Connect with us

Hi, what are you looking for?

รีวิว MSI

รีวิว MSI Pulse GL66 สเปก i7-11800H + RTX 3050 Ti + RAM 16GB + SSD 1TB ดีไซน์เฉียบขึ้น ฟีเจอร์ Gaming จัดเต็มเช่นเคย

MSI Pulse GL66 นับว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2021 ดีไซน์ใหม่ หน้าจอขนาด 15.6″ IPS 144Hz ที่แรงลื่นน่าซื้อ จากสเปกล่าสุดเป็น Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series ด้วยวัสดุโลหะพื้นผิวที่มีเอกลักษณ์ที่ดุดัน แนวคิดเดียวนักรบอวกาศสายพันธุ์มังกรแห่งอนาคต ที่โดดเด่นและแตกต่าง รวมถึงขนาดตัวเครื่องและน้ำหนักที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสม ด้วยน้ำหนักเพียง 2.25 กิโลกรัม มีความบางที่ 23.95 มิลลิเมตร ทำให้พกพาได้สะดวกนำไปเล่นเกมได้ทุกที่ทุกเวลา 

MSI Pulse GL66

สเปกเต็มๆ MSI Pulse GL66 ได้ชิปประมวลผลทรงพลัง Intel Core i7-11800H ผสานการทำงานกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti (Max TGP 60W) ตัวแรงที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่า GTX Series ติดตั้งแรมมาให้ขนาด 16GB และ SSD M.2 NVMe จัดเต็มที่ความจุ 1TB รวมไปถึงได้ Windows 10 Home เปิดใช้งานได้ทันที และซอฟต์แวร์ MSI Center เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด สนนราคา 43,990 บาท ประกัน 2 มาตรฐาน MSI เรียกได้ว่าตอบสนองการเล่นเกมได้เต็มที่ แรงลื่นเล่นเกมสะใจแน่นอน 

VDO Review

NBS Verdict

MSI Pulse GL66 เป็น MSI โน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นใหม่ล่าสุดปี 2021 ที่นอกจากสเปกภายในที่สดใหม่แล้ว ยังเป็นการที่ MSI ได้มีการร่วมมือกับ Maarten Verhoeven ศิลปินแนวดิจิทัลอาร์ทชื่อดัง ผู้ชนะการแข่งขัน Zbrush World Champion มาช่วยออกแบบในส่วนคอนเซปต์ของ Gaming Notebook ซีรีส์นี้ เหมือนกับการใช้ Gaming Notebook ด้วยดีไซน์รูปแบบฝาหลังโลหะ Cutting Edge และตัวเครื่องที่สัมผัสคล้ายเหล็กไทเทเนียม ให้ภาพลักษณ์อันล้ำสมัยรวมไปถึงเทคโนโลยีในการต่อสู้ขั้นสูง ราวกับว่าเป็นชุดเกราะสำหรับต่อสู้สุดไฮเทคที่ล้ำสมัยนั่นเอง

MSI Pulse GL66

MSI Pulse GL66 ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook ที่ได้ฟีเจอร์ Gaming จัดเต็ม ในส่วนของไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อมทั้งได้สเปคแรงกว่าเดิมด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 H45 รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Core i7-11800H ให้ประสิทธิภาพที่แรงลื่นกว่า พร้อมจับคู่กับการ์ดจอใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti Max-P พร้อมด้วยสเปกอื่นๆ อย่างแรมขนาด 16GB DDR4 และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB รองรับการอัพเกรด SSD หรือ HDD 2.5″ SATA3 ได้ทันที พร้อมกันนั้นหน้าจอก็มีค่าขอบเขตสีที่ดีกว่ารุ่นรองอย่าง MSI Katana GF66 ด้วย

อีกทั้งได้มีการร่วมมือกับทาง Intel และ NVIDIA ในการนำเทคโนโลยี “Resizable Bar” มาช่วยในการทำให้ CPU สามารถเข้าถึงและใช้งาน VRAM ของ GPU ได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ FPS ในการเล่นเกมดีขึ้น 5% – 10% ยกระดับการเล่นเกมที่ตอบสนองได้ดีกว่า จากการที่มีในส่วนของระบบ Cooler Boost 5 ฮีทไปป์ 4 เส้นดีไซน์ใหม่ ด้านหลังยังมีช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่อีก 3 ช่อง แบบหลัง 2 ช่องและด้านซ้ายอีก 1 ช่อง ช่วยให้สามารถระบายอากาศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รอบๆ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมถูกจัดวางในส่วนฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของตัวเครื่อง

MSI Pulse GL66

 เรียกได้ว่าดีกว่ามีการปรับปรุงทุกอย่างใหม่หมด โดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่ลงตัวตามสไตล์ชุดเกราะอนาคต ให้ความดุดันแตกต่าง อีกทั้งยังได้ฟีเจอร์ Gaming จัดเต็มไม่เป็นรองใคร พร้อมมีซอฟต์แวร์ MSI Center ช่วยปรับแต่งที่ดีที่ง่ายใช้งานสะดวก  ซึ่งก็จะมีรุ่นหน้าจอ 17.3″ อย่าง MSI Pulse GL76 เป็นตัวเลือกด้วย ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามลักษณะการใช้งานในส่วนของสเปกเหมือนกันทั้งหมดแต่มีราคาที่สูงกว่าด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาของ Gaming Notebook จากทาง MSI กันเอง ก็มีความสมเหตุสมผล รองรับการทำงานแบบมืออาชีพก็สามารถใช้งานได้ยอดเยี่ยมไม่เป็นรองเล่นเกมเลยล่ะ

แม้ว่าอาจจะไม่ใช้ Series ที่จัดเต็มเป็น Gaming ในทุกด้านเหมือนกัน GE หรือ GS แต่เรื่องระบบระบายความร้อนก็หายห่วงแม้จะดูสูงซักหน่อย ส่วนข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ คงเป็นเรื่องพอร์ต USB 2.0 Type-A ติดตั้งมาอยู่ และแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวสูงสุดที่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าเทียบกับประสิทธิภาพต่อราคาแล้วก็ถือว่ายังคงน่าสนใจทีเดียว ปิดท้ายด้วยการ์ดจอเองจากข้อมูลมีค่า TGP สูงสุดที่ 60W เท่านั้น คาดว่าถ้าทำได้สูงกว่านี้ ประสิทธิภาพการแสดงผลก็น่าจะดีกว่านี้ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะทาง MSI มีความตั้งใจให้ตัวเครื่องมีความสเถียรภาพสูงสุดก็เป็นไปได้ 

MSI Pulse GL66

ข้อดี MSI Pulse GL66

  • ดีไซน์การออกแบบใหม่สวยงามเอาใจเกมเมอร์ งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
  • หน้าจอ 15.6″ โดยมีน้ำหนักเพียง 2.25 กิโลกรัม จัดว่ามีความเบาตามมาตรฐาน 
  • สเปคแรงลื่นทั้ง Core i7-11800H และการ์ดจอ GeForce RTX 3050 Ti
  • ได้หน่วยความจำแรมขนาด 16GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 1TB
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6″ พาเนล IPS เกรดสูง ที่ Refresh Rate 144Hz
  • เทคโนโลยี “Resizable Bar” มาช่วยในการทำให้ CPU + GPU ทำงานดีขึ้น
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมจริงๆ ได้เฟรมเรทที่ลื่นไหล
  • รองรับการอัพเกรด SSD 2.5″ SATA3 หรือ HDD 2.5″ SATA3 ได้ทันที
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที
  • ได้ซอฟต์แวร์ MSI Center เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง ให้สนุกยิ่งขึ้น
  • ได้ประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่ากับราคา

ข้อสังเกต MSI Pulse GL66

  • ความร้อนของชิปประมวลผลสูงสุดที่ 98 องศาเซลเซียส แต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานที่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น พกพาไปไหนควรติดอแดปเตอร์ไปด้วย 
  • ยังมีการติดตั้งพอร์ต USB 2.0 Type-A อยู่ ทั้งที่ควรเป็น 3.2 แล้ว สำหรับสเปกและราคานี้
  • ในส่วนของการ์ดจอ RTX 3050 Ti ถ้าได้ค่า TGP ที่สูงกว่า 60W ประสิทธิภาพอาจจะดีกว่านี้

Specification

MSI Pulse GL66 รุ่นใหม่ใช้สเปก Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake H45 ตัวแรงลื่นเน้นประสิทธิภาพ  เทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร มี AI และการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphics ทำงานเต็มที่ ร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Series เครื่องที่เราได้มารีวิวเป็นเครื่องขายจริง สเปกเป็นชิปประมวลผล Core i7-11800H ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ที่ความเร็ว 2.30 – 4.60 GHz และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti (4GB GDDR6) ประสิทธิภาพแรงลื่นกว่า GTX 16 – RTX 20 รุ่นเริ่มต้นแน่นอน

MSI Pulse GL66

หน้าจอขนาด 15.6″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนลบนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ส่วนของแรมมีขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz แบบ 8GB x 2 (Dual Channel) มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB พร้อมรองรับการอัพเกรดด้วย SSD 2.5″ หรือ HDD 2.5″ ด้วย

ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวนสองช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, USB 2.0 Type-A อีกหนึ่งช่อง , HDMI, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45  การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่าเดิม  แน่นอนว่ามีในส่วนของ Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที การรับประกันเป็น 2 ปี ตามตรฐาน MSI ที่ทุกคนมั่นใจ 

MSI Pulse GL66 11UDK-216TH ราคา 43,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11800H (8C/16T & 2.30 – 4.60GHz)
  • GPU : Intel UHD + NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti (4GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years

Hardware / Design

หน้าตาการออกแบบเอง MSI Pulse GL66 ต้องบอกว่ามีความโดดเด่นทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดีเช่นเดิม ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอใหญ่สะใจ แต่ก็ยังได้เรื่องของน้ำหนักที่เบาเหมาะสม ทำให้พกพาสะดวก ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน โดย MSI รุ่นใหม่ปี 2021 ใช้เป็นโทนเทา Titanium Gray สลับกับสีดำตลอดทั้งตัวเครื่อง ตามมาตรฐาน DNA ของ MSI GL Series ที่ให้ความแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป จากการที่ใส่ความเป็น Gaming มากกว่ารุ่นเริ่มต้น 

MSI Pulse GL66

ซึ่งมีดีไซน์และแนวทางการออกแบบแตกต่างจาก MSI GL65 Leopard รุ่นก่อนหน้า ที่เป็นสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 H45  ซึ่งเป็น Gaming Notebook ที่เน้นความ Gaming และคุ้มค่าน่าใช้งาน รูปทรงกระทัดรัด โดยมีน้ำหนักตามสเปกอยู่ที่ 2.25 กิโลกรัม และมีความบางที่ 23.95 มิลลิเมตร ทำให้เป็น Gaming Notebook ประสิทธิภาพสูง หน้าจอขนาด 15.6″ ที่เพรียวบาง คล่องแคล่ว รุ่นหนึ่ง พร้อมได้พาเนล IPS คุณภาพสูงระดับมือาชีพ ความละเอียด Full HD พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป 

MSI Pulse GL66

ซึ่งมีมิติตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่น 15.6″ ซึ่งขอบจอบางใช้งานเต็มตาสุดๆ แกนฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อนซึ่เป็นแบบ 2 แกนขนาดใหญ่ซึ่งีการยึดกับโครงสร้างหลักของตัวเครื่อง ให้ความคล้ายกับ MSI Katana GF66 ที่เป็นรุ่นรองลงมา ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานมี Numpad ไว้ใชงานแป้นตัวเลขตามปกติ แต่จะมีขนาดและสัดส่วนเหมือนกับ MSI Pulse GL76 ที่เป็นรุ่นหน้าจอ 17.3″ เรียกได้ว่ารักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลัง 

MSI Pulse GL66

วัสดุตลอดทั้งตัวเครื่องส่วนของฝาหลังเป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงโดยฝาหลังก็สื่อความเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมได้เต็มเปี่ยมถูกใจคอเกมอย่างสุดๆ ด้วยโลโก้มังกร Dragon Army ที่เรียบง่ายแต่ดูดี อีกทั้งมีการทำลวดลายแบบ Cutting Edge ให้ความเฉียบคมคล้ายชุดเกราะ พร้อมกันนั้นในส่วนของขอบตัวเครื่องคีย์บอร์ดด้านในทั้งด้านซ้ายขวาและด้านหน้าจะมีการทำเส้นสายอีกด้วย ซึ่งขอบด้านหน้าเป็นพลาสติกมีการเว้นพื้นที่เว้าเอาไว้ให้เปิดฝาหน้าจอได้ง่าย และที่พักมือและเนื้องานรอบแป้นพิมม์ใช้วัสดุเป็นพลาสติกสัมผัสดีกว่าทั่วไป จะว่าไปก็ค่อนข้างคล้ายกับฝาหลังที่เป็นโลหะทีเดียว 

MSI Pulse GL66

รอบๆ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมถูกจัดวางในส่วนฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของตัวเครื่อง ในส่วนของด้านหลังยังมีช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่อีก 3 ช่อง แบบหลัง 2 และด้านซ้ายอีก 1 ช่อง ช่วยให้สามารถระบายอากาศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งใช้ระบบ Cooler Boost 5 ฮีทไปป์ 6 เส้นรูปแบบใหม่ ด้านฐานล่างใช้วัสดุพลาสติก ABS ดีไซน์แบบรังฝึ้งที่ทั้งสวยงามและแข็งแรง มียางรอง 4 มุม ยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ซึ่งสามารถถอดอัพเกรดได้ไม่ยาก รวมถึงซ่อมบำรุงรักษาทำความสะอาดเครื่องในระยะยาวได้สะดวก สมเป็น Gaming Notebook ตัวแรง

MSI Pulse GL66

ซึ่งโดยรวมแล้ว MSI Pulse GL66 สำหรับดีไซน์ภายนอกทั้งหมดนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากภาพลักษณะเดิมๆ ที่เป็น Gaming Notebook ยุคก่อนๆ ให้เป็นดีไซน์แบบอนาคต ตามโจทย์ Gamer รุ่นใหม่ แน่นอนไม่ใช่แค่แรงแต่ในประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยมด้วย เรียกได้ว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ใน MSI โน๊ตบุ๊คเล่นเกมสายประสิทธิภาพ ช่วงงบประมาณ 40,000 บาทต้นๆ ก็ว่าได้เลย ราคาค่าตัวจัดว่าคุ้มค่าสุดต่อสเปกและประสิทธิภาพ แต่อัดทุกฟีเจอร์จริงๆ อย่างที่ Gaming Notebook ทั่วไปไม่สามารถให้ได้

Keyboard / Touchpad

ตัวเครื่อง MSI Pulse GL66 มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6″ ซึ่งมีการติดตั้งคีย์บอร์ด Full Size โดยมีการติดตั้ง Numpad แป้นตัวเลขด้วย ที่แม้ไม่ใช่ของ SteelSeries ที่รุ่นบนๆ ใช้กัน แต่ก็ยังสามารถให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดี ทั้งฟิลลิ่งแรงกด อัตราการตอบสนองของแป้นพิมพ์ และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมกัน ซึ่งทำได้แม่นยำไม่แพ้เกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบแยกมาตรฐานทั่วไป มาพร้อมไฟ LED แบบ RGB All Zone ปรับรูปแบบการแสดงสีสันได้หลายระดับ บนเทคโนโลยี Silver Lining Print ที่สวยเสริมความสวยงามให้ไฟสี RGB สว่างน่าใช้มากยิ่งขึ้น

MSI Pulse GL66

โดยรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ Gamers Hotkey อย่างปุ่มเร่งพัดลมให้ทำงานเต็มที่ Cooler Boots เพื่อช่วยระบายความร้อน และปุ่มเรียกใช้ Crosshair ไว้สำหรับช่วยเล็กเป้าในเกมต่างๆ ที่เป็น FPS ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของปุ่มทิศทาง พร้อมมีปุ่ม Fn + F7 ใช้ปรับโหมดการใช้งานต่างๆ และอีกมากมายในส่วนของแถวบนสุดคีย์บอร์ด ในส่วนของทัชแพดให้ดีไซน์โดดเด่นคล้ายเป้าเล็งยิงในเกม ปุ่มแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาทำให้ดูเป็นเนื้อเดียวกัน โดยปุ่มกดไม่แข็งไม่นิ่มเกินไป ผิวสัมผัสของทัชแพดเป็นแบบด้านๆ การใช้งานอยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป

Screen / Speaker

MSI Pulse GL66 มีหน้าจอขนาด 15.6″ ขอบจอบางทั้ง 2 ด้าน ซึ่งขอบจอด้านล่างจะมีโลโก้ MSI แบบใหม่อยู่ 1 จุด กางหน้าจอได้สูงสุดเกือบ 180 องศา มาพร้อมความละเอียด Full HD ที่ 1920×1080 พิกเซล พาเนล IPS คุณภาพสูง มีมุมมองด้านซ้าย ด้านขวาและด้านบนล่างที่กว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare มาตรฐาน แสงสว่างเพียงกับการใช้งานในบริเวณที่มีแสงจ้า พร้อมรองรับการสนับสนุน Refresh Rate ที่ 144Hz เมื่อใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ด้วยกว่าลื่นไหลที่มากกว่าหน้าจอ 60Hz ทั่วไป

MSI Pulse GL66

ซึ่งขอบหน้าจอด้านบนก็มีการติดตั้งกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนแบบคู่ตามมาตรฐาน ซึ่งการทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย จากโทนเย็นฟ้าๆ กลายเป็นโทนอุ่นติดเหลืองนิดหน่อย

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 95% AdobeRGB ที่ 71% และ DCI-P3 ที่ 71% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีระดับสูง ตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ที่ใช้งานด้านสีสันเฉพาะทางได้ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างที่ดีของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ พร้อมรองรับการงานทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพ รวมไปถึงจริงจังเรื่องสีสันแม่นยำ 

s4 5

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางแถวบนเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องซ้ายแถวล่างจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ 13% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ โดยมีค่า Delta E การคลาดสีเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 2.45 อย่างไรก็ตามด้วยคะแนน 3.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว

ลำโพงของ MSI Pulse GL66 ยังจัดวางมาในตำแหน่งส่วนของขอบตัวเครื่องด้านหน้าในส่วนใต้เครื่องตามมาตรฐน แบบขนาด 2W x 2 คุณภาพเสียงเบสให้แน่นลึกยิ่งกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ขนาดมีเสียงเบสเท่ากับรุ่นพี่ แต่ด้วยการใช้ระบบเสียง Hi-Res Audio และ Nahimic 3 เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะมีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง

Connector / Thin And Weight

MSI Pulse GL66 เป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ให้การเชื่อมต่อมาอย่างครบถ้วน รองรับทุกการใช้งานในยุคปัจจุบันโดยพอร์ตต่าง ๆ ถูกติดตั้งไว้ทั้งทางด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 ช่อง ที่ให้มาอย่างจัดเต็มรองรับการเชื่อมต่อที่เพียงพอ นอกเหนือจากนั้นยังมี RJ45, HDMI, USB 3.2 Type-C, และ Audio 3.5mm Mic&Headphone แบบ Combo อย่างไรก็ตามยังมีในส่วนของ USB 2.0 Type-A อีก 1 ช่อง แน่นอนว่ามีช่องต่อไฟอแดปเตอร์ พร้อมยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6 AX ที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดที่ดีที่สุด

MSI Pulse GL66

มิติของตัวเครื่องโดยรวมเน้นการออกแบบให้มีความบางเบากว่า Gaming Notebook ยุคก่อนๆ โดยยังคงประสิทธิภาพตามแบบฉบับโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมเป็นหลักโดยมีขนาดความมิติต่าง ๆ ที่ ดูพยายามให้เล็กกระชับที่สุด น้ำหนักที่ 2.25 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งรวมอแดปเตอร์ขนาด 180 Watt แล้วจะหนักประมาณ 2.9 กิโลกรัม สามารถพกพาได้อย่างสะดวก ซึ่งกระเป๋าเองก็ใช้ตามาตรฐานของหน้าจอ 15.6″ ได้เลย อย่างไรก็ตามถ้าหนุ่มแบกไปทำงานตามออฟฟิศหรือไปมหาวิทยาลัยก็พอได้อยู่ เพราะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ไดเหนักจนเกินไป (ยังไม่รวมของอื่นๆ นะ)

Inside / Upgrade

การแกะทั้งฝาล่างทั้งหมดของ MSI Pulse GL66 สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตทั้งหมดประมาณ 10 ตัว หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ  ที่มีงานประกอบเรียบร้อยดี การแกะตัวเครื่องเพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดของ ก็สามารถทำได้ง่ายและก็สะดวกทีเดียว ซึ่งการแกะฝาล่างของ MSI สามารถทำได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าประกันจะหลุดแต่อย่างใด ขอแค่ว่าอย่าแกะจนเกิดความเสียหายก็พอ รวมไปถึงการใส่กลับด้วย

MSI Pulse GL66

เมื่อแกะออกมาแล้วจะเห็นว่าติดตั้งแรมมาแล้วขนาด 16GB Bus 3200 MHz เป็น 8GB จำนวน 2 แถว รองรับการใช้งาน Dual Channel ทันที ที่รองรับการใช้งานได้แบบสบายชัวร์ๆ ส่วน SSD M.2 NVMe PCIe เดิมๆ ก็มีให้มาแล้ว 512GB จำนวน 1 ตัว ซึ่งในการใช้งานทั่วไปก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ถ้าคิดว่ายังไม่พอสำหรับเรา ก็ยังสามารถอัพเกรด SSD หรือ HDD 2.5″ SATA 3 ที่จะเป็นแบบปกติจานหมุนที่ความจุ 1 – 2 TB ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปที่อยากได้ความจุเพิ่ม ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย

ด้านระบบระบายความร้อนก็จะเป็นระบบ Cooler Boost 5 ซึ่งเน้นในเรื่องของทิศทางการไหลเวียนเข้าออกของลมที่ดีขึ้นกว่าปกติทั่วไป โดยจะมีช่องระบายความร้อนรวมทั้งหมดถึง 3 ช่อง เป็นด้านหลัง 2 ด้านข้างซ้ายอีก 1 ช่อง มีครีบระบายความร้อนเป็นสีเงินซึ่งโดดเด่นไปกับตัวเครื่องภายนอก ในส่วนของ Heat Pipe ทองแดงแบบใหม่ผนังท่อที่บางกว่าเดิมถึง 33%”  ก็ให้มา 4 เส้น แบ่งเป็น CPU 2 + 1 เส้น และ GPU อีก 1+ 1 เส้น แยกออกจากกันแต่ก็ช่วยกัน ที่เพียงพอต่อการระบายร้อนได้ในระดับที่น่าพอใจ

Performance / Software

สำหรับ MSI Pulse GL66 มาพร้อมกับชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 11 H45 อย่าง Intel Core i7-11800H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ  ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.30 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.60 GHz เป็นซีพียูแบบ 8 Core 16 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 3200 MHz แบบ 8GB x 2 แถว ของแบรนด์ SK hynix ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

c1 5.   c2 5

การ์ดจอเป็นแบบออนชิปอย่าง Intel Iris Xe Graphics ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว 

อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti (4GB GDDR6) ค่า TGP ตามสเปกคือ 60W สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่า พร้อมรองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา อย่างไรก็ตามถ้า TGP ของรุ่นนี้น้อยกว่ารุ่นอื่นๆ อาจจะเป็น MSI ตั้งใจเน้นเรื่องความสเถียรภาพในการทำงานด้วย

g1 5.   g2 5

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i7-11800H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงน่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Intel Core i เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD / Intel ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยก RTX 3050 Ti เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

cine15 5.   cine20 5

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe ของแบรนด์ Kingston ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2113 MB/s และเขียนที่ 1705 MB/s ซึ่งถ้าใครอยากเพิ่มความจุของที่เก็บข้อมูลก็สามารถอัพเกรดใส่ SSD / HDD 2.5″ ได้อีกตัวด้วย

ssd 5

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6,523 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i7-11800H  มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming ตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัวระดับเทียบเท่า Desktop ไปแล้ว ฉะนั้นการใช้งานพื้นฐานหรือทำงานหนักๆ สอบผ่านได้สบายๆ

PC10 1

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 5,771 และประมวลผลคาดการณ์เกม Apex Legends ปรับสุด Full HD ได้ 95+ FPS เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน

3D 3

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 8 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า Gaming Notebook สเปกปีก่อนๆ ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-11800H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 16GB DDR4 Bus 3200 MHz รวมไปถึง SSD NVMe PCIe ความจุ 1TB ก็ส่งผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Resident Evil Village / Resident Evil 3 Remake / GTA V / Battlefield V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว แม้การทดสอบจะไม่ได้เปิด DLSS / Ray Tracing ที่ RTX Series รองรับ ก็ให้ภาพสวยงามไม่แพ้กัน แถมไม่กินทรัพยากรเครื่องเพิ่มเติมด้วย ส่งผลให้ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 70 – 80 ขึ้นไป

game test 4

เกมออนไลน์กินสเปกน้อยลงมาอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 178 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แบบไร้กังวล

และด้วยพาเนล IPS แบบ 144Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่ หรือถ้าอยากให้วิ่ง 144Hz ก็จะปรับกราฟิกของเกมลงมากลาง ๆ หน่อย ก็สามารถทำได้แล้ว 

mm

MSI CENTER เวอร์ชั่นล่าสุด เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ Utility จุดเด่นคือใช้งานสะดวกและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูต่างๆ แบ่งตามลักษณะการใช้งานที่ชัดเจน รวมไปถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์ต่างๆ ก็สามารถจัดการได้ง่ายยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

m2 1

m0

m3 1

m5

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวประมาณ 4 ชั่วโมงนิดๆ ดังนั้นเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานน้อยกว่านี้ ถือว่าใช้งานแบตเตอรี่ได้ไม่นานมากนักหากเทียบกับโน๊ตบุ๊คในสเปกที่ใกล้เคียงกัน

batt 2

นอกจากนี้ทางด้านอุณหภูมิ เครื่องนี้ใช้เทคโนดลยี Cooler Boost 5 เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่มีการระบายความร้อนได้ดีกรณีที่ใช้งานทั่วไป โดยเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ  40 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% โดยทางทีมงานได้ทำการเล่นเกมหนักๆ เป็นเวลานานๆ  ซึ่งได้เปิดโหมดเร่งรอบพัดลมสูงสุดไว้ ด้วยการทดสอบโปรแกรม Benchmark และเล่นเกม 3 มิติต่อเนื่อง เพื่อทำให้ความร้อนสูงสุดที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าทำได้ดีเยี่ยมเลย

temp 5

เห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผลอยู่ที่ไม่เกิน 98 องศาเซลเซียส ที่สามารถควบคุมได้เป็นอย่างดีตามมาตรฐาน ในการทำงานก็ปกติดีทุกอย่าง ส่วนที่เป็นการ์ดจอจะอยู่ที่ไม่เกิน 86 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่ามีความเย็นมากๆ จากกที่เป็นการ์ดจอรุ่นใหม่ตระกูล RTX Series รุ่นใหม่ ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่เปิดโหมด Ultimate Performance ทำให้พัดลมหมุนรอบเร็วสุดเมื่อทำงานหนักๆ โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง แม้จะดูสูงซักหน่อย ซึ่งเมื่อใช้งานทั่วไปในส่วนของเสียงพัดลมจะมีความเบามากๆ แทบไม่ได้ยินเสียงเลย

Conclusion / Award

Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ เป็นสิ่งขนาดที่เกมเมอร์หลายคนต้องการจับจองเป็นเจ้าของ ในส่วนของ MSI Pulse GL66 มีการทำราคาที่ไม่สูงจนเกินไป พร้อมได้สเปคล่าสุดชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 และการ์ดจอตัวแรง NVIDIA GeForce RTX 30 Series อย่าง Core i7-11800H + GeForce RTX 3050 Ti บอกเลยว่าลื่นไหลทุกๆ เกม ที่ได้ทั้งตัวเครื่องบางเบา ประสิทธิภาพสูง และความสวยงามในเครื่องเดียว ในราคา 43,990 บาทเท่านั้น

MSI Pulse GL66

ดีไซน์ตัวเครื่องออกแบบมาให้ความแตกต่างอย่างชัดเจน โดย MSI Pulse GL66 ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของ MSI Katana GF66 ใช้วัสดุเป็นโลหะสีเงินที่ฝาหลังพร้อมลวดลายที่ล้ำหน้า มีความโดดเด่นด้วยแนวคิดให้เป็นชุดเกราะนักรบมังกรแห่งโลกอนาคต ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานมี Numpad ปุ่มเด้งรับกับนิ้วได้ดีเยี่ยม ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเองที่สำคัญเหนือกว่า Gaming Notebook ทั่วไปด้วยชุดระบายร้อน Cooler Boost 5 และเทคโนโลยี Resizable Bar ช่วยให้เล่นเกมได้ลื่นไหลอย่างที่สุด

MSI Pulse GL66

โดดเด่นด้วยหน้าจอขอบจอบางตัวเครื่องเล็กกระชับ มาพร้อมความละเอียด Full HD ที่ 1920×1080 พิกเซล พาเนล IPS ระดับมืออาชีพ รองรับการสนับสนุน Refresh Rate ที่ 144Hz  ส่วนแรมตัวเครื่องให้มา 8GB หรือ 16GB DDR4 ให้มาเป็นแบบ 2 แถว Dual Channel อีกทั้งให้หน่วยความจำความจุ SSD M.e NVMe PCIe 1TBให้ความลื่นไหล ซึ่งตัวเครื่องยังสามารถใส่ SSD 2.5″ หรือ  2.5″ ได้เพิ่มได้นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ Windows 10 Home และ MSI Center เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมใช้งานอีกด้วย

MSI Pulse GL66

ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อก็มีมาให้ครบครันหายห่วงทั้ง USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, RJ45, HDMI, รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน แต่น่าเสียดายที่ยังมี USB 2.0 Type-A มาให้อยู่ โดยราคาจัดว่าไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับสเปกและประสิทธิภาพ พร้อมประกัน 2 ปีเต็ม ที่ในขณะนี้มีอยู่รุ่นเดียวสเปกเดียวเท่านั้น ฉะนั้นถ้าสนใจ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ สเปกใช้งานลื่นๆ ฟีเจอร์ครบๆ ในงบเท่านี้ล่ะก็ สามารถจัดได้เลย เพื่อนๆ ท่านไหนที่สนใจ Gaming Notebook ระดับสูงรุ่นนี้หรือรุ่นอื่นๆ จาก MSI สามารถสอบถามไปที่ MSI Gaming Shop หรือร้านจำหน่ายโน๊ตบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศกันได้เลย

MSI Pulse GL66

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ด้วยกัน ซึ่ง MSI Pulse GL66 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

สเปกฮาร์ดแวร์ภายในใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-11800H ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ประสิทธิภาพสูงไว้ใจได้ พร้อมการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ความแรงที่ได้มากกว่ารุ่นก่อนๆ ชักเจน มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe PCIe โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 1TB ซึ่งอัพเกรด SSD 2.5″ / HDD 2.5″ ได้อีก ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 หน้าจอ 15.6″ IPS 144Hz ใช้งานจริงได้ลื่นไหลหลากหลาย รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างน่าประทับใจ

 award new performance

Best Design

จุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน MSI Pulse GL66 โดยมีดีไซน์โดดเด่นของตัวเครื่อง ที่สวยงามโฉบเฉี่ยวล้ำยุค จากการที่ MSI ได้มีการร่วมมือกับ Maarten Verhoeven ศิลปินแนวดิจิทัลอาร์ทชื่อดัง ผู้ชนะการแข่งขัน Zbrush World Champion มาช่วยออกแบบในส่วนคอนเซปต์ของ Gaming Notebook ซีรีส์นี้ เหมือนกับการใช้ Gaming Notebook ด้วยดีไซน์รูปแบบฝาหลังโลหะ Cutting Edge และตัวเครื่องที่สัมผัสคล้ายเหล็กไทเทเนียม ให้ภาพลักษณ์อันล้ำสมัยรวมไปถึงเทคโนโลยีในการต่อสู้ขั้นสูง ราวกับว่าเป็นชุดเกราะสำหรับต่อสู้สุดไฮเทคที่ล้ำสมัยนั่นเอง

NBS award 7 Design

 

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