Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

MSI PRO DP180 เดสก์ท็อปพีซีที่ได้รับการันตี NVIDIA Studio ว่ามีประสิทธิภาพดีต่องานครีเอทีฟที่สุด

MSI PRO DP180

MSI บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำระดับโลกเปิดตัว PC ใหม่ รุ่น MSI PRO DP180 พีซีรุ่นใหม่หัวใจ Intel 13th Gen กับการ์ดจอ NVIDIA ติดต้้งไดรเวอร์ NVIDIA RTX Studio มาในตัว จัดเป็นพีซีที่เหมาะสำหรับทำงานสายครีเอเตอร์และ 3D ต่างๆ เป็นอย่างมาก

MSI PRO DP180 แรงระดับสตูดิโอในขนาดเล็กๆ พร้อมไดรเวอร์ NVIDIA STUDIO

MSI PRO DP180

PRO DP180 เซ็ตสเปคมาเพื่อสายทำงานกราฟิคโดยเฉพาะ จับคู่ซีพียู Intel Core i7-13700 กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 ใช้ไดรเวอร์ NVIDIA STUDIO ที่ปรับจูนมาเป็นพิเศษเพื่อให้ทำงานสายกราฟิคได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ Workflow การทำงานดีขึ้นและยังเรนเดอร์วิดีโอความละเอียด 8K, Ray Tracing รวมถึงทำงาน AI ได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น ช่วยให้ครีเอเตอร์, คนทำงานสายอาร์ทรวมไปถึงงาน 3D ได้อย่างไหลลื่น

Advertisement

ภายใน PRO DP180 ติดตั้งแรม 64GB DDR4 มาให้ เชื่อมต่อ LAN ได้ 2 ช่อง แยกเป็น 2.5G กับ 1G รวมถึง Wi-Fi 6E ได้อีกด้วย มีพอร์ต USB-A 3.2, USB-C, SD Card Reader ติดตั้งมาให้พร้อมชิปรักษาความปลอดภัย TPM 2.0 ในตัว ช่วยรักษาความปลอดภัยข้อมูลและรหัสผ่านต่างๆ ได้และมีช่อง Kensington Lock ไว้ป้องกันตัวเครื่องถูกลักขโมยสูญหายได้

นอกจากนี้ยังปรับตั้งค่าตัวเครื่องด้วยโปรแกรม MSI Center และเซฟไฟล์งานขึ้นออนไลน์ในระบบ Cloud ได้ด้วยโปรแกรม MSI Cloud Center เพื่อถ่ายโอนย้ายไฟล์ระหว่าง PC, Android, iOS ได้โดยสะดวกอีกด้วย สามารถดาวนโหลดได้ที่นี่

MSI PRO DP180

นอกจากนี้ทาง MSI ยังเผยสเปคออกมาเพิ่มเติมด้วย ว่านอกจากรุ่นสูงสุดซีพียู Intel Core i7-13700 แล้ว ยังมีรุ่นเริ่มต้นราคาประหยัดอย่าง Intel Core i3-13100 ให้เลือกด้วย ส่วนราคาเปิดตัว ณ ตอนนี้อยู่ราว 1,500 ดอลลาร์ หรือราว 50,000 บาท ในฐานะที่เป็นพีซีสำเร็จรูปที่สร้างมาเพื่อครีเอเตอร์โดยเฉพาะก็ถือว่าราคาไม่แพงเกินไป หากใครหาพีซีไว้ทำงานสักเครื่องก็น่าลงทุนเช่นกัน

ที่มา : TechPowerUp

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

IT NEWS

Minisforum ผู้ผลิตมินิพีซี (Mini PC) ชั้นนำ ประกาศเปิดตัว AtomMan G1 Pro รุ่นปรับปรุงใหม่ (รหัส AtomMan G1 Pro-89A6) ที่มาพร้อมตัวเลือกการ์ดจอแยกฝั่งแดงอย่าง AMD Radeon RX 9060 XT 16GB เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากรุ่นเดิมที่ใช้งานกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce...

Buyer's Guide

สำหรับเกมเมอร์มือใหม่ที่กำลังมองหา คอมเล่นเกมราคาไม่เกิน 50000 บาท เพื่อเริ่มต้นสำหรับเล่นเกมอย่างจริงจัง งบประมาณระดับนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้มค่าสำหรับคอมสเปกแรงระดับ Mid-end ให้พร้อมลุยได้ทุกสนามรบ ไม่ว่าจะเป็น เกม AAA ภาพสวยสมจริงที่ต้องการพลังประมวลผลกราฟิกขั้นสูง หรือจะเป็นเกม Action FPS ที่เน้นความลื่นไหลและอัตราเฟรมเรตสูง บทความนี้ได้รวบรวม 6 คอมเล่นเกม ประกอบสำเร็จพร้อมใช้ที่ตอบโจทย์เกมเมอร์มือใหม่ได้อย่างครอบคลุม ให้คุณสามารถปรับกราฟิกในทุกระดับ บนความละเอียด Full HD...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก