Connect with us

Hi, what are you looking for?

Mac News

สรุปงานเปิดตัว Apple 2021 Spring loaded ของใหม่สุดว้าวเพียบ! ดันชิป M1 เต็มที่

สรุปงานเปิดตัว Apple 2021 หรืองาน Apple Spring loaded เมื่อคืนนี้ จะเห็นว่า Apple เปิดตัวสินค้าใหม่ถึง 5 ชิ้นและอัพเดทแอพฯ ต่าง ๆ ให้ดีและใช้งานง่ายยิ่งขึ้นมาก โดยเฉพาะ iMac และ iPad Pro ใหม่ที่ติดตั้งซีพียู Apple M1 มาให้และมีอุปกรณ์ใหม่แกะกล่องอย่าง Apple AirTag ที่เอามาติดไว้กับสิ่งของชิ้นนั้น ๆ เช่นพวงกุญแจเพื่อใช้ตามหาเผื่อหาไม่เจอและ Apple TV 4K ตัวใหม่ล่าสุดอีกด้วย

ด้านรายละเอียดของสินค้าใหม่จาก Apple เป็นอย่างไร มีจุดเด่นตรงไหนบ้าง ผู้เขียนจะรวบรวมเอาไว้ในบทความนี้ รวมทั้งราคาเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ดูและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าสินค้าไหนจะเป็นรุ่นตอบโจทย์ของเราบ้าง ซึ่งสามารถไล่อ่านได้ตามความสนใจด้านล่างนี้

สรุปงานเปิดตัว Apple 2021

สรุปงานเปิดตัว Apple 2021 – อัพเดทสิ่งที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

apple cover hello

สรุปงานเปิดตัว Apple 2021 หรืองาน Spring loaded ของ Apple ในครั้งนี้ นอกจากสินค้าแล้ว ยังมีการอัพเดทแอพฯ และบริการที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น โดยทาง Apple ก็ยังเน้นเรื่องที่สินค้าใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพดีอยู่เช่นเดิม โดยรายการสินค้าในงานอีเวนต์ที่ผ่านมามีดังนี้

  1. iPhone 12 สีม่วง, Apple Card Family, Apple PodCast
  2. Apple AirTag ตามของหายง่ายนิดเดียว
  3. Apple TV 4K รุ่นใหม่
  4. Apple iMac ชิป Apple M1
  5. iPad Pro ชิป Apple M1
1. iPhone 12 สีม่วง, Apple Card Family, Apple PodCast

iphone ม่วง

เชื่อว่าหลายคนอาจจะรอ iPhone SE Plus ที่เคยเป็นกระแสมาก่อนหน้านี้ แต่ผิดคาดเพราะกลายเป็น iPhone 12 สีม่วงซึ่งเป็นสีใหม่ในซีรี่ส์นี้แทน จะเห็นว่าสีตัวเครื่องดูเข้มและเป็นสีม่วงชัดเจน เทียบกับ iPhone 11 แล้วจะเห็นว่าสีของ iPhone 12 นั้นจะเข้มกว่าอีกระดับหนึ่ง

iphone 12 สีม่วงมาใหม่

และที่หน้าเว็บไซต์ Apple ประเทศไทยในหน้ารวม iPhone ก็ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าลูกค้าที่อยากซื้อ iPhone 12 สีม่วง สามารถเลือกได้ทั้งรุ่น iPhone 12 หน้าจอ 6.1 นิ้ว และ iPhone 12 mini หน้าจอ 5.4 นิ้ว สั่งจองล่วงหน้าที่หน้าเว็บไซต์ Apple ได้ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป และจะวางขายหน้าร้านอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายนนี้ ราคาเริ่มต้น 25,900 บาท ราคาเป็นดังนี้

รุ่น / ราคา 64 GB 128 GB 256 GB
iPhone 12 mini (5.4″) 25,900 บาท 27,900 บาท 31,900 บาท
iPhone 12 (6.1″) 29,900 บาท 31,900 บาท 35,900 บาท

Screenshot 2021 04 21 000309

Apple Card หรือบัตรเครดิตของ Apple ที่ร่วมกับสถาบันการเงิน Goldman Sachs ก็ได้รับการอัพเดทด้านการเงินให้คู่สามีภรรยาและคู่ชีวิตแชร์และรวมวงเงินของบัตรเครดิต Apple Card ร่วมกันได้และเห็นวงเงินของอีกฝ่ายด้วย เพื่อความสมดุลและเท่าเทียมกันของทั้งสองฝ่าย

Screenshot 2021 04 21 000410

นอกจากนี้ในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 ทาง Apple ยังเปิดบริการ Apple Card Family ให้ผู้ปกครองออกบัตรนี้ให้กับเด็กอายุ 13 ปีได้ และผู้ออกบัตรสามารถตรวจสอบและจำกัดวงเงินในบัตรให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม และข้อมูลการชำระเงินผิดงวดก็จะถูกส่งไปยังเครดิตบูโรโดยเป็นชื่อของเจ้าของบัญชีที่ออกบัตรดังกล่าวด้วย

apple podcast

ด้านแอพฯ Apple PodCast ก็ได้รับอัพเดทใหม่ให้เข้ากับยุคนี้ที่คนหันมาฟังและทำ PodCast มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยปรับแต่งหน้าอินเตอร์เฟสใหม่ให้ดูทันสมัย, สวยงามและใช้งานง่ายขึ้น สามารถกดฟัง ติดตามและแชร์ให้คนอื่นฟังได้สะดวก และมีระบบ Suggest แนะนำ PodCast อื่นจากคนทำเดียวกันให้เลือกฟัง และถ้าผู้ฟังคิดว่า PodCast ไหนดีมีประโยชน์ก็สามารถกดแนะนำคลิปนั้นให้คนอื่นฟังได้

นอกจากนี้ยังมีระบบ Subscription เพื่อฟังคลิปเสียงอื่น ๆ , Early Access ให้เข้าถึง PodCast ใหม่ได้เร็วขึ้นและปิดโฆษณาที่เล่นระหว่างการฟัง PodCast ไปด้วย ซึ่งในส่วนนี้ทาง Apple ชี้ว่าเป็นการช่วยให้ผู้ทำรายการสามารถมีเงินทุนปั้นรายการของตัวเองต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งจะเปิดให้บริการใน 170 ประเทศทั่วโลกและค่าบริการปีละ 19.99 ดอลลาร์ต่อปี หรือราว 626 บาท

2. Apple AirTag ตามของหายง่ายนิดเดียว

apple airtag

ในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้ก็มีอุปกรณ์ติดตามของหายของเราอย่าง Apple AirTag เปิดตัวด้วย เน้นเรื่องการติดตามของใช้ส่วนตัว เช่น กระเป๋าเงิน, กุญแจบ้านหรือกระเป๋าใส่ของ ฯลฯ ทำงานกับแอพฯ Find My และสั่ง Siri ให้ค้นหาของชิ้นนั้น ๆ ที่ติด AirTag ได้ทันที เมื่อเข้าใกล้ของชิ้นนั้น ๆ แล้วจะมีเสียงแจ้งเตือนว่าเราอยู่ใกล้ของชิ้นนั้น ๆ อีกด้วย

airtag ตำแหน่งจริง UWB

ถ้าหากใช้ iPhone 11 หรือ 12 ที่มีเทคโนโลยี Ultra-wideband จะชี้จุดที่สิ่งของนั้นวางเอาไว้แบบตำแหน่งที่ตั้งจริงและระบบระยะห่างเป็นเมตรรวมทั้งทิศทางบนหน้าจอมือถือของเราได้ ทำให้หาของที่หาไม่เจอได้ง่ายและเร็วขึ้น

find my

แล้วถ้าเราลืมของเอาไว้ไกลจากตัวเรามาก ๆ เช่น ลืมทิ้งไว้ที่ร้านอาหารแล้วขับรถออกมาจากร้านแล้ว AirTag จะสื่อสารกับ iPhone เครื่องอื่นใกล้ ๆ นั้นด้วย Bluetooth แล้วส่งข้อมูลขึ้น iCloud ให้เราตามกลับไปหาของชิ้นนั้นได้ง่ายยิ่งขึ้น และมีการแจ้งสถานที่สุดท้ายที่ของชิ้นนั้น ๆ ที่แขวน AirTag เอาไว้ให้เราได้ตามกลับไปเอาของเราคืนได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย

airtag security

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวเข้ามาด้วย ซึ่ง iPhone ของเราจะร้องเตือนเราเมื่อมันเจอว่ามี AirTag อื่นที่ไม่ใช่ของเราและเพื่อนติดตัวมาด้วย เพื่อป้องกันการโดยสะกดรอยตาม แต่ผู้เขียนมีความเห็นว่านอกจากจะใช้ติดตามของใช้ส่วนตัว ก็เอาไปติดเป็นปลอกขอสัตว์เลี้ยงของเราเองก็พอได้อยู่ ไม่ได้จำเป็นต้องผูกติดกับการเอาไว้ติดตามสิ่งของที่ไม่มีชีวิตเสมอไปก็ได้ ซึ่งฟีเจอร์การร้องแจ้งเตือนนี้เพื่อป้องกันการโดนแอบตามรอยจากคนร้ายมากกว่า

airtag price

ส่วนราคาถ้าเราสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ Apple จะมีบริการสลักข้อความไว้บนตัว AirTag ได้และเริ่มชิ้นละ 990 บาท ถ้าสั่งซื้อ 4 ชิ้นอยู่ที่ 3,390 บาท แต่ราคานี้ยังไม่รวมของเสริมอย่างตุ้งติ้งแขวนกระเป๋าหรืออื่น ๆ ซึ่งเชื่อว่าหลังจาก AirTag มีคนใช้มากขึ้นน่าจะมีจากผู้ผลิตรายอื่นทำออกมาขายเช่นกัน หรือไม่ก็ใช้แบบไม่ใส่ซองหรือตัวห้อยแล้วสอดไว้ในช่องเก็บของของกระเป๋าก็ได้เหมือนกัน

airtag hermes small pic

ส่วนผู้ใช้ที่ใช้กระเป๋าหนังก็มีซีรี่ส์ Hermès ให้เลือกซื้อเข้าคู่ได้ด้วย แต่ราคาจะแพงขึ้นมา เริ่มที่ 9,990 บาท เป็นตัวห้อยกระเป๋า, พวงกุญแจ AirTag ราคา 11,690 บาทและปิดท้ายด้วยแท็กกระเป๋าเดินทางราคา 14,690 บาท

