Connect with us

Hi, what are you looking for?

รีวิว Acer

รีวิว Acer Swift X สเปก Ryzen 5 + RTX 3050 จอ 14″ สาย Creator แรงคุ้มน่าซื้อ มี Office แท้ ประกัน 3 ปี On-Site 31,990 บาท

Acer Swift X จัดว่าเป็น AMD Notebook รุ่นใหม่ช่วงปี 2021 สาย Content Creator หน้าจอขนาด 14″ สเปก Ryzen 5000U + GeForce RTX โดยเป็นการเพิ่มเข้ามาเป็นซีรีส์ใหม่ให้เป็นตัวเลือก ซึ่งสเปกที่ได้รับมารีวิวนี้เป็น Ryzen 5 5600U สถาปัตยกรรม Zen 3 เทคโนโลยีการผลิตที่ 7nm ใช้การ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง RTX 3050 ค่า TGP 40W รองรับการทำงานหนักๆ แบบมืออาชีพได้สบายๆ รวมไปถึงในการเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Acer Swift Series รุ่นอื่นๆ ทั้งหมด

Acer Swift X

Acer Swift X มาพร้อมหน้าจอความละเอียด FullHD พาเนล IPS คุณภาพดี โดยมีน้ำหนักเพียง 1.39 กิโลกรัม ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8GB LPDDR4X Bus 4266MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย แบตเตอรี่ยาวนานพกพาสะดวก ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงานสายงานสร้างสรรค์ หหรือ นักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่บางเบาแต่ได้ประสิทธิภาพที่สูง 

Acer Swift X

เรียกได้ว่า Acer Swift X ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่ ยกระดับการใช้งานได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่ฮาร์ดแวร์ภายในใกล้เคียง Gaming Notebook ยิ้งขึ้นไปอีก ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5600U ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ที่ความเร็ว 2.30 – 4.20 GHz โดดเด่นด้วยการ์ดจอแยกอย่าง RTX 3050 (4GB GDDR6) สนนราคา 31,990 บาท แน่นอนว่าได้ Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที และมีโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ด้วย ประกันก็เป็น 3 ปี On-site นับว่ามีความคุ้มค่าน่าซื้อจริงๆ 

VDO Review

NBS Verdict

สรุป Acer Swift X กับการเป็นโน๊ตบุ๊คสาย Content Creator ช่วงปลายปี 2021 ประจำซีรีส์ Acer Swift รุ่นล่าสุด ทั้งเรื่อง สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่น Acer Swift 3 รุ่นปกติที่เป็นสเปก AMD Ryzen 5000U ที่ไม่มีการ์ดจอแยก ซึ่ง Acer เองทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน๊ตบุ๊คที่มีความบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง มีความน่าใช้งาน ด้วยหน้าจอ 14″ IPS Full HD เกรดสูง sRGB 93% โดยเบาเพียง 1.39 กิโลกรัมเท่านั้นเอง 

โดเ่นด้วยสเปกแรงๆ อย่าง AMD Ryzen 5 5600U จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 1650 พร้อมแรมออนบอร์ด 8GB และที่เก็บข้อมูล SSD M.2 ความจุ 512GB สเปกเทียบเท่าระดับ Gaming อีกทั้งได้มาตรฐานการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Wi-Fi 6 AX พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานเกือบๆ 10 ชั่วโมง การรับประกันเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านตามมาตรฐานของ Acer และมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย 

Acer Swift X

ที่สำคัญยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ทำให้เราสามารถใช้งาน Word / Excel / Power Point ได้ติดเครื่องตลอดไปไม่ต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งแม้ประสิทธิภาพก็คงจะสู้โน๊ตบุ๊คที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพอย่าง Acer Nitro 5 ไม่ได้ในราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็จัดว่าทำงานหนักๆ หรือเล่นเกมได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ หน้าจอได้รับการอัพเกรดเป็นรุ่นที่สูงขึ้นในระดับเดียว Acer Swift 5 รุ่นพี่ ได้ค่าขอบเขตสีระดับการใช้งานแบบมืออาชีพได้

นอกจากนี้ยังได้ระบบความปลอดภัยสแกนนิ้วเพื่อ Login ผ่านทาง Windows Hello ในระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ส่งผลให้เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ สายทำงานตัวจริงพร้อมความบันเทิงแบบจัดเต็มอีกหนึ่งรุ่น ที่น่าซื้อมาใช้งานอย่างแท้จริง พร้อมกันนั้นยังมีฟีเจอร์ Cooling Mode ช่วยในการเล่นเกมหรือทำงาน ซึ่งควบคุมโหมดการใช้งานง่ายๆ ด้วยการแตะปุ่มลัด “Fn + F” เพื่อเปลี่ยนโหมด อาทิ Silent mode / Normal mode / Performance mode

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 22

ส่วนข้อสังเกตที่ต้องพูดถึงเลยก็คือน้ำหนักตัวเครื่องที่มากกว่า Swift ทุกๆ รุ่น เมื่อเทียบกับสเปกความแรงที่ได้มาก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ แม้จะใช้พัดลมระบายความร้อนเพียงตัวเดียวก็ตาม และไม่มีซอฟต์แวร์ที่ไม่มีให้ปรับแต่งเหมือน NitroSense ที่ใช้ในซีรีส์ Gaming อย่าง Nitro แต่ยังไงก็ตามความร้อนที่เกิดขึ้นก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมมากๆ อยู่ และไม่มีผลต่อการใช้งานอะไร ปิดท้ายคือแรมเป็น 8GB แบบออนบอร์ด ไม่สามารถอัพเกรดได้ 

จุดเด่น Acer Swift X

  • เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่บางเบา มีสีสันที่สวยงามไม่ซ้ำใคร พร้อมมีระบบช่วยเอียงเครื่อง
  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Swift Series มีความหรูหรา คุ้มค่าเกินราคา
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมเกรดดีตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลรวดเร็ว ด้วย Ryzen 5 5600U + RTX 3050
  • หน้าจอ 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง สีสันสวยงามเนียนตา ดีกว่ารุ่นเดิม
  • ติดตั้งการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX ใหม่สุดๆ พร้อมรองรับ MIMO
  • มีพอร์ต USB 3.2 Type-C แบบ Full Function อาทิ ชาร์จไฟ PD / ต่อจอแยก / โอนข้อมมูล
  • แม้ทำงานหนัก แต่ตัวเครื่องก็ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับสเปกที่ได้
  • มีสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อความปลอดภัย
  • รองรับการอัพเกรด SSD M.2 อีก 1 ตัวเพิ่มทันที เพราะตัวเครื่องรองรับ 2 สล็อต
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ติดตั้งมาให้ทันที
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกือบ 10 ชั่วโมง
  • ฟีเจอร์ Fast Charge ชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง
  • ประกัน 3 ปี On-site ส่งศูนย์ซ่อมไวใน 3 ชั่วโมง
  • ได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท)

ข้อสังเกต Acer Swift X

  • แรมได้ขนาด 8GB แบบออนบอร์ด ไม่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้ ได้ถ้าเป็น 16GB เลยน่าจะดีกว่านี้
  • ตัวเครื่องมีความหนาและน้ำหนักที่มากกว่า Swift รุ่นอื่นๆ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
  • หัวชาร์จอแดปเตอร์ยังไม่ได้เป็นมาตรฐาน USB-C แต่เราสามารถหาซื้อเพิ่มมาใช้งานได้
  • เมื่อใช้งานหนักๆ ความร้อน CPU สูงสุดอยู่ที่ 93 องศาเซลเซียส แต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน

Specification

Acer Swift X มีอยู่ด้วยกัน 3 สเปก ซึ่งได้มารีวิวเป็นรุ่นราคา 31,990 บาท เป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5600U สถาปัตยกรรม Zen 3 มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นและร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน การ์ดจอเป็นออนชิป Radeon 7 พร้อมได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Max-Q (TGP 40W) เน้นความแรงและร้อนน้อย สนับสนุนการเล่นเกมได้ลื่นไหลสนับสนุนการเล่นเกมได้ลื่นไหล แน่นอนว่ารองรับทุกๆ การทำงานได้ดีขึ้น ทั้งทั่วไปหรือทำงานหนักๆ

Acer Swift X

ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB LPDDR4x แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรดอีก 1 ตัวทันที) หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใสพร้อม Windows 10 Home แท้ ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ทำให้ได่ Word / Excel / Power Point ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ ซึ่งได้เป็น USB 3.2 Type-C ที่โอนถ่ายข้อมูลได้ และรองรับ  DisplayPort พร้อมชาร์จไฟผ่านทางมาตรฐาน Power Delivery, USB 3.2 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.2 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือส่งศูนย์ซ่อมเอง ก็จะได้บริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย 

Acer Swift X SFX14-41G-R3AD ราคา 28,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Swift X SFX14-41G-R2NM ราคา 32,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U (8C/16T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Swift X SFX14-41G-R15A ราคา 31,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5600U (6C/12T : 2.30 – 4.20 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Hardware / Design

Acer Swift X เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีเกือบทุกๆ ชิ้นส่วน ให้สัมผัสใกล้เคียงกับ Acer Swift 3 ทีเดียว โดยสีสันเป็น Safari Gold แนวผสมทูโทนทั้งสีทองและเงิน ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่ๆ เน้นเรียบง่าย หรือสาวๆ ที่ดูสดใสลงตัว หรืออีกสีจะเป็นทูโทนแบบสีชมพูสลับกับเงิน ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน๊ตบุ๊คบางเบา ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเทียบแล้วก็มีน้ำหนักที่มากกว่าด้วย 

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 35

ดีไซน์โดยรวม Acer Swift X ดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยตัวเครื่องมาพร้อมกับบาง และมีน้ำหนักเพียง 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ จนรุ่นเก่าต้องอิจฉาเลยทีเดียว เหมาะกับสายงาน Content Creator ที่เปลี่ยนที่ทำงานบ่อยๆ แบตเตอรี่เองก็ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 17

ฝาหลัง Acer Swift X เป็นวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยด์สีทองอ่อนๆ ให้ผิวสัมผัสแบบพ่นทรายที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปหยิบจับถนัดมือ พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นเงินมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอะลูมิเนียมสีเงินที่ดูหรูหรา โดยตัวคีย์บอร์ดเองก็เป็นเงินพร้อมไฟส่องสว่างก็ดูลงตัวยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่นตามสไตล์ของ Acer Swift Series ที่มีความแตกต่างจาก Acer Swift 1 / Swift 3 / Swift 5 / Swift 7 รวมถึง Swift 3x ที่เคยมีมา

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 15

ขอบตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นดีไซน์แบบโค้งมนเนียนๆ เข้ากับมือเวลาหยิบจับถือขึ้นมา โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้บ่งบอกถึงสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000 และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ โดยตัวบานพันด้านหลังเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวพร้อมยางรองพิเศษที่จะดันตัวเครื่องให้เอียงเมื่อเราทำงานเปิดใช้งาน เพื่อให้รับกับการพิมพ์ของเรา ซึ่งส่วนนี้ยังมีดีไซน์สีสันเป็นสีทองดูเป็นเนื้อเดียวกับฝาหลังอีกด้วย 

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 25

สรุปสำหรับตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift X ปี 2021 สเปก Ryzen 5000 + GeForce RTX 30 Series นั้น เป็นการต่อยอดจาก Swift รุ่นก่อนหน้านั้นทั้งหมดที่ดูแล้วลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน๊ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่าแต่ได้ความแรง ในราคาไม่แพง ซึ่งรุ่นสเปกที่เรานำมารีวิวอยู่ที่ 31,990 บาทเท่านั้น ที่ให้ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ ที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ ต่อฟีเจอร์และสเปกที่ได้ จัดได้ว่ามีราคาที่จับต้องได้ง่ายอีกด้วย

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift X เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานจริงก็พอได้อยู่ไม่ได้ลำบากในการใช้งานนัก ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว

ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดสีขาวส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 29

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ผ่านทาง Windows 10 ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ที่ใช้งานได้ง่าย ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยกว่าการกรอกรหัสเข้าใช้งานเครื่องทุกครั้ง

Screen / Speaker

Acer Swift X ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14″ ขอบจอบาง โดยมีพื้นที่ 84% เป็นหน้าจอแสดงผล ได้พาเนล IPS เกรดสูง ซึ่งดีขึ้นกว่า Acer Notebook ด้วยกันหลายๆ รุ่น ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว้างกว่า แน่นอนว่าขอบด้านบนยังติดตั้งกล้องเว็บแคมพร้อมไมโครโฟนแบบคู่ให้ใช้งาน VDO Call อยู่

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 9

อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด โดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน หรือแม้แต่งานที่ต้องการมาตรฐานในการแสดงผลขั้นสูง ที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในตลาดในช่วงราคาที่ใกล้ๆ กัน 

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 93% และ AdobeRGB ที่ 74% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับมาตรฐานที่ดีกว่า ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 250 – 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ

s4 1

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่องที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางล่างมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องหลายๆ ก็ลดลงไป แต่ช่องที่ลดลงต่ำสุดอยูท่ีระดับ 13% อีกทั้งมีค่าความคลาดสี Delta-E ที่เฉลี่ยแล้วต่ำกว่า 2 ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 คะแนน โดยรวมแล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตราฐานทั่วไป เหมาะสำหรับคนเอามาดูหนังฟังเพลง เล่นเกม หรือทำงานสาย Content Creator พวกกราฟิกโปรเซสภาพตัดต่อวีดีโอก็พอได้เลย

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอแบบ 2 x 2W มาพร้อมระบบเสียง DTS + Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่องครบครันพอตัว แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบา แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน ที่สำคัญยังให้พอร์ตอย่าง USB 3.2 Type-C ที่เป็น USB 3.2 โอนถ่ายข้อมูล / DisplayPort ต่อหน้าจอภายนอก / PD รองรับการชาร์จไฟในตัว หรือถ้าใครคิดว่าพอร์ตไม่พอใช้ ก็หาซื้อ USB-C Hub มาใช้งานได้เช่นกัน โดยรวมแล้วต้องบอกว่าเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คในกลุ่มราคาเดียวกันทีเดียว

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 44

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น (แต่ก็ถือว่าหนักกว่าหลายๆ รุ่นใน Swift Series) และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย รองรับการจ่ายไฟที่ 90Watt  ก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม จัดว่าพอพกพาได้สะดวกสบายอยู่ อย่างไรก็ตามอแดปเตอร์ยังเป็นหัวแบบกลมปกติ ทั้งๆ ที่ถ้าได้มาตรฐาน USB-C จะดีมากๆ หรือกรณีนี้ใครจะหาซื้อแดปเตอร์ / Power Bank ที่เป็น USB-C ที่เป็น PD มาใช้งานเพิ่มก็ไม่ว่ากัน

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องเพื่ออัพเกรด Acer Swift X นั้นสามารถทำได้ง่าย โดยเฉพาะในส่วนของแรมและฮาร์ดดิสก์เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก (สามารถเจาะทะลุสติ๊กเกอร์ Acer ได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าประกันจะหลุด) จากนั้นใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากด้านหลังมาด้านหน้าทีละข้าง งานประกอบการจัดวางตำแหน่งดูแล้วเรียบง่าย โดยอาศัยพัดลม 1 ตัว ดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องจากนั้นถ่ายเทความร้อนออกไปให้โดนฮีทไปป์แบบ 2 เส้น พร้อมฟินสีดำทางด้านหลังของตัวเครื่อง ที่ซ่อนช่องระบายความร้อนไว้อย่างเรียบเนียน

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 55

ซึ่งหน่วยคสามจำแรมเป็นแบบฝั่งเมนบอร์ดมาเลย โดยติดตั้งขนาด 8GB LPDDR4x Dual Channel (4GB x 2) แบบฝังบอร์ด ส่วน SSD M.2 NVMe PCIe Gen 3 ติดมาแล้วที่ 512GB และข้างๆ มีสล็อตว่างอยู่ โดยมีการติดตั้งเหนือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ส่วนอื่นๆ ก็ประกอบฮาร์ดแวร์อื่นๆ ถือว่ามีงานประกอบที่เรียบร้อยเป็นอย่างดี อีกทั้งยังดูแล้วในอนาคตยังทำความสะอาดได้ง่ายด้วย โดยรวมแล้วการแกะตัวเครื่อง Acer Swift X เพื่ออัพเกรด SSD อีก 1 ตัวทันที หรือซ่อมแซมก็สามารถทำได้สะดวกทีเดียว

Performance / Software

Acer Swift X รุ่นที่นำมารีวิวเป็นตัวขายจริง ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5600U ที่แรงกว่า AMD Ryzen 4000U และ H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 ที่สดใหม่กว่า Zen 2 อย่าง Ryzen 5 5500U มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 2.30 –  4.20 GHz แบบ 6 Core/ 12 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 8MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 25W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 8GB แบบออนบอร์ด เป็นมาตรฐาน LPDDR4x Bus 4266MHz ตามเทคโนโลยีของ AMD Ryzen 5000U ที่เหนือชั้นกว่า พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แบบไร้กังวล

c1 1.   c2 1

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 7 มีความเร็วในการทำงานที่ 1800MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

โดยมีการ์ดจอแยกตัวแรงคุ้มค่าอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3050 Max-Q ได้แรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 โดยมีค่า TGP 40W ซึ่งน้อยกว่ารุ่นที่ติดตั้งในพวก Gaming Notebook เน้นใช้งานกับโน๊ตบุ๊คที่ใช้งานหลากหลาย แต่ก็ยังแรงลื่นพอตัว เพราะเน้นประหยัดพลังงานและปลดปล่อยความร้อนที่น้อยกว่า พร้อมมีฟีเจอร์ RTX Series ตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว ในรุ่นใกล้ๆ กัน

g1 1.   g2 1

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5600U คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

c15.   cine20 1

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ของแบรนด์ WD ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe 3 ระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2440 MB/s และเขียนที่ 1801 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจมากๆ 

ssd 2

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,231 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U ที่แม้ไม่ใช่ H Series แต่ก็ยังแรงมากๆ ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเมื่อปีก่อนๆ เลยทีเดียว

pc10 1

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 3,542 และประมวลผลคาดการณ์เกม Fornite ปรับสุด Full HD ได้ 50+ FPS เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน

3d

ทดสอบเกม RE 8 / GTA V / SCUM / PUBG / DOTA 2 ก็ได้เฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 5 เกม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คในราคาใกล้ๆ กัน เรียกได้ว่าดีกว่า Gaming Notebook หลายๆ รุ่นที่ใช้เป็น H Series เลยก็ว่าได้ ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าได้แรมเป็นขนาด 16GB น่าจะดีกว่านี้แน่นอน

แต่จากสเปกที่มีก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เทียบชั้นกับ Gaming Notebook รุ่นปีก่อนๆ ได้เลย เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้น่าประทับใจในงบนี้ ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ ทั้งนี้เราเลือก Cooling Mode ได้ ในการปรับ Silent mode / Normal mode / Performance mode ด้วยการกดปุ่ม Fn+F

game test 1

สำหรับ Acer Notebook รุ่นนี้ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ปรับแต่งอย่าง NitroSense แต่ก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (เปิดเครื่องมาเจอเลย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

acer care

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Acer Swift X เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุ 3700 mAh โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 9:41 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานเล่นอินเตอร์เน็ตดู Youtube และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Fast Charge สามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง (จากแบต 0%) 

batt 1

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็น CPU จะร้อนที่สุด 93 องศาเซลเซียส ส่วน GPU ร้อนที่สุดอยู่ที่ 86 องศาเซลเซียส เวลาเล่นเกมต่อเนื่องนานๆ รวมไปถึงการประมวลผลหนักๆ เช่นการโปรเซสไฟล์ RAM เรนเดอร์วีดีโอ นับว่าความร้อนของ Acer Swift X เครื่องนี้ค่อนข้างเย็น ซึ่งใช้งานเอาจริงๆ ก็ไม่ได้กระทบกับการใช้งาน หรือทำให้เครื่องค้างหรือหน่วงแต่อย่างใด เทียบชุดระบายความร้อนแล้ว นับว่าสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ

temp 1

Conclusion / Award

Acer Swift X ก็ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสาย Content Creator ที่พกพาสะดวก พร้อมได้สเปกแรงเล่นเกมได้ลื่นไหล ในราคาไม่แพงที่คุ้มค่ามากๆ ด้วยการติดตั้งชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000 สถาปัตยกรรม 7 นาโมตร อย่าง Zen 3 ที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกระดับ พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรมก็เป็นมาตรฐาน LPDDR4x Bus 4266MHz ขนาด 8GB การเข้าถึงข้อมูลได้ไวด้วยที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงที่ความจุ 512GB ทำให้ความลื่นไหลทั้งระบบ และสามารถใส่ SSD M.2 ได้อีก 1 ตัวทันทีด้วย

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 1

ในเรื่องของฟีเจอร์อื่นๆ ได้ระบบเสียงของ Acer TrueHarmony ที่ปรับแต่งมาดี รวมถึงยังได้ติดตั้งพอร์ตการใช้งานครบครัน ซึ่งก็มีพอร์ต USB 3.2 แบบ Full Function และรองรับการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX อยู่ด้วย โดยมีความเบาที่ 1.39 กิโลกรัม แน่นอนว่าตอบโจทย์สำหรับการพกพาในระดับหนึ่ง ซึ่งบอกได้เลยว่ากรณีที่เราจะซื้อโน๊ตบุ๊คบางเบา ที่ได้สเปกแรงลื่นขนาดนี้และได้ฟีเจอร์ครบเครื่องแบบนี้ ราคาต้องหลายหมื่นบาทแน่นอน แต่ Acer Swift X ที่ขายอยู่ในตอนนี้ทำราคาได้ดีมากๆ

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 37

Acer Swift X รวมๆ แล้วก็ยังให้ประสบกาณ์ใช้งานก็ยังเยี่ยมยอดเหมาะกับคนทำงานสาย Content Creator หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน๊ตบุ๊ค ที่เน้นใช้งานทั่วไปลื่นไหลใช้งานยาวๆ ประสิทธิภาพดี และหน้าจอที่ดีขึ้น เล่นเกมได้ลื่น ที่แม้อาจจะไม่เบาสุดเท่ากับ Swift 3 / Swift 5 ที่เป็นรุ่นพี่กว่า แต่ก็ได้ราคาช่วง 31,990 บาท ถือว่าให้ฟีเจอร์ที่ดี และมีสเปก Ryzen 7 5700 + GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 512GB ในราคา 32,990 บาทเป็นตัวเลือก หรือรุ่นราคาถูกกว่านั้นก็จะเป็น Ryzen 5 5500U + GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 512GB ราคา 28,990 บาทด้วย

Acer Swift X R5 RTX3050 Review 23

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Swift X ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Acer Swift รุ่นนี้คือ เรื่องของดีไซน์การออกแบบมที่ไม่เหมือนใคร กับสีสันทูโทนทั้งทองสลับเงิน และชมพูสลับเงิน รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Acer ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

NBS award 7 Design 

Best Value

ถึงแม้ Acer Swift รุ่นนี้จะไม่ใช่ Gaming Notebook ที่มีสเปคที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานราคา 31,990 บาท ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ได้ประกัน 3 ปี On-site Service ที่มาพร้อมสเปกใหม่อย่าง AMD Ryzen 5 5600U การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 ซึ่งแรงสุดๆ รวมถึงมีแรม 8GB และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มีสแกนลายนิ้วมือ ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 มาใช้งานฟรีๆ ด้วย พร้อมดีไซน์แบบฉบับโน๊ตบุ๊คบางเบา เราจึงมอบรางวัล Best Value ไปให้เลย

award new value

Best Performance

Acer Swift รุ่นนี้มีสเปคที่ครบครันและทรงพลังที่สุดรุ่นนึง ทั้งชิบประมวลผลและการ์ดจอแยกแบบ Gaming พร้อมหน่วยความจำแรมและ SSD รองรับการอัพเกรดได้ ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูงรองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล รวมไปถึงหน้าจอ IPS เกรดสูง ที่ความละเอียด Full HD พิกเซล แสดงผลภาพดีมาก ทั้งทำงานหรือเล่นเกมก็สมบูรณ์แบบ รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้ เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่แรงลื่นที่สุดในรุ่นหนึ่งในราคาไม่สูงจนเกินไป

award new performance

 

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

รีวิว MSI

MSI Alpha 15 AMD Advantage Edition จัดว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2021 ที่ใช้เป็น AMD ทั้งชิปประมวลผล Ryzen 5000H และการ์ดจอแยก Radeon RX6000M Series ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล Ryzen 7 5800H...

PC Review

ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาเมนบอร์ดไซท์ใหญ่ ออปชั่นครบในราคาไม่แพง ASROCK B550 PG RIPTIDE ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ไม่มากก็น้อย ด้วยไซท์ ATX พอร์ตเชื่อมต่อครบ ติดตั้งอุปกรณ์ได้เยอะ รองรับ AMD Ryzen 5000 Series ได้เลยทันที ASROCK B550 PG RIPTIDE เป็นอีกหนึ่งซีรีย์เมนบอร์ดในค่ายแดงที่มาพร้อมชิปเซ็ต AMD...

Buyer's Guide

 MSI Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ จัดว่าเป็น Notebook มีทุกคุณสมบัติสำหรับการเล่นเกมที่ลื่นไหลในทุกๆ เกม แต่ต่างกันที่สเปก ซึ่งมีตั้งแต่การ์ดจอ GeForce GTX 1650 จนไปถึง RTX 3080 ส่วนชิปประมวลผลเป็น Intel Core i ทั้ง Gen 10H...

Buyer's Guide

ถ้ามองหาโน๊ตบุ๊ค 2021 รุ่นไหนดี ตอนนี้ไม่ใช่แค่สเปคอย่างเดียว แต่มาดูที่จุดเด่นไปเลยดีกว่า โน๊ตบุ๊ค 2021 รุ่นไหนดีในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2021 นั้น ต้องถือว่ามีทั้งรุ่นน่าสนใจและรุ่นที่เด่นเป็นดาวค้างฟ้าที่ผู้ใช้หลายๆ คนยังตามหาอยู่ให้เลือกซื้อกันหลากหลายรุ่นทีเดียว โดยเฉพาะปลายปีนี้ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คแต่ละแบรนด์ก็พากันเปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ ที่สเปคดีและคอนเซปท์น่าสนใจออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าใครมีงบประมาณพอซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่สักเครื่อง ตอนนี้ก็ถือว่าน่าสนใจมาก ซึ่งถ้าคำถามคือจะซื้อรุ่นไหนดี ส่วนตัวผู้เขียนที่มักถูกคนรอบตัวถามเช่นนี้บ่อยๆ ก็อยากแนะนำโน๊ตบุ๊คไปตามจุดเด่นจุดขายให้เลือกซื้อโดยไม่กำหนดด้วยเรทราคา แต่เน้นรุ่นที่ดีสุดตามโจทย์หลักที่ตั้งใจเอาไว้ไปเลย เวลาซื้อเครื่องมาใช้งานจะได้ตอบโจทย์ตรงใจที่สุดไม่ต้องติดใจกับอาการ “ไม่สุด” อย่างที่ใครหลายคนอาจจะเคยเจอนั่นเอง 7...