Connect with us

Hi, what are you looking for?

รีวิว Asus

รีวิว ASUS ZenBook 14 UM425QA สเปก Ryzen 9 5900HX ถูกที่สุด ทรงพลัง พรีเมียม เบา 1.3 โล ประกัน 3 ปี On-site

ASUS ZenBook 14 UM425QA เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานบางเบาหน้าจอ 14″ สเปก AMD Ryzen 5900HX ที่แรงที่สุดและราคาถูกที่สุด โดดเด่นประสิทธิภาพที่แฝงในดีไซน์บางเบาที่น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด แต่ยังมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อที่พอเพียง มีขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน ดีไซน์พรีเมียมใช้สีเทา (Pine Grey) ที่โดดเด่น ประกันเป็น 3 ปี On-site Service + Perfect Warranty ในปีแรก

ASUS ZenBook 14

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง AMD Ryzen 9 5900HX ประสิทธิภาพในการประมวลผลระดับ Gaming ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่16GB LPDDR4x Bus 4266MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6AX ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ฟรีๆ ติดเครื่อง สนนราคา 33,990 บาท เรียกได้น่าสนใจมากๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในซีรีส์ของ ZenBook จาก ASUS

VDO Preview

NBS Verdict

ASUS ZenBook 14 UM425QA เป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบาแต่ประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ จากการที่ได้สเปก AMD Ryzen 5000H Series อย่าง Ryzen 9 5900HX ที่ทรงพลังแรงลื่นระดับ Gaming อย่าง ROG ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน ZenBook พร้อมประหยัดพลังงานด้วย ทำงานร่วมกับแรมขนาด 16GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำได้อย่างลื่นไหลสำหรับการใช้งานพื้นฐานทั่วไปอย่าง งานเอกสารผ่านทางโปรแกรม Word, Excel, Power Point แบบติดเครื่องตลอดไป มีมาให้ใช้ฟรีๆ ทันที ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อแยก 

รวมไปถึงงานออนไลน์ต่างๆ ผ่านทางเว็บบราวเซอร์ และตัดต่อวีดีโอก็ได้สบายๆ จากฮาร์ดแวร์ภายในต้องบอกเลยว่าลื่นไหลไม่มีสะดุดแน่นอน  อีกทั้งได้หน้าจอขนาด 14″ บนมิติตัวเครื่อง 13.3″ ทำให้เล็กกระทัดรักพกพาสะดวก ที่สำคัญเครื่องยังเบาเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น แม้ว่าจะหนักกว่ารุ่นสเปก Ryzen 5, Ryzen 7 เล็กน้อย แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ เรียกได้ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างออฟฟิศ ร้านกาแฟ หรือ Co Working Space อย่างแท้จริง รวมไปถึงการเรียนออนไลน์และ Work Form Home ด้วย

ASUS ZenBook 14

สำหรับราคาก็คุ้มค่าสุดๆ เพราะเพียง 33,990 บาทเท่านั้น ซึ่งมีราคาสูงกว่าสเปก Ryzen 7 5700U เพียง 3,000 บาทเท่านั้น ที่นอกจากได้เรื่องของสเปกฮาร์ดแวร์ที่ดีแล้ว ยังได้ตัวเครื่องที่พรีเมียมหรูหรา โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ MIL-STD-810G ทำให้มั่นใจได้เลยว่าพกพาไปใช้งานไปไหนมาไหนเผื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นเครื่องก็ไม่พังง่ายแน่นอน รวมไปถึงยังได้เรื่องของความปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้า 3D IR Camera ใช้งานผ่านทาง Windows Hello ที่สะดวกและง่ายกว่าการกรอกรหัสผ่านแบบเดิมๆ

พอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันประมาณนึงเพียงพอต่อการใช้งานที่ไม่หนักหน่วงมาก และสำหรับแบตเตอรี่ก็ใช้านได้ยาวนานประมาณ 11 ชั่วโมง แม้จะน้อยกว่ารุ่น Ryzen 7 แต่ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้ว หรือถ้าคิดว่าไม่พอจะพกอแดปเตอร์ติดไปด้วยก็ได้ เพราะขนาดก็เล็กเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าสำหรับโน๊ตบุ๊คบางเบาสเปกแรงสุดๆ ได้ความพรีเมียมงบสามหมื่นนิดๆ ถือว่าตอบสนองได้อย่างคุ้มค่าจริงๆ อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตเล็กน้อย ที่หนาและหนักกว่าเล็กน้อย และหน้าตาก็ดูไม่ต่างจาก ZenBook 14 รุ่นอื่นๆ เท่านั้นเอง  

ASUS ZenBook 14

จุดเด่น ASUS ZenBook 14

  • เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 13.3″
  • น้ำหนักเบากแค่ 1.3 กิโลกรัม วัสดุตัวเครื่องคุณภาพสูงตลอดทั้งตัว
  • ดีไซน์พิเศษบานพับ ErgoLift Hinge ช่วยให้ใช้งานดีขึ้น ในหลายๆ ส่วน
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB
  • ขอบจอบางเฉียบด้วย เทคโนโลยี Nano Edge บางพิเศษกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป
  • ใช้งานจริงลื่นไหลด้วย Ryzen 9 5900HX + 16GB + SSD 512GB
  • ใช้งานทั่วไปลื่นไหลสบายมาก เล่นเกม 3 มิติ หรือตัดต่อวีดีโอพอได้
  • ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ทนทานต่อการใช้งาน
  • ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง
  • มาพร้อม 3D IR Camera ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • อแดปเตอร์เป็นมาตรฐาน USB-C แล้ว ใช้สะดวกพกพาง่าย
  • มี Windows 10 แท้มาให้พร้อมใช้งานทันที
  • ประกัน 3 ปี On-site Service พร้อมประกันอุบัติเหตุ 1 แรก เคลมผ่าน 7-11 ได้
  • มีอุปกรณ์เสริมอย่างซองเคสใส่เครื่องและสายแปลง USB to LAN ให้ทันที
  • ราคาคุ้มค่า ประสิทธิภาพดี เมื่อเทียบแบรนด์อื่นๆ

ข้อสังเกต ASUS ZenBook 14

  • ดีไซน์โดยรวมทั้งหมดยังคล้ายกับ ZenBook 14 รุ่นก่อนๆ 
  • มีความหนาและหนักกว่า ZenBook 14 รุ่น Ryzen 5, Ryzen 7
  • แบตตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 11 ชั่วโมง น้อยกว่าสเปก Ryzen 5, Ryzen 7
  • อแดปเตอร์ USB-C มาฐาน PD ที่แนะนำควรเป็น 65W – 100W 

Specification

ASUS ZenBook 14 UM425QA มีอยู่ 1 สเปกในตอนนี้ คือ AMD Ryzen 9 5900HX ที่เป็นชิปประมวลผลตัวท็อป ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด สถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นมากๆ และร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน การ์ดจอเป็นออนชิป Radeon 8 รุ่นใหม่  ได้แรม 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz แบบฝังบอร์ด และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรดอีก 1 ตัว)

Asus ZenBook 14 UM425QA KI901TS

หน้าจอขนาด 14″ เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว รองรับการใช้งาน VDO Call พร้อมกล้อง 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ไว้สแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งาน ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องตลอดไป คุ้มค่าสุดๆ ตรงจุดนี้

มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก, micro SD Card Reader, ช่องต่อหูฟังและไมค์ ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด การรับประกัน 3 ปี On-site Service รวมถึงถ้าลงทะเบียนในเว็บไซต์ ปีแรกจะมีประกันอุบัติเหตุมาให้ด้วย (Perfect Warranty) อย่างที่หาได้ยากใน Notebook แบรนด์อื่นๆ 

ASUS ZenBook 14 UM425QA-KI901TS ราคา 33,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 9 5900HX (8C/16T & 3.30 – 4.60GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8
  • RAM : 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz
  • DISPLAY: 14″ Full HD IPS
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty

ในส่วนของชุดบันเดิลที่ให้กับ ASUS ZenBook 14 UM425QA มีทั้งในส่วนของซอฟต์เคสที่ดูดีลงตัวกับเครื่อง และ USB-A to LAN RJ45 มาให้ใช้งานได้ทันที ตอบโจทย์คนที่ต้องการหรือจำเป็นใช้งานเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตแบบสาย LAN อยู่เช่นตามที่ทำงานรวมไปถึงองค์กรต่างๆ โดดเด่นด้วยอแดปเตอร์ชาร์จไฟ ที่เป็นมาตรฐาน USB-C แบบ USB PD

Hardware / Design

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอดโน๊ตบุ๊คที่หรูหราบางเบา แต่ก็ยังมาพร้อมความคุ้มค่าทำให้ ASUS ZenBook 14 UM425QA มีความบางเบาที่สุด โดยบางเพียง 16.8 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 1.3 กิโลกรัม สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆเหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย

ASUS ZenBook 14

โดย ASUS ZenBook 14 วัสดุหลักเป็นอลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่างสีเทา (Pine Grey) ให้ความหรูหราพรีเมียมไม่เหมือนใคร พร้อมรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบโค้งมน รวมไปถึงด้านในอย่างตัวอักษรคีย์บอร์ด มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้น กับราคาก็ไม่แพงด้วยจากการที่สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U Series ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่ารุ่นก่อนๆ

ASUS ZenBook 14 Ryzen 9 5900HX Review 49

อีกหนึ่งเทคโนโลยี ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดมากกว่า 145 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลังช่วยให้พิมพ์ได้อย่างสบาย และทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในส่วนของตัวเครื่องนั้นมีการดูดลมเย็นเข้าไปช่วย พร้อมกันนั้นยังให้เสียงที่ดีขึ้นด้วย เรียกได้ว่าด้วยฟีเจอร์บานพับเดียวนี้ ทำให้การใช้งานดีขึ้นทั้ง 3 ด้านเลย

ASUS ZenBook 14 Ryzen 9 5900HX Review 22

ฝาหลังเป็นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง ZenBook ที่ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียม พร้อมโลโก้ ASUS ตามมาตรฐานที่มีรัศมี Zen ที่เป็น DNA สำหรับขอบตัวเครื่องมีความสวยงามเรียบง่ายแต่ดูแพง ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมแบบด้านที่ดูหรูหราไม่แพ้ด้านนอกทีเดียว นอกจากนี้ใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่มีช่องระบายอากาศให้เห็นเลยในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ ทำให้สเปกแรงแบบนี้ก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ แม้จะมีพัดลมเพียงตัวเดียวก็สามารถจัดการความร้อนภายในได้เป็นอย่างดี

ASUS ZenBook 14 Ryzen 9 5900HX Review 46

อีกทั้งตัวเครื่อง ASUS รุ่นนี้เอง ก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งานตัวเครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาหรูหราแต่มีความทนทานสูง ซึ่งรุ่นสเปก Ryzen 9 5900HX นี้ ยังมาพร้อมกับพัดลมระบายความร้อนถึง 2 ช่วยกันเป็นอย่างดี (สเปก Ryzen 5, Ryzen 7 มีพัดลมตัวเดียว)

ASUS ZenBook 14

ทำให้ในการใช้งานร่วมกับตัวเครื่องได้สะดวกสบาย เพราะเราสามารถนำอแดปเตอร์ 100W นี้ไปชาร์จมือถือรุ่นใหม่ๆ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้แทบทั้งหมด อาทิ กล้องดิจิตอล หรือ Power Bank นับได้ว่า ASUS ZenBook 14 UM425QA เป็นการมาของ AMD Notebook หน้าจอ 14″ สายทำงานบางเบาที่ครบเครื่อง มีดีที่สเปกแรงลื่น ราคาคุ้มค่า ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นก่อนๆ ได้เป็นอย่างดี ยืนยันได้เลยว่า ASUS ใส่ใจในการออกแบบ รายละเอียด เพื่อการรองรับใช้งานจริงของคนรุ่นใหม่จริงๆ

Keyboard / Touchpad

ปุ่มคีย์บอร์ดมีขนาดใหญ่เป็นสีเดียวกับตัวเครื่อง จัดว่าอยู่ในขนาดพอตัวเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอ 14″ ทำให้พอมีพื้นที่เว้นว่างบ้าง โดยมีระยะการกดที่ 1.4 มิลลิเมตร ซึ่งให้สัมผัสในการกด การเด้งของปุ่มที่ดี การตอบสนองทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วกันและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด พร้อมไฟ LED ที่คีย์บอร์ดก็จะเป็นสีขาวตัวอักษรเป็นสีขาวเข้ากัน ซึ่งสามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ ส่วนปุ่ม Fn ที่เป็นทางลัดต่างๆ ติดตั้งอยู่ชุดคีย์บอร์ดแถวบนเป็นมาตรฐาน ใช้งานได้สะดวกเหมือนเดิมตามมาตรฐาน ASUS ZenBook ที่ทำได้ดีอยู่แล้ว 

ASUS ZenBook 14

ตัวทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งใหญ่กว่ารุ่นก่อนๆ มาก เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่องโดยรวมที่มีเล็กกระทัดรัดถือว่าจัดเต็มเรื่องของการใช้งานจริง ดีไซน์ออกมาแบบไม่มีปุ่มแยกโดยเป็นชิ้นเดียวทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา ซึ่งขอบรอบๆ มีการเล่นสีสันเป็นสีมันวาวสะดุดตา การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาสามารถควบคุมจัดการได้ดี ใช้งานแบบมัลติทัชร่วมกับ Windows 10 Home ได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีเมาส์มาต่อเพิ่มเลยก็ว่าได้

Screen / Speaker

หน้าจอ ASUS ZenBook 14 UM425QA เป็นจอด้านขนาด 14″ ตามมาตรฐานที่เน้นความกระทัดรัด แบบขอบบางทั้ง 4 ด้าน ให้ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดระดับสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามสมจริงทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบตามสไตล์ NanoEdge Display โดยให้พื้นที่หน้าจอถึง 90% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป การเปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น

ASUS ZenBook 14 Ryzen 9 5900HX Review 18

ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของเว็บแคมและไมโครโฟน เพื่อไว้ใช้งาน VDO Call ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรียนออนไลน์ ประชุมออนไลน์ โดยมีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนขั้นสูง (AI Noise Cancelation) สำหรับการทำงานระยะไกลและการประชุมวีดีโอ โดยแยกเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการออกจากเสียงพูดซึ่งสามารถกรองและแยกเสียงรบกวนรอบข้าง ดีที่สุด

รวมถึงยังมีหลอดไฟ LED สำหรับแสดงสถานะว่ากล้องทำงานอยู่ เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง อีกทั้งแม้ขอบหน้าจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนแบบคู่มาปกติที่ขอบด้านบน พร้อมด้วย 3D IR Camera ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ด้วย ส่งผลให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย และความปลอดภัยด้วย โดยไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite  โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90%, AdobeRGB ที่ 69%, DCI-P3 ที่ 69% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ พอตัว ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีที่สูง รองรับการทำงานที่เน้นกราฟิก หรืองานด้านการถ่ายได้ระดับมืออาชีพ 

s4 5

ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับกลางๆ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในที่ต่างๆ ได้แบบสบายๆ ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้มาตรฐานระดับมืออาชีพเลยทีเดียว ส่งผลให้มีคะแนนรวมอยูท่ี 4.0 คะแนน ถือว่าสูงกว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปี 2021 นี้ เมื่อเทียบกับราคายิ่งจัดว่าคุ้มค่า

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง 2W x  2 ตัว ระบบเสียง Harman/Kardon พร้อมด้วย Smart AMP ให้ที่เสียงที่ดีมากทั้งความดังและคุณภาพ ผ่านตัวซอฟต์แวร์ ASUS SonicMaster ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ

พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า เมื่อกางบานพับจอแบบ ErgoLift ออกมา ฐานเครื่องก็จะยกขึ้นเพื่อให้เสียงจากลำโพงสะท้อนกับพื้นเพิ่มมิติของทิศทางเสียง  ซึ่งตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น 2 ตัว ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด

Connector / Thin And Weight

ASUS ZenBook 14 ในเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อก็ถือว่ามีความครบครันตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คบางเบา ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.2 Type-A จำนวน 1 พอร์ต (น่าจะให้มาสักสองก็จะดีมากๆ ) ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็ว มีพอร์ต USB 3.2 Type-C มาให้ 2 พอร์ต แน่นอนว่ารองรับการชาร์ไฟเข้าเครื่องทั้ง 2 พอร์ต แต่แนะนำว่าให้ใช้อแดปเตอร์หรือ Power Bank ที่จ่ายไฟที่ 100W หรือไม่ต่ำกว่า 65W ถึงจะสามารถชาร์จไฟเข้าเครื่องได้ปกติ  

ASUS ZenBook 14

ทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อหน้าจอก็จะมี HDMI 2.0 มาให้ เพื่อการเชื่อมต่อหน้าจอภายนอกเป็นหลัก อาทิ มอนิเตอร์หรือทีวี ส่วนช่องอ่าน micro-SD Card จะอยู่ด้านขวามือตัวเครื่อง ซึ่งในรุ่นนี้กลับมาแล้วสำหรับช่องเชื่อมต่อหูฟังเป็นแบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังพร้อมกับตัวแปลง USB-A to LAN RJ45 มาให้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่เน้นใช้งานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เยอะๆ ก็ควรมี USB-C Hub ไว้ขยายการเชื่อมต่อด้วยอีกซักชิ้นก็จะดีเยี่ยมมากๆ 

ขนาดของตัวนี้ถือว่ามีมิติที่ค่อนข้างเล็กและบางเบา น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จหัวเป็น USB-C ขนาด 100W เองก็มีขนาดเล็กกะทัดรัด (แต่ก็ใหญ่กว่ารุ่น 65W เล็กน้อย) ซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วน่าจะมีหนักราวๆ ไม่เกิน 1.4 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน๊ตบุ๊ค 14″ รุ่นก่อนๆ แค่ตัวเครื่องก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัมขึ้นไปแน่นอน  ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการพกพาใส่กระเป๋าไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

Performance / Software

ASUS ZenBook 14 UM425QA รุ่นที่นำมารีวิวเป็นตัวท็อปขายจริง มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวแรงระดับบนสุดในตลาดของ AMD Notebook อย่าง Ryzen 9 5900HX เน้นนำไปใช้งานหนักๆ มากกว่า Ryzen 4000H รุ่นก่อนหน้า ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 ที่พัฒนาไปในหลายๆ ส่วน โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 3.30 – 4.60 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 16MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 45W+

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักหน่วง ก็รองรับได้อย่างสบายๆ และดีที่สุดแน่นอน เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 5000H อย่าง Ryzen 9 4900H แน่นอน พร้อมได้แรมขนาด 16GB LPDDR4x 4266MHz (8GB x 2) ใช้งานได้ทันที จัดเต็มอย่างที่เราไม่จำเป็นต้องอัปเกรดภายหลังเลย

c1 4.   c2 4

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 2100MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

g1 4.   g2 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HX คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U / Intel Core i Gen 11U ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง แม้การ์ดจอจะออนชิปแต่ก็ลากความแรงไปในระดับนึง

cine15 3.   cine20 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2316 MB/s และเขียนที่ 1431 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจมากๆ 

ssd 4

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6,295 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HX ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ก็ยังแรงมากๆ ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ามันจะสามารถเล่นเกมได้ดีนะ 

pc10 2

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 1,53 ที่นับว่าเป็นเกณฑ์ระดับเริ่มต้น ซึ่งเน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน รุ่นนี้จัดว่าได้คะแนนที่น้อยกว่าหลายๆ รุ่น แน่นอนว่าไม่เน้นเล่นเกมหรือทำงาน 3 มิตินั่นเอง

3d 2

ทดสอบเกมสำหรับ ASUS Notebook สเปก Ryzen 9 5900HX เครื่องนี้แม้จะไม่ใช่ Gaming แต่ก็อยากรู้ว่าจะเล่นได้ประมาณไหน ซึ่งด้วยคะแนนและเฟรมเรทในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 2 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย 

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 62 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 37 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) ในส่วนของเกม PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลกว่าที่คาดไว้พอตัวที่เฉลี่ย 51 และลดต่ำสุดที่ 31 อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเบาสุดๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดอยู่บ้าง

game test 4

ASUS รุ่นนี้เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง MyASUS (โดยเปิดเครื่องมาเจอเลยพร้อมมี Hotkey ให้กดใช้งาน) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน รวมไปถึงโหมดพัดลมและโปรไฟล์สีการแสดงผลอีกด้วย ซึ่งที่โดดเด่นสุดจะเป็นฟีเจอร์เชื่อมต่อกับมือถือเพื่อโอนไฟล์หรือแสดงหน้าจอผ่านทาง Link to myASUS

myasus 1

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ ASUS ZenBook 14 UM425QA เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปีปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาดประมาณ 5200 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 11:40 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) ผ่านทาง Microsoft Edge พร้อมปรับเป็น Power Saver Mode แล้วดู Youtube ยาวๆ จากการที่ใช้ AMD Ryzen 9 5900HX  ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงานพิเศษ ส่วนช่องระบายความร้อนของตัวเครื่องมีเพียงช่องเล็กๆ พร้อมพัดลม 2 ตัวช่วยระบายความร้อน

batt2

อุณหภูมิภายในของชิปประมวลผลล่าสุดได้ทดสอบผ่านทางโปรแกรม Hardware Monitor โดยมีความร้อนสูงสุดคือ 94 องศาเซลเซียส จากการเล่นเกมและประมวลผลหนักๆ ต่อเนื่อง ซึ่งถ้าใช้งานทั่วไปจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียสโดยประมาณ เรียกได้ว่าระบบระบายความร้อนของตัวเครื่องนี้มีอุณหภูมิที่เย็นแม้ว่าตัวเครื่องเน้นความบางสุดๆ เรียกได้ว่าเป็น AMD Notebook รุ่นใหม่ที่จัดการความร้อนได้ดีเยี่ยมทีเดียว ตรงนี้ถือว่าทำได้น่าประทับใจที่ไม่ใช่แค่แรงขึ้นจากการทดสอบหลายๆ อย่าง แต่การปลดปล่อยความร้อนก็ทำได้ยอดเยี่ยมด้วย

temp2 2

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง ASUS ZenBook 14 UM425QA ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล ZenBook ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาระดับสูงของทาง ASUS ที่ทุกคนต่างในการยอมรับ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีความทนทานมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน

ASUS ZenBook 14

ทางด้านราคา ASUS ZenBook รุ่นนี้ถือว่าเป็นที่สุดของความคุ้มค่า สนนราคาที่ 33,990 บาท ซึ่งเหนือกว่าในเรื่องชิปประมวลผลที่ทรงพลังที่มากกว่าคู่แข่งอื่นๆ ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน จากการใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HX รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ทั้งแรงมากๆ และร้อนน้อยกว่าเดิมได้อีก  อีกทั้งด้วยการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กเทียบและมีหน้าจอขนาด 14″ แต่มิติรูปทรง น้ำหนัก มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊ค 14″ ทั่วไป ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมและบางเพียง 16.8 มิลลิเมตรเท่านั้น เทียบกับขนาดตัวเครื่องแล้ว จัดได้ว่ามีประสิทธิภาพที่สูงอย่างน่าประทับใจ

ASUS ZenBook 14 Ryzen 9 5900HX Review 29

เอาเป็นว่า ASUS ZenBook 14 UM425QA รุ่นนี้สมแล้วที่จะเป็นสุดยอดโน๊ตบุ๊คบางเบาในราคาคุ้มค่า แต่ก็จัดเต็มทุกๆ อย่าง อาทิ มาตรฐาน USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ตที่ชาร์จไฟได้ พร้อมชูนวัตกรรม ErgoLift ของคีย์บอร์ดที่ทำมุม 3 องศา ช่วยให้การพิมพ์งานง่ายกว่าเคย พร้อมระบายความร้อนดีขึ้น ระบบเสียงดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้ชิปประมวลผล แรม SSD และโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย ส่งผลให้ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมดีเยี่ยมนั่นเอง

ASUS ZenBook 14

สรุปแล้ว ASUS ZenBook 14 UM425QA ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้ในช่วงราคานี้ แม้ว่าจะได้ดีไซน์เหมือนรุ่นก่อนหน้า จากการที่ได้ประสิทธิภาพที่สูงเหมาะกับการทำงานทั่วไป หรือหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือถ้าจะเล่นเกมบ้างก็สามารถทำได้ดีลื่นไหล ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง คุ้มค่าน่าซื้อ การรับประกันก็ตามมาตรฐานของ ASUS ที่อัพเกรดเป็นมาตรฐานประกันแบบ 3 ปี On-site Service ซ้อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงในปีแรกแค่เราลงทะเบียนก็จะได้ประกันอุบัติเหตุในปีแรก อย่าง Perfect Warranty แล้ว ถือว่าเป็นจุดเด่นที่ดีเยี่ยม

ASUS ZenBook 14 Ryzen 9 5900HX Review 61

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ZenBook 14 UM425QA  ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้านของพกพา ก็คือขนาดที่กะทัดรัด เบาแค่ 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่ง ASUS รุ่นนี้ ตอบโจทย์การใช้งานสาย Mobility ได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเฉียบ ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และนอกจากความบางเบา ยังมีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุที่ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐานระดับกองทัพ ดังนั้นจึงหายห่วงเรื่องความทนทานได้เลย ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 11 ชั่วโมงอีกด้วย เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องพกอแดปเตอร์ไปด้วยเลย หรือจะพกไปก็เล็กมากๆ พร้อมรองรับ USB-PD ด้วย

 NBS award 4 Mobility 

Best Design

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS รุ่นนี้มีความโดดเด่นแนวทางการออกแบบที่เป็นหนึ่งเดียว รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบ NanoEdge ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 14 นิ้ว ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน ให้มิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม  ไปจนถึงบานพับ ErgoLift ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานได้เป็นอย่างดี รายละเอียดรอบนอกเครื่องดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่างสีเทา (Pine Grey) ที่หรูหราพรีเมียม

NBS award 7 Design

Best performance

ASUS รุ่นนี้แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบาพกพาสะดวก โดยบอกได้เลยว่าเป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งเหมือนเทียบกับประสิทธิภาพระดับสูงที่ได้มา ด้วยราคาขาย 33,990 บาท ซึ่งอาจจะไม่ได้ออกแบบมาเล่นเกมก็จริง แต่ถ้าเทียบกับรุ่นอื่นๆ ก็นับว่าดีขึ้นมาก ที่มาพร้อมสเปคอย่าง AMD Ryzen 9 5900HX อีกทั้งมีสแกนใบหน้า 3D IR Camera และฟีเจอร์อื่นๆ จัดเต็ม พร้อมได้ Office แท้ เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน๊ตบุ๊คแบบนี้ ที่สำคัญประกันยังมีระยะถึง 3 ปี On-site + Perfect Warranty ในปีแรก เราจึงมอบรางวัล Best Performance ไปให้เลยอย่างไม่ต้องสงสัย

award new performance

 

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Special Story

AMD Advantage จัดว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของ Gaming Notebook จากทาง AMD ที่ใช้ชิปประมวลผลที่เป็น Ryzen 5000 อาทิ Ryzen 5 5600H / Ryzen 7 5800H / Ryzem 9 5900HX และการ์ดจอแยกอย่าง Radeon...

Buyer's Guide

คอม งบ 5000 เล่นเกมออนไลน์ ทำงานเอกสาร ท่องเน็ต Work from Home ดูหนัง 4K คอม งบ 5000 บาท การประกอบคอมด้วยงบน้อยๆ ในปัจจุบันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่ ด้วยสถานการณ์ของการ์ดจอที่มีราคาสูง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ขาดตลาดและหาได้ยาก จึงทำให้การจัดสเปคระดับต่ำกว่า 10,000 บาท อาจจะต้องพิจารณาให้ดี...

รีวิว Acer

Acer Swift X จัดว่าเป็น AMD Notebook รุ่นใหม่ช่วงปี 2021 สาย Content Creator หน้าจอขนาด 14″ สเปก Ryzen 5000U + GeForce RTX โดยเป็นการเพิ่มเข้ามาเป็นซีรีส์ใหม่ให้เป็นตัวเลือก ซึ่งสเปกที่ได้รับมารีวิวนี้เป็น Ryzen 5 5600U...

Buyer's Guide

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 อัพเดทครึ่งปีหลัง ยังมีรุ่นดีๆ ให้เลือกอยู่นะ โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ก็ยังมีรุ่นน่าใช้เป็นตัวเลือกสำหรับคนทำงานหรือจะเอาไปเรียนออนไลน์ ตอนนี้ก็ยังมีตัวเลือกน่าสนใจให้หาซื้อมาใช้งานกันอยู่ และบางรุ่นที่ราคาเกิน 15000 บาทไปนิดหน่อย แต่ถ้ายอมจ่ายเพิ่มอีกนิด ก็เรียกว่าคุ้มเงินหลักร้อยที่จ่ายเพิ่มไปอย่างแน่นอน ซึ่งโน๊ตบุ๊คระดับราคาไม่เกิน 15000 บาทนี้ จะมีผสมกันทั้ง Intel...