Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

กว่า 300 อาชีพเตรียมตกงานหลังก้าวเข้าสู่ยุค AI!

NBS cover image 4.pdf 91

Artificial intelligence หรือเรียกสั้นๆ ว่า AI ในปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้าไปถึงขั้นเขียนโค้ดได้ด้วยตัวเองแล้ว อย่าการมาของ ChatGPT ที่เขย่าวงการแชทบอท ทำให้หลายๆ บริษัทชั้นนำเร่งทำการเปิดตัว AI ของตัวเองออกมาสู่สาธารณะ อย่างเช่น Bing ของ Microsoft Edge, Kunlun Xin จาก Baidu และอื่นๆ อีกมากมายที่ทยอยเปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

จากผลสำรวจของแหล่งข่าว BBC พบว่าการนำ AI มาช่วยในการผลิตสินค้าและบริการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทไปมากกว่า 7% ไม่เพียงเท่านั้นในอนาคตอันใกล้นี้เป็นไปได้ว่าหนึ่งในสี่ของบริษัทในอังกฤษและอเมริกา จะนำ AI มาแทนที่การจ้างงานในอาชีพที่มีอยู่ปัจจุบันและอาชีพใหม่ในอนาคต

Advertisement
AI

มนุษย์ทำได้ AI ก็ทำได้

Michelle Donelan เลขานุการเทคโนโลยีของอังกฤษเคยให้สัมภาษณ์กับสำหนักข่าว The Sun ไว้ว่าสาเหตุที่ทางรัฐบาลอังกฤษลงทุนใน AI มากขึ้นก็เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น และจะไม่ก้าวก่ายการทำงานเดิมที่มีอยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า AI จะไม่ส่งผลกระทบกับพวกเขา

แต่ก็มีผลสำรวจผลกระทบของ AI ในแต่ละภาคส่วนอย่างในงานบริหารได้รับผลกระทับ 46% งานกฎหมายได้รับผลกระทบ 44% งานก่อสร้างได้รับผลกระทบ 6% และงานบำรุงรักษาได้รับผลกระทบ 4% จะเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรก็จะโดนผลกระทบเช่นกัน แม้แต่อาชีพศิลปินก็ยังได้รับความกังวลว่าการสร้างภาพด้วย AI จะส่งผลเสียต่อการจ้างงานของพวกเขา

AI

การมาของ AI สร้างความเปลี่ยนแปลงของรายได้

หากย้อนกลับไปมองเมื่อปี 1940 (ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) จะพบว่ามีอาชีพหายไปกว่า 60% และ 1980 ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้คนต้องตกงานเร็วกว่าเดิม

ทางสำนักข่าว BBC News ได้เข้าไปสัมภาษณ์กับ Carl Benedikt Frey ผู้อำนวยการด้านอนาคตของการทำงานที่ Oxford Martin School, Oxford University เพื่อสอบถามความคิดเห็เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยตัวเขาเองค่อนข้างที่จะเห็นด้วยว่าการมาของ AI จะทำให้หลายๆ อาชีพตกงาน อย่างเช่น ChatGPT ที่เปิดให้ผู้คนเข้าไปใช้งานในการเขียนบทความและเรียงความ ส่งผลให้อาชีพอย่างนักข่าวต้องแข่งขันมากขึ้น ทำให้ค่าจ้างลดลง เว้นเสียแต่ว่าความต้องการในการจ้างงานจะมากขึ้นตามไปด้วย

ยกตัวอย่างกรณีที่เห็นได้ชัดอย่างการเปิดตัวเทคโนโลยี GPS และแพลตฟอร์มอย่าง Uber ทำให้ผู้คนรู้จักถนนทุกสายในลอนดอน ผู้ใช้งานมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการหลายคนจึงต้องยอมลดค่าจ้างลง คิดเป็นประมาณ 10% ตามการวิจัยของ Carl Benedikt Frey ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงๆ คือค่าจ้างน้อยลง ไม่ใช่คนขับน้อยลง และในอนาคตอันใกล้เป็นไปได้ว่าการมาของ AI จะทำให้เกิดผลกระทบดังกล่าวในวงกว้างขึ้น

Torsten Bell (ซีอีโอของ Resolution Foundation) กล่าวว่าข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดคะเนเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นควรจะฟังหูไว้หูก่อน เพราะก็ไม่รู้หลอกว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปในทิศทางไหนหรือจะมีการนำมาปรับใช้กับการทำงานอย่างไร แต่สิ่งที่ควรทำในตอนนี้คือการให้ความสำคัญกับมาตรฐานการครองชีพที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและค่าบริการที่ถูกลง รวมทั้งความเสี่ยงที่จะล้าหลังหากบริษัทและเศรษฐกิจอื่นๆ ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ดีขึ้น

ที่มา: BBC News

Click to comment

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

PR-News

โครงสร้างต้นทุน AI สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นใหม่และ Agentic AI ช่วยขยายขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เริ่มวางกลยุทธ์การปรับใช้ระบบแบบไฮบริดตั้งแต่วันนี้ อาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  หากองค์กรของคุณขยายการใช้งาน AI ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่าง การเปิดให้เข้าถึง AI ในวงกว้างขึ้น ใช้งานมากขึ้น...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก