Connect with us

Hi, what are you looking for?

Buyer's Guide

6 หูฟังไอโฟนไร้สายน่าโดน ฟังเพลงเพลินไม่มีสายมารุงรัง! เริ่มแค่ 1,599 บาทเท่านั้น!

จะซื้อหูฟังไอโฟนใหม่สักตัวไม่ต้องหาแบบมีสายแล้ว ยุคนี้ True Wireless Earphone ดีๆ ราคาไม่แพงมีเยอะเลย!

tws cover

ถ้าใครเป็นแฟนคลับ Apple และใช้ iPhone มาตลอด จะจำได้ว่าตอนซื้อมือถือมาจะได้หูฟังไอโฟนแบบมีสายแถมมาให้ในกล่องด้วย แต่ตอนนี้เมื่อ Apple ไม่แถมหูฟังมาให้ในกล่องแล้วเปิดตัวหูฟัง True Wireless อย่าง AirPods ออกมา ฝั่งผู้ใช้เองก็หันมาใช้หูฟังไร้สายแบบนี้มากขึ้นและค่อยๆ แพร่หลาย ประกอบกับมีผู้ผลิตจากหลายๆ แบรนด์พากันเปิดตัวหูฟังประเภทนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องแล้วราคาจับต้องได้อีกด้วย เลยทำให้หูฟังประเภทนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

แต่สำหรับไอโฟน นอกจาก AirPods ของ Apple เองแล้ว ก็มีหูฟังอีกหลายแบรนด์น่าสนใจให้เลือกซื้อไปใช้ฟังเพลงและโทรติดต่องานได้สะดวกขึ้นด้วย และข้อดีของหูฟังแบบ True Wireless คือ หูฟังประเภทนี้เมื่อไม่มีสายไฟเชื่อมต่อระหว่างหูฟังกับสมาร์ทโฟนแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลว่าสายจะรกรุงรังและไม่เกิดอุบัติเหตุอย่างสายไฟไปคล้องโดนข้าวของต่างๆ แล้วดึงมือถือให้หลุดจากกระเป๋าแล้วตกกระทบพื้นเสียหายอีกด้วย

หูฟังไอโฟน

แต่ก่อนจะเลือกซื้อหูฟัง True Wireless ใหม่มาใช้สักตัว นอกจากรู้สเปคของหูฟังแล้วผู้เขียนก็แนะนำให้ดู Codec เสียงที่ไอโฟนรองรับด้วยว่ารองรับตัวไหนบ้าง ซึ่งถ้าอิงตามหน้าสเปคของ iPhone 13 แล้ว Codec ที่มือถือเครื่องนี้รองรับจะเป็นดังนี้

  • Audio Format support รองรับ AAC‑LC, HE‑AAC, HE‑AAC v2, Protected AAC, MP3, Linear PCM, Apple Lossless, FLAC, Dolby Digital (AC‑3), Dolby Digital Plus (E‑AC‑3), Dolby Atmos, and Audible (formats 2, 3, 4, Audible Enhanced Audio, AAX, and AAX+)
  • รองรับ Spatial audio

ถ้าไล่จากรายชื่อ Audio Format ที่ไอโฟนรองรับ จะเห็นว่ารองรับ Codec หลักๆ ครบถ้วน เช่น AAC, MP3, Lossless, FLAC แต่จะเห็นว่ารองรับระบบเสียงของ Dolby หลายตัว รวมไปถึง Dolby Atmos และ Spatial audio อีกด้วย

6 หูฟังไอโฟนไร้สายน่าโดน ฟังเพลงเพลินชัวร์!

ถ้าใครซื้อไอโฟนเครื่องใหม่มาใช้หรือสายหูฟังอันเก่าที่มีอยู่โทรมจนไม่น่าใช้แล้ว ส่วนตัวผู้เขียนก็แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้หูฟัง True Wireless ไปเลย เพราะตอนนี้ราคาของหูฟังไร้สายประเภทนี้ราคาก็ถูกลงเรื่อยๆ และมีรุ่นน่าใช้งานให้เลือกเต็มไปหมดอีกด้วย โดยรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

  1. Soundpeats Air3 (1,599 บาท)
  2. Edifier TWS200 Plus (1,990 บาท)
  3. Jabra Elite 3 (2,990 บาท)
  4. Fender Tour (3,690 บาท)
  5. Sony WF-1000XM3 (5,990 บาท)
  6. B&O Beoplay E8 Gen3 (12,900 บาท)
1. Soundpeats Air3 (1,599 บาท)

1a450c4c06e38c4e0121bc524d7c41c1

ถ้าใครหาหูฟังไอโฟนไร้สายคุณภาพดีแต่ราคาเป็นมิตรมาฟังเพลงล่ะก็ Soundpeats Air3 นั้นถือเป็นหูฟังไร้สายที่ดีรุ่นหนึ่ง ซึ่งโทนเสียงจะได้ออกโทนอุ่นฟังสบายและเบสหนักแน่นกว่ารุ่น TrueAir2 จนสื่อต่างประเทศหลายเจ้าชื่นชมและแนะนำว่าถ้าจะซื้อ True Wireless ดีๆ มาใช้แล้วไม่อยากซื้อ AirPods ล่ะก็ จะขยับมาใช้แบรนด์นี้เลยก็ดีเช่นกัน

ดีไซน์หูฟังตัวนี้จะเป็นแบบ Earbuds ใส่ไดรเวอร์ขนาด 14.2 มม. มาให้ในตัว มีชิป Qualcomm QCC3040 รองรับ Codec อย่าง SBC, aptX, aptX Adaptive เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 รองรับโปรไฟล์ HSP, HFP, A2DP, AVRCP ครบถ้วน ส่วนค่า Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมงและเอากลับไปชาร์จในเคสจนแบตเตอรี่เต็มได้อีก 2 รอบ ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่กลับให้ตัวเคสและหูฟังจะชาร์จผ่านสาย USB-C

สเปคของ Soundpeats Air3
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ขนาด 14.2 มม. ติดตั้งชิป Qualcomm QCC3040 รองรับ Codec อย่าง SBC, aptX, aptX Adaptive
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 รองรับโปรไฟล์ HSP, HFP, A2DP, AVRCP
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีก 2 รอบ
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 1,599 บาท (Soundpeats Official Shopee Mall)
2. Edifier TWS200 Plus (1,990 บาท)

EDIFIER TWS200 1

ชื่อของ Edifier นั้นจะโด่งดังในฐานะของลำโพงคอมพิวเตอร์ที่ได้เรื่องเสียงดี เบสแน่น แต่เมื่อเร็วๆ นี้ทางบริษัทก็เปิดตัวหูฟัง True Wireless ออกมาให้เลือกซื้อเช่นกัน ซึ่งถ้าใครอยากได้หูฟังไอโฟนเสียงดี โทนเสียงออกบาลานซ์และเบสฟังกำลังเพลินแล้วราคาไม่แพงเกินไป แนะนำให้ดู Edifier TWS200 Plus ตัวนี้เอาไว้ฟังเพลงได้เลย

สเปคของหูฟังไอโฟนรุ่นนี้ดีไซน์เป็น Earbuds กันน้ำระดับ IP54 จึงใส่ออกกำลังกายได้ ใช้ไดรเวอร์ขนาด 13 มม. เคลือบไดอะแฟรมหูฟังด้วย Liquid crystal polymer ให้คุณภาพเสียงดีขึ้น ติดตั้งชิป Qualcomm QCC3040 รองรับ aptX, aptX Adaptive, SBC เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 ค่า Frequency response 20-20,000 Hz ติดตั้งไมโครโฟนคู่ มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน CVC ติดตั้งมาให้ ช่วยตัดเสียงรบกวนตอนคุยโทรศัพท์ ตัวหูฟังสามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง ส่วนตัวเคสสามารถใช้ชาร์จหูฟังได้อีก 18 ชั่วโมง สรุปแล้ว Edifier TWS200 ตัวนี้สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสุด 24 ชั่วโมง และชาร์จแบตเตอรี่กลับให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C ได้เลย ซึ่งถ้าใครเคยใช้ลำโพงของแบรนด์นี้มาแล้วประทับใจ จะซื้อหูฟังไร้สายมาใช้จะเริ่มจากตัวนี้ก็ดี

สเปคของ Edifier TWS200 Plus
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ขนาด 13 มม. ติดตั้งชิป Qualcomm QCC3040 รองรับ Codec อย่าง SBC, aptX, aptX Adaptive
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 กันน้ำระดับ IP54
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีก 18 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 1,990 บาท (Mercular)
3. Jabra Elite 3 (2,990 บาท)

a53a68d0484090ce6b4f434e5ff6d5d9

คนที่เคยซื้อหูฟังบลูทูธมาต่อมือถือโทรติดต่องานบ่อยๆ น่าจะคุ้นแบรนด์ Jabra ที่เป็นเจ้าตลาดของหูฟังประเภทนี้อย่างแน่นอน และหูฟังไอโฟนรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำสำหรับคนที่เน้นใช้งานแนวนี้บ่อยๆ จะแนะนำให้ดูเป็น Jabra Elite 3 ที่ติดตั้งไมโครโฟนมาให้ 4 ตัวพร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน มี Surround sound สำหรับปล่อยเสียงภายนอกเข้ามาให้เราได้ยินโดยไม่ต้องถอดหูฟังได้ และกันน้ำระดับ IP55 แล้วปรับแต่งเสียงได้ด้วยแอพฯ Jabra Sound+ ได้อีกด้วย

ด้านดีไซน์จะเป็นทรง Earbuds จุกซิลิโคน ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 6 มม. รองรับ aptX, SBC เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นด้วย Bluetooth 5.2 รองรับ A2DP, AVRCP, HFP, HSP รองรับ Google Fast Pair ทำให้จับคู่สมาร์ทโฟน Android กับหูฟังนี้ได้อย่างรวดเร็ว ค่า Frequency response 20 – 20,000 Hz ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 7 ชั่วโมง รวมกับแบตเตอรี่ในเคสด้วยจะใช้งานได้นานสุด 28 ชั่วโมง และชาร์จแบตเตอรี่กลับให้หูฟังไอโฟนตัวนี้ได้ด้วย USB-C ซึ่งถ้าใครเน้นเรื่องการโทรติดต่องานมากกว่าฟังเพลงล่ะก็ แนะนำให้ดู Jabra ตัวนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Jabra Elite 3
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ขนาด 6 มม. รองรับ Codec อย่าง SBC, aptX
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 รองรับ Codec A2DP, AVRCP, HFP, HSP กันน้ำระดับ IP55
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีกรวม 28 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 2,990 บาท (Munkong Gadget)
4. Fender Tour (3,690 บาท)

a0d81e7147e8861aa9b11f5c6b11477a

ถ้าใครเป็นสายดนตรีน่าจะได้ยินชื่อของผู้ผลิตกีตาร์ชื่อดังอย่าง Fender แน่นอน รวมทั้งหูฟังไอโฟนไร้สายรุ่น Fender Tour ซึ่งคุณภาพเสียงเรียกว่าเหมาะกับสายฟังเพลงเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวหูฟังจะได้เบสหนักแน่นแยกเสียงเครื่องดนตรีและเสียงนักร้องชัดเจน เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงมาก

สเปคของหูฟังตัวนี้จะทนน้ำระดับ IPX4 ใช้ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 7 มม. รองรับ aptX, AAC, SBC เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ค่า Frequency response 20 – 20,000 Hz ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง และถ้าชาร์จด้วยเคสจะใช้งานได้นานสุดรวม 22 ชั่วโมงทีเดียว มีไมโครโฟน 4 ตัว แบ่งข้างละคู่ สามารถโหลดแอพฯ Fender Tour มาตั้งค่าต่างๆ รวมทั้งอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้หูฟังได้ด้วย ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ใช้สาย USB-C เพื่อชาร์จแบตให้กล่องหูฟังตัวนี้ได้เลย เรียกว่าถ้าใครชื่นชอบการฟังเพลงแล้วกำลังจะซื้อหูฟังไอโฟนไร้สายตัวใหม่อาจจะดู Fender Tour ตัวนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ fender Tour
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 7 มม. รองรับ Codec อย่าง AAC, SBC, aptX
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.0 กันน้ำระดับ IPX4
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีกรวม 22 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 3,690 บาท (Munkong Gadget)
5. Sony WF-1000XM3 (5,990 บาท)

Screenshot 2021 10 04 at 10 41 44 Sony หูฟังป้องกันเสียงรบกวนแบบไร้สาย WF 1000XM3

เรื่องเสียงและเพลงยังไงก็ต้องมี Sony เป็นหูฟังรุ่นแนะนำที่จะใช้เป็นหูฟังไอโฟนหรือ Android ก็เวิร์คทั้งคู่ โดยหูฟัง True Wireless รุ่นที่แนะนำยังเป็น Sony WF-1000XM3 ที่ถึงจะเปิดตัวมานานแล้วก็ตาม แต่ยังน่าใช้มาก สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกหรือจะดึงเสียงภายนอกเข้ามาก็ได้ด้วยชิป QN1e และมี DSEE HX ฟีเจอร์เพิ่มคุณภาพไฟล์เสียงดิจิตอลให้ดีขึ้นได้และโหลด Sony Headphones Connect มาควบคุมและตั้งค่าต่างๆ ได้อีกด้วย

ด้านดีไซน์หูฟังตัวนี้จะเป็น Earbuds เช่นกัน ใช้ไดรเวอร์แบบ Dynamic ขนาด 6 มม. คอยล์เสียง CCAW กับแม่เหล็กนีโอดิเมียม รองรับ Codec SBC, AAC ส่วนค่า Frequency response 20 – 20,000 Hz เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 โปรไฟล์ A2DP, AVRCP, HFP, HSP ใช้ฟังเพลงได้นานสุด 8 ชั่วโมง และเอาไปชาร์จในเคสด้วยจะอยู่ได้นานรวม 24 ชั่วโมง และชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C ที่ตัวเคส ซึ่งโดยรวมแล้วต้องถือว่า Sony WF-1000XM3 ตัวนี้ถึงจะเป็นหูฟังไอโฟนที่ขายมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังถือว่าน่าใช้อย่างมากอยู่

สเปคของ Sony WF-1000XM3
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 6 มม. รองรับ Codec อย่าง AAC, SBC
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.0 โปรไฟล์ A2DP, AVRCP, HFP, HSP
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีกรวม 24 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 5,990 บาท (Sony Thailand)
6. B&O Beoplay E8 Gen3 (12,900 บาท)

2c4cdec2916214cb986704b3714b0531

ส่วนหูฟังไอโฟนรุ่นท็อปสุดที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้จะเป็นอีกแบรนด์ที่เป็นคู่แข่งของ Sennheiser อย่าง B&O หรือ Bang & Olufsen จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งรุ่นแนะนำเป็น B&O Beoplay E8 Gen 3 รุ่นล่าสุดที่มิติและคุณภาพเสียงถือว่าสมราคาเพราะโทนเสียงถือว่าสมค่าตัว เบสแน่นเสียงดีและฟังเพลงได้ทุกแนว รวมทั้งมีฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนและดึงเสียงภายนอกเข้ามาก็ได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก ส่วนดีไซน์ วัสดุและงานประกอบนั้นจัดว่าอยู่ในระดับหรูหราเลยทีเดียว สามารถควบคุมการทำงานทั้งหมดได้ด้วยแอพฯ ของ Bang & Olufsen และกันน้ำระดับ IP54 อีกด้วย

ดีไซน์ของตัวหูฟังเป็นแบบ In Ear ใช้ไดรเวอร์แบบอีเล็คโทรไดนามิคขนาด 5.7 มม. รองรับ SBC, AAC, aptX ค่า Frequency response 20 – 20,000 Hz เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.1 ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสุด 7 ชั่วโมง ส่วนระยะเวลาใช้งานนานสุดรวมการชาร์จในเคสด้วยจะอยู่ได้ 35 ชั่วโมงทีเดียว ชาร์จแบตเตอรี่กลับให้หูฟังได้ 2 แบบ คือผ่านพอร์ต USB-C หรือชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi (ชี่) ก็ได้ ซึ่งถ้าใครอยากได้หูฟัง True Wireless ระดับพรีเมี่ยมคุณภาพดี ลงทุนครั้งเดียวคุ้มค่าและจบในตัวก็แนะนำให้ลงทุนกับ Beoplay E8 Gen 3 ตัวนี้ได้เลย

สเปคของ B&O Beoplay E8 Gen 3
  • หูฟังดีไซน์ In Ear ไดรเวอร์อีเล็คโทรไดนามิคขนาด 5.7 มม. รองรับ Codec อย่าง AAC, SBC, aptX
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.1 กันน้ำระดับ IP54
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีกรวม 35 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C หรือชาร์จไร้สายก็ได้
  • ราคา 12,900 บาท (Munkong Gadget)

สรุปสเปคหูฟังไอโฟนไร้สาย 6 รุ่นน่าใช้ ฟังเพลงเพลิน

สำหรับคนที่อ่านฟีเจอร์เด่นของหูฟังไอโฟนที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ทั้ง 6 รุ่นแล้ว จะเห็นว่าหูฟังแต่ละรุ่นจะมีฟีเจอร์และราคาแตกต่างกันไป ซึ่งถ้าสรุปสเปคโดยหลักๆ แล้วจะเป็นดังนี้

สเปคหูฟังไอโฟน ดีไซน์และ
ไดรเวอร์
Frequency response การเชื่อมต่อ ระยะเวลาใช้งานและ
การชาร์จ
ราคา
Soundpeats Air3 ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ขนาด 14.2 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ SBC, aptX, aptX Adaptive
20-20,000 Hz Bluetooth 5.2

รองรับโปรไฟล์ HSP, HFP, A2DP, AVRCP
ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีก 2 รอบ

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C
1,599 บาท
Edifier TWS200 Plus ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ขนาด 13 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ SBC, aptX, aptX Adaptive
20-20,000 Hz Bluetooth 5.2 ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 18 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C
1,990 บาท
Jabra Elite 3 ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ขนาด 6 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ SBC, aptX
20-20,000 Hz Bluetooth 5.2

รองรับ Codec A2DP, AVRCP, HFP, HSP
ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 28 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C
2,990 บาท
Fender Tour ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 7 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ AAC, SBC, aptX
20-20,000 Hz Bluetooth 5.0 ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 22 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C
3,690 บาท
Sony WF-1000XM3 ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 6 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ AAC, SBC
20-20,000 Hz Bluetooth 5.0 ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 24 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C
5,990 บาท
B&O Beoplay E8 Gen 3  ดีไซน์ In Ear

ไดรเวอร์อีเล็คโทรไดนามิคขนาด 5.7 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ AAC, SBC, aptX
20-20,000 Hz Bluetooth 5.1 ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 35 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C หรือชาร์จไร้สาย
12,900 บาท

สุดท้ายสำหรับการเลือกหูฟังไอโฟนเอาไว้ฟังเพลงหรือใช้ติดต่องานสักรุ่นนั้น ส่วนตัวผู้เขียนอยากชี้ให้เห็นว่าถ้าดูแค่สเปคอย่างเดียว จะเห็นว่าสเปคก็ไม่หนีกันมากนัก แต่ในเมื่อหูฟังเป็น Gadget ที่ต้องไปลองฟังเสียงเพลงด้วยตัวเองก่อนซื้อ ว่าเราชอบแนวเสียงของหูฟังรุ่นนั้นๆ หรือเปล่า เพราะไม่อย่างนั้นซื้อมาแบบไม่ได้ลอง พอฟังไปสักพักก็อาจจะรู้สึกไม่ถูกใจ ฟังเพลงไม่สนุกดูหนังไม่สุขเหมือนเดิมจนต้องขายแล้วหาซื้อหูฟังอันใหม่มาลองไปเรื่อยๆ ก็ได้

ทางที่ดีที่ผู้เขียนแนะนำ คือถ้าหาร้านหรือมีเพื่อนที่ใช้หูฟังรุ่นที่เราสนใจอยู่ ก็แนะนำให้ไปขอยืมแล้วลองฟังเพลงที่เราฟังเป็นประจำสัก 2-3 เพลง เพื่อทดลองฟังเสียงดูว่าหูฟังรุ่นที่สนใจได้เสียงเพลงแบบที่เราชอบหรือเปล่า ซึ่งถ้าเสียงเป็นแนวแบบที่ชอบและฟังแล้วถูกใจค่อยซื้อก็ได้


บทความที่เกี่ยวข้อง

iphone usb cover

ipadcover

usb plug cover new

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

หูฟัง True Wireless สายสปอร์ตจากแบรนด์ชั้นนำ ตอนนี้มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกเพียบ! หูฟัง True Wireless เรียกว่าเป็นหูฟังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จากการที่ไม่มีสายมารบกวนรุงรังตอนทำกิจกรรมอะไร และมีดีไซน์ทั้งแบบเฮดโฟนที่เคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ หรือรุ่นที่ราคาไม่แพงมากไม่ต้องจ่ายแพงก็ได้หูฟังไร้สายดีๆ เอาไว้ฟังเพลงแล้ว เรียกว่ามีหลายเรทราคาให้เลือกซื้อกันและมีหลากหลายดีไซน์อีกด้วย Advertisement อย่างไรก็ตาม หูฟัง True Wireless ก็จะมีประเภทที่ออกแบบมาเพื่อสายสปอร์ตโดยเฉพาะ มีสเปคและดีไซน์เน้นเรื่องกันน้ำและฝุ่นเป็นพิเศษและหลายๆ รุ่นจะออกแบบให้มีก้านหรือจุกยางเพื่อป้องกันการหลุดตอนขยับออกท่าทางหนักๆ ได้เต็มที่โดยที่หูฟังไม่กระเด็นลงไปกองอยู่กับพื้นจนหูฟังเสียหายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังกันน้ำและฝุ่นและมี...

Accessories review

แบรนด์ Fender ถือเป็นพี่ใหญ่ในตลาดเครื่องเสียงเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นตั้งแต่ผู้ผลิตลำโพง อุปกรณ์เครื่องเสียงในระดับคอนเสิร์ต ไปถึงกระทั่งกีตาร์ ไปจนถึงหูฟัง in-ear monitor ที่ได้ต่อยอดมาเป็น TWS ตัวแรกของแบรด์ในนาม Fender TOUR Advertisement Fender TOUR เป็น True Wireless ของแบรนด์ผู้ทำเครื่องเครื่องในระดับคอนเสิร์ตอย่าง Fender ที่ได้พัฒนา TOUR...

Buyer's Guide

หูฟังไร้สายหลักร้อยถึงพันนิดๆ ตอนนี้มีตัวเลือกเจ๋งๆ หลายรุ่นให้โดนกัน บอกเลยว่าโดนไปยังไงก็คุ้ม! หูฟังไร้สายแบบ True Wireless ปัจจุบันนี้มีหลากรุ่นหลายราคาจากผู้ผลิตหลากหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อไปฟังเพลงหรือโทรศัพท์ติดต่อคนรอบตัวได้ ไม่มีสายมาเกะกะรบกวนแล้วไปรั้งโดนข้าวของต่างๆ จนลากมือถือของเรากระเด็นตกพื้นให้เสียหายอย่างแน่นอน และด้วยเทคโนโลยีการส่งผ่านไฟล์เสียงด้วย Bluetooth ในตอนนี้ก็ได้รับการอัพเกรดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฟังเพลงได้อรรถรสดีขึ้นใกล้เคียงกับหูฟังแบบต่อสายเลยทีเดียว และหูฟังบางรุ่นก็มี Game mode ที่ลดค่าความหน่วง (Latency) ลง ช่วยให้เวลาเล่นเกม FPS แล้วได้ยินเสียงเร็วและทิศทางแม่นยำอีกด้วย Advertisement...

Buyer's Guide

หูฟังบลูทูธราคาหลักพันต้นๆ ก็มีแบรนด์ระดับโลกหลายแบรนด์ให้เลือกไปใช้ แล้วคาดหวังคุณภาพเสียงได้เลย ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้แนะนำหูฟังบลูทูธทรงเฮดโฟนรุ่นคุณภาพสูงไปแล้ว แต่ระดับราคาที่เลือกมาแนะนำนั้นอยู่ระดับราคาค่อนข้างสูงจนอาจจะเข้าถึงได้ยากแม้ว่าฟีเจอร์จะน่าสนใจแค่ไหนก็ตามที แต่ถ้าใครอยากฟังเพลงด้วยเฮดโฟนบลูทูธแล้วได้คุณภาพเสียงดีไว้ใจได้ล่ะก็ ตอนนี้ก็มีหูฟังต่อบลูทูธได้และราคาไม่แพงมากให้เลือกซื้อในระดับราคาพันต้นจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ไว้ใจคุณภาพทั้งเรื่องเสียงและงานประกอบได้เลย Advertisement นอกจากนี้ หูฟังระดับราคาพันต้นนี้ถือว่าเป็นตัวเริ่มต้นที่ราคาไม่แพงและคุ้มกว่าจะไปซื้อหูฟังไม่มีแบรนด์ราคาหลักร้อยเป็นอย่างมาก เพราะคุณภาพเสียง, งานประกอบและการเชื่อมต่อโดยรวมทั้งหมดนั้นถือว่าดีกว่าและคุ้มจะจ่ายและทนทานใช้งานต่อเนื่องได้หลายปีอย่างแน่นอน 6 หูฟังบลูทูธน่าใช้ สายฟังเพลงราคาประหยัดน่าโดน! หูฟัง Bluetooth ราคาไม่แพงจากแบรนด์ชั้นนำที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำในบทความนี้จะอยู่ระดับราคาหลักพันต้นๆ คุณภาพดีไว้ใจได้และมีประกันศูนย์คอยดูแลอีกด้วยและฟีเจอร์เรียกว่าให้มาเพียงพอสำหรับสายฟังเพลงอย่างแน่นอน จะขาดก็เรื่องระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation ที่ผู้ผลิตหลายๆ...