Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebook Review

รีวิว ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 สเปก Ryzen 5000H + GeForce RTX 3080 จอ 2K 165Hz sRGB 100% ได้ลำโพง 6 ตัว เบา 1.9 โล แบต 9:30 ชั่วโมง

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 ใช้สเปก AMD Ryzen 5000H และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series รุ่นใหม่ล่าสุด กับการที่เป็น Gaming Notebook ปี 2021 ดีไซน์บางเบา หน้าจอ 15.6″ จอ 2K WQHD สุดล้ำประสิทธิภาพสูงสุด ติดตั้งลำโพง 6 ตัวสุดกระหึ่ม วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม

โดยสเปกขายจริงจะเป็น Ryzen 7 5800HS เป็นชิปประมวลผล AMD Notebook ที่ดีที่สุดเน้นทั้งแรงและร้อนน้อยกว่า (รองจาก Ryzen 9 5900HS) ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม Zen 3 ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce RTX 3080 Max-Q (8GB GDDR6) เทคโนโลยี 8 นาโนเมตรที่ใหม่ที่สุด

Advertisement

ASUS ROG Zephyrus G15

สเปกอื่นๆ ก็โดดเด่นไม่เป็นรองกัน โดยติดตั้งแรมมาขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB สำหรับหน้าจอพาเนล IPS เกรดสูง sRGB ใกล้เคียง 100% รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz ที่สำคัญคือได้ลำโพงระบบเสียง 6 ตัว Dolby Atmos ที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอด

แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที อีกทั้งมีปุ่ม Power ทำหน้าที่ Fingerprint ด้วย จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน เน้นความพรีเมียม บางเบา แบตยาวนาน ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ โดยมีน้ำหนักเบาแค่ 1.9 กิโลกรัม ได้ประกันก็เป็น 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย สรุปง่ายๆ “ถ้างบไม่ใช่ปัญหาก็จัด ASUS ROG Zephyrus G15 รุ่นนี้ได้เลย “

VDO Review 

NBS Verdict

นับว่าเป็น Gaming Notebook ที่ทำงานระดับมืออาชีพ ดีไซน์บางเบา เน้นการทำงาน ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่ทรงพลังจริงๆ และแรงล้ำไม่ซ้ำใคร สำหรับการมาของ ASUS ROG Zephyrus G15 เชื่อได้เลยว่าตลาด Gaming Notebook สนุกสนานแน่นอน ไม่ใช่แค่เป็นรุ่นหน้าจอ 2K WQHD ที่คมชัดกว่า Full HD เท่านั้น แต่ด้วยการมาของสเปกชิปประมวลผลให้ล่าสุดจาก AMD Ryzen 5000H ก็แรงลื่นกว่า 4000H ไปอีกขั้น

ประกอบกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Series อย่าง RTX 3080 Max-Q (8GB GDDR6) ที่ดูแล้วจากผลทดสอบจริงๆ แล้ว มีความเหนือกว่า Gaming Notebook ปีก่อนแบบชัดเจนในการเล่นเกมที่ควรละเอียดที่มากกว่า ซึ่งให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอดทั้งภาพที่สวยงามและเสียงที่จัดเต็มด้วยลำโพง 6 ตัว ระบบ Dolby Atmos อย่างที่หาไม่ได้ใน Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ณ ขณะที่เรากำลังรีวิวอยู่ 

ASUS ROG Zephyrus G15

ดีไซน์การออกแบบทั้งหมดเอง ก็เป็นการต่อยอดมาจากรุ่นปีก่อนหน้าจอ 14″ อย่าง ASUS Zephyrus G14 GA401 ในทุกๆ มิติ โดยฝาหลังเองมีการรังสรรค์เจาะรูกว่า 8279 รูพร้อมสีสันภายในเพิ่มความมันวาวไม่เหมือนใคร พร้อมการเสริมรังผึ้งใต้ที่พักฝ่ามือเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยวัสดุที่น้อยที่สุดเพื่อให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง การออกแบบทนต่อการโค้งงอภายใต้แรงกดเพื่อความรู้สึกกระชับในขณะที่เราใช้งาน

จุดเด่นที่ต้องพูดถึงนอกจากดีไซน์สวยเฉียบของ ASUS ROG Zephyrus G15 ก็คือความบางที่ 19.9 มิลลิเมตร ขอบจอบางเฉียบ พกพาสะดวกด้วยความเบาของเครื่องเพียง 1.9 กิโลกรัม แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกือบ 10 ชั่วโมง การเชื่อมต่อก็ครบครันทั้งไร้สายและมีสาย รองรับการชาร์จผ่านทาง USB PD ที่สำคัญก็คือได้หน้าจอคุณภาพสูง ที่ได้ Refresh Rate ที่ 165Hz นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ที่ดีที่สุดรุ่นนึง ทั้งจากตัวเครื่อง ฟีเจอร์ และประสบการณ์ใช้งานจริง

ASUS ROG Zephyrus G15

สำหรับสเปกที่ได้รับมาทดสอบรีวิวเป็นรุ่นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000 Series รหัส HS ​รุ่นพิเศษ ที่เน้นทั้งแรงและร้อนน้อยกว่า อย่าง Ryzen 9 5900HS เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3080 Max-Q เน้นร้อนน้อยกว่ารุ่นปกติ แรมการ์ดจอ 8GB GDDR6 ที่ติดตั้งแรมตัวเครื่องมา 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักๆ หรือเล่นเกม 3 มิติก็จะมีความลื่นไหลแน่นอน เทียบกับรุ่นรุ่นก่อนๆ ก็เหนือชั้นกว่าด้วย อย่างไรก็ตาม

ASUS ROG Zephyrus G15

อย่างไรก็ตาม ASUS ROG Zephyrus G15 สเปกขายจริงในตอนนี้จะมีความต่างโดยชิปประมวลผลจะเป็น Ryzen 7 5800H และแรมจะได้ขนาด 16GB ส่วนสเปกอื่นๆ อย่างการ์ดจอหรือที่เก็บข้อมูล รวมไปถึงฟรชีเจอร์อื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด ด้วยราคา 69,990 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตใน 1 ปีแรก ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ส่วนข้อสังเกตคงเป็นการที่ไม่มีกล้องเว็บแคม ทำให้เราต้องหาซื้อเพิ่มเอง

ที่สำคัญคือรุ่นขายจริงจะเป็นสีเทา Eclipse Gray เอง ไม่ใช่ขาว Moonlight White เหมือนในภาพประกอบรีวิวแต่อย่างใด แต่ก็คาดว่าทั้งสเปก Ryzen 9 5900HS และสีขาว ในอนาคตไม่นานหลังจากนี้จะเข้ามาจำหน่ายอีกที พร้อมทั้งมีอุปกรณ์บันเดิลที่ครบถ้วนกว่า ไม่ว่าจะเป็นกล้องเว็บแคม ASUS ROG EYE และอแดปเตอร์ที่สอง ที่เป็น USB-C ขนาด 100W เน้นใช้งานพกพานอกสถานที่มาด้วย ไว้รอติดตามกันอีกที 

ASUS ROG Zephyrus G15

จุดเด่น ASUS ROG Zephyrus G15

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจตามสไตล์ ROG Zephyrus งานประกอบแน่นวัสดุดีเยี่ยม
  • ขอบหน้าจอบางพิเศษ มิติเทียบเท่ารุ่น 14″ ตัวเครื่องเบา 1.9 กิโลกรัม และบางสุดที่ 19.9 มิลลิเมตร
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ AMD Ryzen 5000 HS Series แรงลื่น ร้อนน้อยกว่า
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3080 พร้อม OC มาจาก ASUS เพิ่มความแรงไปอีก
  • แรมขนาด 32GB Bus 3200 MHz แบบ Dual Channel (Onboard มา 16GB แบบ SO-DIM 16GB)
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง sRGB 100% ความละเอียด 2K WQHD รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz
  • อุณหภูมิในการใช้งานถือว่าจัดการได้ดี ไม่ร้อนจนเกินไป ทำงานได้ไม่มีสะดุด
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน โดดเด่นด้วย 2 x USB 3.2 Type-C รองรับ DisplayPort / USB PD
  • ปุ่ม Power ทำหน้าที่ Fingerprint เพื่อใช้งาน Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน Login ด้วย
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกือบ 10 ชั่วโมง
  • มีซอฟต์แวร์ Armory Crate มาช่วยปรับแต่งการใช้งาน
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที มีความสเถียร์ของไดร์เวอร์
  • ประสบการณ์ใช้งานดีเยี่ยม ประทับใจมาก เมื่อเทียบกับราคา
  • ประกัน 3 ปีแบบทั่วโลก พร้อมบริการ On-site Service และมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปี

ข้อสังเกต ASUS ROG Zephyrus G15

  • ไม่มี SD Card Reader
  • ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง
  • การ์ดจอเป็น RTX 3080 Max-Q 8GB GDDR6 และไม่ใช้ตัวท็อปอย่าง 16GB GDDR6

Specification

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 รุ่นที่ได้รับมาทดสอบครั้งนี้เป็นรุ่นที่ยังไม่มีการจำหน่ายในไทยในตอนนี้  มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HS สถาปัตยกรรม Zen 3 มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 7 nm ความเร็ว 3.00 – 4.60 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ผสานกับ APU การ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon 8

ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce RTX 3080 Max-Q (8GB GDDR6) ซึ่งแรงลื่นและเย็นกว่า GTX 20 Series ในทุกๆ มิติ พร้อมฟีเจอร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น DLSS / Ray Tracing มาแบบจัดเต็ม รองรับกราฟิกที่สวยงามมากกว่า แต่ก็ได้ความแรงที่มากกว่า RTX 2080 รุ่นก่อน โดยเน้นให้มีความร้อนที่น้อยกว่าและประหยัดพลังงานเข้ากับตัวเครื่องที่บางเบา

ในส่วนของแรมได้มาขนาด 32GB Bus 3200 MHz แบบ Dual Channel (16GB x 2 โดยออนบอร์ดมาแล้ว 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ Intel SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ที่มีความลื่นไหล อีกทั้งยังรองรับการติดตั้งอัพเกรดเพิ่ม SSD M.2 NVMe มาให้อีก 1 ช่อง

โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด WQHD ที่ 2560 x 1440 พิกเซล พาเนล IPS เกรดสูง ระดับค่อขอบเขตสี sRGB 100% รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz ให้ความเรียบเนียนในการใช้งานสุด พร้อมความลื่นไหลและค่าสีที่เที่ยงตรงในจอเดียว นอกจากนี้ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos ลำโพงเป็น 6 ตัวจัดเต็ม

พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 2 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 และชาร์จไฟผ่านทาง USB PD ได้ ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Intel Wi-Fi 6 with Gig+ (802.11ax) และ Bluetooth 5.0 พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว

โดยมีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือไม่ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมมา ถ้าใครจะใช้ต้องหามาติดตั้งเอง การรับประกัน On-site Service ระยะ 3 ปี และ Global Warranty ที่สำคัญได้ประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty 1 ปีแรก เมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503QS-HQ012T ราคา 69,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 9 5900HS (8C/16T – 3.0 – 4.6GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + NVIDIA GeForce RTX 3080 Max-Q (8GB GDDR6)
  • RAM : 32GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard 16GB)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS 2K WQHD 165Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty 

Hardware / Design

ASUS ROG Zephyrus G15 อยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG Zephyrus ที่เน้นสายเกมเมอร์สายพกพาบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงล้ำกว่าที่เคยมีมาทั้งหมด มีสีสันทั้งสีเทา Eclipse Gray และขาว Moonlight White แต่ในตอนนี้จะมีจำหน่ายเพียงสีเทา Eclipse Gray เท่านั้น กับน้ำหนักเพียง 1.9 กิโลกรัมและบางเพียง 19.9 มิลลิเมตร 

รวมไปถึงหน้าจอมีขนาด 15.6″ แบบขอบจอบางเฉียบ Nano Edge Display ตามสไตล์ของ ASUS โดยตัวเครื่องเทียบเท่า 14″ เท่านั้น ทำให้ใช้งานได้เต็มตามากขึ้น ส่วนช่องระบายความร้อนมีทั้งหมด 4 ช่อง เป่าออกใต้หน้าจอ 2 ช่อง และด้านขวาซ้ายอีกอย่างละ 1 ช่อง พัดลม 2 ตัว แบบ 84 ใบ พร้อมฮีทไปป์ 6 เส้นขนาดใหญ่ และ Liquid Metal ดึงความร้อนออกจาก CPU / GPU ได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่นำพาความร้อนออกได้เป็นอย่างดี

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 53

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 180 องศา

จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง ช่วยเรื่ององศาการพิมพ์ที่สบายขึ้น การรดูดลมเย็นที่ดีขึ้น และลำโพงสะท้อนเสียงได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 71

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 4 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก

ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 67

สรุปสั้นๆ สำหรับการดีไซน์และออกแบบตัวเครื่องต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook บางเบาหน้าจอ 15.6″ ได้อย่างลงตัว

ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานยิ่งขึ้นไปอีก จากแต่ก่อนแทบเป็นไปไม่ได้ที่ความแรงระดับนี้ จะอยู่บนตัวเครื่องที่บางและเบาแบบนี้ แต่ตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในประสิทธิภาพและฟีเจอร์ที่ล้ำหน้ากว่า ในราคาที่จัดว่ามีความโดดเด่นโดยฝาหลังโลหะวัสดุแม็กนีเซียมอัลลอยด์ที่เราเห็นเป็นจุดๆ ซึ่งกระจายไปทั่วนั้น ผ่านกระบวนการ CNC ด้วยเครื่องจักรมาเป็นอย่าง กว่า 8,297 รูด้วยกัน 

Keyboard / Touchpad

ASUS ROG Zephyrus G15 เป็นคีย์บอร์ด Gaming ที่มีไฟ LED สีสีขาวสีเดียว แต่ละปุ่มมีมุมโค้งเข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.7 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และปุ่มเรียกโปรแกรม Armoury Crate ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริง

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 26

โดยปุ่ม Power ที่ติดตั้งอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ดยังทำหน้าที่ Fingerprint ในหนึ่งเดียวกัน เพื่อใช้งาน Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน Login ด้วย เรียกได้ว่าได้ทั้งความรวดเร็วและปลอดภัย ในส่วนของทัชแพดเองขนาดใหญ่มากๆ ดีไซน์แบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวา ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก 

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 23

ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Turbo / Performance / Silent / Windows ตามความเหมาะสมในการใช้งานต่างๆ เช่นการเล่นเกมจะเป็น Turbo ส่วนถ้าใช้งานทั่วไปคือ Windows

Screen / Speaker

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบนทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง (แต่ยังมีไมโครโฟนแบบคู่อยู่) ด้วยขนาด 15.6″ ความละเอียด WQHD (2560 x 1440 พิกเซล) เหมาะสมตามการใช้งาน โดยได้พาเนลเป็น IPS คุณภาพดีเยี่ยม มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ 

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 14

รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอเป็น Refresh Rate ที่ 165Hz / 3ms ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว พร้อม ลดอาการเบลอ ค้าง จากการเคลื่อนไหว เพื่อการ Ray Tracing ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และด้วยฟีเจอร์ Adaptive-Sync ยังช่วยให้การเล่นเกมมีความเรียบลื่น ช่วยลดอาการภาพฉีกขาด และลดการกระตุก เพื่อความบันเทิงขั้นสูงสุด เรียกได้มาเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ที่ดีกว่ารุ่นปีก่อนๆ ไปอีกขั้น

ทดสอบหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสัน Gamut เทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 1000% และ AdobeRGB 88% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับสูงมากๆ แน่นอนว่าเทียบกับ Gaming Notebook ทั่วไปนั้นดีกว่ามาก ถือว่าเป็นระดับที่ดีเยี่ยมจริง

ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ 400 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไปพอสมควร สู้แสงกลางแจ้งได้สบายๆ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพทั่วไป พร้อมรองรับการทำงานจริงจังระดับมืออาชีพด้วยขอบเขตสีที่กว้างและแม่นยำ 

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 400 cd/m2 แต่สำหรับช่องมุมซ้ายบนจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 11% ที่ถือว่ารับได้

ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว สรุปคือเล่นเกมได้ดีมากๆ ส่วนสีสันก็จัดว่ายอดเยี่ยมอย่างที่หาได้อยากในตลาดโน๊ตบุ๊ค สมกับการที่มาพร้อมกับ Pantone Validated

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 13

ตัวเครื่องติดตั้งระบบเสียงแบบ 6 ลำโพง โดยมีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องบริเวณขอบที่วางมือซ้ายและขวาซ้ายขวา คุณภาพสูง ที่เน้นให้เสียงกลางและแหลม พร้อมลำโพงซัฟวูฟเฟอร์อีก 4 ตัวด้านใต้ตัวเครื่อง ทำให้ได้เสียงทุ่มหนักหน่วงกว่า อีกทั้งมี Smart Amp เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัดที่ชัดขึ้นถึง 1.5 เท่า เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาพอตัว

จากการที่มีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์แยกออกมาต่างหาก มีไดนามิกมากขึ้นสำหรับเสียงความถี่ต่ำ ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ รวมไปถึงมีเทคโนโลยี Dolby Atmos ช่วยจำลองเสียง 3 มิติได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสุดยอดทั้งด้านภาพและเสียงจริงๆ สำหรับ Gaming Notebook เครื่องนี้

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่องจัดว่าครบเครื่องมากๆ จากการที่เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ระดับสูง โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง มีทั้ง USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ต (รองรับ DisplayPort 1.4  / USB Power Delivery) พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง และ HDMI 2.0 แน่นอนว่ามีต่ออแดปเตอร์ปกติ 1 ช่องด้วย ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวา นอกจากนี้ยังได้ในส่วนของ LAN RJ45 ด้วย

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 40

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 with Gig+ (802.11ax) ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น ส่วนขนาดของตัวเครื่อง 355 x 243 x 19.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1.9 กิโลกรัม ถือว่าค่อนข้างเบาเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 200 W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น พอแบกพกพาไปไหนมาไหนได้อยู่ไม่หนักมาก ถือมือเดียวก็สบายๆ หยิบจับไปไหนก็สะดวกทีเดียว

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G15 เพื่อทำการอัพเกรดนั้นทำง่ายมาก โดยมุมนึงจะมีสกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแง้มขึ้นมาอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามต้องระวังนิดนึงก็คือ จะมีน้อต 3 ตัวที่มียางสีติดติดเอาที่กลางตัวเครื่อง อย่าว่าต้องัดออกมาแล้วไขน็อตออกด้วย 

เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว มีพัดลมขนาดใหญ่เทคโนโลยี ROG Intelligent Cooling พร้อมระบายความร้อนที่มี Anti-Dust Tunnels ที่อยู่ในชุดฟินสีดำ หมดกังวลเรื่องฝุ่นที่ติดตรงครีบระบายความร้อนจุดสังเกตที่เปลี่ยนไปคือตัวเครื่องเลือกใช้ฮีทไปป์ 6 เส้น พร้อมกันนั้นยังมีการติดตั้ง Liquid Metal นำพาความร้อนแบบพิเศษจาก CPU / GPU เรียกได้ว่าเอาอยู่กับสเปกแบบนี้แล้ว 

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 1

ซึ่งหลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นแผ่นสีดำ สีเทาแปะติดไว้อยู่ในหลายๆ ส่วนเพื่อกันไฟฟ้าสถิต และในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดคือมีช่องใส่ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ใส่มาแล้ว 1TB ถ้าจะอัพเกรดเป็น 2TB ในอนาคตก็ต้องถอดออกก่อน ส่วนหน่วยความจำแรมขนาด 16GB แถวแรกเป็นแบบฝังบอร์ด และรองรับการใส่ 1 แถว (SO-DIM) ซึ่งใส่มาแล้ว 16GB อีกหนึ่งแถว รวมเป็น 32GB ซึ่งก็ใส่มาเต็มแล้วในส่วนของเครื่องทดสอบ ซึ่งสเปกขายจริงเรายังสามารถอัพเกรดได้อีก 16GB นั่นเอง 

ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 Review 2

Performance / Software

ASUS ROG Zephyrus G15 ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HS ที่แรงกว่า AMD Ryzen 9 4900HS รุ่นก่อนหน้านั้น โดยเป็นรหัส HS ที่เน้นทั้งแรงและปลดปล่อยความร้อนที่น้อยกว่า (แต่ก็ยังมี AMD Ryzen 9 5900H ที่แรงกว่า อยู่ใน TUF Gaming 15 FA506) ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 3.00 – 4.60 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread 

ได้ L3 Cache ที่ 16MB ซึ่งจัดเต็มมากกว่ารุ่นก่อนๆ มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด TDP ที่ 35W ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น AMD Ryzen 4000H หรือ Intel Core i Gen 10H เลยทีเดียว ที่สามารถดูได้จากผลการทดสอบเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Gaming Notebook สเปกเดิมๆ มาก

c1.   c2

สำหรับ AMD Ryzen 9 5900HS แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 3000 H Series เป็นหลายเท่าตัว ส่วนแรมได้ขนาด 16GB จำนวน 1 แถวแบบออนบอร์ด และ 16GB แบบใส่เป็นช่องสล๊อต SO-DIM RAM อีก 1 แถว

รวมเป็น 32GB เป็นมาตรฐาน Bus 3200 MHz รองรับการอัพเกรดได้โดยการถอดแรม 8GB แถวเดิมออกไป พร้อมให้ SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB ซึ่งมีช่องว่างใส่ SSD M.2 NVMe อีก 1 ตัวไว้อัพเกรดภายหลังได้ ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

g1.   g2

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 8 รุ่นใหม่มีความเร็วในการทำงานที่ 2100MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ ทำให้แบตเตอรี่อยู่ได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงทีเดียว แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้ชิปประมวลผลตัวแรงก็ตามที

อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงที่สุดใน Gaming Notebook สเปก Ryzen 5000H / 5000 HS ทั้งหมด อย่าง NVIDIA GeForce RTX 3080 Max-Q มาพร้อมแรมการ์ดภายในขนาด 8GB มาตรฐาน GDDR6 (ยังมีรุ่นบนกว่าคือรุ่นปกติ มีทั้ง 8GB / 16GB GDDR6) แน่นอนว่าได้เทคโนโลยี RTX Series ต่างๆ ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GeForce RTX 20 Super ได้อีก

ซึ่งมีการเน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา ร้อนน้อยกว่าแต่ก็แรงไม่แพ้กัน จากการที่ทาง ASUS เค้า Overclock มาให้จากโรงงานแล้ว จากเทคโนโลยี ROG Boost ให้ GPU Clock แรงเหนือชั้นยิ่งกว่า เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

cine15.   cine20

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HS คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen / Intel Core i รุ่นก่อนหน้า ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ssd

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใช้เป็นแบรนด์ Hynix ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3597 MB/s และเขียนที่ 2970 MB/s สมกับเป็นรุ่นบนๆ ของตลาดจริงๆ

pc10

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6939 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นไม่ติดอะไรแน่นอน แรงแบบ Desktop ตัวท็อปไปแล้วด้วยซ้ำ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HS มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง RTX 3080 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

game f test

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch

ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ทั่วไป และ WQHD ที่ 2560 x 1440 พิกเซล โดยเป็น Native ของหน้าจอ  

โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

game q test

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย 

ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen หรือ Intel Core i จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ แน่นอนว่าในส่วนของการเล่นเกมที่ความละเอียด WQHD ที่ 2560 x 1440 พิกเซล ที่เป็น Native ของหน้าจอ ก็เล่นได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าอยากลื่นกว่านั้นก็ปรับเป็น Full HD 1920 x 1080 ก็ได้แล้วแต่สะดวก 

asus

นอกเหนือจากนี้ ASUS ROG Zephyrus G15 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบ อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆ ตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์ 

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต ปิดท้ายด้วยซอฟต์แวร์ Utility อีกตัวอย่าง MyASUS ที่ไว้คอยตรวจระยะเวลากรับประกันและอัพเดทไดร์เวอร์ได้ครบๆ

my

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติขนาดความจุสูง ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวเกือบๆ 10 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ สเปกแรงลื่นแบบนี้

ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้ สมกับเป็น ROG Zephyrus Series จริงๆ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟกลับแบบรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี Fast Charging ที่ใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็สามารถชาร์จไฟแบตเตอรี่จาก 0% กลับมาที่ 50% ได้ นอกนจากนี้ยังรองรับอแดปเตอร์ที่เป็น USB-C มาตรฐาน PD ซึ่งจะมีขนาดเล็ก เพื่อชาร์จไฟได้อีกด้วย เพื่อความสะดวกสบายในการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ยิ่งขึ้นไปอีก

batt

สำหรับอุณหภูมิทดสอบด้วยโปรแกรม Hardware Monitor สามารถตรวจสอบได้ครบถ้วนทั้ง CPU / GPU จากการที่เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด จากการทดสอบเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 26 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ด้วยการเปิดโหมด Turbo ที่เร่งประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน

temp2

ประสิทธิภาพโดยรวมยังลื่นไหลอยู่  ซึ่งชิปประมวลผลร้อนสุดๆ ที่ 96 องศาเซลเซียส นับว่าควบคุมความร้อนได้ดี โดยไม่สูงเกินไปกว่านี้แน่นอน เพราะระบบยังคงจัดการได้ดีอยู่ พร้อมกันนั้นไม่กระทบต่อการใช้งานด้วย เพราะประสิทธิภาพไม่ตกเลย ในส่วนของการ์ดจอจะร้อนสุดอยู่ที่ 65 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่มีซอฟต์แวร์ Armory Crate ถ้าใช้งานทั่วไป เราสามารถเลือกปรับโหมดต่างๆ เช่น Windows ทำให้พัดลมแทบไม่หมุนและไม่มีเสียงเลย

Conclusion / Award

สมการรอคอยของการมาของ Gaming Notebook ดีไซน์บางเบาหน้าจอ 15.6″ ที่เป็นการพัฒนามาจาก DNA ของ ASUS ROG Zephyrus G14 GA401 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า Gaming Notebook ปีก่อนมากๆ สำหรับ ASUS ROG Zephyrus G15 ซึ่งตอนนี้ก็ได้เป็นรุ่นที่มีฟีเจอร์ Gaming มากมาย โดยรุ่นขายจริง มีราคา 69,990 บาท จัดได้ว่าเน้นความพรีเมียมและเรื่องความบางเบาพกพา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน เป็นหลักตามซีรีส์ของ ROG Zephyrus อย่างที่เราทราบกัน

ASUS ROG Zephyrus G15

แต่ ASUS ROG Zephyrus G15 เครื่องที่ได้รับมารีวิวนี้ยังเป็นสเปกและสีสันที่ยังไม่พร้อมจำหน่าย ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HS ที่เน้นร้อนน้อยกว่าซี่รีส์ H เทคโนโลยี 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม Zen 3 ผสานกาทำงานร่วมกับการ์ดจอแยกตัวแรงแต่ร้อนน้อยอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3080 Max-Q (8GB GDDR6) ซึ่งเป็นรุ่นรองท็อป ของรุ่น RTX 3080 8GB GDDR6 หรือ 16GB GDDR6

รวมไปถึงในส่วนของแรมยังได้เป็นมาตรฐานใหม่ด้วยขนาด 32GB DDR4 Bus 3200 MHz แน่นอนว่าที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ซึ่งต้องบอกว่าประทับใจมากๆ กับความแรงในมิติดีไซน์ที่เล็กกระทัดรัดสุดๆ นอกจากนี้แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง แถมยังมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 with Gig+ (802.11ax)  และ USB PD ล้ำๆ ด้วย

ASUS ROG Zephyrus G15

จากการทดสอบใช้งานจริงเล่นเกมจริงๆ เห็นได้ชัดถึงความทรงพลังของชิปประมวลผลและการ์ดจอรุ่นใหม่ ที่ให้ทั้งความแรงที่สุดของ AMD Gaming Notebook และร้อนน้อยมากๆ  ซึ่งแรงกว่าจากเดิมๆ แล้ว ASUS ยัง OC เพิ่มความแรงเข้าไปอีก ที่สำคัญหน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูงที่ให้ค่า sRGB 100% พร้อม Refresh Rate ที่ 165Hz พร้อมความละเอียด WQHD ที่มากกว่า นับได้ว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ แทบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ รวมไปถึงยังได้ลำโพงจัดเต็มถึง 6 ตัวระบบเสียง Dolby Atmos ที่เป็นที่สุดของความบันเทิงจริงๆ

ASUS ROG Zephyrus G15

ในตอนนี้ถ้าใครต้องการ Gaming Notebook ตัวแรง และได้สเปกใหม่และแรงสุดๆ ในค่าตัวเพียง 69,990 บาทเท่านั้น ASUS ROG Zephyrus G15 สเปก Ryzen 9 5900HS + GeForce RTX 3080 Max-Q ก็ตอบโจทย์อยู่ ได้การรับประกัน 3 ปีแบบทั่วโลก พร้อมบริการ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็มกว่ารุ่นก่อนๆ ที่ผ่านมา 

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ROG Zephyrus G15 GA503 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ROG โน๊ตบุ๊คสายบางเบาพรีเมียม ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS ROG Zephyrus รุ่นนี้ ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ทำงานก็ได้เล่นเกมก็ดี ที่สำคัญวัสดุคุณภาพดีงานประกอบก็เยี่ยมทั้งอลูมิเนียมอัลลอยด์ เอาไปทำงานหรือเล่นเกมได้หมดรอบด้าน พร้อมฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม จำนวน 8,279 รู พร้อมลวดลายไทเทเนียม ที่เบาเพียง 1.90 กิโลกรัมแบบนี้

NBS award 7 Design

Best Performance

ASUS ROG เครื่องที่เรานำมาทดสอบสเปคเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HS การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3080 Max-Q ได้ Ram 32GB และ SSD M.2 NVMe PCIe 1TB ซึ่งทดสอบการใช้งานเล่นเกมจริงแล้วแรงจริงๆ  รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปหรืองานแบบมือาชีพนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ หรือเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญได้ความพรีเมียม บางเบา เรียกได้ว่าทรงพลังจริงๆ สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ 

award new performance

Best Gaming

จากการที่เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ที่ให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่ารุ่นทั่วๆ ไป ทั้งจากหน้าจอความละเอียดสูงกว่าที่ WQHD 2560 x 1440 พิกเซล ซึ่งพาเนลเป็น IPS เกรดสูงมากระดับ sRGB 100% อีกทั้งได้ Refresh Rate ที่ 165Hz ส่งผลให้เล่นเกมได้สนุกสนานกว่าที่เคยมีมา รวมไปถึงลำโพงก็จัดเต็มถึง 6 ตัว ระบบ Dolby Atmos ที่ให้เสียงกระหึมพร้อมรายละเอียดเสียงที่จัดเต็ม และที่สำคัญคือระบบระบายความร้อนที่ดีมากๆ จากทาง ASUS ROG ที่สเปกแรงลื่นขนาดนี้ แต่ใช้งานจริงได้ไม่ร้อนเลย 

award new Gaming

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้านการพกพาบางเบาก็คือขนาดที่กะทัดรัด คือบาง 19.9. มิลลิเมตร แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานเกือบ 10 ชั่วโมง และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่งตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รองรับทั้ง Wi-Fi 6 with Gig+ (802.11ax) หากต้องการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม ตัวเครื่องก็ยังมีพอร์ตที่ครบครันสำหรับการใช้งานทั่วไปด้วยเช่นกัน ที่สำคัญจากการที่มีพอร์ต USB 3.2 Type-C เทคโนโลยี USB PD (USB Power Delivery) ทำให้ชาร์จไฟได้สะดวกด้วย

NBS award 4 Mobility

 

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

รีวิว Lenovo

Lenovo Legion Slim 7 จัดว่าเป็นหนึ่ง Lenovo Legion Series สเปก AMD ปี 2021 ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ จากการที่ดีไซน์สวยเรียบง่ายแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไป กับความเบาเพียง 1.9 กิโลกรัม บาง 15.9 – 18.9...

Buyer's Guide

MSI Commart 2021 ช่วงปลายปีนี้ขนโน๊ตบุ๊คมาหลายรุ่นหลายราคา ทั้ง Gaming / Creator พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย อีกทั้งได้ของแถมจัดเต็มสุดๆ หลักๆ แล้วประกอบไปด้วย MSI Modern Series กับราคาเริ่มต้นไม่ถึง 20,000 บาท เน้นความบาง เบา เข้ากับไลฟ์ไสตล์สมัยใหม่ ซึ่งมีช่วงราคาที่หลากหลาย ได้ความคุ้มค่าตามแต่การใช้งาน โดยแต่ละรุ่นมีส่วนลดไม่เท่ากัน...

COMMART

Commart Bright 2021 งานใหญ่ปลายปีมาแล้ว!! โน๊ตบุ๊ครุ่นไหนน่าสน? โปรฯ ไหนเด็ดสะระตี่? วิธีเข้างานทำอย่างไร? บทความนี้อ่านทีเดียวจบ!! หลังจากงาน Commart เมื่อเดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมาก็เป็นเวลาร่วม 8 เดือนแล้ว ในที่สุด Commart Bright 2021 ก็กลับมาจัดที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ได้อีกครั้ง โดยปีนี้จะมีมาตรการการเข้างานที่รัดกุมยิ่งขึ้น...

COMMART

รวมโน๊ตบุ๊คทั้งสายทำงานและเกมมิ่งน่าโดนในงาน Commart Bright 2021 ไว้ให้เลือกแบบจัดเต็ม รุ่นไหนถูกใจตรงไปรูดบัตรเลย!  งาน Commart Bright 2021 ครั้งนี้เรียกว่าโปรโมชั่นมาแบบจัดเต็ม ขนโน๊ตบุ๊คสายทำงานและเกมมิ่งรวมทั้งพีซีและเกมมิ่งเกียร์มาให้เต็มงานให้เราเลือกซื้อกันได้แบบเต็มที่เลย ซึ่งผู้เขียนได้แนะนำโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าสนใจน่าโดนไปในบทความรวมโปรโมชั่นของ Commart ไปแล้ว 12 รุ่น แต่ถ้าแบ่งตามระดับราคาว่ามีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ก็บอกเลยว่ายังมีรุ่นน่าสนใจให้เลือกซื้ออีกเพียบ Advertisement สำหรับโน๊ตบุ๊คในบทความนี้จะรวมเครื่องสายทำงานและเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้ด้วยกันและแบ่งกลุ่มชัดเจนด้วยระดับราคาไปในตัว ซึ่งจากมุมมองของผู้เขียนแล้วเห็นว่าโน๊ตบุ๊คทำงานทั่วไปในชีวิตประจำวันนั้น ช่วงราคาไม่เกิน 30,000...