Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Buyer's Guide

6 คีย์บอร์ดเกมมิ่ง ฟีเจอร์เด็ดเพื่อเกมเมอร์ เริ่ม 3,990 บาท

คีย์บอร์ดเกมมิ่งนั้นถือเป็นเกมมิ่งเกียร์ที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่สนใจและเลือกซื้อ เพราะนอกจากสวิตช์บนตัวคีย์บอร์ดจะแยกปุ่มกันแล้วให้สัมผัสตอนพิมพ์หรือกดปุ่มตอนเล่นเกมที่ดีและฉับไวแล้ว ยังมีเรื่องของฟังก์ชั่นเสริมต่าง ๆ เช่นปุ่มปรับเพิ่มลดเสียง, มาโคร และอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หลายคนหลังประกอบเกมมิ่งพีซีหรือซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไปแล้วก็มักจะเดินหาซื้อเจ้าคีย์บอร์ดแบบนี้มาใช้ด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้แนะนำเกมมิ่งคีย์บอร์ดทางเลือกในงบประมาณไม่เกิน 1,000 บาทและประเภทของคีย์บอร์ดให้ผู้อ่านได้เลือกซื้อกันตามความชอบไปแล้ว แต่บางคนอาจคิดว่า Mechanical Keyboard กลุ่มนี้ถึงจะดีและคุ้มแต่ฟีเจอร์น้อยเกินไปก็เลยยังไม่โดนใจเท่าไหร่ ดังนั้นบทความนี้เราจะแนะนำคีย์บอร์ดเกมมิ่งน่าสนใจให้เอาไปเล่นเกมกัน

Advertisement

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง

รู้จักเรื่องสวิตช์บนคีย์บอร์ดเกมมิ่งกันก่อน จะได้เลือกแล้วถูกใจ

huntsman

สำหรับคนที่ติดตามเรื่อง Mechanical Keyboard มาตลอด จะรู้กันว่าคีย์บอร์ดแบบนี้ต่างจากคีย์บอร์ดธรรมดาที่เราใช้งานทั่วไปเพราะว่าปุ่มบนคีย์บอร์ดทุกปุ่มคือสวิตช์หนึ่งตัวไม่ได้เป็นแผงปุ่มยางแบบคีย์บอร์ดธรรมดา ซึ่งข้อดีคือเวลาเรากดปุ่มแล้วจะตอบสนองได้เร็วและได้อารมณ์การใช้งานที่ดีกว่า เวลาเกิดปัญหาเสียแล้วต้องซ่อมก็ไม่ต้องเปลี่ยนคีย์บอร์ดทั้งแผงหรือต้องซื้ออันใหม่ เนื่องจากเราสามารถแกะซ่อมทีละปุ่มได้เลย และนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด่น ๆ เฉพาะตัวอีกด้วย

cherry mx switch

ปัจจุบันนี้สวิตช์ของ CHERRY MX เองก็มีหลายสีแล้ว แต่หลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมมีแค่สามสีเอง

หากจำกันได้ ก่อนหน้านี้ Mechanical Keyboard นั้นจะมีใช้สวิตช์จากผู้ผลิตเดียวกันคือของบริษัท CHERRY MX โดยจำแนกเป็นสีต่าง ๆ และแต่ละสีก็จะมีคาร์แรกเตอร์ของเสียงและการกดแตกต่างกันไปตามการผลิต ซึ่งสีหลัก ๆ ที่ถูกเอามาประกอบแล้วขายก็จะมีสีน้ำเงิน (CHERRY MX Blue) ที่กดแล้วได้เสียงคลิ๊กดังถูกใจเกมเมอร์, สีน้ำตาล (CHEERY MX Brown) ซึ่งสัมผัสการกดเหมือนกับสีน้ำเงินแต่ไม่มีเสียงคลิ๊กดังเหมือนสีน้ำเงิน และสีแดง (CHERRY MX Red) ซึ่งตอบสนองได้เร็วที่สุดในกลุ่มและใช้แรงกดน้อยมากเช่นกัน แต่บางครั้งเกมเมอร์บางคนอาจจะรู้สึกคล้ายกับกดคีย์บอร์ดยาง Rubber Dome อยู่บ้าง ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบของแต่ละคน

cherry mx ultra

และนอกจากนี้ CHERRY MX เองก็มีสวิตช์แบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ด้วยอย่าง CHEERY MX Ultra Low Profile ซึ่งตัวปุ่มจะสั้นกว่าปกติ ทำให้ระยะกดสั้นและเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าบริษัทไหนบ้างที่จะนำสวิตช์ตัวนี้ไปติดตั้งในคีย์บอร์ดเกมมิ่งรุ่นใหม่ของทางบริษัท

romer g

และนอกจากสวิตช์ของ CHERRY MX ที่ว่ามาแล้ว บริษัทผลิตเกมมิ่งเกียร์หลาย ๆ แห่งก็วิจัยและผลิตสวิตช์ของตัวเองออกมาขายเองเช่นกัน ตัวอย่างเช่น Razer ที่ผลิต Razer Linear/Clicky Optical Switch ของตัวเองออกมา, Logitech ที่มี GX, GL และ ROMER-G ซีรี่ส์ของตัวเองซึ่งเคลมความแข็งแรงทนทานและตอบสนองได้เร็ว, Outemu ซึ่งคล้ายกับ CHERRY MX แต่เสียงและสัมผัสที่ได้จะต่างกันเล็กน้อย, Kailh Switch ซึ่งเป็นสวิตช์แบรนด์จีนซึ่งเคยได้รับความนิยมและเอามาติดตั้งในคีย์บอร์ดเกมมิ่งหลาย ๆ รุ่นในอดีต ฯลฯ เป็นต้น

ซึ่งถ้าให้ไล่แต่ละแบรนด์ว่ามีสวิตช์สีอะไรคุณสมบัติอย่างไรแบบไหนก็จะเยอะเกินความจำเป็นไป แต่ถ้าแยกตามสัมผัสการกดของสวิตช์ซึ่งเอาไปเป็นหลักนั้นจะแยกได้ง่ายมากเพราะจะมีเพียง 3 แบบหลัก ๆ เท่านั้นคือ

  1. Tactile Switch – สวิตช์ที่มีแรงผลักกลับค่อนข้างน้อยและเสียงค่อนข้างเบาแต่ตอบสนองได้เร็ว เหมาะกับเกมแนว FPS หรือเกมที่ต้องกดปุ่มค่อนข้างเร็ว ตัวอย่างเช่น Brown Switch ส่วนวิธีการแบ่งแยกสัมผัสตอนกดคือเมื่อกดแล้วจะคล้ายกับ Blue Switch ที่ต้องลงน้ำหนักตอนกดเล็กน้อยและระยะปุ่มค่อนข้างลึกหน่อย แต่ไม่มีเสียง “คลิก” เพราะว่าไม่มีกระเดื่องเหล็กในตัว ซึ่งสวิตช์แบบนี้เสียงจะไม่ดังมากนักจึงเอาไปใช้ในออฟฟิศหรือร้านกาแฟก็พอได้
  2. Clicky Switch – สวิตช์ที่ให้การตอบสนองแบบ Tactile แต่ใส่กระเดื่องเหล็กเอาไว้ให้มีเสียงดัง “คลิก”ให้สัมผัสเหมือนกับสวิตช์ของ Mechanical Keyboard แบบโบราณ โดยกลุ่ม Clicky Switch นั้นจะเป็น Blue Switch ที่หลายคนนิยมใช้งานนั่นเอง ซึ่งสัมผัสตอนกดจะแยกออกเป็นสองระยะ คือช่วงกดปุ่มลงไปแล้วปุ่มยังไม่ตอบสนองเพราะตัว Keycap กับสปริงเพิ่งแตะโดนตัวกระเดื่องเหล็ก แล้วค่อยตอบสนองเมื่อปุ่มและกระเดื่องโดนกดลงไปจนถึงจุดที่สวิตช์ทำงานแล้วได้ยินเสียง “คลิก” นั่นเอง ซึ่งสวิตช์สีนี้แนะนำให้ใช้งานในห้องส่วนตัวจะดีสุดเพราะเสียงจะดังรบกวนคนอื่นพอควร
  3. Linear Switch – สวิตช์ที่ใช้แรงกดน้อย ระยะกดสั้นและเสียงเบามากแต่ก็อาจจะทำเอาผู้ใช้บางคนรู้สึกเหมือนใช้คีย์บอร์ดยาง Rubber Dome อยู่ แต่เป็น Mechanical Keyboard ที่พิมพ์งานหรือเล่นเกมที่กดปุ่มเร็ว ๆ จะได้เปรียบพอตัวเพราะ Linear Switch จะตอบสนองเร็วที่สุด ดังนั้นถ้าเราเล่นเกมแนว MMORPG ที่ต้องกดสกิลต่อเนื่องกันไม่ให้เสียจังหวะก็น่าเลือก Mechanical Keyboard แบบนี้ไปใช้งาน โดยสวิตช์แบบ Linear นี้คือ Red Switch นั่นเอง

6 คีย์บอร์ดเกมมิ่งฟีเจอร์เทพเด็ดแนะนำสำหรับเกมเมอร์

logitech kb

ถ้าพูดถึง Mechanical Keyboard รุ่นแนะนำสำหรับเกมเมอร์ที่มีฟีเจอร์ให้ใช้มากมายไม่ว่าจะปุ่มมาโคร, Multimedia key และอื่น ๆ นั้น มักจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Full-Size เพราะว่าตัวคีย์บอร์ดมีขนาดใหญ่และมีพื้นที่ว่างเยอะสุด จึงพอจะใส่ส่วนเสริมต่าง ๆ เข้าไปมากกว่าแบบอื่น แต่ก็ต้องแลกกับการใช้พื้นที่วางคีย์บอร์ดมากกว่าคีย์บอร์ดแบบ TKL, 75% และ 60% พอตัว จึงต้องจัดพื้นที่บนโต๊ะคอมให้ดี ไม่อย่างนั้นเวลาลากเมาส์ไปมาอาจจะติดขอบคีย์บอร์ดได้

สำหรับคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ฟีเจอร์ครบจัดเต็ม มีฟีเจอร์เสริมต่าง ๆ และปุ่มคีย์บอร์ดภาษาไทยด้วยจะมีรุ่นแนะนำทั้งหมด 6 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Razer Huntsman (3,990 บาท)
  2. ASUS ROG Strix Scope RX (4,290 บาท)
  3. Kingston HyperX Cloud Alloy Elite 2 (4,590 บาท)
  4. SteelSeries APEX 7 (5,990 บาท)
  5. Logitech G813 LIGHTSYNC RGB (6,499 บาท)
  6. Corsair K100 RGB (8,290 บาท)
1. Razer Huntsman (3,990 บาท)

huntsman 32

เมื่อพูดถึงเกมมิ่งคีย์บอร์ด แบรนด์แรกที่ภาพชัดขึ้นมาในความคิดของใครหลาย ๆ คนก็คงจะไม่พ้น Razer กันแน่นอน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดย Razer Huntsman นั้นถือเป็นรุ่นแนะนำรุ่นแรกซึ่งราคาไม่แพงเกินไปแต่ฟีเจอร์ของคีย์บอร์ดรุ่นนี้ก็ถือว่าทำได้ดีและน่าสนใจทีเดียว รวมทั้งตัวบอดี้ส่วนบนของคีย์บอร์ดที่เป็นอลูมิเนียมผิวด้านก็เป็นตัวโครงที่แข็งแรงทีเดียว

ตัวคีย์บอร์ดจะเป็นแบบ Full-Size คีย์ภาษาไทยและมี Numpad ติดตั้งมาให้ มี Gaming mode แยกกับโหมดปกติ โดยจะปิดการทำงานของปุ่ม Windows, การกดปุ่ม Alt+Tab, Alt+F4 โดยบังเอิญ เพื่อไม่ให้เสียจังหวะระหว่างเล่นเกมอยู่ มี Razer Hypershift เพื่อสลับการทำงานระหว่างปุ่มตอนใช้งานแบบปกติกับปุ่ม Set ที่ตั้งค่าแยกเอาไว้ ตัวคีย์บอร์ดมี 10-Key Rollover สามารถกดปุ่มพร้อมกันได้ 10 ปุ่ม จัดการปัญหาคีย์บอร์ดส่งคำสั่งเพี้ยนเวลากดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันและตั้งค่า Macro เอาไว้ที่ปุ่มต่าง ๆ ได้ โดยทั้งหมดนี้สามารถจัดการได้ในโปรแกรม Razer Synapse 3 และเซฟโปรไฟล์การตั้งค่าคีย์บอร์ดเอาไว้ใช้งานได้ 5 โปรไฟล์ เมื่อลง Windows ใหม่หรือเปลี่ยนไปใช้งานพีซีเครื่องอื่นก็สามารถโหลดการตั้งค่าของเราเข้ามาใช้งานได้ทันที

ตัวปุ่มจะเป็น Optp-Mechanical Switch ที่ Razer ผลิตขึ้นมาเองโดยในตัวสวิตช์จะมีแสงเลเซอร์จับการกดของผู้ใช้จึงตอบสนองได้เร็วและระยะกดสั้นลงกว่าสวิตช์แบบอื่น 30% สามารถเลือกได้ระหว่าง Clicky หรือ Linear Switch โดยรุ่นที่ขายในประเทศไทยจะเป็นแบบ Clicky ที่ใช้แรงกด 45g เท่านั้น มีค่าตอบสนอง 1000 Hz Ultrapolling และเชื่อมต่อด้วยสาย USB

สเปคของ Razer Huntsman

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size สวิตช์แบบ Clicky Switch แรงกด 45g
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB อัตราตอบสนอง 1000 Hz Ultrapolling
  • มี 10-Key Rollover สามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Gaming Mode, Razer Hypershift, ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์และโหลดมาใช้งานได้มากสุด 5 โปรไฟล์
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย Razer Synapse 3
  • ราคา 3,990 บาท (JIB)
2. ASUS ROG Strix Scope RX (4,290 บาท)

rog

ถ้าพูดถึงเกมมิ่งและการเล่นเกมก็ขาด ASUS ไปไม่ได้เช่นกันเพราะคีย์บอร์ดเกมมิ่งรุ่น ROG Strix Scope RX ก็เป็นรุ่นน่าสนใจสำหรับแฟนคลับ ROG ซึ่งหน้าตามาเรียบ ๆ ไม่หวือหวาหรือมีปุ่มแยกพิเศษแบบคีย์บอร์ดรุ่นอื่น แต่ก็มีฟีเจอร์เยอะไม่แพ้กับเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวอื่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้เช่นกัน

สำหรับฟีเจอร์พื้นฐานอย่าง N-Key Rollover, การล็อคปุ่ม Windows ไม่ให้มารบกวนตอนเล่นเกม, บันทึกโปรไฟล์ของคีย์บอร์ดได้ 5 แบบด้วยโปรแกรม Armoury Crate แล้วเซฟเอาไว้ในตัวคีย์บอร์ดไปใช้งานได้เลย รวมทั้งตั้ง Macro ให้คีย์บอร์ดทำงานตามที่ตั้งค่าเอาไว้และไฟ RGB นั้นถือว่ามีครบถ้วนไม่แพ้กับ Razer Huntsman ในข้อที่แล้ว แต่จุดที่เด่นยิ่งขึ้นคือตัวปุ่ม Ctrl ตรงฝั่งซ้ายล่างที่เกมเมอร์ใช้งานบ่อยจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติราว 2 เท่า เพื่อให้กดได้สะดวกกว่าเดิม, มีปุ่มฟังก์ชั่นพร้อมฟีเจอร์ควบคุมคอมพิวเตอร์ทั้งการเพิ่มลดเสียงและอื่น ๆ และมี Stealth Key เพื่อพับโปรแกรมทั้งหมดบนหน้าจอเก็บลงไปไม่ให้คนอื่นมาแอบดูบนหน้าจอว่าเราทำอะไรอยู่ได้ ส่วนอัตราตอบสนองอยู่ที่ 1000 Hz polling rate

ตัวคีย์บอร์ดจะใช้ CHERRY MX Red Switch เป็นสวิตช์แบบ Linear แข็งแรงและตอบสนองเร็ว ซึ่งใช้แรงกดเพียง 40g และระยะกดที่ 1.5 มม. ซึ่งถือว่าสั้นมากจึงกดสั่งคีย์บอร์ดให้ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น กันน้ำและฝุ่นระดับ IP56 และมีช่อง USB 2.0 Passthrough ที่เอาไว้ต่ออุปกรณ์อื่นเช่นสมาร์ทโฟนหรือแฟลชไดรฟ์เอาไว้รับส่งข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้นไม่ต้องเอื้อมไปต่อที่เคสโดยตรงก็ได้ จัดว่ามีฟีเจอร์พื้นฐานที่ต้องใช้งานมาครบถ้วน ตอบโจทย์การเล่นเกมและใช้ทำงานได้ทั้งคู่ จะเอาไปใช้งานในออฟฟิศหรือวางไว้คู่กับเกมมิ่งพีซีที่บ้านก็โอเคเลย

สเปคของ ASUS ROG Strix Scope RX

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size CHERRY MX Red Switch แบบ Linear แรงกด 40g
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 อัตราตอบสนอง 1000 Hz polling rate
  • มี N-Key Rollover สามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น ปุ่มล็อคการล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, Stealth Key, ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์และโหลดมาใช้งานได้มากสุด 5 โปรไฟล์, ปุ่ม Ctrl ซ้ายใหญ่กว่าปกติราว 2 เท่า, กันน้ำ IP56, USB 2.0 Passthrough
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย ASUS Armoury Crate
  • ราคา 4,290 บาท (JIB)
3. Kingston HyperX Cloud Alloy Elite 2 (4,590 บาท)

HyperX ในเครือ Kingston เองก็มีคีย์บอร์ดเกมมิ่งคุณภาพดีออกมาให้เลือกซื้ออยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน โดย HyperX Alloy Elite 2 นั้นจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Full-Size เทียบแล้วเป็นเวอร์ชั่นพัฒนาของ HyperX Alloy Origins ที่ทางเว็บไซต์เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้นั่นเอง ซึ่งฟีเจอร์หลักของคีย์บอร์ดเกมมิ่งยุคนี้เช่นไฟ RGB, ปุ่ม Media Key แยกเฉพาะ, N-Key Rollover, การตั้งค่า Game Mode, ตั้งโปรไฟล์การใช้งานได้ 3 โปรไฟล์และตั้งค่า Macro นั้นถือว่ามีให้ใช้ครบถ้วน โดยเราสามารถตั้งค่าผ่านทางโปรแกรม HyperX NGENUITY ที่ HyperX เปิดให้ดาวน์โหลดได้เลย

ฟีเจอร์เด่นอื่นก็มี USB 2.0 Passthrough ด้านหลังคีย์บอร์ดเอาไว้เชื่อมต่อรับส่งข้อมูลหรือชาร์จสมาร์ทโฟนของเราได้โดยไม่ต้องเอื้อมไปต่อที่เคสโดยตรง, ตัวยบอดี้จะมีเฟรมส่วนบนเป็นอลูมิเนียมซึ่งแข็งแรงทีเดียว ตัวปุ่มคีย์บอร์ดจะเป็นสวิตช์ที่ HyperX ผลิตเองในชื่อ HyperX Red ซึ่งเป็นสวิตช์ Linear เสียงเบา ใช้แรงกด 45g ส่วนตัว Keycaps จะเป็นพลาสติก ABS ส่วนฐานขึ้นมาเกือบบนสุดจะเป็นแบบใสเพื่อให้ไฟ RGB สามารถส่องแสงได้สว่างยิ่งขึ้น

สเปคของ HyperX Alloy Elite 2

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size HyperX Red Switch แบบ Linear แรงกด 45g
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 
  • มี N-Key Rollover สามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Game Mode ล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์และโหลดมาใช้งานได้มากสุด 3 โปรไฟล์, USB 2.0 Passthrough, มีปุ่ม Media Key แยกเฉพาะ
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย HyperX NGENUITY
  • ราคา 4,590 บาท (เว็บไซต์ขายเกมมิ่งเกียร์ชั้นนำ)
4. SteelSeries APEX 7 (5,990 บาท)

apex 7

SteelSeries Apex 7 นั้นแม้จะราคาสูงขึ้นมาบ้างแต่ก็เป็นรุ่นน่าสนใจมากและทางเว็บไซต์ได้ปล่อยวิดีโอรีวิวให้ชมไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน แต่สำหรับราคาที่แพงกว่ารุ่นอื่นระดับหนึ่งนั้นก็มีเหตุผลอยู่เช่นกัน ซึ่งด้านฟีเจอร์หลัก ๆ เช่น N-Key Rollover, ตั้งค่ามาโครให้คีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์การตั้งค่าไว้กับตัวคีย์บอร์ดได้ 5 แบบ, USB 2.0 Passthrough แล้ว จุดเด่นของ Apex 7 คือตัวคีย์บอร์ดจะมีหน้าจอ OLED ขนาดเล็กติดตั้งไว้ตรงมุมบนขวามือร่วมกับตัวปุ่มกดและลูกล้อหมุนตั้งค่า ซึ่งสามารถใช้แสดงการแจ้งเตือนและปรับแต่งการตั้งค่าตัวคีย์บอร์ดที่จุดนี้ได้เลย ซึ่งจัดว่าสะดวกเป็นอย่างมาก ส่วนการปรับแต่งตั้งค่าคีย์บอร์ดทั้งหมดทำได้ด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine

สำหรับตัวสวิตช์คีย์บอร์ดเป็นปุ่มที่ SteelSeries ผลิตเองในชื่อรุ่น SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch ซึ่งในประเทศไทยสามารถเลือกสวิตช์ได้ทั้งแบบ Linear และ Clicky ตามความชอบ ใช้น้ำหนักกดที่ 45cN ซึ่งถือว่าไม่มากไม่น้อยเกินไป นอกจากนี้ Apex 7 จะแถมที่พักข้อมือถอดได้และดูดติดกับคีย์บอร์ดได้ด้วยแม่เหล็ก ตัวเฟรมคีย์บอร์ดทำจากโลหะเกรดอากาศยาน 5000 Aircraft grade นอกจากนี้ตัวโครงยังออกแบบให้เก็บสายแล้วออกมาได้หลายทางตามความสะดวกของผู้ใช้ รวมทั้งกางขาตั้งคีย์บอร์ดออกมาให้ตัวคีย์บอร์ดตั้งขึ้นให้เข้ากับการวางมือของผู้ใช้อีกด้วย

สเปคของ SteelSeries Apex 7

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch แบบ Linear หรือ Clicky แรงกด 45cN
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 
  • มี N-Key Rollover สามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Game Mode ล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์และโหลดมาใช้งานได้มากสุด 5 โปรไฟล์, USB 2.0 Passthrough, มีหน้าจอ OLED พร้อมวงล้อและปุ่มรวมเป็นชุดควบคุมสำหรับแสดงการแจ้งเตือนและใช้ตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย, เฟรมทำจากโลหะเกรดอากาศยาน
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย SteelSeries Engine
  • ราคา 5,990 บาท (BaNANA)
5. Logitech G813 LIGHTSYNC RGB (6,499 บาท)

logitech

Logitech G813 LIGHTSYNC RGB ก็เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งรุ่นแนะนำจาก Logitech ซึ่งมีฟีเจอร์พื้นฐานทั้งการตั้งมาโครเอาไว้บนคีย์บอร์ดได้โปรไฟล์ละ 5 ปุ่มรวมเป็น 15 ปุ่มด้วยกัน, USB 2.0 Passthrough, Game Mode, ไฟ RGB ปรับแต่งสีและความสว่างได้ตามความชอบและชุดปุ่ม Multimedia Key แยกเฉพาะที่มุมบนขวามือ และตั้งค่าการทำงานของคีย์บอร์ดทั้งหมดได้ผ่านทางโปรแกรม G-Hub แล้ว ตัวคีย์บอร์ดจะใช้เฟรมเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์ 5052 ที่เบาและแข็งแรงเป็นพิเศษและออกแบบให้เหมาะกับการพิมพ์งานหรือเล่นเกมอีกด้วย

ด้านสวิตช์บนคีย์บอร์ดเป็นสวิตช์เฉพาะ GL Series ที่ทาง Logitech วิจัยและสร้างขึ้นมาเอง โดยเป็น Mechanical Switch แบบตัวต่ำซึ่งหน้าตาคล้ายคีย์บอร์ดทำงานทั่วไปแต่ตอบสนองได้เหมือนสวิตช์แมคคานิคแบบปกติ เลือกสวิตช์ได้ทั้งแบบ GL Tactile, GL Linear, GL Clicky ตามความชอบของแต่ละคน แรงกดจะอยู่ที่ 45g ไล่เลี่ยกับสวิตช์จากแบรนด์อื่น ๆ แต่แม้ราคาจะดูสูงกว่าแบรนด์อื่น ๆ ก็ตามแต่หากติดตามโปรโมชั่นบนร้านค้าออนไลน์ก็จะมีโปรฯ เซลส์ราคาพิเศษออกมาให้อุดหนุนเป็นระยะ ๆ ด้วย

สเปคของ Logitech G813 LIGHTSYNC RGB

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size Logitech GL Switch แบบ Linear, Tactile หรือ Clicky แรงกด 45g
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Game Mode ล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, มีปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ 5 ปุ่มและเซฟโปรไฟล์ได้มากสุด 3 โปรไฟล์, USB 2.0 Passthrough, ชุดปุ่ม Multimedia Key แยกเฉพาะ, เฟรมอลูมิเนียม 5052 แข็งแรงและเบา
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย Logitech G-Hub
  • ราคา 6,490 บาท (ร้านค้า Online ของ Logitech บน Shopee, Lazada)
6. Corsair K100 RGB (8,290 บาท)

corsair

Corsair เองก็เป็นแบรนด์ทำเกมมิ่งเกียร์ยอดนิยมอีกดแบรนด์ที่ผู้ใช้เลือกซื้อ ซึ่งถ้าเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าการลงทุนก็ยกให้เป็น Corsair K100 RGB ที่ราคาค่อนข้างสูงสักหน่อยแต่ข้อดีคือนอกจากฟีเจอร์หลัก ๆ เช่น N-Key Rollover, USB 2.0 Passthrough, Game Mode, ไฟ RGB, Multimedia Key แยกปุ่มโดยเฉพาะหรือแม้แต่ปุ่ม Macro รวม 6 ปุ่มแล้ว ทาง Corsair ยังใส่ฟีเจอร์เอื้อสตรีมเมอร์และเกมเมอร์ได้เอาไปใช้อย่างเต็มที่

โดยตัวคีย์บอร์ดนี้สามารถโหลดโปรแกรม Elgato Stream Deck ไปติดตั้งแล้วใช้งานกับปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดได้เลย ซึ่งสตรีมเมอร์มือใหม่ที่ยังไม่ได้ซื้อตัว Stream Deck ก็ใช้ปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดนี้ได้ มีปุ่ม iCUE เป็นวงล้อตรงมุมบนซ้ายมือซึ่งสามารถควบคุมการทำงานบนตัวเครื่องได้หลากหลายทั้งปรับความสว่างของไฟ RGB, สลับโปรแกรมไปมา, ซูมภาพ, Track Jogging เอาไว้เลื่อนเพลงไปยังจุดที่ต้องการฟังหรือเอาไว้เลือกเพลงก็ได้ โดยเราสามารถปรับแต่งการใช้งานทั้งหมดทั้งไฟ RGB, ปุ่ม Macro และอื่น ๆ ได้ที่โปรแกรม Corsair iCUE อีกด้วย ส่วนฟีเจอร์พิเศษเฉพาะของคีย์บอร์ดรุ่นนี้คือค่า Polling rate นั้นจะมีชิป Corsair AXON Hyper-Processing เอาไว้ปรับ Polling rate ให้สูงขึ้นไปถึง 4,000 Hz ทำให้คีย์บอร์ดรับส่งข้อมูลได้เร็วเป็นพิเศษและมีที่พักข้อมือแถมมาให้ในแพ็คเกจด้วย

ส่วนของสวิตช์จริง ๆ แล้วจะมีสวิตช์ Corsair OPX ที่ Corsair พัฒนาเอง แต่ในประเทศไทยจะเอาเวอร์ชั่น CHERRY MX SPEED เป็นสวิตช์สีเงินติดตั้งมาให้ ซึ่งมีคีย์บอร์ดน้อยรุ่นมากที่ติดตั้งสวิตช์นี้มาให้ใช้งาน โดยสวิตช์นี้จะตอบสนองเร็วกว่าสวิตช์ทั่วไปของ CHERRY MX อยู่ 40%, ตัวสวิตช์จะทนฝุ่นและโคลนได้ดีและระยะกดสั้นเพราะไม่มีจุด Pressure point ใช้แรงกด 45cN ก็ทำงานทันทีและรองรับการกดสูงสุด 100 ล้านครั้งและเป็นสวิตช์แบบ Linear ที่เสียงตอนทำงานเบาอีกด้วย

สเปคของ Corsair K100 RGB

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size CHERRY MX SPEED แบบ Linear แรงกด 45cN
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 ติดตั้งชิป Corsair AXON Hyper-Processing เร่ง Polling rate ไปสูงสุด 4,000 Hz
  • มี N-Key Rollover
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Game Mode ล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, มีปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ 6 ปุ่ม ทำงานกับโปรกรม Elgato Stream Deck ได้, USB 2.0 Passthrough, ชุดปุ่ม Multimedia Key แยกเฉพาะ, มีวงล้อ iCUE สำหรับใช้งานกับโปรแกรมต่าง ๆ ได้
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย Corsair iCUE
  • ราคา 8,290 บาท (JIB)

สรุป – เลือกคีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบไหนดี?

จากบทความทั้งหมดนี้จะเห็นว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่งแต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป และทุกตัวจะเป็น Mechanical Switch ทั้งหมดทำให้อายุการใช้งานยาวนานและมี N-Key Rollover เอาไว้ทำให้ปุ่มต่าง ๆ สามารถทำงานได้ดีและไม่รวนเมื่อกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกัน ซึ่งถ้าสรุปสเปคและจุดเด่นแยกของแต่ละรุ่นจะเป็นดังนี้

รุ่น / สเปค ดีไซน์และสวิตช์ที่ใช้ การเชื่อมต่อ ฟีเจอร์เด่น โปรแกรมตั้งค่าคีย์บอร์ด ราคา
Razer Huntsman Full-Size

Clicky Switch แรงกด 45g
สาย USB

1000 Hz Ultrapolling rate
10-Key Rollover

Gaming mode

Razer Hypershift

ตั้งมาโครให้คีย์บอร์ดได้

เซฟโปรไฟล์การตั้งค่าได้ 5 แบบ
Razer Synapse 3 3,990 บาท
ASUS ROG Strix Scope RX Full-Size

CHERRY MX Red Switch แบบ Linear แรงกด 40g
สาย USB 2.0

อัตราตอบสนอง 1000 Hz polling rate
N-Key Rollover

ปุ่มล็อคการทำงานของปุ่ม Windows

Stealth Key

ตั้งมาโครให้คีย์บอร์ดได้

เซฟโปรไฟล์คีย์บอร์ดได้ 5 โปรไฟล์

ปุ่ม Ctrl ใหญ่กว่าปกติ 2 เท่า

กันน้ำ IP56

USB 2.0 Passthrough
ASUS Armoury Crate 4,290 บาท
HyperX Alloy Elite 2 Full-Size

HyperX Red Switch แบบ Linear แรงกด 45g
สาย USB 2.0  Game Mode

ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้

เซฟการตั้งค่าโปรไฟล์ได้ 3 โปรไฟล์

USB 2.0 Passthrough

มีปุ่ม Media Key แยกเฉพาะ
HyperX NGENUITY 4,590 บาท
SteelSeries Apex 7 Full-Size

SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch แบบ Linear หรือ Clicky แรงกด 45cN
สาย USB 2.0 Game Mode

ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้

เซฟการตั้งค่าโปรไฟล์ได้ 5 โปรไฟล์

USB 2.0 Passthrough

มีหน้าจอ OLED พร้อมวงล้อและปุ่มรวมเป็นชุดควบคุม

เฟรมทำจากโลหะเกรดอากาศยาน
SteelSeries Engine 5,990 บาท
Logitech G813 LIGHTSYNC RGB Full-Size

Logitech GL Switch แบบ Linear, Tactile หรือ Clicky แรงกด 45g
สาย USB 2.0  Game Mode

มีปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ 5 ปุ่มและเซฟโปรไฟล์ได้มากสุด 3 โปรไฟล์

USB 2.0 Passthrough

ชุดปุ่ม Multimedia Key แยกเฉพาะ

เฟรมอลูมิเนียม 5052 แข็งแรงและเบา
Logitech
G-Hub
6,490 บาท
Corsair K100 RGB Full-Size

CHERRY MX SPEED แบบ Linear แรงกด 45cN
USB 2.0

ติดตั้งชิป Corsair AXON Hyper-Processing เร่ง Polling rate ไปสูงสุด 4,000 Hz
Game Mode

มีปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ 6 ปุ่ม ใช้กับโปรกรม Elgato Stream Deck ได้

USB 2.0 Passthrough

ชุดปุ่ม Multimedia Key แยก

วงล้อ iCUE สำหรับใช้งานกับโปรแกรมต่าง ๆ ได้
Corsair iCUE 8,290 บาท

ซึ่งจะเห็นว่าฟีเจอร์เฉพาะของแต่ละรุ่นนั้นจะมีจุดเด่นและตอบโจทย์การใช้งานแยกกันไป แต่อย่างไรก็ตามคีย์บอร์ดแต่ละรุ่นก็จะดีกับผู้ใช้แตกต่างกันไปตามสวิตช์และเกมที่เล่นเป็นหลัก ซึ่งถ้าใครเล็งรุ่นไหนเอาไว้ก็ตัดสินใจซื้อไปเลยไม่ต้องลังเล เพราะว่าคีย์บอร์ด Mechanical เหล่านี้จัดว่าแข็งแรงและใช้งานได้นานหลายปีและคุ้มค่าที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้ลองไปเลือกซื้อในงานอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น COMMART จะดีเพราะนอกจากได้โปรโมชั่นแล้วยังมีสินค้าตัวจริงให้เราทดลองเล่นได้อีกด้วย

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ไม่กี่ปีก่อนเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ Mechanical Switch ได้รับความนิยมจากเสียงและสัมผัสตอนใช้งานดีน่าประทับใจ และในตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็น Magnetic Switch เพื่อเน้นการตอบสนองและความได้เปรียบเวลาต้องตัดสินกับคู่แข่งในเวลาเพียงเสี้ยววินาที โดยหลักการทำงานของคีย์บอร์ดเหล่านี้เรียกว่าเรียบง่ายมาก โดยแผ่นวงจรของคีย์บอร์ด (PCB) จะมีเซนเซอร์วัดความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กติดไว้จับระยะของแม่เหล็กในแต่ละสวิตช์ว่าถูกกดเข้ามากี่ มม. และถอนออกไประยะเท่าไหร่ ซึ่งต่างจาก Mechanical Keyboard ทั่วไปที่กดแล้วทำงานถอนนิ้วก็ไม่ทำงานเท่านั้น พอจับระยะได้ละเอียดระดับ 0.1 มม. ทนต่อการกดใช้งานหลักสิบหรือร้อยล้านครั้งแล้ว แทบทุกรุ่นจะปรับค่า Polling...

Accessories review

Keychron C75 TMR 8K Magnetic Switch Keyboard ใหม่เพื่อ เกิดมาเพื่อเกมเมอร์ ฟีเจอร์มาครบ ลูกเล่นจัดเต็มแต่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงิน! ถ้าคิดถึงคีย์บอร์ดทำงานขวัญใจหลายๆ คน ก็มักคิดถึง Keychron เสมอ ด้านคีย์บอร์ดเกมมิ่งในตอนนี้ก็มี Keychron C75 TMR 8K เป็น Magnetic Switch...

Buyer's Guide

หูฟังเกมมิ่งกับเครื่องเกมต่างๆ เป็นของคู่กันเพื่อให้รับรู้สภาพแวดล้อมภายในเกมได้ดีขึ้นและเพิ่มความสมจริงเหมือนว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตรงหน้าเรา นอกจากช่วยให้เล่นเกมได้สนุกยังช่วยให้เกมเมอร์ตัดสินใจและจัดการกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้ดีขึ้น แต่เวลาเลือกซื้อเกมเมอร์บางคนมักตัดสินใจซื้อรุ่นราคาสูงหลายพันบาทมาเพื่อให้ได้ฟีเจอร์เพิ่มขึ้นและได้ฮาร์ดแวร์ดีสุด แต่ในปัจจุบันหูฟังราคาหลักพันบาทต้นก็ได้ฟีเจอร์ดีขึ้นมากพอให้เล่นเกมต่างๆ ได้สบาย แถมบางรุ่นก็ใช้โปรแกรมปรับโหมดและโทนเสียงได้อีกด้วย รูปแบบของหูฟังเกมมิ่งในช่วงราคาไม่เกิน 3,000 บาทนี้ จะมีทั้งแบบต่อสายและไร้สายขึ้นอยู่ว่าทางผู้ผลิตออกแบบมาอย่างไร หากมีสายก็จะต่อกับอุปกรณ์ชิ้นเดียวเท่านั้นและสายอาจจะเกะกะอยู่บ้างแต่ตัดปัญหาเสียงดีเลย์ต่างๆ ได้ ส่วนรุ่นไร้สายมักจะเลือกได้ทั้งแบบ USB RF 2.4 GHz กับ Bluetooth นอกจากใช้งานได้สะดวกไม่ต้องพะวงเรื่องสายยาวไม่พอแล้ว ยังต่อใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตั้งแต่ 2...

Special Story

ในงาน CES 2026 โลกเทคโนโลยีก็ถูกเขย่าอีกครั้งด้วยของเล่นใหม่และของใช้ที่ก้าวล้ำสมัย เพราะไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่คือจุดกำเนิดของยุคสมัยที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้หลอมรวมเข้ากับวัตถุรอบตัวเราอย่างแท้จริง จากตัวต่อเลโก้อัจฉริยะที่โต้ตอบได้ ไปจนถึงสมาร์ทโฟนหุ่นยนต์ที่เดินตามเจ้าของ และเพื่อนคู่ใจโฮโลแกรมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน ทุก Gadget ที่ถูกนำมาจัดแสดงในปีนี้ล้วนสะท้อนถึงการทลายเส้นแบ่งระหว่างโลกดิจิทัลและโลกความจริงให้จางลงจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าคุณคิดว่าเทคโนโลยีในช่วงสองปีที่ผ่านมาล้ำสมัยแล้ว ในวันนี้จะทำให้คุณต้องนิยามคำว่า “อนาคต” ใหม่อย่างแน่นอน บทความนี้เราได้นำเอา 10 ของเล่นที่เป็นไฮไลต์ของงานมาได้ชมกัน เพื่อให้ได้เห็นภาพว่าชีวิตในปี 2026 จะน่าตื่นเต้นมากน้อยเพียงใด...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก