Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

PR-News

Intel ประกาศเปิดใช้งานใหม่สำหรับ AI PC เพื่อนักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์

การเปิดใช้งานโปรแกรมเร่งความเร็วสำหรับ AI PC ของอินเทลในครั้งนี้ ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้จัดจําหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISV) เข้าถึงการใช้ประโยชน์จาก AI บนพีซี กว่า 300 ฟีเจอร์

AI PC Developer Program 1 1
AI PC dev program infographic

บริษัท Intel Corporation ได้ประกาศการริเริ่มโครงการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่สองโครงการโดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ AI PC Acceleration โดยโปรแกรม AI PC Developer และการเพิ่มผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์อิสระเข้าสู่โครงการครั้งนี้ นี่ถือเป็นสิ่งสำคัญของอินเทลในการเปิดใช้งานซอฟต์แวร์ไคลเอนต์และระบบนิเวศของฮาร์ดแวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเปิดใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) บน AI PC ซึ่งขับเคลื่อนโดย Intel กว่า 100 ล้านเครื่อง ภายในปี 2025

Advertisement

“การขยายเชิงกลยุทธ์ของโปรแกรม AI PC Acceleration ในครั้งนี้ อินเทลมุ่งสร้างการเข้าถึงที่เรียบง่ายให้แก่เหล่านักพัฒนาหลากหลายประเภท โดยการจัดหาเครื่องมือ ทรัพยากร และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างระบบนิเวศของนักพัฒนา AI PC ให้มีชีวิตชีวา” Carla Rodriguez รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Client Software Ecosystem Enabling ของอินเทล กล่าวความสามารถของโปรแกรมใหม่: โปรแกรม AI PC Developer ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะเพื่อนักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISV) เพื่อมอบประสบการณ์ที่ราบรื่น และทำให้นักพัฒนาสามารถนำเทคโนโลยี AI ใหม่มาใช้ในวงกว้างได้อย่างง่ายดาย การเข้าถึงชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาก่อนใคร รวมถึงฮาร์ดแวร์ของอินเทลที่ขับเคลื่อนโดยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra, Pre-installed ซอฟต์แวร์ Stack, เครื่องมือและเวิร์กโฟลว์, เฟรมเวิร์กการปรับใช้ AI, โค้ดตัวอย่าง, กรณีใช้งาน, กิจกรรม, ผู้เชี่ยวชาญ และนวัตกรรม Intel Developer Zone

นวัตกรรม Intel Developer Zone ได้รับการพัฒนาให้เป็น One-stop shop สำหรับนักพัฒนาในการเข้าถึงชุดเครื่องมือ AI PC สำหรับลูกค้า เอกสาร และการฝึกต่าง ๆ โดยทรัพยากรเหล่านี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra ได้อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน AI และ machine learning (ML) อย่างสูงสุด และเร่งการใช้งานของเคสใหม่ โดยนักพัฒนาสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโปรแกรมและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของโปรแกรมได้ผ่านทางเว็บไซต์ของอินเทล

การเพิ่มจำนวนผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์อิสระ (IHV) เข้าสู่โครงการ AI PC Acceleration ในครั้งนี้ช่วยให้พันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์มีโอกาสเตรียมพร้อม ปรับแต่ง และเพิ่มประสิทธิภาพ ฮาร์ดแวร์ของตนสำหรับ AI PC อีกทั้งพันธมิตรอื่น ๆ ที่ผ่านการรับรองจะสามารถเข้าถึง Open Labs ของ Intel ซึ่งพวกเขาจะได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคและการพัฒนาร่วมกันในด้านวิศวกรรมในช่วงแรกของการพัฒนาโซลูชันฮาร์ดแวร์และแพลตฟอร์มของตน นอกจากนี้ อินเทลยังได้จัดเตรียมฮาร์ดแวร์อ้างอิงเพื่อให้พันธมิตรผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์อิสระ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมงสามารถทดสอบและเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีของตนเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อถึงเวลาที่เปิดตัว

“อินเทล ได้รับผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์ 150 รายทั่วโลกเข้าร่วมในโครงการ AI PC Accelerator โดยเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะขยายโซลูชันฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ก้าวล้ำของเราเพื่อดันแรงผลักดันนี้ไปสู่ระบบนิเวศที่เปิดกว้างของนักพัฒนาของเรา” Matt King ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Client Hardware Ecosystem ของอินเทล กล่าว

 ผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์อิสระ (IHV) สามารถลงทะเบียนเข้าสู่โครงการ AI PC Acceleration ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของอินเทล

สาระสำคัญ: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของผู้คนในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน การเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ผลงาน ด้วยซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการปรับแต่งซึ่งขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มระดับแนวหน้าของอินเทล ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หน่วยประมวลผลประสาท (NPU) และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ด้วย AI PC ซึ่งอินเทลได้ร่วมมือกับพันธมิตรมากมายพร้อมให้ระบบนิเวศที่เปิดกว้างเพื่อช่วยให้ user สามารถสัมผัสกับประสิทธิภาพ ผลผลิต นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รับการพัฒนา ทั้งนี้อินเทลกำลังขับเคลื่อนความก้าวหน้าในยุค AI PC พร้อมทั้งเสริมศักยภาพในการพัฒนาให้กับบริษัทผู้พัฒนาระบบ ผู้จัดจําหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISV) และผู้จัดจําหน่ายฮารด์แวร์อิสระ (IHV)

อินเทลมอบคุณค่าเพิ่มเติมให้แก่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ อาทิ

  • ปรับปรุงความเข้ากันได้: ด้วยการเข้าถึงชุดนักพัฒนา เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ และทรัพยากรซอฟต์แวร์ก่อนใคร นักพัฒนาสามารถมั่นใจได้ว่าซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันของพวกเขาสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นบนโปรเซสเซอร์ของอินเทลรุ่นล่าสุด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเข้ากันได้และประสบการณ์ผู้ใช้โดยรวม 
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: การเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์สำหรับสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ในช่วงต้นของกระบวนการพัฒนาจะสามารถนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล และให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นหลังจากการเข้าถึง AI PC อย่างแพร่หลาย
  • การขยายขอบเขตระดับโลก:  ความร่วมมือของอินเทลและเหล่าพันธมิตรในระบบนิเวศที่เปิดกว้างในใช้งาน AI ครั้งนี้จะช่วยขยายโอกาสในการนำเสนอระบบนิเวศ การเข้าสู่ตลาดใหม่และการเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ อินเทลยังมีการนำเสนอชุดเครื่องมือที่หลากหลายสำหรับนักพัฒนา AI เพื่อเร่งการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์มากกว่า 300 รายการที่จะนำออกสู่ตลาดด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra ผ่านการออกแบบจากผู้ผลิตอุปกรณ์ 12 รายทั่วโลก รวม 230 ดีไซน์

เกี่ยวกับ โปรแกรม AI PC Acceleration: โปรแกรม AI PC Acceleration ประกาศเปิดตัวช่วงเดือนตุลาคม 2023 โดยมีจุดมุ่งหมายในการเชื่อมโยงผู้จัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์อิสระและผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระเข้ากับทรัพยากรของอินเทล ซึ่งประกอบด้วย เครื่องมือสำหรับปัญญาประดิษฐ์ การฝึกอบรม วิศวกรรมร่วม การเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ทรัพยากรการออกแบบ ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค การตลาดร่วม และโอกาสในการขาย

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

รีวิว Dell

DELL XPS 13 DX13260 บางเบาถูกใจสายเดินทาง สเปคพรีเมียมเพื่อสายธุรกิจตัวจริง! จุดเด่นของพรีเมียมโน้ตบุ๊ก Dell ตระกูล XPS “eXtreme Performance System” รุ่น DELL XPS 13 DX13260 จะเน้นเรื่องความแข็งแรงทนทานและสวยเรียบหรูเป็นประเด็นแรก จึงได้เห็นโน้ตบุ๊กทำงานเครื่องบางเฉียบเกือบเสมอกับแท็บเล็ตและเบาเพียง 1 กก. กับดีไซน์สวยเรียบง่ายดูมีระดับเพื่อเสริมบุคลิควัยทำงานที่ต้องพกโน้ตบุ๊กไปพบลูกค้าและเข้าประชุมเป็นประจำ ถ้าเกิดปัญหาก็มีบริการหลังการขายมาคอยดูแลถึงที่ให้งานยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบลื่น...

Special Story

ชิปเซ็ต NVIDIA RTX Spark ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ยุคที่ผู้คนหันมาใช้ AI Model ต่างๆ เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานยุ่งยากและเรื่งจิปาถะในชีวิตประจำวันลงไป ไม่ว่าจะเป็น Chatbot หรือ Agent Model ก็ตาม ให้ผู้ใช้ได้โฟกัสกับงานและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ได้มากขึ้น แถมลดชั่วโมงการทำงานจากหลักร้อยหรือพันชั่วโมงให้เหลือไม่กี่สิบชั่วโมงโดยไม่ต้องรอรีเซ็ต Token ให้งานสะดุดอีกด้วย ซึ่งชิปเซ็ตตัวนี้ NVIDIA เคลมว่ามันรองรับโมเดลขนาดใหญ่ถึง 120B (120...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก