Connect with us

Hi, what are you looking for?

Special Story

โน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี ปี 2021 กับ 9 ยี่ห้อ รุ่นไหนน่าใช้ ยี่ห้อไหนน่าซื้อ

คำถามยอดฮิตของคนที่จะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่ ยังไงก็หนีไม่พ้นคำถามว่า “จะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี” เพราะปัจจุบันนี้ในประเทศไทยมีโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์ชั้นนำหลากหลายรุ่นวางขายอยู่เต็มร้าน หลากหลายชื่อหลายดีไซน์ไปหมดจนคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวหรืออยู่ในวงการไอทีแบบจริงจังก็พลอยจะสับสนเอาได้ง่าย ๆ ว่าทั้ง ๆ ที่เป็นโน๊ตบุ๊คแบบฝาพับเหมือนกันแท้ ๆ แต่ก็มีรุ่นให้เลือกเยอะไปหมด

ดังนั้นวิธีง่านที่สุดคือการเข้าใจว่าแบรนด์นั้นมีโน๊ตบุ๊ครุ่นย่อยอะไรบ้างแบบคร่าว ๆ ก็จะทำให้เราจำกัดกลุ่มแล้วเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คได้ตรงการใช้งานของเรายิ่งขึ้น เวลาไปร้านหรือเปิดเว็บไซต์หาซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่จะได้ทำได้ง่ายและเร็วยิ่งกว่าเดิมแล้วไม่ต้องคอยเดินวนสงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีนะ?

โน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี
วางอยู่หลายแบบหลายรุ่น แต่ซื้อเครื่องไหนไปใช้ดีหว่า?

โน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีแล้วรุ่นไหนถึงจะเหมาะ?

X5TyA8uvkGXoNyjFzxcowS 970 80

เพราะสินค้ารุ่นเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกคน ดังนั้นแบรนด์หนึ่งจึงมีสินค้ารุ่นย่อย อย่างน้อยก็ต้องมีสัก 2 รุ่นขึ้นไปให้ผู้ใช้มีตัวเลือกมากขึ้นและเอามาเปรียบเทียบกันได้ แต่พอมีรุ่นย่อยมากเข้าและทำสเปคมาใกล้เคียงกันก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้สับสนเข้าไปอีก เพราะเชื่อว่าถ้าสเปคใกล้เคียงกันมาก ๆ ก็เชื่อว่าผู้ใช้จะซื้อรุ่นราคาถูกกว่าอย่างแน่นอน

laptop varient

เช่นในภาพนี้ ถ้าเราค้นหาโน๊ตบุ๊คในระบบค้นหาโน๊ตบุ๊คของทางเว็บไซต์แล้วตั้งค่าเลือกซีพียูกับการ์ดจอแบบเดียวกัน จะเห็นว่า ASUS TUF Gaming กับ ASUS VivoBook ในภาพนี้เป็นสเปคเดียวกันคือใช้ Intel Core i5 กับการ์ดจอ GEFORCE GTX 1650 เหมือนกันทั้งคู่ มีแรมเท่ากันอีก ก็เชื่อว่าหลายคนอาจจะเลือก ASUS VivoBook เพราะราคาถูกกว่าแต่ได้สเปคไม่แพ้กับ ASUS TUF Gaming เลย

ซึ่งถ้าโจทย์เป็นการใช้งานทั่วไปก็ไม่มีปัญหาเพราะสเปคนั้นก็ถือว่าดีไล่เลี่ยกัน แต่กลับกันหากเน้นเล่นเกมหรือ Live Stream ด้วย ASUS VivoBook ถึงจะทำได้แต่ก็จะไม่ได้ระดับ ASUS TUF Gaming ที่ออกแบบมาเน้นด้านนี้และมีโปรแกรมปรับแต่งการทำงานให้ตัวเครื่องให้เหมาะกับการเล่นเกมโดยเฉพาะ รวมทั้งเรื่องการรับประกันของทั้งสองรุ่นนี้ก็จะแตกต่างกันอีกด้วย

โน๊ตบุ๊คแต่ละยี่ห้อมีรุ่นย่อยอะไรบ้าง?

swift

แบรนด์โน๊ตบุ๊คชั้นนำในประเทศไทยในอดีตนั้นมีอยู่หลากหลายแบรนด์ แต่เมื่อทำตลาดมาเรื่อย ๆ แล้วผู้ใช้ไม่ให้ความนิยม, บริษัทแม่เลิกทำตลาดไปหรือแม้แต่ขายส่วนของกิจการให้บริษัทอื่นทำตลาดต่อก็มีเช่นกัน แต่ในระยะหลังมานี้แบรนด์โน๊ตบุ๊คชั้นนำในประเทศไทยจะมีแบรนด์ยืนพื้นอยู่ 9 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่

  1. Apple
  2. Acer
  3. ASUS
  4. DELL
  5. HP
  6. MSI
  7. Lenovo
  8. Huawei
  9. Fujitsu

1. Apple

macbook

ในตอนนี้ถ้าถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ยักษ์ใหญ่จาก Cupertino อย่าง Apple นั้นก็เป็นตัวเลือกเด่นในใจของใครหลาย ๆ คนไปโดยปริยายแม้ราคาจะค่อนข้างสูงบ้าง แต่แลกกับดีไซน์ตัวเครื่องที่เรียบง่ายแต่ประสิทธิภาพดี ได้รับการอัพเดทต่อเนื่องก็ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ชอบเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คใหม่บ่อย ๆ ตัดสินใจซื้อได้ง่าย และเมื่อเปิดตัว MacBook ชิป Apple M1 ประสิทธิภาพสูงเข้าไป ก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้ให้ความสนใจและเลือกซื้อ MacBook มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งมีข่าวลือเรื่อง MacBook รุ่นใหม่พร้อมชิป M1X เข้าไปก็ยิ่งกระพือความสนใจเข้าไปอีก

สำหรับรุ่นย่อยของ MacBook นั้นถือว่าน้อยและชัดเจนกว่าแบรนด์อื่น ๆ พอสมควร เพราะมีเพียง 3 รุ่นหลักเท่านั้น คือ MacBook Air, MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว และรุ่น 16 นิ้ว และ Apple เองก็แบ่งกลุ่มผู้ใช้อย่างชัดเจนมากอย่างที่เคยนำเสนอไปในบทความเลือก MacBook เมื่อก่อนหน้านี้ด้วย แต่หากให้จำกัดกลุ่มผู้ใช้ให้กับ MacBook แต่ละรุ่นแล้ว จะเป็นดังนี้

mba

MacBook Air ถือเป็น MacBook รุ่นเริ่มต้นที่ราคาถูกสุดในปัจจุบันนี้ โดยออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเริ่มใช้งาน MacBook และพกติดตัวไปทำงานได้สะดวก รวมทั้งแบตเตอรี่ก็ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงด้วย แต่ด้วยชิป Apple M1 เองก็มีประสิทธิภาพสูง จึงสามารถใช้ตัดต่อวิดีโอและแต่งภาพได้ดีไม่แพ้โน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงเครื่องอื่นเลย

รุ่นเริ่มต้นราคา 32,900 บาท จะมี GPU เพียง 7 คอร์เท่านั้น ส่วนรุ่นราคา 41,400 บาทจะมี GPU เพิ่มเป็น 8 คอร์เหมือนรุ่น MacBook Pro แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานกราฟฟิคแบบหนักหน่วงมากก็อาจจะไม่เห็นผลชัดเจนนัก ซึ่ง MacBook Air จะเหมาะกับกลุ่มนักศึกษา, พนักงานออฟฟิศทั่วไป, คนทำงานกราฟฟิคและช่างภาพฟรีแลนซ์เป็นหลัก

mbp13

MacBook Pro 13 นิ้ว เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้ที่ทำงานกราฟฟิคแบบจริงจัง เช่นนักศึกษาที่เรียนอนิเมชั่นหรือถ่ายภาพ, ช่างภาพมืออาชีพ เพราะ MacBook Pro นั้นจะติดตั้งพัดลมระบายความร้อนมาให้ในเครื่องช่วยระบายความร้อนให้ตัวชิปเมื่อประมวลผลหนัก ๆ ได้ดีกว่า MacBook Air และใช้ทำงานด้วยแบตเตอรี่อย่างเดียวได้นานกว่า MacBook Air อีกด้วย 

mbp16

MacBook Pro 16 นิ้ว นั้นเป็นรุ่นสูงสุดของกลุ่ม MacBook ในตอนนี้แต่ยังเป็นชิป Intel Core i7 และ i9 อยู่ และจับคู่กับการ์ดจอ AMD Radeon Pro เน้นผู้ใช้ระดับสูงที่ต้องทำงานประมวลผลหนัก ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์, ศิลปิน และโปรดักชั่นเฮ้าส์ย่อม ๆ ที่มีคำถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีแล้วสนใจ MacBook อยู่แล้ว ก็สามารถเลือกซื้อ Apple MacBook Pro 16 นิ้ว ไปใช้ได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม MacBook รุ่นนี้จะมีราคาเริ่มต้นสูงถึง 75,900 บาท และปรับแต่งสเปคจนสุดก็อยู่หลักแสนบาททีเดียว 

2. Acer

acer 1

นอกจากจะถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี สำหรับ Acer แล้วต้องถามว่าจะซื้อซีรี่ส์ไหนด้วย เพราะมีรุ่นย่อยและแบรนด์รองแยกอยู่มากมายทีเดียว ซึ่งถ้าแบ่งให้เข้าใจง่าย คือกลุ่มโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในซีรี่ส์ Aspire, Swift, Spin ส่วนเกมเมอร์จะมี Nitro เป็นรุ่นเริ่มต้นและ Predator เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นจัดเต็ม ถ้าผู้ใช้เป็นกลุ่มครีเอเตอร์จะมีตระกูล ConceptD ให้เลือกซื้อกัน ถ้าให้แบ่งง่าย ๆ จะมีดังนี้

กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและพนักงานออฟฟิศ

aspire

1.Acer Aspire จัดเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นและราคาถูกสุดของ Acer โดยเน้นเรื่องราคากับความคุ้มค่าเป็นหลัก เน้นผู้ใช้งานทั่วไปไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษา, พนักงานออฟฟิศที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทำงานทั่วไปแล้วไม่ค่อยได้พกออกไปข้างนอกบ่อยนักและมีฟีเจอร์ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันครบถ้วนทั้งพอร์ต USB 3.2 หรือจะเป็น Microsoft Office Home & Student 2019 มาแบบครบ ๆ ซึ่งทาง Notebookspec ก็มีรีวิวซีรี่ส์นี้ออกมาเป็นระยะ ๆ เช่นกัน สามารถอ่านได้ที่ลิ้งค์นี้

swift 1

2. Acer Swift Series ถ้าโจทย์การเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คคือตัวเครื่องต้องบางพกพาสะดวก แบเตตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง ซึ่งน้ำหนักตัวเครื่องจะอยู่ราวหนึ่งกิโลกรัมเท่านั้นแต่แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง โดยจะแบ่งรุ่นย่อยไล่ตั้งแต่ Swift 1, Swift 3, Swift 5, Swift 7 ไล่ตามสเปค, ฟีเจอร์และความบางของตัวเครื่อง โดยทั่วไปถ้าเป็นพนักงานออฟฟิศ, AE ที่ออกไปติดต่องานนอกบริษัทบ่อย ๆ จะเหมาะกับ Swift 3 และ 5 เป็นส่วนใหญ่ เพราะราคาเข้าถึงง่ายและคุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ยังมี Swift 3x ซึ่งเป็นรุ่นติดตั้งการ์ดจอแยก Intel Iris Xe Max Graphics มาโดยเฉพาะ ส่วนแฟนคลับ AMD จะมีรุ่น Swift 3 AMD แยกเป็นอีกรุ่นหนึ่งเพราะว่าซีรี่ส์ Swift จะใช้ซีพียู Intel เป็นหลัก ซึ่งทาง Notebookspec ก็มีรีวิวโน๊ตบุ๊ค Acer Swift Series ออกมาเป็นระยะ ๆ เช่นกัน หากสนใจรายละเอียดก็สามารถอ่านได้ที่นี่

acerspin

3. Acer Spin เรียกว่าตรงตามชื่อเพราะว่าซีรี่ส์นี้จะเป็นรุ่นที่มีดีไซน์ล้ำ ๆ และฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาเพียบรวมทั้งเป็นโน๊ตบุ๊คที่เป็น Intel EVO ซึ่งตัวเครื่องบางเบาแล้วยังแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นาน พับจอกลับได้ 360 องศาและใช้ปากกา Wacom วาดเขียนลงบนหน้าจอได้ด้วย ซึ่งผู้ใช้ที่เป็นครีเอเตอร์หรือศิลปินแล้วสนใจว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี ก็มี Acer Spin เป็นตัวเลือกเช่นกัน โดยแบ่งเป็น Acer Spin 1, Spin 3, Spin 5 และรุ่นสูงสุด Spin 7 ซึ่งแหวกแนวเลือกใช้ซีพียู Qualcomm Snapdragon 8cx อีกด้วย

4. Acer Porsche Design Acer Porsche Design นั้นเป็นโน๊ตบุ๊คกลุ่มพิเศษจากความร่วมมือของ Acer กับ Posche Design บริษัทลูกในเครือ Porsche ที่ทำรถสปอร์ตสุดหรูหลากหลายรุ่นนั่นเอง ซึ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้นอกจากเป็นดีไซน์พิเศษแล้วยังขายเป็นแพ็คเกจพิเศษพร้อมสเปคระดับไฮเอนด์อีกด้วย ซึ่งผู้ใช้ที่ชื่นชอบความเรียบหรูนี้สามารถลองอ่านรีวิวจากทาง Notebookspec ได้ที่นี่

กลุ่มเกมเมอร์

Nitro 5 lifestyle 1 l

Acer Nitro 

กลุ่มเกมมิ่งของ Acer นั้นจะมี 2 ซีรี่ส์หลัก ๆ ซึ่งถ้าใครกำลังคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีมาเล่นเกมแล้วอยากได้โน๊ตบุ๊คสเปคคุ้มเกินราคาล่ะก็ Acer Nitro ก็เป็นตัวเลือกน่าสนใจรุ่นหนึ่งทีเดียว และในตระกูล Nitro จะมีรุ่นย่อยอีก 2 ตัวด้วยกัน คือ

Nitro 5 Spin overview design large

Nitro 5 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นของ Acer ที่หาซื้อได้ง่ายในปัจจุบัน แต่ในประเทศไทยจะมีเพียง Nitro 5 รุ่นธรรมดาเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วจะมี Nitro 5 Spin ที่สเปคแรงไม่แพ้กับรุ่นขายในไทยเลย แต่เป็นแบบ 2-in-1 คือพับเครื่องกลับ 360 องศาได้

nitro 7

Nitro 7 – เป็นรุ่นท็อปสุดของ Acer Nitro เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคแรงเหลือเฟือรุ่นหนึ่ง ติดตั้งซีพียู Intel Core i7 กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX มาและดีไซน์เกมมิ่งแบบจัดเต็มและคีย์บอร์ด RGB อีกด้วย เป็นรุ่นที่สร้างมาเอาใจเกมเมอร์ที่มีงบระดับหนึ่งอย่างเต็มที่รวมทั้งนำไปทำงานกราฟฟิคสามมิติและอนิเมชั่นได้ด้วย

helios 700 lifestyle 1 l

Acer Predator 

ถ้า DELL มี Alienware ทาง Acer ก็มี Acer Predator เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกันเพราะว่าสเปคระดับจัดเต็มและมีรุ่นย่อยสองระดับคือ Predator Helio เช่นในภาพด้านบน เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับแทนเกมมิ่งพีซีได้ (Desktop Replacement Laptop) มีดีไซน์ล้ำ ๆ พร้อมสเปคจัดหนัก เช่นรุ่น Helios 700 จะติดตั้ง Intel Core i9 รุ่นที่ 10 ที่โอเวอร์คล็อกตัวซีพียูได้กับ NVIDIA GEFORCE RTX 2080 SUPER แรม 64GB และดีไซน์ระบบระบายความร้อนให้รองรับการโอเวอร์คล็อกได้ด้วย มี 3 รุ่นย่อย คือ Helios 300, 500, 700

triton 900

ถ้าเป็น Predator Triton จะมีแยก 4 รุ่นคือ 300, 500, 700, 900 ออกแบบให้ตัวเครื่องบางเป็นพิเศษและมีดีไซน์ล้ำ ๆ ด้วย เช่น รุ่น 900 จะแยกก้านจับหน้าจอกับตัวจอออกจากกัน ทำให้เกมเมอร์ตั้งองศาหน้าจอให้เข้ากับการนั่งและการเล่นเกมของเราได้เต็มที่

conceptd 9 pro

Acer ConceptD

ขึ้นชื่อว่าเป็น ConceptD เมื่อไหร่ นั่นคือโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์จาก Acer แน่นอน โดยมีรุ่นย่อยเป็นเลขตัวเดียวคือ 3 Pro, 5 Pro, 7 Pro, 9 Pro และถ้ามีคำว่า Ezel ในชื่อคือรุ่นที่หน้าจอพลิกกลับได้เช่นในภาพตัวอย่าง และรุ่นบนก็จะพลิกหน้าจอได้แม้จะไม่มีคำว่า Ezel ในชื่อ ซึ่งในตระกูล ConceptD จะเน้นการทำงานครีเอทีฟสำหรับครีเอเตอร์ จึงใช้การ์ดจอ NVIDIA Quadro และหน้าจอได้รับการรับรองความแม่นยำสีจาก PANTONE Validated, 100% Adobe RGB และค่า Delta-E < 2 หรือ 1 เพื่อความแม่นยำสีสูงสุดนั่นเอง

นอกจากนี้ในกลุ่ม ConcenptD จะมีเครื่อง Desktop กับหน้าจอสำหรับครีเอเตอร์ขายด้วย ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อได้ตามการใช้งานของเราเช่นกัน ส่วนรีวิวและข่าวของ Acer ConceptD สามารถอ่านได้ที่นี่

3. ASUS

asuspro

เชื่อว่า ASUS ก็เป็นอีกชื่อหนึ่งในหัวของผู้ใช้ที่คิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี และปัจจุบันนี้บริษัทผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คจากไต้หวันรายนี้ก็มีสินค้าหลากหลายรุ่นและออกแบบมาเพื่อผู้ใช้แทบทุกคน แต่ถ้าให้แยกโดยคร่าว ๆ จะมี 2 กลุ่มหลักด้วยกัน คือ กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปและหาเครื่องเอาไว้ทำงานกับกลุ่มเกมเมอร์นั่นเอง ซึ่งซีรี่ส์หลักที่มีขายในปัจจุบันนี้คือ

กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและพนักงานออฟฟิศ

โน๊ตบุ๊คกลุ่มทำงานของ ASUS นั้น เรียกว่ามีเยอะมากไม่ว่าจะซีรี่ส์ที่เป็นชื่อเฉพาะอย่างเดียว เช่น

  1. ZenBook – เน้นความบางเบาและดีไซน์สวยงาม สเปคดีเหมาะสมกับราคา
  2. VivoBook – โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบง่ายและใช้งานได้ทุกวัน สเปคคุ้มค่าราคาที่จ่าย เป็นคู่แข่งของ Acer Aspire
  3. ASUSPRO – โน๊ตบุ๊คออกแบบมาเป็นโน๊ตบุ๊คทำงานธุรกิจโดยเฉพาะ สามารถอัพเกรดตัวเครื่องได้ง่ายและมีพอร์ตจัดว่าครบและรองรับอุปรณ์ได้หลากหลายเช่นพอร์ต VGA และช่อง DVD-RW เป็นต้น
  4. ExpertBook – เป็นกลุ่มเดียวกับ ASUSPRO ที่เน้นงานธุรกิจแต่ตัวเครื่องจะบางเบาพกพาง่าย เน้นให้ผู้ใช้เครื่องดูดี เหมาะกับคนที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คติดตัวไปติดต่อลูกค้าอยู่เป็นประจำ
  5. ASUS ProArt – โน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ สเปคสำหรับงานศิลปะและอนิเมชั่นโดยจะมีรุ่นย่อยหลายรุ่นซึ่งจะติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA มาให้ มีทั้งการ์ดจอ GEFORCE RTX และ Quadro ด้วย หน้าจอได้รับการรับรองความแม่นยำสี PANTONE, Delta-E น้อยกว่า 2 หรือ 1.5 มี 100% Adobe RGB อีกด้วย
  6. ASUS ซีรี่ส์ที่เป็นตัวอักษร – เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นและราคาเข้าถึงง่าย มีพอร์ตกับฟีเจอร์ครอบคลุมการใช้งานในปัจจุบัน ซึ่งทาง ASUS มีโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์นี้ 12 รุ่นย่อยและใส่ฟีเจอร์มาแตกต่างกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง ASUS จะมี EeeBook ที่เป็น Netbook สเปคไม่แรงมาก เน้นการพกพาและเปิดอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก แต่ถูกยกเลิกไปนานแล้วเมื่อโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ ๆ ดีไซน์และบีบตัวเครื่องให้บางจนน้ำหนักเหลือเพียง 1 กิโลกรัมหรือน้อยกว่านั้นได้แล้ว
กลุ่มเกมเมอร์

rog series

ถ้าในประเทศไทยเมื่อถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีมาเล่นเกม เกมเมอร์หลายคนน่าจะออกปากแนะนำเป็น ROG “Republic Of Gamers” ออกมาบ้างอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้มีขายอยู่ 2 ซีรี่ส์ใหญ่ได้แก่กลุ่ม ASUS ROG และ ASUS TUF Gaming ซึ่งคอนเซปท์ของทั้งสองรุ่น คือ

  • ASUS ROG – เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่เน้นดีไซน์แปลกและล้ำสมัย มีสเปคแรงระดับเป็นโน๊ตบุ๊คที่แทนเกมมิ่งพีซีได้ (Desktop Replacement Laptop) และใช้โลหะเหลว (Liquid Metal) เป็นตัวระบายความร้อนให้ซีพียูและการ์ดจอ รุ่นย่อยแยกออกไป 4 รุ่นคือ
    1. ROG Strix SCAR จะเป็นรุ่นสูงสุดและใส่สเปคแรงสุดในปัจจุบันลงไป ใช้คีย์บอร์ดแบบลูกผสม Optical Mechanical Keyboard ตอบสนองเร็วเน้นเกมเมอร์สาย Esport
    2. ROG Zephyrus G15 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คลูกผสมดีไซน์เรียบง่ายแต่มีลูกเล่นใช้เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานสเปคแรงก็ได้และงานประกอบแข็งแรงฝาหลังของตัวเครื่องรุ่นบนจะมี AniMe Matrix เป็นลูกเล่นหลอดไฟด้านหลังจอเปลี่ยนเป็นภาพหรือคำต่าง ๆ ตามที่เราต้องการ และรุ่น Zephyrus Duo จะมีสองหน้าจอแยกกัน โดยมีหน้าจอหลักหนึ่งตัวกับหน้าจอรองเหนือแถบคีย์บอร์ดใช้เป็นหน้าจอเสริมเพิ่มความสะดวกเวลาทำงาน
    3. ROG Strix GL15 GL543 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง ดีไซน์เกมมิ่งชัดเจนและสวยงามแต่ไม่มีกล้อง Webcam ติดตั้งมาในตัว Notebookspec ได้รีวิว ASUS ROG Strix G15 GL543 ไปแล้ว สามารถอ่านได้ที่นี่

tuf gaming 1

ASUS TUF Gaming – เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบร้อยและราคาเข้าถึงได้ง่ายแต่สเปคเหมาะกับการเล่นเกมรวมทั้งนำไปทำงานที่ใช้การประมวลผลต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่นการตัดต่อวิดีโอได้ดีเพราะการดีไซน์ทางลมนั้นจะดึงอากาศจากช่องรังผึ้งใต้เครื่องเข้ามาแล้วระบายออกทางช่องระบายอากาศรอบตัวเครื่อง ซึ่ง Notebookspec ก็รีวิวโน๊ตบุ๊คในซีรี่ส์นี้ไปหลายรุ่นแล้ว ถ้าสนใจสามารถอ่านข้อมูลและรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่

4. DELL

ถ้า DELL คือคำตอบของคำถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี เราอาจจะนึกถึงโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เช่น DELL Inspiron สำหรับทำงานทั่วไปและนักศึกษา, Dell XPS ที่เป็นโน๊ตบุ๊คดีไซน์พรีเมียมและมีตัวเลือกเป็นรุ่น 2-in-1 พับหน้าจอกลับได้ 360 องศาหรืออาจจะเป็น DELL G Series ที่ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ แต่จริง ๆ แล้ว DELL นั้นแบ่งโน๊ตบุ๊คออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

1. กลุ่มผู้ใช้ทั่วไป (For Home)

laptops inspiron 15 7501 pdp mod 01

กลุ่มโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป DELL จะมีโน๊ตบุ๊คให้เลือกใช้ 4 กลุ่มย่อยถ้าคำถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีมีคำตอบเป็น DELL โดยแบ่งตามการใช้งานของผู้ใช้ คือ

inspiron

1. Inspiron & 2-in-1 ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานทั่วไปและ Home Office มีฟีเจอร์พื้นฐานครบครันและราคาไม่แพงเกิน โดยซีรี่ส์นี้จะแบ่งออกเป็น 3 ซีรี่ส์ย่อยอีก คือ ซีรี่ส์ 3000, 5000, 7000 โดยแต่ละซีรี่ส์จะมีจุดเด่นดังนี้

  1. 3000 Series – เป็นโน๊ตบุ๊คใช้งานในชีวิตประจำวัน มีฟีเจอร์พื้นฐานของโน๊ตบุ๊คมาครบ น้ำหนักเบาและ DELL จะเน้นอัพเกรดและติดตั้งซีพียูรุ่นใหม่มาให้เสมอ แยกรหัสย่อยเป็น 3501 ที่ใช้ซีพียู Intel และ 3505 ใช้ซีพียู AMD ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊ค DELL ราคาเข้าถึงง่ายสุดถ้ามีคำถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี
  2. 5000 Series – จะมีรหัสย่อย 4 รุ่น เน้นดีไซน์สวยแปลกใหม่และมีตัวเลือกอัพเกรดเยอะที่สุดโดยเน้นว่าให้มีฟีเจอร์ใช้งานครบเครื่องที่สุดในกลุ่ม Inspiron ด้วยกัน สำหรับรหัสย่อยได้แก่
    1. 5301 – เป็นโน๊ตบุ๊ค 13 นิ้ว บางเบาพกพาง่าย ติดตั้งซีพียู Intel รุ่นใหม่ล่าสุด มี ExpressCharge ช่วยย่นเวลาชาร์จแบตเตอรี่และระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ด้วย เหมาะกับกลุ่ม AE ที่พกโน๊ตบุ๊คออกไปติดต่องานลูกค้า
    2. 5402 – เป็นโน๊ตบุ๊ค 14 นิ้ว พกพาง่ายเหมือนกันแต่ใช้ซีพียูประสิทธิภาพสูงของ Intel มีเซนเซอร์จับการกางหน้าจอและเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้และฟีเจอร์ชาร์จเร็ว ExpressCharge และมีสีสันให้เลือกหลายสี ซึ่งเหมาะกับพนักงานออฟฟิศและนักศึกษาเพราะว่าทั้งบางเบาและประสิทธิภาพดี
    3. 5406 – เป็นโน๊ตบุ๊คจอสัมผัสดีไซน์ 2-in-1 พับหน้าจอกลับได้ 360 องศา ขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว Full HD (1920×1080 พิกเซล) ใส่ฟีเจอร์รักษาความเป็นส่วนตัวมาครบครันทั้งชัตเตอร์ปิด Webcam, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงปุ่ม Power, ฟีเจอร์ชาร์จไว ExpressCharge เหมาะกับคนที่ต้องอ่านเอกสารต่าง ๆ แล้วไม่อยากพกแท็บเล็ตไปไหนมาไหนด้วยก็เหมาะกับรุ่นนี้เป็นอย่างมาก
    4. 5502 – โน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ขนาด 15.6 นิ้ว แต่ดีไซน์ตัวเครื่องให้บาง มี Numpad เหมาะกับการใช้ทำงานเต็มรูปแบบ มีฟีเจอร์ทั้ง ExpressCharge และสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power เช่นกัน ดีต่อพนักงานออฟฟิศที่ทำงานกับเอกสารและตัวเลข ดังนั้นธุรการและฝ่ายบัญชีควรมองเครื่องนี้ไว้ใช้งาน
  3. 7000 Series – รุ่นสูงสุดของกลุ่ม Inspiron ซึ่ง DELL เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงมาประกอบตัวเครื่อง ให้สัมผัสการใช้งานแข็งแรงพรีเมี่ยมเป็นหลัก ซึ่งแยกออกเป็น 3 รุ่นย่อย คือ
    1. 7306 – โน๊ตบุ๊ค 2-in-1 จอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว ให้ดีไซน์เรียบหรูดูดีและหน้าจอมีความแม่นยำสี 100% sRGB และเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel EVO เครื่องบางแบตเตอรี่อึด ใช้งานต่อเนื่องได้นานและประสิทธิภาพสูงด้วย
    2. 7400 – โน๊ตบุ๊ค 14.5 นิ้ว อัตราส่วนจอ 16:10 เน้นความบางและเบาเป็นหลัก เน้นหน้าจอที่สวยงาม ความละเอียด QHD (2560×1600 พิกเซล) 100% sRGB และหน้าจอองศาการมองเห็นกว้าง ตัวเครื่องเป็นแม็กนีเซียม อัลลอยด์ เน้นความหรูหราและพกพาสะดวก
    3. 7501 – โน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้ว ใช้ซีพียู Intel H-Series ที่ประสิทธิภาพสูงกับการ์ดจอ NVIDIA GTX 1650 Ti หน้าจอ 100% sRGB มี Numpad ติดตั้งมาให้ เน้นการใช้ทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งเหมาะกับคนที่หาโน๊ตบุ๊คตัดต่อวิดีโอไปใช้งานแล้วคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี

laptop g series g3 15 3500 nontouch notebook pdp mod 1

2. G Series กับ Alienware ในเครือ DELL ด้วยกันนั้นแยกกลุ่มลูกค้ากันชัดเจน เนื่องจาก G Series เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงแต่ใส่ฟีเจอร์จำเป็นของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมาครบ เป็นเครื่องเริ่มต้นสำหรับเกมเมอร์ ผิดกับ Alienware ซึ่งราคาสูงมากแต่ก็คุ้มค่าเช่นกัน โดยแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 3 ตัวคือ

  1. DELL G3 15 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นของ G Series ติดตั้งซีพียู Intel Core i5 หรือ i7 รุ่นล่าสุดในซีรี่ส์ H มาให้และจับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA และใช้ Wi-Fi 6 AX201 ของ Intel ให้คนที่อยากนำไป Live stream ทำได้อย่างลื่นไหลยิ่งขึ้น และตัวเครื่องออกแบบมาแข็งแรงและระบายความร้อนได้ดี แถมหยิบฟีเจอร์ Alienware Command Center มาจากรุ่นใหญ่ในค่ายไว้สั่งเปิด Game Shift technology ที่สั่งให้พัดลมทำงานเต็มที่ได้ด้วย
  2. DELL G5 15 – ถ้า G3 เป็นรุ่นเริ่มต้น G5 คือรุ่นสเปคจัดเต็มของ G Series ซึ่งจะใช้ Intel Core i7 และการ์ดจอ NVIDIA รุ่นใหม่และสเปคสูงสุด โดย G5 รุ่นใหม่ล่าสุดใช้ Intel Core i7-10750H กับ NVIDIA GEFORCE GTX 1660Ti เป็นรุ่นเริ่มต้น เลือกไปได้ถึง RTX 2070 Max-Q ซึ่งประสิทธิภาพสูงและระบายความร้อนได้ดีด้วย
  3. DELL G5 15 SE – ถ้า G5 มีคำว่า SE ตามหลังเมื่อไหร่จะเป็นสเปค AMD ซึ่งแชร์เทคโนโลยีกับ Intel ด้วย แต่มี AMD SmartShift ซึ่งทำให้การแสดงผลสามมิติในเกมทำได้ดียิ่งขึ้น, AMD Radeon Image Sharpening (RIS) ให้ภาพคมกว่าเดิม, AMD Radeon Anti-Lag ช่วยให้ซีพียูยังทำงานเต็มประสิทธิภาพเสมอและเสถียรตลอดเวลา, AMD FreeSync ช่วยให้ภาพที่แสดงขึ้นบนหน้าจอมีความต่อเนื่องสวยงามและไม่ฉีกขาดระหว่างเล่น โดยสเปคปัจจุบันเลือกได้ตั้งแต่ AMD Ryzen 5 4600H จนถึง Ryzen 9 4900H จับคู่กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M รุ่นประสิทธิภาพสูงมาก และเล่นเกม AAA ในปัจจุบันได้ทุกเกมแน่นอน ซึ่งถ้ากำลังคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนดีมาเล่นเกม DELL G Series ก็เป็นอีกตัวเลือกเด็ดไม่แพ้กลุ่มอื่นแน่นอน

3. XPS & 2-in-1 เป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากสำหรับผู้ใช้ เน้นความคมชัดของภาพหน้าจอสูง, งานประกอบระดับพรีเมี่ยมและวัสดุประกอบตัวเครื่องในระดับน่าประทับใจและฟีเจอร์ใหม่ ๆ โดยแบ่งเป็น 3 รุ่นหลักคือ

  1. XPS 13 – ถ้าใครสงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีแล้วมีโจทย์เป็นความแข็งแรงและเรียบหรู DELL XPS เป็นซีรี่ส์แนะนำซึ่งดีไซน์สวยพรีเมี่ยมและพกพาสะดวกมาก  เพราะเป็นหน้าจอ 13 นิ้วทั้งหมด มีแยกเป็น 3 รหัสย่อย คือ
    1. XPS 13 9300 – รุ่นเริ่มต้นตัวบางพกง่ายและดีไซน์เรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพดีและติดตั้ง Intel Core รุ่นที่ 10 มาในเครื่องด้วย โดยหน้าจอขนาด 13.4 นิ้ว มีตัวเลือกสองแบบคือ Ultra HD+ ความละเอียด 4K (3840×2400 พิกเซล) มีค่า HDR400, 100% sRGB, DCI-P3 90% ถ้าเป็นรุ่นจอ Full HD จะมีแต่ 100% sRGB เท่านั้น ส่วนสเปคในเครื่องอยู่ในระดับจัดเต็มทั้ง Killer Wireless ให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทำได้อย่างลื่นไหล และออกแบบระบบระบายความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ และฟีเจอร์เอื้อการททำงานเป็นพิเศษ
    2. XPS 13 9310 2-in-1 – เหมือนกับซีรี่ส์ 9300 แต่เป็นโน๊ตบุ๊คจอพับได้แบบ 2-in-1 แทน ตัวบางและวัสดุแข็งแรงมาก ถ้าผู้ใช้ที่สงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีแล้วอยากได้วัสดุแข็งแรงและพรีเมี่ยมพร้อมทั้งพับหน้าจอกลับ 360 องศาได้ก็ควรมอง XPS 13 2-in-1 ตัวนี้ไว้ด้วย
    3. XPS 13 9310 – เป็น 9300 ที่เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core รุ่นที่ 11 และยังให้ดีไซน์บางเบาแข็งแรงและพอร์ตจำเป็นใช้ยังมีติดตั้งไว้เหมือนเดิม

4. Alienware – ในตอนแรก Alienware ไม่ได้เป็นแผนกเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ DELL มาก่อนแต่เป็นบริษัทผลิตเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ High-End ซึ่งราคาแพงมากและก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1996 แต่เพิ่งมาอยู่ในเครือของ DELL เมื่อ 22 มี.ค. 2006 ซึ่งเกมเมอร์ที่มีคำถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งยี่ห้อไหนดีต้องบอกว่า Alienware นั้นเป็นสเปคที่ใช้คำว่าอลังการได้และมีขายในประเทศไทยด้วย ซึ่งทาง Notebookspec เคยทำรีวิวไปแล้ว ได้แก่ Alienware M15 R2 และ Alienware 17 R4 ปัจจุบันนี้มี 2 รุ่นย่อยได้แก่

  1. Alienware M15 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวเริ่มต้นของ  Alienware ที่เพิ่ม Voltage Phase ทำให้ตัวเครื่องจ่ายไฟให้การ์ดจอได้เต็มที่ยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลตอนเล่นเกมให้ดีขึ้นและค่า Refresh Rate 144-300Hz ขึ้นอยู่กับรุ่น โดยผู้ใช้เลือกปรับแต่งที่หน้าเว็บไซต์ของ Alienware ได้เลย
  2. Alienware Area-51m R2 – คอนเซปท์คือ “เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพเท่าเครื่องพีซี” หน้าจอขนาด 17 นิ้ว ใส่ซีพียู Intel Core i7-10700K หรือ i9-10900K รุ่นเดสก์ท็อปกับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 2070-2080 SUPER และสามารถโอเวอร์คล็อกการ์ดจอได้ด้วย ประสิทธิภาพระดับเดสก์ท็อปต้องอายกันไปข้างหนึ่ง ซึ่งถ้าใครมีงบประมาณเหลือแล้วอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไว้เล่นเกม
2. กลุ่มธุรกิจ (For Business)

vostro

โน๊ตบุ๊คกลุ่มธุรกิจของ DELL จะแบ่งออกเป็น 3 รุ่นเท่านั้น คือ Vostro, Latitude และ Precision เน้นผู้ใช้ที่มีข้อมูลสำคัญของกิจการให้มีความปลอดภัยสูงสุด โดยทั้งสองรุ่นจะมีชิป TPM 2.0 รักษาความปลอดภัยข้อมูลในตัวเครื่องซึ่งปลอดภัยกว่า TPM 2.0 แบบซอฟท์แวร์มาก รักษาความเป็นส่วนตัวด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม Power ด้วย โดยจุดแตกต่างของทั้งสามรุ่นคือ

  • Vostro – โน๊ตบุ๊คงานธุรกิจรุ่นเริ่มต้นเมื่อมีคำถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี เป็นซีรี่ส์คลาสสิคของ DELL ใส่ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยทั้งชิป TPM 2.0 และระบบสแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม Power เอาไว้ให้รักษาความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่อง
  • Latitude – ซีรี่ส์อัพเกรดจาก Vostro นอกจากระบบรักษาความปลอดภัยข้างต้นแล้วจะเพิ่มฟีเจอร์ ProDeploy โดยจะมีทีม TechDirect ของ DELL เข้ามาซัพพอร์ตการจัดการข้อมูลของเรา, ProSupport บริการช่วยดูแลและให้คำปรึกษาตัวเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ที่ใช้ภาษาเดียวกับเราช่วยดูแล และ ProSupport Plus ที่จะเปลี่ยนเครื่องของเราให้กรณีตัวเครื่องเกิดปัญหาเสียหาย ทั้งน้ำหกใส่และไฟกระชากด้วย
  • Precision – กลุ่มโน๊ตบุ๊คสำหรับงานครีเอทีฟ เน้นประสิทธิภาพการทำงานด้านกราฟิคและอื่น ๆ ติดตั้งการ์ดจอ AMD Radeon Pro ช่วยให้การประมวลผลกราฟฟิคทำได้ดียิ่งขึ้น

5. HP

HP หรือ Hewlett-Packard เองก็เป็นอีกแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทยที่มีโน๊ตบุ๊คเข้ามาขายหลากหลายรุ่น แต่ในซีรี่ส์ที่คุ้นหูสุดน่าจะไม่พ้น Pavillion ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงแต่สเปคคุ้มค่าใช้งานได้รอบด้านตั้งแต่ทำงานทั่วไปจนเล่นเกมก็ยังได้ แต่จริง ๆ แล้ว HP นั้นจะมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

pavillion

กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและพนักงานออฟฟิศ

HP นั้นจัดว่ามีชื่อเสียงด้านโน๊ตบุ๊คสำหรับทำงานและธุรกิจมากไม่แพ้กับ DELL ทีเดียว ถ้าใครมีปัญหาว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีมาใช้ทำงานออฟฟิศหรือใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันแล้ว HP ก็เป็นอีกตัวเลือกเด่นที่ไม่ควรมองข้าม โดยซีรี่ส์แบบพรีเมียมจะเป็นโลโก้ HP แบบเส้นขีดแนวเฉียง 4 เส้น ส่วนรุ่นทั่วไปจะเป็นโลโก้ HP ทรงกลมเหมือนปกติ

hp spectre

1. HP SPECTRE – โน๊ตบุ๊คสายธุรกิจเน้นการพกพาสะดวกและการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมทั้งตัวเพื่อความแข็งแรงและพรีเมี่ยมเป็นหลัก ใส่ฟีเจอร์รักษาความเป็นส่วนตัวทั้งสวิตช์เปิดปิดกล้อง Webcam และ HP Sure View ช่วยจำกัดการมองเห็นภาพบนหน้าจอทำให้คนอื่นมองจากมุมอื่นมาแล้วไม่เห็นช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น สำหรับซีรี่ส์ SPECTRE ที่ต่างประเทศจะเลือกรุ่นใส่ซิมเชื่อมต่อ 4G LTE ได้ด้วย ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาหา Wi-Fi ให้เหนื่อยและ มีรุ่นย่อยในซีรี่ส์ได้แก่ x360 ที่ออกแบบให้พับหน้าจอกลับได้ 360 องศา แต่ในอดีตจะมีรุ่น Folio ที่รองรับการเขียนหน้าจอด้วยปากกา Wacom ได้ด้วย แต่ปัจจุบันนี้ฟีเจอร์นี้ย้ายไปอยู่กับ HP รุ่นอื่นแล้ว ส่วนรีวิวของ HP SPECTRE x360 สามารถอ่านได้ที่นี่

Faster than ever image desktop

2. HP ENVY – จุดเด่นของ HP ENVY คือเรื่องความเบาพกพาสะดวกเป็นหลักแต่สเปคก็จัดเต็มไม่แพ้กับโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่น เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คติดตัวไปไหนมาไหนบ่อย ๆ เพราะตัวเครื่องหนักเพียงหนึ่งกิโลกรัมนิด ๆ เท่านั้นและสเปคก็ถือว่าจัดเต็มไม่แพ้เครื่องอื่นเพราะติดตั้ง AMD Ryzen 5 4500U หรือ Ryzen 7 4700U มาให้ โดยปัจจุบันนี้จะมีเป็นรุ่น ENVY x360 ซึ่งพับหน้าจอกลับได้ 360 องศา เป็นหน้าจอสัมผัสที่ใช้ปากกาสไตลัสเขียนบนหน้าจอได้ด้วย สำหรับผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

elite dragonfly

3. HP ELITE – เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลระดับจัดเต็ม เช่นเจ้าของธุรกิจที่มีเอกสารและข้อมูลสำคัญในตัวเครื่องมากมาย เพราะ HP ใส่ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยมาในเครื่องแบบจัดเต็มทั้ง HP Essential Security, HP Pro Security, HP Enterprise Security ช่วยป้องกันการถูกเจาะระบบทั้งแบบฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ มี HP Sure Sense ที่ทำงานด้วยระบบ AI Deep Learning สำหรับดักจับมัลแวร์ต่าง ๆ ที่จะบุกเข้ามาในเครื่อง ติดตั้ง Windows 10 Pro มาในเครื่อง เพื่อใช้งานฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยของ Windows และมี Intel vPro ช่วยรักษาความปลอดภัยยิ่งขึ้น มีรุ่นย่อยในกลุ่ม ELITE ดังนี้

  • HP Elite Dragonfly – ที่ตัวเครื่องบางเบา มีน้ำหนักไม่ถึงกิโลกรัมและเป็น Intel EVO สามารถใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ชาร์จแบตเตอรี่ได้นานสุด 24.5 ชั่วโมง ใช้ปากกาสไตลัสที่แถมมาให้ในเครื่องเขียนบนหน้าจอได้ และ HP ออกแบบบานพับหน้าจอให้พับกลับได้ 360 องศาอีกด้วย นอกจากนี้โมเดลต่างประเทศมีตัวเลือกให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย 5G ได้
  • HP EliteBook x360 – โน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ตัวเครื่องบางเบาพกพาง่าย พับหน้าจอกลับได้ 360 องศา สำหรับใช้งานเป็นโน๊ตบุ๊คหรือแท็บเล็ตก็ได้ตามสถานการณ์ หน้าจอเป็นแบบสัมผัส แยกเป็น 2 รุ่นย่อยคือรุ่น 1030 G8 สเปครองจาก Elite Dragonfly และ 1040 G8 รุ่นเริ่มต้นของ EliteBook
  • HP Elite x2 G8 – โน๊ตบุ๊คถอดแยกหน้าจอกับแป้นคีย์บอร์ดมาใช้งานแบบแท็บเล็ตได้และด้านหลังหน้าจอจะมีขาตั้งหน้าจอติดตั้งมาใช้กางเครื่องเวลาตั้งบนโต๊ะ ในแพ็คเกจจะมีปากกสไตลัสแถมมาให้ใช้เขียนหน้าจอได้

firefly

4. ZBook By HP – โน๊ตบุ๊คที่เน้นกลุ่มผู้ใช้งานด้านวิศวกรรมและสถาปนิกโดยเฉพาะ โดยติดตั้งซีพียู Intel รุ่นที่ 11 กับการ์ดจอ NVIDIA Quadro มาเพื่อการเรนเดอร์งานโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมี Software Certification ซึ่งเป็นการทดสอบความเข้ากันได้ระหว่างตัวเครื่องกับ ZBook เครื่องนี้ด้วย ให้โปรแกรมกับเครื่องทำงานได้อย่างราบลื่นไม่เกิดปัญหาระหว่างการทำงาน ซึ่ง ZBook มีรุ่นย่อยดังนี้

  • ZBook Firefly – โน๊ตบุ๊ค Workstation ที่เน้นความแม่นยำสีบนหน้าจอเป็นหลัก เหมาะกับผู้ใช้ที่ทำงานด้านภาพและวิดีโอ
  • ZBook Create – โน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ที่เน้นเรื่องการตัดต่อวิดีโอและพัฒนาเกมทั้งแบบธรรมดาและเกม VR
  • ZBook Studio G7 – โน๊ตบุ๊ค Workstation สำหรับงานวิศวกรรมและงานเฉพาะทางเช่นการออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักร ซึ่งทาง Notebookspec เคยทำรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้วด้วย
  • ZBook Power G7 – โน๊ตบุ๊ค Workstation รุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงแต่ประสิทธิภาพดี สำหรับนักศึกษาที่เรียนด้านวิศวกรรมอาคารและสถาปนิก รวมไปถึงนักพัฒนาสินค้าด้วย

hp probook

6. ProBook – เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นสำหรับใช้งานด้านธุรกิจของ HP ซึ่งตัวเครื่องออกแบบมาแข็งแรงเป็นพิเศษ แม้จะทำพลาดตกกระแทกพื้นก็ไม่เสียหายง่าย ๆ รวมทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัยตัวเครื่องติดตั้งมาครบและถ้าตัวไบออสของเครื่องมีปัญหาขึ้นมา ตัวเครื่องจะมีระบบซ่อมแซมตัวเองให้กลับมาใช้งานได้โดยอัตโนมัติอีกด้วย

HP ProBook แยกออกเป็น 2 รุ่นใหญ่ ๆ คือ ProBook 400 Series รุ่นเริ่มต้น สามารถพับหน้าจอกลับ 360 องศาได้ และเมื่อต่อ USB-C ระหว่างเครื่องกับหน้าจอแล้วจะสลับเป็น Desktop Mode ด้วย ส่วนรุ่น 600 จะเพิ่มฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยระดับองค์กรมาให้ด้วย

pavillion 2

5. Pavillion – โน๊ตบุ๊ครุ่นที่ผู้ใช้ทั่วไปรู้จักดีสุดเมื่อมีคำถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี โดย Pavillion จะมีหลายระดับราคาและครอบคลุมการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลง, เล่นเน็ตและทำงานออฟฟิศรวมทั้งเรียนอีกด้วย ทว่าสเปคก็จัดว่าดีเช่นกันโดยแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยคือ

  • Pavillion – โน๊ตบุ๊คทำงานทั่วไป มีฟีเจอร์ HP QuickDrop ใช้โอนภาพจากมือถือเข้าโน๊ตบุ๊ค HP โดยไม่ต้องต่อสาย USB คีย์บอร์ดมีไฟ LED Backlit ช่วยให้พิมพ์ในที่แสงน้อยได้สะดวกขึ้นกับลำโพงคู่ รองรับการสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องและหลาย ๆ รุ่นจะแถม Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ในเครื่องพร้อมใช้งาน ซึ่งทางเว็บไซต์ได้รีวิวรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง HP Pavilion 15 (2021) ไว้แล้ว สามารถอ่านได้ที่นี่
  • Pavillion Gaming – เป็นกลุ่มย่อยของ Pavilion เน้นการเล่นเกมเป็นพิเศษ ดีไซน์จะอิงกับ Pavilion รุ่นหลัก ให้ความบางและดีไซน์ไม่ออกเกมมิ่งมากเกินไป ตัวเครื่องจะเป็นสีดำและคีย์บอร์ดมีไฟ Backlit สีเขียว ให้อารมณ์เกมมิ่งยิ่งขึ้น สำหรับรีวิวสามารถอ่านได้ที่นี่
กลุ่มเกมเมอร์

hp omen

ถ้าพูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ HP จริง ๆ จะไม่ใช่แค่ Pavilion Gaming เพราะ HP ก็มีกลุ่มเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวชูโรงอย่าง HP OMEN อยู่แล้ว ซึ่งเป็นคู่แข่งกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์อื่นโดยตรง โดยจุดเด่นจะเป็นหน้าจอขอบบางกับค่า Refresh Rate 300 Hz และลำโพง Bang & Olufsen และระบบระบายความร้อน 3 ทิศทางในตัวเครื่อง กับโปรแกรม OMEN Command Center สำหรับปรับแต่งการทำงานทั้งหมดของตัวเครื่อง ทั้งสลับโหมดใช้งานทั่วไปกับเกมมิ่ง, แสงไฟบนคีย์บอร์ด, อินเตอร์เน็ต ฯลฯ และจะมีรุ่นย่อยทั้งหมด 2 รุ่นคือ

  • OMEN 15 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นของ OMEN มีฟีเจอร์ทั้งหมดข้างต้น ใช้ซีพียู Intel Core i7 รุ่นที่ 10 กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 2070 SUPER Max-Q ซึ่งประสิทธิภาพสูงแต่การ์ดก็ไม่ร้อนเกินไปด้วย
  • OMEN X 2S – รุ่นสูงสุดของ HP OMEN สเปคจัดเต็มโดยขยับการ์ดจอเป็น RTX 2080 และมีหน้าจอ 2 จอเหมือนกับ ASUS Zephyrus Duo แต่ก็สลับไปเป็นสายทำงานได้เพราะตัวเครื่องจะติดตั้งไดรเวอร์ระดับ NVIDIA Studio ซึ่งเสถียรและเหมาะกับครีเอเตอร์เพราะจะเกิดปัญหาระหว่างใช้งานน้อยกว่าไดรเวอร์แบบธรรมดา ซึ่งไดรเวอร์เวอร์ชั่นนี้โน๊ตบุ๊คหรือพีซีรุ่นนั้น ๆ ต้องรองรับด้วยถึงจะติดตั้งได้

แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่ม HP OMEN นั้นไม่มีขายในประเทศไทยในตอนนี้ ซึ่งไม่แน่ใจว่า HP Thailand จะมีแผนนำเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คกลุ่มนี้เข้ามาขายหรือเปล่า รวมถึงเกมมิ่งเกียร์ด้วยและเมื่อเร็ว ๆ นี้ HP ก็ทุ่มเงินซื้อแบรนด์ HyperX จาก Kingston มาอยู่ในเครือแล้ว ซึ่งถ้าใช้โอกาสนี้นำเกมมิ่งเกียร์ในแบรนด์ OMEN มาขายในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นก็น่าจะมีตัวเลือกให้เกมเมอร์มากกว่าเดิมด้วย

6. MSI

เมื่อพูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเมื่อคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนมาใช้ดี ชื่อของ MSI ก็น่าจะมีหลุดปากของเกมเมอร์ออกมาบ้างอย่างแน่นอน เพราะทางบริษัทเองก็สร้างเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงออกมาวางขายตลอดและได้รับความนิยมไม่ขาดสาย และมีแฟนคลับไม่น้อยเลย ทว่าในช่วงไม่กี่ปีนี้ MSI ก็มีโน๊ตบุ๊คสำหรับใช้งานทั่วไปออกมาวางจำหน่ายเช่นกัน สำหรับซีรี่ส์ของโน๊ตบุ๊คในเครือ MSI จะแยกออกเป็นสองกลุ่มดังนี้

กลุ่มเกมเมอร์

msi holyday 20201012 1

ซีรี่ส์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ MSI นั้นมีรุ่นย่อยมากถึง 8 รุ่นด้วยกัน ซึ่งตีตลาดเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลากหลายราคาตั้งแต่ 2 หมื่นกลางที่เคยแนะนำไปในบทความโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 ที่ผ่านมาไปจนถึงราคาหลักแสนแต่สเปคจัดเต็มจนไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีเลยก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะมีดังนี้

  1. GT Series – ปัจจุบันนี้จะมีแต่ GT76 Titan รุ่นเดียว ราคา 169,900 บาท ที่เคยมีรีวิวไปก่อนหน้านี้ สเปคจับคู่ Intel Core i9-9900K กับ NVIDIA GEFORCE RTX 2080 มีแรม 64GB และ SSD 2TB เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับเกมเมอร์กลุ่ม Esport ต้องการสเปคจัดเต็ม
  2. GS Series – สเปคใกล้เคียงกับ GT Series แต่ราคาถูกกว่าและตัวเครื่องบางลงพร้อมคำว่า Stealth มาให้เพื่อแสดงความบางและดีไซน์ลดความเกมมิ่งลงบ้าง สเปคแรงและใช้ซีพียู Intel Core i9 รุ่นที่ 10 กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 2080 มาให้ เหมาะกับเกมเมอร์และครีเอเตอร์เอาไปใช้งานได้ด้วย
  3. GE Series – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องบางดูดี มีไฟ RGB สเปคแรงไม่แพ้ GT Series แต่ราคาถูกกว่ามาก โดยสเปคปัจจุบันติดตั้ง Intel Core i9 รุ่นที่ 10 กับ NVIDIA GEFORCE RTX 3000 Series มาด้วย เหมาะกับเกมเมอร์ที่อยากปรับกราฟฟิคในเกมให้สวยเป็นพิเศษ
  4. GP Series – เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเน้นงานประกอบดีและสเปคลดลงจาก GE เล็กน้อยเพราะลดลงมาใช้ Intel Core i7 เท่านั้นแต่จับคู่กับ NVIDIA GEFORCE RTX 3000 เหมือนกัน ดีไซน์ตัวเครื่องบางทำให้พกพาง่ายและตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และคนทำงาน
  5. GL Series – เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขยับสเปคลงมาให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยราคาหลัก 3-4 หมื่นบาท ดีไซน์ออกเกมมิ่งแต่บีบตัวเครื่องให้บางลงไม่หนามากเหมือนเมื่อก่อน ส่วนสเปคจะลดมาเป็น Intel Core i7 รุ่นที่ 8 กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE GTX 1660 Ti 
  6. GF Series – กลุ่ม GF มักจะเป็นดีไซน์แบบ Thin หรือตัวเครื่องบางลงกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ MSI รุ่นอื่น แต่สเปคก็ยังจัดเต็มอยู่โดยใช้ Intel Core i7 รุ่นที่ 10 กับ NVIDIA GEFORCE RTX 2000 Series ด้วย ดีไซน์จะดูเรียบหรูไม่เกมมิ่งมาก
  7. Alpha Series – ซีรี่ส์นี้จะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปค AMD ทั้งซีพียูและการ์ดจอ หน้าจอ 15.6 นิ้ว รองรับ AMD FreeSync ช่วยป้องกันภาพฉีกขาดระหว่างเล่นเกมด้วย และราคาปัจจุบันนี้ไม่เกิน 30,000 บาท แต่ยังเป็น AMD Ryzen 3000 Series อยู่ ซึ่ง Alpha Series นี้ตอบโจย์คนที่สงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีแล้วเน้นเล่นเกมและราคาไม่แพง และถ้าสนใจรีวิวสามารถอ่านได้ที่นี่
  8. Bravo Series – เหมือน Alpha Series แต่หน้าจอจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 17.3 นิ้ว แต่ซีพียู AMD เป็น Ryzen 4000 Series แล้ว
กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและพนักงานออฟฟิศ

msi content creator

จริง ๆ แล้ว MSI ไม่ได้ทำแต่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะปัจจุบันนี้ก็มีโน๊ตบุ๊คสำหรับคนทำงานและผู้ใช้ทั่วไปที่คิดว่าโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีถึงจะเหมาะกับการงานทั่วไปรวมจนถึงการทำงานหนัก ๆ ก็เลือกซื้อเป็น MSI ทั้งสามรุ่นย่อยนี้ได้เหมือนกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

msi summit

MSI Summit – โน๊ตบุ๊คสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ ซึ่ง MSI ออกแบบมาเพื่อบริษัทแบบ Cloud-based และ Virtual Business เน้นเรื่องความแข็งแรงทนทานและใช้งานได้เสถียร มีชิป TPM รักษาความปลอดภัยติดตั้งมาให้ด้วย สำหรับรีวิวสามารถอ่านได้ที่นี่

msi prestige

MSI Prestige – โน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ ตัวเครื่องบางเบาแต่สเปคแรงพอจะเปิดโปรแกรมที่กินทรัพยากรตัวเครื่องหนัก ๆ ได้สบาย ๆ และมีรุ่น Intel EVO ทำให้ใช้งานได้หลายชั่วโมง ซึ่งทางเว็บไซต์ก็เคยรีวิวรุ่นนี้ไปแล้วเช่นกัน

msi modern

MSI Modern – โน๊ตบุ๊คบางเบาเน้นการพกพาและใช้ทำงานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังใช้โลหะอัลลอยด์ทำให้ตัวเครื่องแข็งแรงขึ้น โดย MSI ออกแบบมาเน้นพนักงานออฟฟิศและนักเรียนนักศึกษาเป็นหลัก สำหรับรีวิวสามารถอ่านได้ที่นี่

7. Lenovo

thinkpad

ชื่อชั้นของ Lenovo กับโน๊ตบุ๊คใส่สเปคสุดคุ้มมาให้เสมอและมีดีไซน์ล้ำ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ เช่นกันจนทำให้คนที่สับสนว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีก็อาจจะมาจบกับ Lenovo ได้ง่าย ๆ โดย Lenovo จะมีโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ทำงานออฟฟิศและเกมเมอร์ด้วย

กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและพนักงานออฟฟิศ

สำหรับโน๊ตบุ๊คสายทำงานของ Lenovo จะมีอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน คือ

ThinkPad – เป็นอดีตแบรนด์โน๊ตบุ๊คในเครือ IBM ที่ผันตัวไปเน้นงาน Service และ Cloud เป็นหลักแล้วในปัจจุบัน โดยกลุ่ม ThinkPad จะเน้นงานธุรกิจเป็นหลักและมีดีไซน์ใหม่ ๆ และตัวเครื่องน้ำหนักเบาพิเศษออกมาเรื่อย ๆ ในซีรี่ส์นี้มีรุ่นย่อยออกแบบมาโดยเฉพาะหลายรุ่น ได้แก่

  • X1 – และใช้วัสดุพรีเมี่ยมมาทำตัวเครื่องเช่นคาร์บอนไฟเบอร์และไทเทเนียมเป็นต้น
  • Yoga – เป็น ThinkPad แบบพับหน้าจอกลับ 360 องศาได้
  • X – เน้นความเบาเป็นพิเศษและแบตเตอรี่อึดมาก ใช้งานได้นาน
  • T – จะเน้นความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษและประสิทธิภาพดี
  • E – ประสิทธิภาพดีเน้นความทนทาน ใช้งานต่อเนื่องได้ทั้งวันและราคาเริ่มต้นไม่แพง
  • L – เน้นการใช้งานด้านธุรกิจและราคาไม่แพงมาก มีดีไซน์ Yoga ให้พับหน้าจอกลับ 360 ได้ด้วย
  • – โน๊ตบุ๊คสาย Workstation เน้นความเสถียรและทนทาน พกพาออกไปทำงานในไซต์งานได้

lenovo laptops thinkbook 15p hero

ThinkBook เหมาะกับผู้ใช้งานออฟฟิศและธุรกิจ สามารถทำงานต่อเนื่องโดยไม่ปิดเครื่องได้และไม่เกิดปัญหาระหว่างการทำงาน มีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยติดตั้งมา ดีไซน์เรียบง่ายและราคาไม่แพง

lenovo laptop ideapad 3i 17in hero

IdeaPad เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดี มีซีพียูทั้ง Intel และ AMD ให้เลือกซื้อตามความชอบ โดยราคาเริ่มต้นไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มีรุ่นย่อยพร้อมดีไซน์หลายแบบทั้ง Slim ดีไซน์เครื่องบาง, Duet ซึ่งแยกคีย์บอร์ดกับหน้าจอได้ ส่วน Flex จะเหมือน Yoga ที่พับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย ซึ่งมี 4 รุ่นย่อยด้วยกัน คือ

  • S Series – กลุ่มราคาไม่แพง เริ่มต้นไม่เกินหมื่นและเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทำงานทั่วไปเช่นดูหนังฟังเพลง
  • L Series – โน๊ตบุ๊คใช้งานทั่วไปราคาเริ่มต้นไม่เกินหมื่น มีรุ่นย่อยที่เล่นเกมได้ด้วยแต่ราคาก็จะเพิ่มไประดับสองหมื่นบาท ใช้เล่นเกมออนไลน์และเกมอินดี้ทั่วไปได้
  • D Series – โน๊ตบุ๊คแบบแยกหน้าจอเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย
  • Flex – โน๊ตบุ๊คแบบพับหน้าจอกลับ 360 องศาได้ เน้นเรื่องความบันเทิงทั่วไปเช่นดูหนังฟังเพลง

yoga

Yoga เรียกว่าเป็นตัวชูโรงอีกรุ่นของ Lenovo ซึ่งนอกจากจะพับหน้าจอกลับ 360 องศาได้แล้ว ยังมีปากกาสไตลัสแถมมาให้ใช้เขียนบนหน้าจอทัชสกรีนของตัวเครื่องได้อีกด้วย โดยจะมีรุ่นย่อย 2 รุ่นดังนี้

  1. C Series – โน๊ตบุ๊ค 2-in-1 เครื่องบางเบาเน้นความบันเทิงและงานประกอบแน่นหนา มักใส่ดีไซน์และฟีเจอร์ใหม่ ๆ เข้ามาในซีรี่ส์นี้
  2. S Series – 2-in-1 เวอร์ชั่นบางเบาเป็นพิเศษกว่า C Series แต่งานประกอบแข็งแรงด้วย
กลุ่มเกมเมอร์

legion

ถ้าถามว่าโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีที่เน้นเล่นเกมแล้วชอบแบรนด์ Lenovo ก็ต้องเป็น Legion Series ซึ่งเหมาะทั้งเล่นเกมและใช้งานเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ได้ด้วย เพราะสเปคในเครื่องจัดว่าคุ้มและออกแบบระบบระบายอากาศมาได้ดี ทำให้เล่นเกมต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง ซึ่งทางเว็บไซต์ก็มีรีวิวตระกูล Legion ออกมาเรื่อย ๆ เช่นกัน โดยรุ่นย่อยจะมีดังนี้

  • Legion Y – ปัจจุบันมีแต่ Y540 เท่านั้น ใช้ซีพียูเป็น Intel Core i7 รุ่นที่ 9 กับ NVIDIA GEFORCE GTX 1650 ประสิทธิภาพดี มีราคาไม่แพงมากเพียง 2 หมื่นบาทต้น ๆ เท่านั้น
  • Legion 5 – เป็นซีรี่ส์ใหม่ของ Legion อัพเกรดสเปคจาก Legion Y ดีไซน์ภายนอกเรียบง่ายเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานทั่ว ๆ ไปเท่านั้นแต่สเปคจัดว่าเป็นคู่แข่ง Acer Nitro 5 โดยตรง แบ่งออกเป็นซีพียู Intel เช่นในรุ่น 3i, 5i และ AMD จะเป็นตัวเลขอย่างเดียวไม่มีตัว i ตามหลัง
  • Legion 7 – รุ่นใหญ่สาย Legion ที่สเปคจัดเต็ม เลือกใส่ NVIDIA GEFORCE RTX 2060 ได้ด้วย เป็นคู่แข่งของ Acer Nitro 7 โดยตรง ซึ่งจะเป็นสเปคซีพียู Intel Core รุ่นที่ 10 เท่านั้น

8. Huawei

huawei matebook 14

ถ้าใครใช้สมาร์ทโฟนของ Huawei อยู่แล้วและจะหาซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีถึงจะใช้งานกับสมาร์ทโฟน Huawei ได้ดีที่สุด ต้องเป็น Huawei MateBook ทั้ง 2 รุ่นนี้ ได้แก่ Huawei MateBook 14 กับ Huawei MateBook X Pro ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะแตกต่างกันเรื่องสเปคหน้าจอกับซีพียูที่เลือกใช้เป็นหลัก แต่ฟีเจอร์หลัก ๆ อย่าง Huawei Share ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Huawei และนำภาพบนสมาร์ทโฟนมาเล่นบนหน้าจอได้เลยจะมีเหมือนกัน, สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power, และกล้อง Webcam แบบซ่อนอยู่บนแนวคีย์บอร์ดจะมีเหมือนกันหมด

ด้านผู้ใช้ทั่วไปที่ใช้โน๊ตบุ๊คทำงานพื้นฐานต่าง ๆ เช่นทำงานเอกสาร, เข้าเว็บ, เขียนบล็อก, แต่งภาพ สามารถใช้ Huawei MateBook 14 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก MateBook D14 ได้เลย โดยสเปคเป็นซีพียู AMD Ryzen 5 4600H หรือ Ryzen 7 4800H ส่วนหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160 x 1440 พิกเซล) อัตราส่วน 3:2 พาเนล IPS นั้นสามารถใช้งานได้ดีทีเดียว และรองรับการแตะหน้าจอได้ 10 จุด

matebook

Huawei MateBook X Pro จะเป็นรุ่นพรีเมียมราคาสูงกว่าและอัพเกรดสเปคขึ้น เปลี่ยนไปใช้ซีพียู Intel Core i7-10510U การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX250 และหน้าจอ 13.9 นิ้ว ความละเอียด 3000×2000 พิกเซล อัตราส่วน 3:2 พาเนล LTPS (Low Temperature PolySilicon LCD) นั้น จะเป็นพาเนลเกรดสูงกว่า IPS ที่แสดงผลได้เร็วและดีกว่าอย่างชัดเจน รองรับการแตะสัมผัสหน้าจอ 10 จุดเช่นกัน

ถ้าให้แบ่งกลุ่มกันแล้ว ถ้าใครเน้นใช้งานทั่วไปและเน้นความคุ้มค่าอาจเลือก Huawei MateBook 14 ไปใช้งานก็ได้ เพราะเหมาะกับบล็อกเกอร์, พนักงานออฟฟิศและนักศึกษาอย่างแน่นอน แต่ถ้ามีงบประมาณสูงและต้องการพาเนลหน้าจอเกรดพิเศษไว้ใช้แต่งภาพทำงานกราฟฟิคและสเปคระดับตัดต่อคลิปลง YouTube ได้สบาย ๆ อาจขยับมาใช้ Huawei MateBook X Pro จะดีกว่า

9. Fujitsu

Fujitsu Notebook UH X 4ZR1A99235 Black content3

หลายคนน่าจะได้ยินชื่อโน๊ตบุ๊คจากญี่ปุ่นแบรนด์นี้มาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะ Fujitsu ก็เคยเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อนานมาแล้วและเลิกทำตลาดไประยะหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้เริ่มกลับมาทำตลาดในประเทศไทยแล้ว โดยนำรุ่น Fujitsu UH-X-4ZR1A99235 เข้ามาขายกับราคาเริ่มต้นที่ 31,990 บาท โดยจุดเด่นของ Fujitsu คือตัวเครื่องเบามากเพียง 770 กรัมเท่านั้น

โน๊ตบุ๊คของ Fujitsu จะใช้ชื่อเป็น LIFEBOOK ร่วมกันทั้งหมด แต่จะมีซีรี่ส์ย่อย 3 รหัส เท่านั้นคือ

  1. U Series – เป็นกลุ่มโน๊ตบุ๊คบางเบาพิเศษ หน้าจอ 13.3 นิ้ว ติดตั้งซีพียู Intel Core รุ่นที่ 11 เอาไว้ เน้นการพกพาและใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานได้หลายชั่วโมง งานประกอบจะพิถีพิพันเป็นพิเศษเพื่อให้สัมผัสออกมาดีที่สุด
  2. E Series – โน๊ตบุ๊คสำหรับพนักงานออฟฟิศที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพดีเอาไว้ทำงานต่าง ๆ ได้โดยไม่มีปัญหา ใส่ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยเอาไว้ในเครื่องด้วย เช่นระบบสแกนใบหน้าและตัวสไลด์ปิดกล้องหน้า บางรุ่นของ E Series จะมีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมาด้วย
  3. S Series – เน้นแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 21 ชั่วโมงเป็นมาตรฐาน แต่เลือกเพิ่มแบตเตอรี่ลูกที่สองเข้าไปได้จะทำให้ใช้งานได้นานขึ้นเป็น 27 ชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้ที่เดินทางไปไหนมาไหนแล้วไม่ค่อยได้ชาร์จโน๊ตบุ๊คบ่อยสามารถใช้งานได้นานขึ้นและมีรุ่นหน้าจอสัมผัสและมีตัวเลือกอัพเกรดให้รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE ได้อีกด้วย

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คทั้ง 8 แบรนด์นี้ จะมีรุ่นย่อยแยกกันไปตามการใช้งานและมีฟีเจอร์ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้แตกต่างกันไป ซึ่งถ้าเราเข้าใจว่ารุ่นย่อยแต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อผู้ใช้กลุ่มไหนแล้วก็จะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ให้ตัวเองได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปเดินวนสงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนดีให้เสียเวลาอีกด้วย

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Notebook Review

ASUS TUF Dash F15 (FX516) เป็น Gaming Notebook เน้นพกพา สเปกแรง ราคาดี มาในดีไซน์การออกแบบที่บางเบากว่า TUF Gaming ปกติ เพราะมีการใช้ DNA ของ ROG เพิ่มเข้ามา สเปกใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผล Intel Core i...

Notebook Review

Acer Aspire 7 A715 รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2021 นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่าสเปกดีน่าซื้อน่าใช้งานมากๆ จากการที่ได้สเปกแรงลื่นระดับ Gaming Notebook ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U ทำงานร่วมกับการ์ดจอเกมมิ่งอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 พร้อมได้หน้าจอพาเนล IPS เกรดดี ที่ 144Hz...

Gaming Notebook

ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดเรื่อง DELL G15 5515 รุ่นใหม่ที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen หลุดออกมาก่อนหน้านี้นั้น ตอนนี้ทาง DELL ได้เปิดตัวเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว และแยกออกเป็น 2 รุ่นย่อยใส่ซีพียู Intel Comet Lake-H รหัส G15 5510 ส่วน AMD Ryzen ใช้รหัส...

Notebook Review

Acer Swift 1 SF114 ปี 2021 จัดได้ว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาดูดีเกินราคา เบาสุดที่ 1.3 กิโลกรัม ด้วยดีไซน์และการออกแบบที่โดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง ในรุ่นนี้มีราคาแค่หมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น เรียกว่าได้ว่าถูกกว่า Acer Swift 3 ปี 2021 ที่ราคา 2 – 3...