3. Apple TV 4K รุ่นใหม่

tv 4k 2

ในงาน Spring loaded ก็มีอัพเดท Apple TV 4K รุ่นใหม่ มีการปรับแต่งสเปคและอื่น ๆ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมและบริการ Apple TV+ ก็มีซีรี่ส์ Original ใหม่ ๆ เพิ่มมาอีกหลายรายการให้ผู้ใช้ได้ดูด้วย ซึ่งจริง ๆ ในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 แล้ว นอกจาก Apple iMac, iPad Pro ที่แย่งซีนไปเกือบหมด Apple TV 4K ก็เป็นอีกอุปกรณ์เด่นที่ไม่ควรมองข้ามถ้าเราใช้สินค้าของ Apple อยู่หลายชิ้น เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงในบ้านที่ดีมากชิ้นหนึ่ง

a12 bionic

ตัว Apple TV 4K รุ่นใหม่เปลี่ยนมาใช้ชิป Apple A12 Bionic ตัวเดียวกับที่ใช้ใน iPhone XR, XS, XS Max ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง รองรับ HDR ให้รายละเอียดภาพและสีสันแม่นยำ, Dolby Vision, Dolby ATMOS แล้ว ทำให้ภาพของหนังหรือรายการบนหน้าจอคมชัดและได้เสียงดียิ่งขึ้น โดย Apple เคลมประสิทธิภาพว่าจะได้ภาพและเสียงระดับโรงหนัง และชิป A12 Bionic ทำให้ตัว Apple TV 4K สามารถดูหนัง HDR แบบ High Framerate ได้แล้ว ซึ่งจะเห็นชัดตอนดูกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆ จะได้ภาพที่ลื่นไหลมาก

 

นอกจากนี้ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Color Balanced เป็นฟีเจอร์ปรับแต่งโปรไฟล์สีบนจอทีวีให้ดีและคมชัดกว่าเดิม โดยใช้เซนเซอร์แสงบนตัว iPhone ของเราเป็นตัวช่วยปรับแต่งสีบนจอทีวี ใช้โปรไฟล์สีระดับเดียวกับการถ่ายภาพยนตร์ วิธีการคือเปิดฟีเจอร์ Color Balanced แล้วถือ iPhone อยู่ใกล้หน้าจอระดับ 1 นิ้ว แล้ว iPhone กับ Apple TV 4K จะทำงานโดยอัตโนมัติ

color balanced

หลังจากปรับแต่งสีแล้ว จะเห็นว่าสีบนหน้าจอทีวีจะดูสดใสขึ้นมาก แต่เป็นการปรับการแสดงผลของ Apple TV 4K เท่านั้น ไม่ได้เข้าไปปรับกับตัวการตั้งค่าของทีวี

สำหรับรีโมตของ Apple TV เป็นอลูมิเนียมดีไซน์ใหม่ มีปุ่ม Click Wheel ตรงกลางคล้ายกับ iPod Classic ย้ายปุ่ม Siri ไปไว้ด้านข้างตัวรีโมตแทน วิธีการควบคุมจะคล้ายกับการใช้ iPod คือ ใช้วิธีการกรอนิ้วเป็นวงกลมบนขอบวงกลมตรงกลางรีโมตเพื่อเลื่อนหาช่วงที่อยากดูของหนังได้เลย และพื้นที่ทั้งหมดของวงกลมจะเป็นเหมือน Touchpad เพื่อเลื่อนหาหนังหรือรายการที่อยากดูได้ง่ายขึ้น

Apple TV 4K

ส่วนราคาแบ่งตามความจุ สำหรับรุ่น 32 GB ราคา 6,700 บาท ส่วนรุ่น 64 GB ขึ้นเป็น 7,400 บาท และได้ใช้บริการ Apple TV+ ฟรี 1 ปีเต็มอีกด้วย ซึ่งผู้เขียนเห็นว่านี่ก็เป็นสินค้าน่าสนใจอีกชิ้นไม่แพ้กับอันเลย ดังนั้นถ้าใครอ่านบทความสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้แล้ว อยากแนะนำให้ไปทดลองเล่นที่หน้าร้านของ Apple ดูสักครั้ง

4. Apple iMac ชิป Apple M1

Screenshot 2021 04 21 002246

หนึ่งในพระเอกในอีเวนต์ Apple และบทความสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้ ต้องยกให้ iMac รุ่นใหม่หน้าจอ 24 นิ้ว ที่ติดตั้งชิป Apple M1 มาให้ โดยดีไซน์นั้นจัดว่าฉีกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง แต่ผิดไปจากบทความสรุปข่าวลือที่ผู้เขียนเคยทำเอาไว้ก่อนหน้านี้อยู่บ้างทั้งเรื่องชิป Apple M2 และเวลาเปิดตัวที่คาดว่าจะมาใกล้ ๆ งาน WWDC ของปี 2021 นี้

ด้านดีไซน์นั้นจะฉีกไปจากเดิมมาก เพราะว่าตัวเครื่องบางลงจนแทบจะเป็นแท็บเล็ตแล้ว เพราะส่วนของหน้าจอนั้นหนาเพียง 11.5 มม. เท่านั้น และมีให้เลือกมากถึง 7 สี ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าคนที่ติดตามสินค้าของ Apple มานาน อาจจะจำได้ว่า Apple เคยทำ iMac G3 ออกมาหลายสีเมื่อปี 1998 แล้วครั้งหนึ่งก่อนจะกลายเป็นสีเทาและดำ

imac front

ถ้าเทียบสีกับ iMac G3 ที่มี 5 สี คือ น้ำเงิน, ม่วง, เหลือส้ม, เขียวและแดงแล้ว iMac ตัวใหม่จะมีสีเหลืองกับขาวเงินเพิ่มเข้ามา และยังดีไซน์คงเอกลักษณ์เดิมที่มีขอบด้านล่างหนาเอาไว้เพื่อติดตั้งอุปกรณ์และพอร์ตเหมือนเดิม ด้านหน้าเครื่องจะรีดกระจกแผ่นเดียวปิดหมดทั้งเครื่อง

ด้านไส้ในของ iMac ทั้งรุ่นเก่าและใหม่ เมื่อเทียบกันในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้ จะเห็นว่าตัวเครื่องของ iMac M1 นั้นย่อชิ้นส่วนและอุปกรณ์ทั้งหมดมารวมเอาไว้ใน Logic Board ขนาดเล็กไล่เลี่ยกับ iPad แล้วและพัดลมตัวเล็กเพื่อระบายความร้อนก็เพียงพอ ทำให้รีดตัวเครื่องได้แบนลงไปอีก แต่ถ้าดูแล้วจะเห็นว่าอุปกรณ์ทั้งหมดในตัวเครื่องนั้นใช้พื้นที่น้อยมาก ๆ

imac display

หน้าจอปรับขนาดเป็น 24 นิ้ว 4.5K Retina Display ความละเอียด 4480×2520 พิกเซล มีความหนาแน่นเม็ดพิกเซลที่ 11.3 ล้านพิกเซล ทำให้เห็นรายละเอียดและสีสันบนหน้าจอได้ละเอียดยิ่งขึ้น ความสว่างหน้าจอที่ 500 nit ขอบเขตสีกว้าง P3 และปรับสีบนหน้าจอตามสภาพแวดล้อมด้วย True Tone ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่าหน้าจอเหลือง ก็เป็นเพราะ True Tone ตัวนี้ แต่เป็นเพราะตัวเครื่องทำการวัดแสงจากสภาพแวดล้อมแล้วเอามาปรับการแสดงสีสันบนหน้าจอ

imac camera

กล้องหน้าของ iMac เป็นกล้อง FaceTime HD ความละเอียด 1080p มี ISP สำหรับปรับแต่งให้ตัวบุคคลที่นั่งอยู่หน้าตัวเครื่อง iMac ดูดียิ่งขึ้นและไมโครโฟน Beamforming ช่วยให้เสียงตอนโทรคุยกันคมชัดกว่าเดิม เพราะตอนนี้เราใช้ Video Call มากขึ้นนั่นเอง

ด้านลำโพงของตัวเครื่องจะมีอยู่ 6 ตัว แบ่งเป็น Subwoofer ฝั่งละ 2 ตัวและ Tweeter ข้างละ 1 ตัว ทำให้เสียงเพลงและเสียงพูดตอนดูหนังหรือ Video Call ออกมาคมชัดและดีกว่า iMac ทุกรุ่นที่ผ่านมาอีกด้วย คาดว่าเพราะการออกแบบ Logic board เล็กลง มีพื้นที่เยอะขึ้นเลยเพิ่มลำโพงเข้ามาได้มากกว่าเดิม

ด้านฟีเจอร์การใช้งานต่อเนื่อง (Continuity) อย่างการ Copy ภาพหรือเนื้อหาจาก iPhone, iPad ของเราแล้วเอาไป Paste ไว้ใน iMac และรับโทรศัพท์บน iMac ได้ทันทีโดยไม่ต้องผละไปจับมือถือเลย ก็ยังมีให้ใช้เช่นเดิม

iMac lan

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อรุ่นสูงสุดจะใช้ USB-C และ Thunderbolt 3 ติดตั้งไว้ด้านหลังเครื่อง แบ่งเป็น USB-C 3.1 Gen2 x 2 ช่องและ Thunderbolt 3 x 2 ช่อง และเป็นมาตรฐาน USB4 แล้ว โดยใช้ Protocol รับส่งข้อมูลของ Thunderbolt 3 ส่วนปลั๊กจะเป็นแบบแม่เหล็กดูดติดหลังตัว iMac และย้ายพอร์ต LAN มาอยู่บนตัวปลั๊กไปเลย 

ส่วนรุ่นเริ่มต้นจะมีเพียง Thunderbolt 3 ที่เป็น USB4 x 2 ช่อง และไม่มีพอร์ต LAN บนตัวปลั๊ก ด้านพอร์ต Thunderbolt รองรับการต่อหน้าจอเสริมได้อีก 1 จอ ความละเอียด 6K 60 Hz มาตรฐาน Thunderbolt 2

ด้านคีย์บอร์ดของ iMac ก็ออกแบบ Magic Keyboard ใหม่ โดยตัวคีย์บอร์ดจะมีปุ่ม Emoji, Spotlight สำหรับค้นหาในเครื่อง, Dictation เพื่อพิมพ์ตามคำบอก, Do Not Disturb สำหรับปิดการแจ้งเตือนลดการรบกวนระหว่างทำงานและปุ่ม Lock ตรงมุมบนขวามือเอาไว้สำหรับกดล็อคเครื่องเมื่อไม่ต้องการใช้งาน และเลือกเปลี่ยนปุ่ม Lock เป็นปุ่ม Touch ID เพื่อใช้สแกนนิ้วปลดล็อคเครื่อง หรือสแกนยืนยันตัวตนของเราได้เหมือนที่ใช้ใน iPhone เลย และถ้าใช้งานแป้นตัวเลขบ่อย ๆ ก็มีรุ่นติด Numpad มาให้ซื้ออีกด้วย

จุดเด่นของ Touch ID ที่ทาง Apple พูดถึงในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้ คือ นอกจากจะปลดล็อคเครื่องได้เร็วและรักษาความเป็นส่วนตัวได้แล้ว ยังสลับ User ที่ใช้เครื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว เวลาใช้ iMac ทำงานแล้วสลับไปให้คนในบ้านใช้ก็สแกนนิ้วแล้วเปลี่ยนโปรไฟล์ได้เลย

ด้านอุปกรณ์เสริมก็มี Magic Mouse และ Magic Trackpad สีใหม่ให้เลือกซื้อตามที่ชอบ

imac ราคาและสเปค

ด้านราคาและสเปคของ iMac ชิป M1 จะขอสรุปเป็นตารางดังนี้

รุ่น / สเปค
iMac M1
รุ่นเริ่มต้น
42,900 บาท
รุ่นกลาง
49,900 บาท
รุ่นสูงสุด
56,900 บาท
ซีพียู Apple M1
แบบซีพียู 8 คอร์
แบ่งเป็นคอร์ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน
อย่างละ 4 คอร์

GPU 7 คอร์

Neural Engine 16 คอร์
Apple M1 แบบซีพียู 8 คอร์ แบ่งเป็นคอร์ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน
อย่างละ 4 คอร์

GPU 8 คอร์

Neural Engine 16 คอร์
ฮาร์ดดิสก์ SSD 256 GB
เพิ่มความจุเป็น 1 TB
SSD 256 GB
เพิ่มความจุเป็น 1, 2 TB
SSD 512 GB
เพิ่มความจุเป็น 1, 2 TB
แรม 8 GB เลือกเพิ่มเป็น 16 GB ได้
หน้าจอ Retina 4.5K ขนาด 24 นิ้ว
ความละเอียด 4480 x 2520 พิกเซล
ความสว่าง 500 nit
หน้าจอขอบเขตสีกว้าง P3 และ True Tone
พอร์ต Thunderbolt 3 x 2 ช่อง
มาตรฐาน USB 4

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

เพิ่ม Gigabit Ethernet (LAN) ที่ปลั๊กได้
Thunderbolt 3 x 2 ช่อง
มาตรฐาน USB 4

USB 3.1 Gen 2 Type-C x 2 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

Gigabit Ethernet (LAN) ที่ปลั๊ก x 1 ช่อง
เมาส์คีย์บอร์ด Magic Keyboard รุ่นมาตรฐาน

Magic Mouse

เปลี่ยนเป็น
Magic Keyboard พร้อม Touch ID แบบมีหรือไม่มีปุ่ม Numpad ก็ได้
Magic Keyboard พร้อม Touch ID

Magic Mouse

เปลี่ยนเป็น
Magic Keyboard
พร้อม Touch ID แบบมีปุ่ม Numpad ได้
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax

Bluetooth 5.0
ฟีเจอร์เด่น ลำโพง 6 ตัว แบ่งเป็น Subwoofer x 4 ตัว และ Tweeter x 2 ตัว

Dolby Atmos

ไมโครโฟน Beamforming

จะเห็นว่า iMac 24 นิ้ว นั้นเป็นหนึ่งในพระเอกของสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้เลย ซึ่งเป็นพีซีประสิทธิภาพสูงที่เหมาะกับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ใช้สายแต่งภาพและตัดต่อวิดีโอจะสามารถใช้งานเดสก์ท็อปพีซีเครื่องนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครอยากเปลี่ยน iMac รุ่นเก่าเป็นเครื่องใหม่ก็แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานได้เลย

5. iPad Pro ชิป Apple M1

สำหรับพระเอกตัวจริงในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้ ต้องยกให้ iPad Pro รุ่นใหม่ที่ติดตั้งชิป Apple M1 ไปโดยปริยาย ซึ่งชิปนี้ทำให้ iPad Pro รุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพสูงมาก และสามารถใช้ทำงานต่าง ๆ ทั้งแต่งภาพหรือจะตัดต่อวิดีโอในแท็บเล็ตเครื่องนี้ก็ได้อย่างแน่นอน

“น่าเศร้าที่ตอนนี้ผู้ผลิต Android ทั่วโลกไม่สามารถสร้างชิปดีพอต่อกร Apple M1 ได้เลย”
Ice universe นักปล่อยข่าวหลุดชื่อดัง

และหลังจากงานเปิดตัวเมื่อคืนนี้ ทาง Ice universe นักปล่อยข่าวหลุดชื่อดังได้ทวีตว่าตอนนี้สินค้าของฝั่ง Android ไม่มีชิปที่ดีพอจะต่อกร Apple M1 ได้เลย ซึ่งนั่นเป็นการช่วยยืนยันว่า iPad Pro รุ่นใหม่ในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้เป็นแท็บเล็ตที่ดีสุดในตอนนี้แบบกลาย ๆ ซึ่งทำให้แท็บเล็ตรุ่นพี่อย่าง Microsoft Surface Pro X ที่ใช้ชิป ARM (Microsoft SQ1) เหมือนกันแต่ปรับแต่งประสิทธิภาพและการเข้ากันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ได้ไม่ดีเท่าที่ควรดูหมองไปเลยทีเดียว

a12 bionic

หากจำกันได้ iPad Pro แต่ละรุ่นจะเป็นชิป Apple A-Series รุ่นพิเศษ เช่น A6X, A8X, A9X, A12X และ A12Z เป็นหลัก แต่ในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้ทาง Apple เผยว่าตอนนี้ iPadOS ปรับแต่งให้ใช้งานกับชิป Apple M1 ได้ดีและดึงประสิทธิภาพออกมาได้เต็มที่แล้ว ดังนั้นแอพฯ สามมิติต่าง ๆ จึงรันบน iPad Pro รุ่นใหม่นี้ได้เต็มประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

ipad pro m1 small size

ด้านความแรง Apple เผยว่าเมื่อเทียบกับ iPad รุ่นก่อนแล้ว iPad Pro มีซีพียูประสิทธิภาพสูงขึ้น 50% ส่วนกราฟฟิคดีขึ้นกว่าเดิม 40% และจะเห็นประสิทธิภาพของชิปนี้อย่างชัดเจนเมื่อนำไปใช้งานกับโปรแกรมด้านงานภาพจะได้สัมผัสตอนใช้เหมือนใช้แปรงและภู่กันนั้นทำงานอยู่จริง ๆ และโปรแกรมกลุ่ม AR (Augmented Reality) จะแสดงผลได้เร็วและต่อเนื่อง

ps5andipadpro

ส่วนเกมเมอร์ที่อยากเล่นเกมบน iPad Pro ตอนนี้รองรับจอย PlayStation 5 และ Xbox ทั้งคู่ และชิปก็ประหยัดพลังงานจึงเล่นเกมได้นานขึ้นอีกด้วย

ipad m1

ส่วนการทำงานทาง Apple ได้บอกว่าชิป Apple M1 ก็ใช้พลังงานน้อย จึงสามารถใช้ทำงานต่อเนื่องได้ทั้งวันอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าใครใช้แท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์หลักก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่

 

ตัวพอร์ต USB-C บนตัว iPad Pro รุ่นใหม่เป็น Thunderbolt 3 และเป็น USB4 มีแบนด์วิธกว้างกว่าเดิม 4 เท่า นอกจากรับส่งข้อมูลผ่านพอร์ตนี้ได้อย่างรวดเร็วแล้ว ก็รองรับการต่อหน้าจอเสริมได้ 1 หน้าจอความละเอียดสูงสุดได้ถึง 6K (สายต้องรองรับด้วย) ทำให้ใช้ทำงานได้สะดวกขึ้น

5g ipad

Nano-SIM ของ iPad Pro รองรับ 5G

ด้านการเชื่อมต่อ iPad Pro รองรับ 5G แล้ว ทำให้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านซิมการ์ดรับส่งข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทาง Apple เน้นว่าการเชื่อมต่อ 5G ได้นั้นเพื่อให้ใช้เชื่อมต่อรับส่งข้อมูล, ทำงานและประชุมได้รวดเร็วและราบลื่น

จุดเด่นด้านกล้องหลังของ iPad Pro นั้นเน้นเรื่องการใช้งาน AR กับ Content Creator มากขึ้น โดยฟีเจอร์ Cam Track AR ในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 จะทำงานกับ LiDAR Scanner เอาไว้จับตัวคนและแยกกับพื้นหลังเพื่อสร้างฉากหลังไซไฟได้เลย หรือจะใช้จำลองงานก่อสร้างเข้ากับพื้นที่จริงก็ได้ รวมทั้งอัพเดท SmartHDR 3 ช่วยปรับ ISP และแสงในภาพให้สมจริงขึ้น

ด้านกล้องหน้า TrueDepth ได้อัพเกรดเป็นกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้าน มุมกว้าง 122 องศา ทำให้เก็บภาพตอนถ่ายได้กว้างขึ้นและมีฟีเจอร์ Center Stage ตอนโทร FaceTime แล้ว ตัวกล้องจะแพนตามคนในภาพโดยอัตโนมัติ ทั้งคนที่อยู่ในกล้องก่อนแล้วและคนที่วิ่งเข้ามาในเฟรมเพิ่มอีกคน โดยทาง Apple กล่าวว่าฟีเจอร์นี้เน้นให้ทุกคนอยู่ในเฟรมภาพเดียวกันแบบครบครัน ไม่ต้องจับเครื่องแล้วแพนไปมา ทำงานแบบ Machine Learning

ipad pro screen

ด้านหน้าจอของ iPad Pro จะเป็นหน้าจอ Liquid Retina แต่แตกต่างกันเล็กน้อย โดยรุ่นจอ 11 นิ้ว จะเป็นจอ Liquid Retina ความสว่าง 600 nit แต่รุ่น 12.9 นิ้ว จะเป็น Liquid Retina XDR ความสว่างทั่วจอ 1,000 nit และเร่งความสว่างสูงสุดได้ที่ 1,600 nit ชุดพาเนลให้แสงเป็น Mini-LED จำนวน 10,000 หลอด มีโซนหรี่แสงเฉพาะ 2,596 โซน ค่า Contrast 1 ล้าน:1 ส่วนสเปคแชร์กันเป็นหน้าจอ P3 และการแสดงผล True Tone และจอ ProMotion

ipad pro m1 all spec

ดังนั้นถ้าใครต้องการใช้งาน iPad Pro สเปคจัดเต็มจริงขอแนะนำให้ขยับไปใช้รุ่นจอ 12.9 นิ้ว เพื่อให้ได้หน้าจอ Liquid Retina XDR จะดีที่สุด ส่วนหน้าจอ 11 นิ้ว ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกันถ้าต้องการใช้ iPad Pro สเปคแรงเป็นหลัก ซึ่งประสิทธิภาพก็ถือว่าดีมากเช่นกัน

ส่วนอุปกรณ์เสริมของ iPad Pro ยังใช้งาน Apple Pencil 2 ได้เหมือนเดิมและรองรับการเขียนลายมือเพิ่ม 7 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, โปรตุเกสและสเปน ส่วน Apple Magic Keyboard จะมีสีขาวเป็นสีใหม่ให้เลือกซื้อได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 9,900 บาทเท่าเดิม

สเปคของ iPad Pro ชิป apple m1
  • ซีพียู Apple M1 แบบ 8 คอร์, GPU 8 คอร์ และ Neural Engine 16 คอร์
  • แรมแบ่งเป็น 2 ขนาดคือ 8 และ 16 GB ดังนี้
    • ความจุ 128, 256, 512 GB จะได้แรม 8 GB
    • ความจุ 1, 2 TB ได้แรม 16 GB
  • ชุดกล้องหลังมี 2 ตัว เป็นกล้องหลักและ Ultra Wide
    • กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล f/1.8
    • Ultra Wide ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/2.4 มุมกว้าง 125 องศา
    • มีแฟลช True Tone รองรับ HDR
  • กล้องหน้า TrueDepth ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 122 องศา f/2.4 มีฟีเจอร์ Center Stage แพนกล้องตามคนอัตโนมัติ
  • หน้าจอมี 2 ขนาด แบ่งเป็น 11 และ 12.9 นิ้วเท่าเดิม เป็นจอขอบเขตสีกว้าง P3, True Tone และมี ProMotion เหมือนกัน แต่สเปคหน้าจอแตกต่างกัน
    • รุ่นจอ 11 นิ้วเป็น Liquid Retina พาเนล IPS ความละเอียด 2388 x 1668 พิกเซล ความสว่าง 600 nit
    • รุ่นจอ 12.9 นิ้ว เป็น Liquid Retina XDR จอ Mini-LED เร่งความสว่างสูงสุด 1,000 nit และความสว่างแบบ HDR 1,000 nit มีค่า Contrast ที่ 1 ล้าน:1
  • พอร์ต USB-C Thunderbolt 3 รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นและต่อหน้าจอเสริมได้ความละเอียดสูงสุด 6K จำนวน 1 จอ
  • เชื่อมต่อไร้สายรองรับ 5G ด้วย Nano-SIM หรือ eSIM, Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax มี HT80 และ MIMO, Bluetooth 5.0
  • ปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า Face ID
  • รองรับ Apple Pencil 2 และ Apple Magic Keyboard
  • ติดตั้ง iPadOS 14 
  • ตัวเครื่องมี 2 สี เป็น สีเงินหรือเทาสเปซเกรย์

ipad pro

ด้านราคาของ iPad Pro ชิป Apple M1 ที่เผยในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 จะแบ่งตามรุ่น Wi-Fi หรือ Wi-Fi+Cellular ดังนี้

รุ่น / ราคา Wi-Fi Wi-Fi+Cellular
iPad Pro 11 นิ้ว 128 GB = 27,900 บาท
256 GB = 31,400 บาท
512 GB = 38,400 บาท
1 TB = 52,400 บาท
2 TB = 66,400 บาท
128 GB = 32,900 บาท
256 GB = 36,400 บาท
512 GB = 43,400 บาท
1 TB = 57,400 บาท
2 TB = 71,400 บาท
iPad Pro 12.9 นิ้ว 128 GB = 37,900 บาท
256 GB = 41,400 บาท
512 GB = 48,400 บาท
1 TB = 62,400 บาท
2 TB = 76,400 บาท
128 GB = 42,900 บาท
256 GB = 46,400 บาท
512 GB = 53,400 บาท
1 TB = 67,400 บาท
2 TB = 81,400 บาท

จะเห็นว่าในสรุปงานเปิดตัว Apple 2021 นี้ ทาง Apple เน้นผลักดันชิป Apple M1 จริงจังและต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้หลากหลายกลุ่ม แต่อย่างไรก็ตามสินค้า Apple แต่ละชิ้นก็มีราคาสูงพอควร และมีตัวเลือกค่อนข้างเยอะทีเดียว ถ้าใครต้องการซื้อมาใช้งานก็แนะนำให้ดูเรื่องความจุและสเปคเครื่องให้ดีว่าความจุและสเปคระดับไหนจะตอบโจทย์การใช้งานของเราที่สุดแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Smartphone News

Anker หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟนชื่อดังของโลกตามกระแสเอาใจสาวก iPhone หลังจากที่ทาง Apple ได้ทำการเปิดตัว iPhone 12 สีใหม่อย่างสีม่วง กับที่ชาร์จ Nano 20W ที่มีสีเดียวกันกับ iPhone 12 แบบเข้าชุดกันสุดๆ งานนี้สาวก iPhone ที่เล็ง iPhone 12 รุ่นสีม่วงอยู่นั้นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง Anker Nano...

Tips & Tricks

การสมัคร Apple ID ถึงแม้ว่าหลายคนที่เคยใช้งานอุปกรณ์ของ Apple จะสามารถทำได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายคน หรือมือใหม่ที่เพิ่งเคยใช้งานอุปกรณ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone iPod หรือ MacBook ที่อาจจะยังไม่รู้ว่าจะสมัครอย่างไร และมีวิธีสมัครผ่านช่องทางไหนบ้าง เพราะการสมัคร Apple ID นั้น ไม่ได้จำกัดแค่เพียงบนมือถือ หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถสมัครบนแพลทฟอร์มอื่นได้อีกด้วย Apple...

Tips & Tricks

เริ่มต้นเข้าสู่ปี 2021 อย่างเต็มตัวกันแล้ว ซึ่งในปีที่แล้วทาง Apple ก็ได้เปิดตัวรุ่นใหม่อย่าง iPhone 12 ออกมาให้เลือกใช้กันอยู่หลายรุ่น แน่นอนว่าราคา iPhone รุ่นเก่า ๆ นั้น ก็ต้องมีราคาที่ลดลงมาอีก รวมไปถึงบางรุ่นที่เคยวางขาย ก็ได้เลิกขายจากศูนย์ไปแล้ว ส่วนราคาก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากมีรุ่นใหม่ๆ และมีคู่แข่งแบรนด์อื่นเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ราคาจากศูนย์และโอเปอร์เรเตอร์ค่ายใหญ่ทั้ง 3 ค่ายจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย iPhone...

Tips & Tricks

ผ่านพ้นช่วงปีใหม่มาแล้ว แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็ยังคงไม่จางหายไป หลาย ๆ คนโดยเฉพาะกับนักเรียนนักศึกษาจึงต้องเน้นไปทางการเรียนออนไลน์ หรือสำหรับคนทำงานก็ต้อง Work From Home ซึ่ง iPad ก็ถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานทั้งด้าน การทำงาน และการเรียน ทีมงาน Notebookspec จึงจะพามาดู ราคาและโปร iPad จากค่ายใหญ่ ทั้งจาก Apple...