่ใต้ backplate (แผ่นปิดด้านหลัง) อย่างแนบเนียน โดย backplate นี้มีระบบล็อคแม่เหล็ก ทำให้ดูเรียบร้อยและสวยงาม
Sapphire Nitro+ X870EA Wi-Fi PhantomLink Edition
Sapphire Nitro+ X870EA Wi-Fi PhantomLink เป็นเมนบอร์ดระดับสูงที่ Sapphire เปิดตัวในงาน Computex 2025 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่ไทเป ไต้หวัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัพ AM5 ที่เน้นการสนับสนุนเทคโนโลยี Back To the Future (BTF) ผ่านคอนเน็กเตอร์ PhantomLink ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยี GC-HPWR ของ ASUS มาใช้เพื่อลดความรกของสายเคเบิลในเคสคอมพิวเตอร์

ข้อมูลทั่วไปและสเปคเทคนิค
เมนบอร์ดนี้มีฟอร์มแฟกเตอร์ ATX รองรับซ็อกเก็ต AMD AM5 สำหรับโปรเซสเซอร์ Ryzen 7000 และ 9000 series ซึ่งเหมาะสำหรับการอัพเกรดระบบคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ รองรับหน่วยความจำ DDR5 สูงสุด 256 GB ผ่านสล็อต DIMM สี่ช่อง โดยสนับสนุนเทคโนโลยี EXPO และ XMP สำหรับการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำ

ในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล มีสล็อต M.2 สองช่องที่รองรับ PCIe 5.0 x4 และอีกสองช่องรองรับ PCIe 4.0 x4 รวมถึงพอร์ต SATA III สี่พอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อฮาร์ดไดรฟ์แบบดั้งเดิม สล็อต PCIe ประกอบด้วย 1 ช่อง PCIe 5.0 x16 และ 2 ช่อง PCIe 4.0 x4 (ในตำแหน่งสล็อต x16 ด้านล่าง)
จุดเด่นหลักของเมนบอร์ดนี้คือการสนับสนุนคอนเน็กเตอร์ PhantomLink ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ BTF ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตหลายราย รวมถึง Sapphire คอนเน็กเตอร์นี้ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกราฟิกการ์ดกับเมนบอร์ดได้โดยไม่ต้องใช้สายเคเบิลที่มองเห็นได้ ช่วยให้ภายในเคสดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้น โดยสามารถถอดคอนเน็กเตอร์ได้หากเมนบอร์ดไม่รองรับการเดินสายด้านหลัง
ในส่วนของพอร์ต IO มีพอร์ต USB หลากหลายทั้งที่แผงหน้าและด้านหลัง ได้แก่:
- แผงหน้า: USB 2.0 จำนวน 4 พอร์ต, USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.2 Gen2 Type-C หนึ่งพอร์ต
- ด้านหลัง: USB 2.0 จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.2 Gen1 Type-A จำนวน 4 พอร์ต, USB 3.2 Gen2 Type-A จำนวน 4 พอร์ต, USB 4 Type-C จำนวน 2 พอร์ต
นอกจากนี้ยังมีพอร์ต LAN หนึ่งพอร์ต, ขั้วต่อเสาอากาศ Wi-Fi สองช่อง, แจ็คเสียงสองช่อง และปุ่ม One-click Clear CMOS กับ flash BIOS ที่ IO ด้านหลัง ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน
เมนบอร์ดระดับกลางและกราฟิกการ์ดรุ่นอื่นๆ
นอกจากรุ่นพรีเมียม Sapphire ยังเปิดตัวเมนบอร์ดระดับ mainstream และราคาประหยัดในซีรีส์ B850 และ B650 รวมทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่ Nitro+ B850M Wi-Fi, PULSE B850MP Wi-Fi, PULSE B650MP Wi-Fi และรุ่นที่ไม่มี Wi-Fi ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพในระดับกลางในราคาที่เข้าถึงได้

สำหรับกราฟิกการ์ดยังมี Radeon RX 9060 XT ในรุ่น Nitro+ (ไม่มีพอร์ต PhantomLink) และรุ่น PULSE มาตรฐาน ซึ่งเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการกราฟิกการ์ดที่มีประสิทธิภาพในระดับที่ต่ำกว่า
มินิพีซี Edge AI
สุดท้ายคือซีรีส์ Sapphire Edge AI ซึ่งเป็นมินิพีซีที่ใช้ APU AMD Ryzen AI 300 series (หรือ Krackan Point) ให้ประสิทธิภาพ AI สูงสุดถึง 50 TOPS (Tera Operations Per Second) ซึ่งเป็นหน่วยวัดประสิทธิภาพการประมวลผล AI มินิพีซีนี้มีสเปคที่น่าสนใจ ได้แก่:

- หน่วยความจำ DDR5 16 GB
- SSD NVMe 1 TB
- ขนาดกะทัดรัดเพียง 117x111x30 มม.
- พอร์ต IO หลากหลาย รวมถึง USB 4.0, HDMI, DP, และ LAN 2.5 GbE
จุดเด่นคือมีฝาด้านบนที่ถอดออกได้ง่าย ด้วยการดีไซน์แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ (tool-less design) ทำให้สามารถอัพเกรดหน่วยความจำได้สูงสุด 96 GB และ SSD ได้สูงสุด 4 TB นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มการ์ด NPU (Neural Processing Unit) แบบ discrete เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI ได้สูงถึง 130 TOPS ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่ต้องการการประมวลผล AI ในสถานที่ (edge computing) เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์หรือการใช้งาน IoT
ตารางสรุปสเปคหลัก
| ผลิตภัณฑ์ | สเปคหลัก |
|---|---|
| Radeon RX 9070 XT Nitro+ | 3 พัดลม, ความเร็วคล็อก 3060MHz, ขั้วต่อ 16-pin ด้านหลัง, ล็อคแบบแม่เหล็ก |
| Nitro+ X870EA Wi-Fi | ATX, DDR5 256 GB, PCIe 5.0 x16, USB 4 Type-C, Wi-Fi |
| เมนบอร์ด B850/B650 | 6 รุ่น, รวม Wi-Fi และ non-Wi-Fi, ระดับกลาง-ราคาประหยัด |
| Radeon RX 9060 XT | รุ่น Nitro+ (ไม่มี PhantomLink), PULSE มาตรฐาน |
| Edge AI Mini PC | AMD Ryzen AI 300, 50 TOPS, DDR5 16 GB, SSD 1 TB, อัพเกรดได้สูงสุด |
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในงาน Computex 2025 ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงนำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ ไม่เพียงระบบ BTF เท่านั้น แต่ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ เสริมเข้ามาให้กับเกมเมอร์และผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ประกอบเคส จะได้ดีไซน์เครื่องให้มีความสวยงามและสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น ลดเวลาในการจัดเก็บสาย และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ดีขึ้นกว่าเดิม
รวมถึงการพัฒนามินิพีซีที่มีความสามารถด้าน AI ตอบโจทย์การใช้งานในยุคที่การประมวลผล AI กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้มากขึ้น
Sapphire ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านกราฟิกการ์ด เมนบอร์ด และมินิพีซีที่มีความสามารถด้าน AI ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญในวงการเทคโนโลยีปัจจุบัน





