Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

PR-News

เมื่อผู้มีภาวะตาบอดสีมีอยู่จำนวนไม่น้อย แล้วเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถช่วยเหลือคนทำงานได้อย่างไร?

โลกการทำงานหลังยุคโควิทได้เปลี่ยนไปจากเดิม มีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อเราใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กันยาวนานขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท และองค์กรต่างๆ ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมกายและใจ (Wellness)

image001

โลกการทำงานหลังยุคโควิทได้เปลี่ยนไปจากเดิม มีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อเราใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กันยาวนานขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท และองค์กรต่างๆ ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมกายและใจ (Wellness) และเริ่มตระหนักถึงการทำงานที่มากเกินไป ทั้งภาระและหน้าที่ที่พนักงานต้องรับผิดชอบกันมากขึ้น นับเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรจะเริ่มพิจารณาผลกระทบด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ของพนักงานตนเองเป็นที่คาดการณ์ว่าประชากรโลกกว่า 300 ล้านคนมีภาวะการบกพร่องทางการมองเห็นสีต่างๆหรือที่เรียกว่าตาบอดสีนั่นเอง ผู้ชาย 1 ใน 12 คน (8%) และ ผู้หญิง 1 ใน 200 คน (0.5%) ประสบปัญหาเรื่องตาบอดสี และสำหรับประเทศไทยนั้น คาดว่ามีคนเป็นตาบอดสีประมาณ 2,600,000 คน
กลุ่มคนทำงานที่มีภาวะตาบอดสีมักจะถูกมองข้าม และต้องพบเจอกับปัญหาในการทำงาน โดยขาดความเข้าใจที่มีต่อภาวะของพวกเขาที่สิ่งแวดล้อมต่างๆได้รับการออกแบบมาสำหรับคนปกติทั่วไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และในหน้าที่การงาน

ภาวะตาบอดสีในสถานที่ทำงาน

การเกิดตาบอดสีนั้นมีหลายสาเหตุด้วยกัน สาเหตุที่พบได้บ่อยคือสาเหตุจากกรรมพันธุ์ โดยเฉพาะจากแม่สู่บุตรชาย อีกจำนวนหนึ่งเกิดจากความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นมาภายหลัง อาทิ โรคเบาหวาน, โรคเอ็มเอส ซึ่งเกิดจากการอักเสบของปลอกประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง, การเสื่อมลงของจอประสาทตา และผลข้างเคียงจากยา หรือสารเคมี
ภาวะตาบอดสีได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานในหลากหลายอาชีพ สำหรับตัวพนักงานหรือลูกจ้างเองก็ต้องพบกับความท้าทายในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่นการเข้าเว็บไซต์, การสร้างเอกสารสเปรทชีท, การนำเสนองาน เป็นต้น ผู้มีภาวะตาบอดสีอีกจำนวนหนึ่งยังต้องเจอกับปัญหาในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีต่างๆ
ด้วยเหตุนี้เอง การดูแลพนักงานที่มีภาวะตาบอดสีนับเป็นเรื่องสำคัญที่บริษัทไม่ควรมองข้าม เป็นที่คาดการณ์ว่าทุกองค์กรที่มีพนักงานชายมากกว่า 12 คน จะมีพนักงานอย่างน้อย 1 คน ที่มีภาวะตาบอดสี และยังไม่นับรวมถึงบุคคลที่เราอาจต้องติดต่องานด้วย อาจจะเป็นลูกค้า หรือซัพพลายเออร์ต่างๆ ซึ่งกว่า 4.5% ของคนเหล่านั้นอาจมีภาวะตาบอดสีด้วยเช่นกัน อุปกรณ์ที่เลือกใช้ในการทำงานจึงต้องเหมาะกับทุกคน

Advertisement

เริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีที่ใช่

เทคโนโลยีจอภาพแบบ OLED นั้นอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้มีภาวะตาบอดสี เนื่องจากสเปกตรัมสี RGB (สีแดง เขียว และน้ำเงิน) ของจอภาพ OLED นั้นสามารถให้ความละเอียดสีได้กว้างและมากกว่าหน้าจอ LCD ด้วยการสะท้อนของแสงที่แคบกว่า และสามารถทำได้ดีกว่าแผ่นกรองสี LCD ทั่วไป

Colour Vision Deficiency 4

หน้าจอ OLED ยังเป็นจอแสดงผลเปล่งแสงที่สามารถควบคุมความสว่างของแต่ละพิกเซลได้ เนื่องจากสามารถควบคุมความอิ่มตัว (Saturation) หรือความเข้มของสีหลัก RGB ได้อย่างอิสระ จึงสามารถแสดงค่าสีที่สมบูรณ์ที่สุด และยังสามารถปรับเทียบสีสำหรับผู้ใช้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นสีอีกด้วย เทคโนโลยีจอภาพ OLED จะให้สีที่ใกล้เคียงและสมจริงที่สุดสำหรับผู้ที่มีสายตาปกติ และสำหรับผู้ที่มีภาวะตาบอดสี ไม่ว่าจะเป็นภาวะตาบอดสีแดง หรือตาบอดสีเขียว ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนมากของผู้มีภาวะตาบอดสี เทคโนโลยีจอ OLED จะช่วยให้พวกเขามองเห็นสีเพิ่มขึ้น และแยกแยะสีได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

Colour Vision Deficiency 3 1


ASUS บริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำระดับโลก นับเป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊กหน้าจอ OLED สู่ท้องตลาด และได้ต่อยอดแตกไลน์สินค้าโน้ตบุ๊กหน้าจอ OLED ครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งาน พร้อมแนะนำโน้ตบุ๊กสำหรับคนทำงานอย่าง ASUS Zenbook S13 OLED ซึ่งนอกจากจะมาพร้อมหน้าจอ ASUS Lumina OLED ที่ให้สีสันสวยสดใส พร้อมการแสดงช่วงสีที่กว้างเป็นพิเศษ และให้ค่าคอนทราสต์ที่สูงถึง 1,000,000:1 ให้สีดำลึก ดูมีมิติสมจริง ยังโดดเด่นเรื่องการพกพา เป็นโน้ตบุ๊กขนาด 13.3 นิ้วที่บางที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊กธุรกิจ ASUS Expertbook B9 OLED เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่เน้นเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล มาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยระดับองค์กรครอบคลุม

Zenbook S 13 OLED UX5304 Scenario photo 01

นับเป็นเรื่องดีที่เทคโนโลยีได้เข้ามาเพิ่มโอกาสในการทำงานที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสายตาปกติ หรือผู้มีภาวะบกพร่องทางการมองเห็น โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ที่บริษัทจำนวนมากขึ้นได้หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness) อีกด้วย

ติดตามข้อมูลข่าวสารและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND
ASUS Online Store: https://www.asus.com/th/store/
ASUS Official Store บน Shopee: https://bit.ly/2UEpBCb
ASUS Official Store บน Lazada: https://bit.ly/2UBBmcJ

Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

PR-News

ROG Rapture GT-BN98 Series และ ASUS ZenWiFi BN12 พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนตุลาคม ASUS ตอกย้ำความเป็นผู้นำในยุคเครือข่ายยุคใหม่ ประกาศวางจำหน่าย ROG Rapture GT-BN98 Series ในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นเราเตอร์ Quad-Band WiFi 8 ตัวแรกและตัวเดียวในโลกที่จะวางจำหน่ายผ่านหน้าร้าน ณ ขณะนี้...

PR-News

ROG 20 Years of Celebrate การร่วมมือกันระหว่าง ROG และ AIS ร่วมฉลองปีพิเศษของ ROG เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ AIS Siam โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ ชุดอุปกรณ์ ROG Edtion 20 ที่ให้แฟนๆ ROG...

Buyer's Guide

เกมมิ่งเมาส์ไร้สายกลายเป็นเกมมิ่งเกียร์มาตรฐานคู่กับเกมมิ่งคีย์บอร์ดแล้ว ปัจจุบันราคาก็ถูกลงมากจนมีเงินหลักร้อยหรือพันบาทต้นๆ ก็ซื้อมาใช้ได้แล้ว แถมเลือกวิธีเชื่อมต่อได้หลายแบบไม่ว่าจะใช้สาย USB-C ต่อใช้งานไปชาร์จไปจนเต็มแล้วถอดสายเปลี่ยนไปใช้ USB RF 2.4 GHz ไม่ให้สายมารั้งเกะกะเพื่อให้เล่นเกมสะดวกขึ้นแถมมีโหมด Bluetooth ให้ใช้เวลาทำงานเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการเชื่อมต่อแล้วเกมมิ่งเมาส์ไร้สายในยุคนี้ก็แข่งกันว่าใครจะลดน้ำหนักว่าลงไปได้เบาที่สุดเพื่อให้เกมเมอร์กวาดมือง่ายแล้วแขนล้าน้อยลงด้วย ซึ่งน้ำหนักในตอนนี้เบาสุดเพียง 35 กรัม ส่วนรุ่นทั่วไปจะยืนพื้นกันช่วง 50~80 กรัม ขึ้นอยู่ว่าผู้ผลิตใช้วัสดุอะไรมาขึ้นรูปเป็นบอดี้เมาส์เช่นกัน นอกจากฟีเจอร์ของเกมมิ่งเมาส์ไร้สายจากผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ แล้ว หากมีโอกาสได้จับเมาส์ตัวจริงสักครั้งไม่ว่าจะในงาน...

Buyer's Guide

พอซื้อหรือ MacBook เครื่องใหม่มาแล้ว ใครๆ ก็มักคิดจะช็อปปิ้งอุปกรณ์เสริม MacBook มาใช้คู่กันก็ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะตอนนั่งทำงานประจำโต๊ะแล้วพ่วงหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเข้าไปจนกลายเป็นพีซีให้ทำงานสะดวกขึ้นได้ แถมเวลาพกไปไหนก็หยิบออกมาต่อใช้เปลี่ยนให้กลายเป็นโต๊ะทำงานนอกสถานที่ได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ผลิตหลายแบรนด์สร้างอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ตามชอบแถมราคาต่อชิ้นก็ไม่กี่ร้อยหรือพันบาทก็หามาใช้ได้แล้ว ถ้าเปลี่ยนมาใช้โน้ตบุ๊ค Windows รุ่นที่มีพอร์ต USB-C Full Function หรือ Thunderbolt ก็เอามาต่อใช้ได้ไม่เสียเงินฟรีแน่นอน แถมเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นไปอีก เหตุผลว่าทำไมควรซื้ออุปกรณ์เสริม MacBook นั่นเพราะทุกรุ่นแถมแค่สาย...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก