Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Buyer's Guide

เปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13 ทั้ง 4 รุ่น ควรซื้อหรือรอก่อน อัปเดต 2022

สรุปเปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13 ทั้ง 4 รุ่น เห็นกันชัดๆ ควรซื้อหรือรอต่อไป อัปเดต 2022

เปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13, เปรียบเทียบ iPhone 14 กับ iPhone 13

ภายหลังจากที่เปิดตัว iPhone 14 Series มาแล้ว เชื่อว่าฟีเจอร์ใหม่ๆ นั้น ก็ต้องโดนใจใครหลายๆ คนอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เมื่อรุ่นใหม่ออก รุ่นเก่าก็ลดราคา แถมคนที่ใช้ iPhone 13 Series อยู่ ก็อาจจะลังเลว่าควรอัปเกรดเป็น iPhone 14 Series ดีไหม ทีมงาน NotebookSPEC จึงอยากมาเปรียบเทียบ iPhone 14 กับ iPhone 13 ให้เห็นกันไปเลยชัดๆ ว่าควรเปลี่ยนหรือรอต่อไปดี


เปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13

เปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13, เปรียบเทียบ iPhone 14 กับ iPhone 13

ตารางเปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13

iPhone 14iPhone 14 PlusiPhone 13 MiniiPhone 13
DisplayOLED 6.1″
(Super Retina XDR)
ความละเอียด
2532 x 1170 / 460 ppi

OLED 6.7″
(Super Retina XDR)
ความละเอียด
2778 x 1284 / 458 ppi
OLED 5.4″
(Super Retina XDR)
ความละเอียด
2340 x 1080 / 476 ppi
OLED 6.1″
(Super Retina XDR)
ความละเอียด
2532 x 1170 / 460 ppi
ColorStarlight, Midnight, Blue (เฉดสีใหม่), Purple (เฉดสีใหม่) และ (Product)REDStarlight, Midnight, Blue (เฉดสีใหม่), Purple (เฉดสีใหม่) และ (Product)REDPink, Blue, Green, Midnight, Starlight และ (PRODUCT) REDPink, Blue, Green, Midnight, Starlight และ (PRODUCT) RED
Chipset
A15 Bionic
GPU แบบ 5-core
A15 Bionic
GPU แบบ 5-core
A15 Bionic
GPU แบบ 4-core
A15 Bionic
GPU แบบ 4-core
RAM
6 GB
6 GB
4 GB
4 GB
Memory
128GB / 256GB / 512GB
128GB / 256GB / 512GB
128GB / 256GB / 512GB
128GB / 256GB / 512GB
Rear Camera
Dual Camera กระจกเลนส์ครอบทับด้วย Sapphire Crystal,

เลนส์ Wide 12MP f/1.5 เลนส์ 7 ชิ้น รองรับ OIS แบบ ออปติคัลที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์, 100% Focus Pixel

เลนส์ Ultra-Wide 12MP f/2.4 มุมกว้าง 120 องศา

รองรับ Deep Fusion

รองรับ Photonic Engine
Dual Camera กระจกเลนส์ครอบทับด้วย Sapphire Crystal,

เลนส์ Wide 12MP f/1.5 เลนส์ 7 ชิ้น รองรับ OIS แบบ ออปติคัลที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์, 100% Focus Pixel

เลนส์ Ultra-Wide 12MP f/2.4 มุมกว้าง 120 องศา

รองรับ Deep Fusion

รองรับ
Photonic Engine
Dual Camera กระจกเลนส์ครอบทับด้วย Sapphire Crystal,

เลนส์ Wide 12MP f/1.6 เลนส์ 7 ชิ้น รองรับ OIS, 100% Focus Pixel

เลนส์ Ultra-Wide 12MP f/2.4 มุมกว้าง 120 องศา

รองรับ Deep Fusion
Dual Camera กระจกเลนส์ครอบทับด้วย Sapphire Crystal,

เลนส์ Wide 12MP f/1.6 เลนส์ 7 ชิ้น รองรับ OIS, 100% Focus Pixel

เลนส์ Ultra-Wide 12MP f/2.4 มุมกว้าง 120 องศา

รองรับ Deep Fusion
Front Camera
TrueDepth 12MP f/1.9 ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 60 fps

รองรับ Auto Fucus
TrueDepth 12MP f/1.9 ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 60 fps

รองรับ Auto Fucus
TrueDepth 12MP f/2.2 ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Dolby VisionTrueDepth 12MP f/2.2 ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Dolby Vision
Video4K สูงสุด 60fps / HDR แบบ HDR Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 60 fps

รองรับ Action Mode
4K สูงสุด 60fps / HDR แบบ HDR Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 60 fps

รองรับ Action Mode
4K สูงสุด 60fps / HDR แบบ HDR Dolby Vision 30fps4K สูงสุด 60fps / HDR แบบ HDR Dolby Vision 30fps
NetworkWiFi 6 (มาตรฐาน 802.11ax)
Bluetooth 5.3
3G
4G
5G
Nano-SIM
eSIM (คู่)
WiFi 6
(มาตรฐาน 802.11ax)
Bluetooth 5.3
3G
4G
5G
Nano-SIM
eSIM (คู่)
WiFi 6
Bluetooth 5.0
3G
4G
5G
Nano-SIM
eSIM (คู่)
WiFi 6
Bluetooth 5.0
3G
4G
5G
Nano-SIM
eSIM (คู่)
Battery
ไม่ระบุ
(เล่นวิดีโอได้สูงสุด 20 ชั่วโมง)
ไม่ระบุ
(เล่นวิดีโอได้สูงสุด 26 ชั่วโมง)
ไม่ระบุ
(เล่นวิดีโอได้สูงสุด 17 ชั่วโมง)
ไม่ระบุ
(เล่นวิดีโอได้สูงสุด 19 ชั่วโมง)
– 128GB ราคา 32,900 บาท
-256GB ราคา 36,900 บาท
– 512GB ราคา 45,900 บาท
– 128GB ราคา 37,900 บาท
– 256GB ราคา 41,900 บาท
– 512GB ราคา 45,900 บาท
– 128GB ราคา 25,900 บาท
– 256GB ราคา 29,900 บาท
– 512GB ราคา 37,900 บาท
– 128GB ราคา 29,900 บาท
– 256GB ราคา 33,900 บาท
– 512GB ราคา 41,900 บาท

สเปคดังกล่าวเป็นสเปคอย่างเป็นทางการ ยกเว้น RAM เป็นเพียงข้อมูลจากผู้ใช้งานเท่านั้น

เปรียบเทียบ iPhone 14: ฟีเจอร์ที่มีใน iPhone 14 แต่ไม่มีใน iPhone 13

จากการเปรียบเทียบ iPhone 14 รุ่นธรรมดา ฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่มีใน iPhone 13 มีดังนี้

Advertisement
  • กล้องหน้า TrueDepth พร้อม Auto Focus ด้วย Focus Pixels ช่วยให้ตรวจจับใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น
  • Action Mode ที่ช่วยให้การถ่ายวิดีโอนิ่งขึ้น ดูลื่นไหลยิ่งขึ้น
  • Photonic Engine ที่ช่วยในการปรับปรุงให้ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในที่แสงน้อย
  • Cinematic Mode ที่สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูงถึง 4K สูงสุด 30fps
  • Crash Detection สำหรับการตรวจจับการกระแทก อุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยจะตรวจจับแรงกระแทก เสียงดัง ฯลฯ เพื่อนำว่าวิเคราะห์ และหากอยู่ในระดับของอุบัติเหตุ ไอโฟนจะโทรออกหาเบอร์ฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ
  • Emergency satellite ฟีเจอร์ที่คอยช่วยเหลือผู้ใช้งาน ในกรณีที่อยู่นอกเขคสัญญาณ เช่น ภูเขา, ทะเลทราย ฯลฯ โดยการส่งสัญญาณ SOS ไปผ่านดาวเทียม และเมื่อจับสัญญาณได้ ระบบก็จะส่งพิกัดรวมทั้งเปอร์เซ็นของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ รวมไปถึง Medical ID สำหรับข้อความช่วยเหลือ

เปรียบเทียบ iPhone 14 Pro vs iPhone 13 Pro

ii3

ตารางเปรียบเทียบ iPhone 14 Pro vs iPhone 13 Pro

iPhone 13 ProiPhone 13 Pro MaxiPhone 14 ProiPhone 14 Pro Max
DisplayOLED 6.1″
(Super Retina XDR)
ความละเอียด
2532 x 1170 / 460 ppi

OLED 6.7″
(Super Retina XDR)
ความละเอียด
2778 x 1284 / 458 ppi
OLED 6.1″
(Super Retina XDR)
ความละเอียด
2556 x 1179 / 460 ppi
OLED 6.7″
(Super Retina XDR)
ความละเอียด
2796 x 1290 / 460 ppi
Chipset
A15 Bionic
A15 Bionic
A16 Bionic
A16 Bionic
RAM
6 GB
6 GB
6 GB
6 GB
Memory
128GB / 256GB / 512GB / 1TB
128GB / 256GB / 512GB / 1TB
128GB / 256GB / 512GB / 1TB
128GB / 256GB / 512GB / 1TB
Rear Camera
กล้องหลัง 3 ตัว
เลนส์ Pro Camera กระจกเลนส์ครอบทับด้วย Sapphire Crystal,

เลนส์ Wide 12MP f/1.5 เลนส์ 7 ชิ้น รองรับ OIS, 100% Focus Pixel, 1.4 µm,

เลนส์ Ultra-Wide 12MP f/1.8 มุมกว้าง 120 องศา

เลนส์ Telephoto 12MP f/2.8

มี LiDar Scanner ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้าน AR และเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพให้สวยงามและมีมิติมากยิ่งขึ้น

รองรับ Apple ProRAW, Deep Fusion
เลนส์ Pro Camera กระจกเลนส์ครอบทับด้วย Sapphire Crystal,

เลนส์ Wide 12MP f/1.5 เลนส์ 7 ชิ้น รองรับ OIS แบบ Sensor-Shift, 100% Focus Pixel, 1.7 µm,

เลนส์ Ultra-Wide 12MP f/1.8 มุมกว้าง 120 องศา

เลนส์ Telephoto: 12MP f/2.8

มี LiDar Scanner ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้าน AR และเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพให้สวยงามและมีมิติมากยิ่งขึ้น

รองรับ Apple ProRAW, Deep Fusion
กล้องหลัง 3 ตัว
เลนส์ Pro Camera กระจกเลนส์ครอบทับด้วย Sapphire Crystal,

เลนส์ Wide 48MP f/1.78 เลนส์ 7 ชิ้น รองรับ OIS แบบ ออปติคัลที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์, 100% Focus Pixel

เลนส์ Ultra-Wide 12MP f/2.2 มุมกว้าง 120 องศา

เลนส์ Telephoto 12MP f/2.8

มี LiDar Scanner ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้าน AR และเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพให้สวยงามและมีมิติมากยิ่งขึ้น

รองรับ Apple ProRAW, Deep Fusion, Photonic Engine
เลนส์ Pro Camera กระจกเลนส์ครอบทับด้วย Sapphire Crystal,

เลนส์ Wide 48MP f/1.78 เลนส์ 7 ชิ้น รองรับ OIS แบบ ออปติคัลที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์, 100% Focus Pixel

เลนส์ Ultra-Wide 12MP f/2.2 มุมกว้าง 120 องศา

เลนส์ Telephoto: 12MP f/2.8

มี LiDar Scanner ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้าน AR และเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพให้สวยงามและมีมิติมากยิ่งขึ้น

รองรับ Apple ProRAW, Deep Fusion, Photonic Engine
Front Camera
TrueDepth 12MP f/2.2 ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Dolby Vision
TrueDepth 12MP f/2.2 ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Dolby VisionTrueDepth 12MP f/1.9 ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 60 fps, ProRes สูงสุด 4K ที่ 30

รองรับ Auto Fucus
TrueDepth 12MP f/1.9 ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Dolby Vision  สูงสุด 4K ที่ 60 fps, ProRes สูงสุด 4K ที่ 30

รองรับ Auto Fucus
Video4K สูงสุด 60fps / HDR แบบ HDR Dolby Vision 60fps

บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 30 fps (1080p ที่ 30 fps สำหรับความจุ 128GB)
4K สูงสุด 60fps / HDR แบบ HDR Dolby Vision 60fps

บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 30 fps (1080p ที่ 30 fps สำหรับความจุ 128GB)
4K สูงสุด 60fps / HDR แบบ HDR Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 60 fps

บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 30 fps (1080p ที่ 30 fps สำหรับความจุ 128GB)

รองรับ Action Mode
4K สูงสุด 60fps / HDR แบบ HDR Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 60 fps

บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 30 fps (1080p ที่ 30 fps สำหรับความจุ 128GB)

รองรับ Action Mode
NetworkWiFi 6
Bluetooth 5.0
3G
4G
5G
Nano-SIM
eSIM (คู่)
WiFi 6
Bluetooth 5.0
3G
4G
5G
Nano-SIM
eSIM (คู่)
WiFi 6
(มาตรฐาน 802.11ax)
Bluetooth 5.3
3G
4G
5G
Nano-SIM
eSIM (คู่)
WiFi 6
(มาตรฐาน 802.11ax)
Bluetooth 5.3
3G
4G
5G
Nano-SIM
eSIM (คู่)
Battery
ไม่ระบุ
(เล่นวิดีโอได้สูงสุด 22 ชั่วโมง)
ไม่ระบุ
(เล่นวิดีโอได้สูงสุด 28 ชั่วโมง)
ไม่ระบุ
(เล่นวิดีโอได้สูงสุด 23 ชั่วโมง)
ไม่ระบุ
(เล่นวิดีโอได้สูงสุด 29 ชั่วโมง)
– 128GB ราคา 38,900 บาท
– 256GB ราคา 42,900 บาท
– 512GB ราคา 50,900 บาท
– 1TB ราคา 58,900 บาท
– 128GB ราคา 42,900 บาท
– 256GB ราคา 46,900 บาท
– 512GB ราคา 54,900 บาท
– 1TB ราคา 62,900 บาท
– 128GB ราคา 41,900 บาท
– 256GB ราคา 45,900 บาท
– 512GB ราคา 54,900 บาท
– 1TB ราคา 63,900 บาท
– 128GB ราคา 44,900 บาท
– 256GB ราคา 48,900 บาท
– 512GB ราคา 57,900 บาท
– 1TB ราคา 66,900 บาท

สเปคดังกล่าวเป็นสเปคอย่างเป็นทางการ ยกเว้น RAM เป็นเพียงข้อมูลจากผู้ใช้งานเท่านั้น

เปรียบเทียบ iPhone 14: ฟีเจอร์ที่มีใน iPhone 14 Pro/ Pro Max แต่ไม่มีใน iPhone 13 Pro/ Pro Max

จากการเปรียบเทียบ iPhone 14 ในรุ่นโปร ในส่วนของฟีเจอร์ใหม่ที่ได้รับการอัปเกรดจาก iPhone 13 รุ่นโปรนั้น มีดังนี้

  • กล้องหน้า TrueDepth พร้อม Auto Focus ด้วย Focus Pixels ช่วยให้ตรวจจับใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น
  • Action Mode ที่ช่วยให้การถ่ายวิดีโอนิ่งขึ้น ดูลื่นไหลยิ่งขึ้น
  • Photonic Engine ที่ช่วยในการปรับปรุงให้ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในที่แสงน้อย
  • Cinematic Mode ที่สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูงถึง 4K สูงสุด 30fps
  • Crash Detection สำหรับการตรวจจับการกระแทก อุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยจะตรวจจับแรงกระแทก เสียงดัง ฯลฯ เพื่อนำว่าวิเคราะห์ และหากอยู่ในระดับของอุบัติเหตุ ไอโฟนจะโทรออกหาเบอร์ฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ
  • Emergency satellite ฟีเจอร์ที่คอยช่วยเหลือผู้ใช้งาน ในกรณีที่อยู่นอกเขคสัญญาณ เช่น ภูเขา, ทะเลทราย ฯลฯ โดยการส่งสัญญาณ SOS ไปผ่านดาวเทียม และเมื่อจับสัญญาณได้ ระบบก็จะส่งพิกัดรวมทั้งเปอร์เซ็นของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ รวมไปถึง Medical ID สำหรับข้อความช่วยเหลือ
  • Always-on Display มาพร้อมการประหยัดพลังงานขั้นสุด ที่สามารถปรับลดอัตราการรีเฟรชเรทหน้าจอลงไปได้ต่ำสุดที่ 1Hz
  • ความสามารถในการปรับความสว่างหน้าจอได้สูงสุดถึง 2,000 nits
  • กล้องหลังความละเอียดสูงถึง 48MP มาพร้อมกับเทคโนโลยี Quad-pixel ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพมีรายละเอียดที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • Dynamic Island เป็น Notch แบบแคปซูล ซึ่งทำหน้าที่มากกว่าเป็นส่วนของกล้องหน้าและเซ็นเซอร์ แต่ยังเป็นการแสดงผลต่างๆ บริเวณโดยรอบของกล้องอีกด้วย
  • กล้องหลัง เลนส์ Telephoto สามารถซูมได้ 2 เท่า ผ่านเซ็นเซอร์แบบ Quad‑pixel
  • ชิปประมวลผล A16 Bionic ที่แรงที่สุด (สำหรับ iPhone ในปัจจุบัน)

สรุป

กล่าวโดยสรุปแล้ว จากการเปรียบเทียบ iPhone 14 กับ iPhone 13 ทั้ง 4 รุ่น เราจะเห็นได้ว่า ในเรื่องของดีไซน์และภาพรวมนั้น มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าหากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เราจะเห็นได้ชัดขึ้นในรุ่น iPhone 14 Pro/ Pro Max ที่มีการออกแบบรอยบากใหม่ แถมยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Dynamic Island เพิ่มเข้ามา รวมถึงกล้องหลักที่เพิ่มความละเอียดไปสูงถึง 48MP นอกจากนี้ใน iPhone 1 Series นั้น เราจะเห็นว่ามีการใส่การตรวจรับแรงกระแทกเพิ่มเข้าไป เน้นไปในด้านของความปลอดภัย (ถึงแม้ว่าจะเปิดให้ใช้งานในบางประเทศก็ตาม) ดังนั้น จากความคิดเห็นส่วนตัวของทีมงาน สำหรับผู้ที่มองหามือถือหรือสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ โดยที่อาจมีเครื่องเก่าอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งอาจจะเป็น iPhone 11 ลงไป ความคิดเห็นส่วนตัวของทีมงาน ก็คงจะแนะนำว่าให้ซื้อ iPhone 14, iPhone 14 Pro ไปเลยจะคุ้มค่ากว่า แต่หากเป็นผู้ที่ใช้งาน iPhone 13 Series อยู่นั้น แล้วต้องการอัปเกรด ก็ไปที่ iPhone 14 Pro / Pro Max จะเห็นความแตกต่างที่มากกว่า เพราะในรุ่นธรรมดานั้น มีความแตกต่างกันไม่มากเท่าไหร่นัก หากต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ชัดเจนมากนัก แถมราคาไทยสำหรับ iPhone 14 Series ก็ยังสูงขึ้นด้วย ทำให้อาจไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก รอดู iPhone รุ่นต่อๆ ไปจะดีกว่า แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของทีมงานเท่านั้น สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจ ก็สามารถนำข้อมูลที่ทีมงานได้นำมาเสนอ เป็นทางเลือกประกอบการตัดสินใจได้เลย


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

iPhone 14 เปิดตัว, iPhone 14 สเปค, iPhone 14 ราคา
เปรียบเทียบ iPhone 13
เพิ่มความเร็วมือถือ iOS, เพิ่มความเร็ว iPhone, เพิ่มความเร็วให้ iPhone
เพิ่มความเร็วมือถือ Android, เพิ่มความเร็วมือถือ ใน Android
อะแดปเตอร์ iPhone
ศูนย์ iPhone ใกล้ฉัน
ออกแบบโลโก้ ฟรี, ออกแบบโลโก้ฟรี
แอพออกกำลังกาย
Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เมื่อได้ iPhone 18 Pro พร้อมเคสใหม่มาป้องกันเครื่องแล้ว ก็ต้องซื้อฟิล์มกันรอย iPhone มาติดเพิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้จอเป็นรอยขนแมวและรอยนิ้วมือ โดยปกติก็จะมีฟิล์มใส, ด้านและแบบป้องกันการแอบมองเพื่อกันคนอื่นดูหน้าจอให้มีความเป็นส่วนตัวขึ้น ในตอนนี้ก็จะมีทั้งแบรนด์ทั่วไปราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุของฟิล์มว่าเป็นกระจก Tempered Glass ธรรมดาหรือแบบไฮโดรเจลที่หลายคนนิยมเลือกใช้กัน ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งถ้าสรุปจุดเด่นแบบง่ายๆ จะเป็นเช่นนี้ เลือกฟิล์มกันรอย iPhone 18 Pro ใหม่ให้ปกป้องตัวเครื่องได้ดีต้องดูอย่างไร? 6...

Buyer's Guide

เพาเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญติดกระเป๋าของใครหลายคนโดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวต่างประเทศแล้วแบตเตอรี่มือถือหรืออุปกรณ์ทำงานเริ่มน้อยลงจนแทบจะหมดก็ต้องพึ่งชองชิ้นนี้อย่างแน่นอน ซึ่งปกติแล้วพาวเวอร์แบงค์ในท้องตลาดก็สามารถนำไปใช้ได้ทุกแห่งหากถูกต้องตามกฏการพกพาขึ้นเครื่องบิน แต่ถ้าปลายทางเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อไหร่ นอกจากความจุต้องไม่เกินจากที่กำหนดไว้แล้ว ก็ต้องมีเครื่องหมาย CCC “China Compulsory Certificate” (หรือ 3C) เป็นเครื่องหมายยืนยันเพิ่มเติมเวลาจะนำเข้ามาใช้งานโดยเฉพาะการนำขึ้นเที่ยวบินในประเทศและอาจขยายความรวมถึงการเดินทางด้วยยานพาหนะบางประเภทอีกด้วย ระบบรับรองมาตรฐาน CCC นั้นจะนับรวมถึงอุปกรณ์ของใช้มากถึง 20 ประเภท ตั้งแต่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, ของตกแต่งบ้านรวมถึงอุปกรณ์ใช้งานด้วย เพื่อรับประกันสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายหรือส่งออกจากประเทศจีนก็ตาม ซึ่งถ้าใครต้องการไปเที่ยวในประเทศจีนได้อย่างสบายใจและไม่ต้องเสี่ยงถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยึดแบตสำรองล่ะก็ แนะนำให้ซื้อติดกระเป๋าไว้รับรองว่าอุ่นใจแน่นอน Advertisement เรื่องควรทราบเกี่ยวกับเพาเวอร์แบงก์มาตรฐาน...

Buyer's Guide

MacBook ไม่ว่าจะ Neo, Air หรือ Pro ถึงจะเหมาะกับการทำงานทุกแบบแถมฮาร์ดแวร์ก็ทรงพลังทั้งชิปเซ็ต, หน้าจอ, พอร์ตเชื่อมต่อ ฯลฯ ก็มีคุณภาพสูงพอให้ใช้งานได้นานหลายปี ยิ่งถ้ามีอุปกรณ์เสริมสักหน่อยยิ่งช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ไม่ว่าจะตอนนั่งประจำโต๊ะแล้วต่อหน้าจอแยกใช้เป็นพีซีหรือพกไปทำงานนอกสถานที่หรือพบลูกค้าก็ตาม แถมราคาอุปกรณ์เสริมจากผู้ผลิตรายย่อยในตอนนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายสเปคและดีไซน์แถมให้ฟีเจอร์ใหม่ๆ มาใช้อีกเพียบ ดังนั้นถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนเริ่มเก่าแล้วอยากจะเปลี่ยนชิ้นใหม่ก็จ่ายได้ไม่แพงอีกด้วย ถึงจะชื่อว่าเป็นอุปกรณ์เสริม MacBook แต่มันก็ใช้งานกับอุปกรณ์อื่นอย่าง iPad, iPhone, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Android รวมถึงโน้ตบุ๊ก...

Buyer's Guide

ไม่ว่าจะซื้อ iPad รุ่นใดราคาแพงแค่ไหนมาใช้ก็ตาม แทบทุกคนต้องหาซื้อเคสไอแพดดีๆ สักชิ้นมาใส่ป้องกันเครื่องและเก็บ Apple Pencil เอาไว้ด้วยกันให้หยิบใช้ได้ง่ายและเก็บเป็นที่ จะได้ไม่เผลอลืมทิ้งไว้ไหนแล้วหาไม่เจอจนต้องซื้อใหม่ แถมเสริมขอบยางกันกระแทกมาให้เวลาเผลอทำเครื่องตกพื้นโดยไม่ตั้งใจก็ยังทนได้ไม่เกิดริ้วรอย, จอแตกเสียหายหรือบิดเสียรูป แถมนอกจากปกป้องเครื่องได้ดีแล้ว เคสไอแพดของแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวต่างกันไปไม่ว่าจะมีสีหรือรองรับ iPad หลายรุ่นตั้งแต่เก่าไปจนใหม่, ตั้งเครื่องได้ไม่ว่าจะตั้งหรือนอนจนถึงยกเครื่องให้สูงขึ้นพอระดับสายตาให้ทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะถ้าใครต้องนั่งตอบเมล์หรือเซ็นเอกสารบ่อยๆ ก็ต้องถูกใจแน่นอน เลือกเคสไอแพดอย่างไรดีถึงจบคุ้มค่า? เคสไอแพด 7 รุ่นน่าใช้ ใส่แล้วปกป้องเครื่องได้ดีทนทานแน่นอน! 1....

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก