Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebook Review

รีวิว MSI Summit E13 Flip EVO สเปก i7-1185G7 ที่สุด 2-in-1 Notebook ระดับโปร แพลตฟอร์ม Intel EVO แรงลื่นล้ำ

MSI Summit E13 Flip EVO เป็น 2-in1 Notebook รุ่นใหม่สาย Business ระดับมืออาชีพ หน้าจอ 13.4″ ตัวแรงลื่น โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพและฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกมากมาย ใช้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake รุ่นล่าสุดอย่าง Core i7-1185G7 ที่แรงที่สุดในตลาด หรือเริ่มต้นเป็น Core i5-1135G7 ที่มี AI และการ์จอออนชิป Intel Iris Xe Graphics ที่ดีที่สุด 

พร้อมสเปกอื่นๆ ก็จัดเต็มทั้งแรมขนาด 16GB / 32GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ความจุ 512GB / 1TB ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด อีกทั้งได้การเชื่อมต่อที่ดีและใหม่ที่สุดอย่าง Thunderbolt 4 และ Wi-Fi 6 AX / Bluetooth 5.1 สนับสนุนทั้งทำงานพื้นฐานหรือจริงจังที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ ในดีไซน์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน 

MSI Summit E13 Flip EVO

สำหรับ MSI Summit E13 Flip EVO ได้หน้าจอพับได้ 360 องศา มีปากกา MSI Pen พร้อมแสดงผลรองรับการทัชสกรีน มาตรฐานความละเอียด Full HD + ตัวเครื่องเบา 1.3 กิโลกรัม ได้ความทนทานระดับ Military Grade รวมถึงมีฟังก์ชั่นพิเศษอย่าง TPM 2.0 (Trusted Platform Module)

เสริมความปลอดภัยและมีมาตรการป้องกันให้กับข้อมูลสำคัญในธุรกิจ สมกับเป็น Commercial Notebook ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการทำงานระบบองค์กร  อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคา 46,990 – 51,990 บาท 

VDO Review

NBS Verdict

การมาของ MSI Summit E13 Flip EVO ซึ่งเป็นหนึ่งในที่สุดของ Business Notebook ส่งเสริมบุคลิกในการเป็นผู้นำ รูปแบบการใช้งานเป็น 2-in-1 Notebook ซึ่งมีปากกาสไตลัสในตัว พร้อมประสิทธิภาพสูงจาก MSI มาพร้อมชิปประมวลผลสเปก Intel Core I Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake รุ่นล่าสุด ได้ AI ช่วยทำงานในตัว พร้อมสุดยอดชิปกราฟิกออนชิปอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่บรรจุไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมายล้ำหน้า

ซึ่งจัดว่าเป็นการ์ดจอออนชิปสำหรับแสดงผลในตัวหน่วยประมวลผลที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา อีกทั้งได้ในส่วนของน้ำหนักเบาและดีไซน์ที่บาง แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 20 ชั่วโมงตามที่ทาง MSI เคลมเอาไว้ พร้อมมาตรฐาน Thunderbolt 4 / USB-C ชาร์จไฟได้สะดวกสบาย ตอบโจทย์ด้านการพกพาที่สะดวกสบายกว่าเดิม โดยต่อยอดมาจาก Modern Series / Prestige Series นั่นเอง

MSI Summit E13 Flip EVO

โน๊ตบุ๊ค MSI Summit Series ที่เป็นกลุ่มสายงานธุรกิจของ MSI ทั้งหมดนั้น ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบโจทย์ความคาดหวังอันอยู่ในระดับสูงของกลุ่มผู้ใช้งานทางธุรกิจและระดับองค์กร แน่นอนว่ามาพร้อมกับการขจัดปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน มาพร้อมมาตรฐานความทนทานระดับ Military Grade รวมถึงมีฟังก์ชั่นพิเศษอย่าง TPM 2.0 เสริมความปลอดภัยและมีมาตรการป้องกันให้กับข้อมูลสำคัญในธุรกิจ พร้อมระบบสแกนใบหน้าเพื่อการเข้าใช้งานรวดเร็ว

อีกทั้งรุ่นนี้ยังได้เห็นการปรับดีไซน์ของโลโก้ใหม่ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันและเต็มไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง โดยคำนึงถึงหลัก “จำนวน Fibonacci” และยังมีหลัก “สัดส่วนทองคำ” ที่ 16:1.168 เพื่อแสดงถึงวิสัยทัศน์ MSI ในการผลิตสินค้าที่มาพร้อมประสิทธิภาพที่สูงที่สุดในการใช้งาน เหมาะกับคนที่งบถึงเงินถึงและต้องการประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คสเปกทั่วไป ได้การใช้งานระดับมืออาชีพอย่างที่ MSI ไม่เคยมีมาก่อน

MSI Summit E13 Flip EVO

ข้อดี MSI Summit E13 Flip EVO

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจ งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู ดูจริงจัง น่าเชื่อถือ
  • ตัวเครื่องบางเฉียบ เล็กกระชับกว่าเดิม โดยมีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น
  • สเปคแรงด้วย Core i7-1185G7 ที่เป็น Core i Gen 11 U Series ที่ยาวนานที่สุด 
  • ได้แรมมาเลยขนาด 16GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe 512GB ความเร็วสูง
  • หน้าจอแสดงผลขอบจอบางเฉียบขนาด 13.4″ Full HD + แสดงผลได้อย่างสวยงาม
  • พับหน้าจอได้ 360 องศา ใช้งานได้หลากหลายโหมด พร้อมมีปากกาสไตลัสขีดเขียน 4,096 ระดับ
  • ฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ด้วยปุ่ม F12
  • มี Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที และซอฟต์แวร์ MSI Center ใช้งานได้ดี
  • แบตเตอรี่ตามที่ MSI เคลมว่าใช้งานได้ยาวนาน 20 ชั่วโมง ถือว่าทำได้ดีมากๆ
  • คีย์บอร์ดใช้งานได้ดีเยี่ยม มีไฟส่องสว่างใช้งานได้จริง ดูแล้วสวยงามลงตัว
  • ทั้งการแสกนนิ้ว Fingerprint  และสแกนหน้าด้วย IR Camera เพื่อความสะดวกและปลอดภัย
  • ติดตั้งสวิตช์สำหรับล็อค Webcam เพื่อการใช้งานที่ง่ายอย่างที่สุดในการใช้งาน VDO Call 
  • MSI Noise Reduction Cam เพิ่มความคมชัดในขณะเปิดกล้องเว็บแคมเพื่อทำ VDO Call
  • มีฟังก์ชั่นพิเศษอย่าง TPM 2.0 เสริมความปลอดภัยและมีมาตรการป้องกันให้กับข้อมูลสำคัญ
  • ตัวเครื่องทนทานระดับ MIL-STD 810G ทำให้มั่นใจได้เลยว่าตัวเครื่องจะมีความแข็งแรง
  • ให้พอร์ต Thunderbolt 4 มา 2 พอร์ต รองรับการชาร์จไฟ ต่อหน้าจอ 4K / 8K หรือโอนถ่ายข้อมูล
  • อแดปเตอร์มีขนาดที่เล็กและเบา พอร์ตเป็น USB-C PD ชาร์จมือถือก็ได้

ข้อสังเกต MSI Summit E13 Flip EVO

  • เครื่องเดโมที่นำมาทดสอบแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเพียง 6:30 ชั่วโมง
  • ความร้อนของชิปประมวผลค่อนข้างสูงเวลาทำงานหนักๆ มีผลต่อการใช้งานเล็กน้อย

Specification

MSI Summit E13 Flip EVO แบ่งออกเป็น 2 สเปก เป็นโน๊ตบุ๊คที่มีความโดดเด่นในสายการทำงาน มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 / Core i7-1185G7 รสถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่ 10 นาโนเมตร SuperFin ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด พร้อมมี AI ในตัว ช่วยประมวลผลการทำงานบางโปรแกรม ให้ความแรงที่ทรงพลังเทียบเท่า Core i Gen 10H ได้การ์ดจอรุ่แรม 16GB / 32GB LPDDR4X Bus 4266MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB / 1TB 

MSI Summit E13 Flip EVO

สเปกหน้าจอขนาด 13.4″ สัดส่วน 16:10 ความละเอียด 1920 x 1200 พิกเซล Full HD + พื้นผิวเป็นประจก รองรับการทัชสกรีน 10 จุดพร้อมๆ กัน ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก  รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับเป็น 2 แกน ก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ถึง 360 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม

สเปกตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ แทบไม่ต้องอัพเกรดอะไรเลย ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 6E AX (ดีกว่า Wi-Fi 6 ปกติ ในเรื่องของความสเถียร) และ Bluetooth 5.1 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบรวมไปถึงได้ Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต เป็นมาตรฐานอีกด้วย พร้อมซอฟต์แวร์ MSI Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน ได้การรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI (ในชุดบันเดิลให้กระเป๋า MSI อย่างดี และ MSI Pen มาให้ด้วย)

MSI Summit E13 Flip Evo A11MT-057TH ราคา 46,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4x Bus 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.4″ IPS Full HD+ Touch Screen
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years

Hardware / Design

สำหรับ MSI Summit E13 Flip EVO ถือว่าเป็น 2-in-1 Notebook ประสิทธิภาพสูงเน้นภาพลักษณ์ให้ความรู้สึกแบบคนทำงานตัวจริง แต่บางเบาพกพาสะดวก ด้วยขนาดหน้าจอ 13.4″ รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่อง ขอบจอบางเฉียบ ถูกพัฒนาแยกออกมาจากสาย Content Creator อย่างซีรีส์ Modern / Prestige / Creator แต่ก็ยังได้ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางและเบาที่มากกว่าพวก Commercial Notebook แบบเดิมๆ 

MSI Summit E13 Flip EVO

โดยยังรักษาความเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัม ทำให้ถือมือเดียวได้สบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ภูมิฐานให้ความพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียมสีดำด้าน ที่ผ่านกระบวนการขึ้นรูป CNC ตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมตัดขอบเพชรสีทองเพิ่มความหรูหรา อีกทั้งเสริมความเฉียบคมที่ขอบตัวเครื่องด้านหลังมีการตัดมุมด้วย ให้ความแตกต่างจากโน้ตบุ๊ตทั่วไปชัดเจน 

MSI Summit E13 Flip EVO

โดยฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องเป็นลักษณะแบบด้าน พร้อมกับใช้สี Ink Black ที่เป็นสีดำด้าน กับตัวเครื่องด้านนอกและสีเทากับตัวเครื่องด้านใน พร้อมตกแต่งรายละเอียดด้วยสีทองแซมตลอดทั้งตัวเครื่อง ตั้งแต่โลโก้ (แบบใหม่ปี 2021) ขอบตัวเครื่อง ทัชแพด แกนบานพับ (ในต่างประเทศจะมีสี Pure White เป็นตัวเลือกด้วย)

ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูดำๆ ดีไซน์โบราณ ให้กลายเป็นโน๊ตบุ๊คที่ดูแล้วทันสมัยแต่ให้ความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญไม่พูดไม่ได้เลยกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ โดยมีการติดตั้ง Micro SD Card Reader แบบซ่อนกับตัวเครื่อง และสวิตช์สำหรับล็อค Webcam ส่วนอีกฝั่งเป็นเก็บปากกาได้ง่ายๆ ด้วยแม้เหล็กด้านข้างตัวเครื่อง

MSI Summit E13 Flip EVO

ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่มุมขวาบนของชุดคีย์บอร์ด พร้อมบริเวณบานพับก็เป็นช่องระบายความร้อน ถูกซ่อนเอาไว้อย่างเรียบเนียน  ด้านฐานล่างตัวเครื่องมียางรองกระจายไปทั่วช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ช่วยส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทาง MSI ใส่ใจเป็นพิเศษอยู่แล้วไม่แพ้ฝั่ง Gaming Notebook เลย ที่แม้ราคาอาจจะสูงกว่าพวก Gaming Notebook แต่ได้น้ำหนักที่เบาและตัวเครื่องที่ดูหรูหราและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาแทน

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ MSI Summit E13 Flip EVO เห็นแล้วต้องบอกว่าแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นอื่นๆ ของทาง MSI แบบสิ้นเชิง ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ มีระยะกดที่ 1.5 มิลลิเมตร ด้วยการที่รูปแบบปุ่มมีขนาดที่ใหญ่โตกว่าคีย์บอร์ด MSI แบบเดิมๆ ที่สำคัญด้วยไฟ LED สีขาวสวยงาม

พร้อมขอบโปร่งแสงเข้ากับตัวปุ่มสีดำเป็นอย่างดี ดูแล้วสะอาดตา พรีเมียมสุดๆ แน่นอนว่าไม่มีชุด Numpad อยู่แล้ว จากการที่ตัวเครื่องมีมิติที่ลงตัวนั่นเอง จากการใช้งานจริงถือว่าปุ่มเด้งรับกับนิ้วดีมากๆ รวมไปถึงมี Hotkey แถวบน พร้อมมีปุ่มเรียก MSI Center ใช้งานสะดวกด้วย

MSI Summit E13 Flip EVO

ทัชแพดมีขนาดใหญ่และกว้างเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับขนาดสัดส่วนของตัวเครื่อง ลักษณะเป็นผืนผ้ายาวดูเป็นเนื้อแบบกระจก ซึ่งมีตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด ให้สัมผัสที่ลื่นติดมือมากๆ โดยมีการตัดขอบด้านบนดูโค้งมน เข้ากับตัวเครื่องสวยงามลงตัว

นอกเหนือจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ไว้ให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งอีกด้วย ส่วนการใช้งานก็ตอบสนองได้รวดเร็วไม่แพ้มือถือในปัจจุบันเลยล่ะ

Screen / Speaker

MSI Summit E13 Flip EVO ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 13.4″ พื้นผิวกระจก ทัชสกรีนได้ทั้งนิ้วมือและปากกา ความละเอียด 1920 x 1200 พิกเซล Full HD + ได้พาเนล IPS คุณภาพสูงกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ทั้งเรื่องสีสันและมุมมองที่กว้างพิเศษ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก เรียกได้ว่ากำลังพอดีทีเดียว เรื่องสีสันสดใส ตอนสนองการทำงานของเราได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกม 

MSI Summit E13 Flip EVO

ขอบจอจะเป็นพลาสติกสีดำบางฉียบ ซึ่งให้พื้นที่แสดงผลทั้งหมดกว่า 90% เลยทีเดียว แต่ก็ยังสามารถติดตั้งกล้องเว็บแคม HD พร้อมไมโครโฟนแบบคู่ไว้ที่ขอบจอด้านบน ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ถึง 360 องศา ตามสไตล์ของ 2-in-1 Notebook นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ด้วยปุ่ม F12 ช่วยให้การนำเสนองานกับคนที่นั่งตรงข้ามกันง่ายยิ่งขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามตรงระวังเล็กน้อย เพราะขอบหน้าจอด้านหลังจะสัมผัสกับพื้นได้

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 91% และค่า AdobeRGB อยู่ที่ 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่ดีมากๆ เหมาะกับงานระดับมืออาชีพแบบสุดๆ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอที่ดีกว่าในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไปแน่นอน หรือถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางและมุมซ้ายบนป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องกมุมขวาล่างจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ 13% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 ถือว่าน่าประทับใจ

ลำโพงยังจัดวางมาในตำแหน่งส่วนของขอบตัวเครื่องด้านหน้าในส่วนด้านใต้เครื่อง แบบขนาด 2W x 2 คุณภาพเสียงเบสให้แน่นลึกยิ่งกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป เพราะชุดลำโพงข้างในขยับได้เมื่อต้องการเสียงทุ่ม สำหรับคุณภาพเสียงการใช้งานต่าง ๆ สามารถทำออกมาได้ดี น่าประทับใจให้เสียงที่ดังพอตัว เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแน่นอน ส่วนช่องต่อหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรจะรองรับระบบเสียง Hi-Res Audio ด้วย

Connector / Thin And Weight

MSI Summit E13 Flip EVO จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานบางเบาหน้าจอ 13.4″ ซึ่งมีไซส์และมิติโดยรวมเล็กกระทัดรัดกว่าปกติ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 2 x Thunderbolt 4 / 1 x USB 3.2 Type-A / Micro SD Card Reader แบบซ่อนกับตัวเครื่อง ซึ่งไว้อ่านการ์ดต่างๆ หรือเพิ่มความจุของตัวเครื่อง และ Mic-in/Headphone-out ให้ความครบเครื่องมากกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาดเล็กทั่วไป

โดดเด่นด้วย Thunderbolt ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน รองรับการชาร์จไฟด้วย เพราะอแดปเตอร์ก็เป็น USB-C แล้ว และรองรับ Power Bank ที่เป็น PD (Power Delivery) ด้วย อีกทั้งมีเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6E AX ที่ดีเยี่ยมในเรื่องของสัญญาณที่สเถียร พร้อมใช้งานที่เหนือชั้นกว่ามาตรฐานโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สเปก Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ในปี 2021 (โน๊ตบุ๊คส่วนมากจะเป็น Wi-Fi 6 AX ปกติ)

MSI Summit E13 Flip EVO

ส่วนของการพกพาก็ถือว่าทำได้เยี่ยมยอดเมื่อเทียบกับสเปก ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ดีกว่าตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คค่ายอื่นๆ ที่ใช้สเปกนี้มาก ที่สำคัญอแดปเตอร์จ่ายไฟที่ 90 Watt นั้น มีขนาดที่เล็กและเบากว่าปกติ ทำให้การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ น้ำหนักโดยรวมแล้วไม่เกิน 2 กิโลกรัมแน่นอน นับว่าเป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจังที่เหมาะสมกับงานระดับองค์กรที่เน้นพกพาพมากเลยทีเดียว 

Multi-Mode / Pen 

MSI Summit E13 Flip EVO ตอบสนองได้อย่างหลากหลายจากการที่เป็น 2-in-1 Notebook ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ด้วยการพับใช้งานถึง 4 รูปแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Notebook / Stand / Tent / Tablet ที่ทีมงานของเรานั้นนำไปใช้งานอะไรบ้าง และรูปลักษณ์เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดต่างๆ นั้น ไว้ใจได้เลยเรื่องความทนทาน เพราะมีการออกแบบบานพับใหม่ที่สามารถเปิดปิดหรือปรับระดับได้อย่างลื่นไหลได้เหมือนใหม่ทุกครั้ง ทนทานต่อการสึกหรอแน่นอน ใช้ได้สบายใจหายห่วง

MSI Summit E13 Flip EVO

สำหรับปากกาสไตลัส MSI Pen รุ่นล่าสุด เบา 13.5. กรัม รองรับชาร์จไฟผ่านทาง USB-C ทำให้เราสะดวกยิ่งขึ้น พัฒนาจากรุ่นก่อนๆ ที่ต้องใช้ถ่าน AAAA โดยปากกาสไตลัสนี้ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานร่วมกับการ Presentation โดยมีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 3 ปุ่มทางด้านข้างและทางด้านบน และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 4,096 ระดับเลยทีเดียว เสมือนใช้งานเป็นปากกาหรือดินสอจริงๆ ได้ เรียกได้ว่าจะลืมการใช้กระดาษแบบเดิมๆ ไปเลย

MSI Summit E13 Flip EVO

Notebook Mode เป็นรูปแบบธรรมดาทั่วไปเหมือนกับโน๊ตบุ๊คส่วนมาก เน้นสำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงงานเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดและทัชแพดในการควบคุมเหมือนโน๊ตบุ๊คปกติ เชื่อได้ว่าเป็นโหมดหลักของการใช้งานโน๊ตบุ๊คแบบ 2-in-1 แน่นอน

Stand Mode เน้นใช้งานที่ระบบจอสัมผัสของตัวเครื่องอย่างเดียวและวางไว้บนพื้นที่ราบ โดยรูปแบบการใช้งานนี้จะเน้นไปทางการใช้งานแอพพลิเคชั่นของ Windows เอง หรือเน้นไปทางการดู Youtube หรือชมภาพยนตร์เป็นหลัก พร้อมรองรับการทำงานแบบมัลติทัชได้พร้อมกันมากสุดที่ 10 จุดพร้อมกัน

Tent Mode ค่อนข้างจะคล้ายกับ Stand Mode ก่อนหน้านี้ แต่จะอยู่ในรูปทรงตั้งเครื่องเอาไว้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ใช้ในการวิวดูข้อมูลการแสดงผลหน้าจอเป็นหลัก อีกทั้งยังสามารถจับพาดหรือเกาะกับสิ่งของรอบๆ ได้ รวมไปถึงวางบนโซฟาหรือที่นอนได้อย่างลงตัว 

Tablet Mode ด้วยการพับหน้าจอกลับแบบ 360 องศา จนฝาหลังและฐานใต้เครื่องมาติดกัน เราก็จะได้แท็บเล็ตที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งเรามีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการเอาไว้เล่นเกมหรือดู E-Book อย่างที่แท็บเล็ตอื่นๆ ทั่วไปในตลาดสามารถทำได้

บอกได้เลยว่าสำหรับใครที่กำลังมองหา 2-in-1 Notebook ซักตัวที่พกพาสะดวกและอยากได้ความพรีเมียมไฮเอนด์ มีความสามารถครบครันทั้งในเรื่องของการทำงานทั่วไปหรือแท็บเล็ตที่ทำงานร่วมกับโปรแกรมบน Windows 10 Home ได้อย่างลื่นไหล ส่วนตัวปากกาสไตลัสได้เทคโนโลยี MPP 2.0 ทำให้ MSI Pen เป็นปากกาที่มีความเสถียรที่สุดในการจดบันทึก แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 65 ชั่วโมง และมีสถานะพลังงานบอกทุกครั้งที่ใช้งานด้วย โดยเก็บปากกาได้ง่ายๆ ด้วยแม้เหล็กด้านข้างตัวเครื่อง

Performance / Software

สเปกเครื่องเดโมนี้เป็นฮาร์ดแวร์เครื่องทดสอบ เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลย โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i7-1185G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 3.0 – 4.80 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i7 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB แบบ 4 x 2GB เป็นมาตรฐาน LPDDR4X Bus 4266 MHz แบบออนบอร์ด ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูง ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

  c1 1.   c2 1

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

g1 1.   g2 1

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรุ่นแรงอย่าง Core i7 รุ่นก่อนๆ ก็จัดว่ามีคะแนนใกล้เคียงกัน รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงพอตัวอยู่แล้ว เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนตระกูล U ของ Intel Core i Gen 11 ในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ที่แรงเทียบเท่าการ์ดจอแยก และมี AI ในตัว ที่เน้นการทำงานประมวลผลเป็นหลัก

cine15 1.   cine20 1

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับสูงสุดๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1972 MB/s และเขียนที่ 972 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมแล้ว นับว่าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น คาดว่าเป็นเครื่องเดโม

ssd 1

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3641 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพ ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง i7-1185G7 มีการ์ดจอออนบอร์ดตัวแรงอย่าง Iris Xe Graphics พร้อม AI เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Notebook สเปก Gaming ทีเดียว 

pc10 1

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 1845 และประมวลผลคาดการณ์เกม Apex Legends ปรับสุด Full HD ได้ 50+ FPS เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้ง PCMark 10 / 3D Mark ได้คะแนนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น 

3dmark 1

ที่สำคัญยังมีซอฟต์แวร์ MSI Center for Business & Productivity ซึ่งปรับมาจาก Creator Center อีกที เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งคล้ายกับ Dragon Center เป็นโปรแกรมที่เป็นจุดเด่นของ Gaming MSI ก็ถูกมาปรับใช้ด้วย จุดเด่นคือใช้งานง่ายและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูมีอาทิเช่น Creator Mode / System Monitoring / System Tuner Battery Master / Tools & Help

msi

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน MSI Summit E13 Flip EVO เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 6:30 ชั่วโมง โดยส่วนตัวก็ถือว่าใช้ได้นานมาก ​จากการที่น้ำหนักเบาตัวเครื่องบาง พกพาอแดปเตอร์ไปอีกตัวก็พอไหวอยู่ พร้อมความสามารถ PD ที่ชาร์จไฟกลับเข้าไป 15 นาที เครื่องก็สามารถใช้งานได้ยาวนาน 2 ชั่งโมงแล้ว

batt 1

สำหรับอุณหภูมิทดสอบด้วยโปรแกรม Hardware Monitor ยังไม่สามารถตรวจสอบในส่วนของชิปประมวลผลได้ แต่จากการทดสอบเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 26 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ประสิทธิภาพโดยรวมยังลื่นไหลอยู่  ซึ่งชิปประมวลผลร้อนสุดๆ ที่ 100 องศาเซลเซียส นับว่าค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่เกินไปกว่านี้แน่นอน เพราะระบบยังคงควบคุมอยู่ โดยจะเป็นการลดความเร็วลงไป 

temp 1

Conclusion / Award

MSI ได้มีความตั้งใจในการนำเสนอโน้คบุ๊คสายทำงานมืออาชีพออกมาใหม่เรื่อยๆ จากการที่ปกติเราจะเห็นแต่สาย Gaming หรือ Content Creator ถึงเวลาที่ MSI จะต้องขยายผลิตภัณฑ์ตระกูล Summit ซีรีส์ใหม่ สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake พร้อมนำมาประยุกต์เข้ากับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และตัวเองถนัด เรียกได้ว่าปรับใช้ได้อย่างลงตัวทีเดียวพร้อมเสริมเรื่องความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์เพื่องานองค์กร ที่เราหาไม่ได้ในโน้ตบุ๊ครุ่นทั่วไปแน่นอน อย่าง TPM 2.0 เป็นต้น 

MSI Summit E13 Flip EVO จัดว่าเป็น 2-in-1 Notebook สเปก Intel Core i Gen 11 ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ เพราะเลือกใช้เป็น Core i7-1185G7 เหมาะสำหรับมืออาชีพแบบเน้นใช้งานธุรกิจ ให้ภาพลักษณ์ที่ดูจริงจัง และที่ต้องการความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ด้วยหน้าจอ 13.4″  เกรดสูงและทัชสกรีนได้ ดีไซน์ภายนอกมีจุดเด่นเรื่องความบางเบา และมีประสิทธิภาพเยี่ยม ทำให้มันกลายมาเป็นโน้ตบุ๊คที่มีขนาดกระทัดรัด 

MSI Summit E13 Flip EVO

ดีไซน์ภายนอกสีดำให้ความจริงจังพร้อมแซมสีทอง เพื่อให้มีความเรียบหรูมากขึ้น และมาพร้อมกับไฟคีย์บอร์ดสีดำ ทัชแพดก็มีขนาดที่ใหญ่โต มีที่สแกนลายนิ้วมือด้วย โดยที่วัสดุตัวเครื่องจะทำมาจากอลูมิเนียม และมีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัม เบามากเมื่อเทียบกับความแรง บางเฉียบที่ 1.49 มิลลิเมตร พกพกไปไหนมาไหนได้สะดวกสุดๆ แน่นอน อีกทั้งตัวเครื่องยังแข็งแรงทนทานต่อทุกๆ การใช้งานด้วย 

โดยเฉพาะในแง่ของการดีไซน์มีเอกลักษณ์พร้อมความทันสมัย ต่างจากรุ่นอื่นๆ ของ MSI ชัดเจน สเปกภายในและฟีเจอร์จัดว่าเน้นความสเถียร์ภาพเป็นหลัก ยังไงใครต้องการโน๊ตบุ๊คพกพาเน้นทำงานที่เน้นองค์กรแบบมืออาชีพ หรือต้องการหน้าทัชสกรีนมีปากกาตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว เหมาะมากๆ กับคนทำงานที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่ครบเครื่องทั้งประสิทธิภาพ พร้อมภาพลักษณ์และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย 

MSI Summit E13 Flip EVO

ในส่วนของหน้าจอก็จัดได้ว่าเป็นหน้าจอโน๊ตบุ๊คที่ดีที่สุดรุ่นนึง ด้วยค่าขอบเขตสี sRGB ที่ 91% และค่า AdobeRGB อยู่ที่ 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่ดีมากๆ เหมาะกับงานระดับมืออาชีพแบบสุดๆ พร้อมทั้งตัวเครื่องยังมี Wi-Fi 6E AW และพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต ซึ่งเป็น USB-C ที่ต้องบอกว่าเป็นการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่จากการใช้งานจริงๆ ทดสอบได้เพียง 6:30 ชั่วโมงเท่านั้น นับได้ว่าน้อยกว่าที่ทาง  MSI เคลมไว้ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะเครื่องเดโม รวมไปถึงสเปกเองก็ไม่ตรงกับสเปกขายจริงนะครับ ไว้มีโอกาสรีวิวเครื่องจริงอาจจะมีการรีวิวอีกที 

MSI Summit E13 Flip EVO

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ขนาดหน้าจอ 13.4″ ด้วยกัน ซึ่ง MSI Summit E13 Flip EVO ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ชิปประมวลผลเป็น Inte Core i5-1135G7 / Core i7-1185G7  ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ประสิทธิภาพแรงด้วย AI สุดล้ำช่วยทำงาน พร้อมการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics แรงเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe PCIe โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 512GB / 1TBในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB / 32GB แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นแทบไม่ต้องอัพเกรดอะไร ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

award new performance

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาของ MSI Summit E13 Flip EVO อยู่ในระดับที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบาเพียง 1.3 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมอแดปเตอร์ก็เบาและเล็กกว่าปกติมากๆ ถือว่ามีการพัฒนาไปในทุกส่วน รวมแล้วหนักแค่ 1.5 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น โดยสามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ อีกทั้งแบตสามารถใช้งานได้ยาวนาน 20 ชั่วโมง (ตามที่ MSI เคลมไว้) พอร์ตการชาร์จก็ยังเป็นมาตรฐาน USB-C ที่สะดวกต่อทุกอุปกรณ์

NBS award 4 Mobility

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ MSI ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน MSI Summit E13 Flip EVO ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวในมิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม ขอบจอบางเฉียบ แต่มีการออกแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ออกแนวพรีเมียมและเรียบหรูมากยิ่งขึ้นพร้อมกับใช้สีดำด้าน Ink Black กับตัวเครื่องด้านในตลอดทั้งตัวเครื่อง การออกแบบให้ความรู้สึกที่น่าเชื่อถือ จริงจัง พรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมแซมด้วยสีทองตลอดทั้งตัวเครื่อง ได้ความแข็งแรงทนทาน เชื่อได้ว่าหลายๆ คนส่วนมากต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

NBS award 7 Design

 

 

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

Acer Aspire / Acer Swift ปี 2021 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นใหม่ๆ ที่เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake ซึ่งมี AI ในตัว พร้อมด้วยการ์ดจอออนชิป Intel Iris...

Buyer's Guide

Acer Nitro 5 รุ่นล่าสุดปี 2021 สเปกแบ่งออกเป็น 2 ชิปประมวลผลทั้ง 2 ค่าย ทั้ง Intel Core i Gen 11H (Acer Nitro 5 AN515-56) / AMD Ryzen 5000H...

How to

โน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติดแก้เองได้อยู่ไม่ต้องตกใจ! มีวิธีแก้ด้วยตัวเองมาฝาก! ปัญหาโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติดขึ้นมาเสียเฉย ๆ เรียกว่าเป็นฝันร้ายของใครหลาย ๆ คนที่ไม่อยากเจออย่างแน่นอน เพราะโอกาสเปิดไม่ติดนั้นเกิดขึ้นได้หลายแบบมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย ๆ อย่างเล่นคอมจนแบตหมดแล้วลืมเสียบปลั๊กเอาไว้และอื่น ๆ อีกมากมาย และยิ่งถ้าเกิดตอนที่งานกำลังเร่งให้เสร็จทันเวลาด้วยยิ่งแย่เข้าไปอีก เพราะเมื่องานไม่เสร็จจากเราแล้วก็ส่งผลกระทบต่อคนอื่นไปอีกหลายต่อ ทั้งคนที่ต้องรับงานต่อจากเราและลูกค้าที่จ้างงานเราก็คงจะไม่ปลื้มและไม่รอฟังเหตุผลจากเราแน่ ๆ ครั้นจะโทรเรียกช่างให้มาซ่อมเครื่องแบบ On site service ก็ต้องรอโทรติดต่อนัดเวลาและรอให้ช่างเข้ามาให้บริการจนพร้อมเดินงานต่ออีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติดนั้นเรียกว่ายังจัดการแก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่หลายคนกลัวกัน...

Special Story

MSI GS76 Stealth มีต่อยอดมาจาก MSI GS66 Stealth ทั้งสเปกและดีไซน์ โดยเปิดตัวครั้งแรกที่งาน CES 2021 สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 และการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce RTX...