Connect with us

Hi, what are you looking for?

Buyer's Guide

Intel EVO Notebook แนะนำ 5 รุ่นน่าซื้อ สเปก Core i Gen 11 ที่มีความล้ำหน้า การันตีความแรงลื่น ดีไซน์บางเบา ใช้งานสะดวก แบตเตอรี่ยาวนาน

Intel EVO Notebook ถือว่าเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ของโน๊ตบุ๊คนับจากนี้ไป ด้วยแพลตฟอร์มบนโน๊ตบุ๊กที่มีการใช้ชื่อว่า Intel Evo ที่เป็นแบรนด์ต่อเนื่องจาก Project Athena โดยโน๊ตบุ๊กที่จะใช้แพลตฟอร์ม Intel Evo ได้ต้องใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake)

Intel EVO Notebook

ซึ่งในตลาดตอนนี้ก็มีพร้อมขายกันหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ต่างๆ อาทิ Acer / ASUS / HP / Dell / Lenovo (ในอนาคต Intel EVO Notebook จะมีตัวเลือกกันเยอะกว่านี้อีก) แน่นอนว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นความบางเบา พกพาสะดวก แต่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่สูง โดยหลักๆ แล้ว Intel Evo มีเงื่อนไขคุณสมบัติประสบการณ์การใช้งาน ได้แก่

  • ประสิทธิภาพสูง ใช้ชิปประมวลผล Core i5 / i7 ขึ้นไป, แรม 8GB ขึ้นไป, หน่วยความจำเป็น SSD NVMe 256GB ขึ้นไป
  • ประสิทธิภาพดีพอแม้ทำงานด้วยแบตเตอรี่ ใช้งานที่จอ Full HD ได้นานกว่า 9 ชั่วโมง
  • ชาร์จเร็ว ใช้เวลาชาร์จ 30 นาทีใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็วผ่าน USB-C (USB Power Delivery)
  • เปิดเครื่องต่ำกว่า 1 วินาที แล้วต้องพร้อมทำงานแทบจะทันที (Connected Standby และ Lucid Sleep)
  • มีฟีเจอร์ด้าน AI เช่น มีไมโครโฟนรับเสียงจากระยะไกล, ฟีเจอร์เร่งความเร็ว Deep Learning Boost
  • รองรับพอร์ต Thunderbolt 4, เชื่อมต่อเน็ตผ่าน Wi-Fi 6 (AX) Gig+  และมีตัวเลือกใช้เครือข่าย Gigabit LTE
  • Ultrabook / 2-in-1 Notebook ดีไซน์บางเบา และใช้ Precision Touchpad / รองรับปากกา

ซึ่งบทความนี้เราจะมาแนะนำ Intel EVO Notebook น่าซื้อ 5 รุ่น สเปก Core I Gen 11 ที่มีความล้ำหน้า การันตีความแรงลื่น ดีไซน์บางเบา ใช้งานสะดวก แบตเตอรี่ยาวนาน ที่แบ่งเป็น 5 รุ่น จาก 5 แบรนด์ด้วยกัน เพื่อจะได้เป็นตัวเลือกให้กับหลายๆ คนที่กำลังเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คที่บางเบาและได้ประสิทธิภาพสูง ฟีเจอร์รอบด้าน กับการได้แพลตฟอร์ม Intel Evo  ที่จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้นไปชมกันต่อเลย

Intel EVO Notebook

Intel EVO Notebook แนะนำ 5 รุ่นน่าซื้อ

Acer Swift 5

Acer Swift 5 (SF514-55) เป็นหนึ่งใน Intel EVO Notebook จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย โดยสเปกใช้ชิป Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake-U เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 nm+ ที่มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรกตัวแรง

แบ่งเป็นสเปกอย่าง Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ หลายเท่าตัว ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2 อีกทั้งได้ได้การเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Thunderbolt 4 อีกด้วย 

Intel EVO Notebook

Acer Swift 5 (SF514-55) มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 970 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB ที่แรงลื่นใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการอัปเกรด

รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

Intel EVO Notebook

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 (SF514-55) ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า 1 กก. ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับมากๆ

แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

Acer Swift 5 (SF514-55) ได้ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย แน่นอน สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย  ยังไงคนไหนมองหาโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ได้สเปกแรงๆ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ กว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปล่ะก็ ลองดูเป็น Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นนี้ได้เลย 

Lenovo YOGA Slim 7i Carbon

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon เป็นหนึ่งใน Intel EVO Notebook ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของไลน์ผลิตภัณฑ์ Yoga มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและความแข็งแกร่ง ให้ความคล่องตัวในการใช้งานด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 966 กรัมบนหน้าจอขนาด 13.3 นิ้วแบบ 16:10  และบางเพียงแค่ 14.25 มิลลิเมตร ทำให้เหนือชั้นกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุด 

ให้ความเหมาะมือจึงสามารถพกพาไปได้ในทุกที่ ตัวเครื่องที่สวยงามเรียบหรูนี้มาพร้อมกับความทนทานด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีขาว Moon White ซึ่งผ่านการทดสอบ 9 อย่าง ความทนทานเทียบได้กับมาตรฐานในระดับ MIL-STD-810G โดยมาพร้อมกับการรับประกันแบบ 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

จากการที่มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Intel Evo ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ถึงความอัจฉริยะของเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการออกแบบและทดสอบแล้วว่าให้การตอบสนอง ประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่และความสามารถในการชาร์จที่ดีและเร็วขึ้น

Intel EVO Notebook

ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 จึงให้การทำงานที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมได้เทคโนโลยีกราฟฟิก Intel Iris Xe ช่วยให้เครื่องแสดงผลเร็วขึ้น 3 เท่า และสามารถจัดการความร้อนได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และการส่งถ่ายข้อมูลผ่านพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ถึง 2 พอร์ต ความจุแบตเตอรี่สูงถึง 50 วัตต์

ทำให้ YOGA Slim 7i Carbon รองรับการเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานถึง 15 ชั่วโมง หรือใช้ทำงานทั่วไปได้นานถึง 13 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วอย่าง Rapid Charge Boost ให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพียงพอถึง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 15 นาที

Intel EVO Notebook

หน้าจอความละเอียดแบบ 2560×1600 Quad HD รองรับการแสดงผลกว่า 4 ล้านพิกเซล และความสว่างขนาด 300 nit ช่วยให้ทุกตัวหนังสือและทุกภาพคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้ง ค่าสีแสดงผลแบบ 100% sRGB colour gamut และรองรับ Dolby Vision HDR ให้สีสันสวยงามสมจริง ถนอมสายตาด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการรองรับสิทธิบัตร TÜV Rheinland Eye Comfort Certified ว่าสามารถช่วยลดการเมื่อยล้าของตา

คุณภาพเสียงจากลำโพง 2x2W Dolby Atmos  ให้อรรถรสการฟังในแบบ 3 มิติ พร้อมมีเทคโนโลยีการจัดการเครื่องอย่าง Lenovo Q-Control ที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อน  Lenovo Intelligent Thermal System 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและจัดการพลังแบตเตอรี่ ในส่วนของระบบปฏิบัติการได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที อีกทั้งมีโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปให้ใช้งานอีกด้วย

ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435

ASUS ZenBook 14 UX435 เป็น Intel EVO Notebook สเปก Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ที่เน้นความกะทัดรัด พกพาสะดวก ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค 2 จอสุดล้ำ ได้ดีไซน์ตัวเครื่องขอบจอบาง จากการใช้หน้าจอแสดงผล 14″ ขอบบางแบบ NanoEdge ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงซึ่งทำให้ ZenBook รุ่นนี้กลายเป็นโน๊ตบุ๊คมิติตัวเครื่องเทียบเท่าขนาด 13.3″ เท่านั้น เบาสุดเพียงแค่ 980 กรัม ส่วนตัวเครื่องก็บางเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น

โดดเด่นด้วย NumberPad 2.0 ที่เป็นแป้นตัวเลข ติดตั้งแทนที่ทัชแพดแบบเดิมๆ สเปกอื่นๆ ก็คาดว่าน่าสนใจด้วยหน่วยความจำแรมแรม 8GB พร้อมที่เป็นข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ในตัว ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย ส่วนประกันเป็น 3 ปี On-site และปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย

Intel EVO Notebook

วัสดุหลักเป็นอลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่างสีเทา อย่าง Pine Grey ให้ความหรูหราพรีเมียมไม่เหมือนใคร ตัวเครื่องเองก็ผ่านการทดสอบเรื่องความทนทานระดับ US MIL-STD 810G Military-Grade มาอยู่แล้ว วัสดุเป็นลิเธียมอัลลอยด์ที่ดีกว่าอลูมิเนียมอัลลอยด์ 

ได้ความปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้า 3D IR Camera ใช้งานผ่านทาง Windows Hello ที่สะดวกและง่ายกว่าการกรอกรหัสผ่านแบบเดิมๆ ตัวลำโพง ASUS ZenBook 14 UX435 เป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง 2 ตัว ระบบเสียง Harman/Kardon ให้ที่เสียงที่ดีมากทั้งความดังและคุณภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่เองก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 17 ชั่วโมงตามที่ทาง ASUS เคลมไว้

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอดโน๊ตบุ๊คที่หรูหราบางเบา แต่ก็ยังมาพร้อมความคุ้มค่าทำให้ ASUS ZenBook 14 UX425 มีความบางเบาที่สุด โดยบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 980 กรัม สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว

Intel EVO Notebook

ASUS ZenBook 14 UX435 ในเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อก็ถือว่ามีความครบครันตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คบางเบา อาทิ พอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 1 พอร์ต โดดเด่นด้วยการติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ 2 พอร์ต แน่นอนว่ารองรับการชาร์ไฟเข้าเครื่องทั้ง 2 พอร์ต ทั้งอแดปเตอร์อื่นๆ ที่เป็น PD หรือ Power Bank รวมถึงต่อหน้าจอแยก 4K / 8K อีกด้วย

ทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อหน้าจอก็จะมี HDMI มาให้ ส่วนช่องอ่าน micro-SD Card จะอยู่ด้านขวามือตัวเครื่อง ซึ่งการเชื่อมต่อหูฟังเป็นแบบ Combo ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรแบบปกติ และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็กเป็นหัว USB-C กะทัดรัดซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้ว 

Dell Inspiron 13 7306

Dell Inspiron 13 7306 จัดว่าเป็นหนึ่งใน Intel EVO Notebook ที่เป็น 2-in-1 Notebook รุ่นใหม่ล่าสุด ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ปลายปี 2020 หน้าจอ 13.3″ ขอบจอบางเฉียบ ความละเอียด Full HD / Ultra HD รองรับการทัชสกรีนและปากกา โดยมีช่องเก็บตรงบานพับในตัวที่ดูหรูหราไม่ซ้ำใคร

มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่บางเบาเล็กกระทัดรัด ที่เบาเพียง 1.27 กิโลกรัม และบางที่ 16.74 มิลลิเมตร ขอบจอก็บางเฉียบ แรมขนาด 8GB / 16GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล WVA ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย

Intel EVO Notebook

มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา ที่สำคัญคือติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้พร้อมใช้งานด้วย สนนราคา Dell Inspiron 13 7306 อยู่ที่ 42,990 บาท กับรุ่น Core i7-1165G7 ได้จอ Ultra HDส่วนถ้าเป็นรุ่น Core i5-1135G7 ได้จอ Full HD จะอยู่ที่ 33,990 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Dell Inspiron 13 7306 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ ในแบบยุคก่อนๆ เนื่องด้วยตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ที่สำคัญขอบจอยังบางเฉียบ โดยได้เลือกติดตั้งกล้อง IR มาเพื่อช่วยสแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งาน Windows 10 อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย

Intel EVO Notebook

เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Dell XPS 13 ที่เป็นรุ่นพี่ได้เป็นอย่างดี ทำให้ห้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ที่สำคัญ 2-in-1 Notebook มีการดีไซน์ที่เก็บปากกาล้ำๆ โดยติดตั้งอยู่ที่บานพับ ซึ่งอาศัยแม่เหล็กในการเก็บอีกที เรียกว่า Pen Garage อย่างที่น่าไม่ได้ใน 2-in-1 Notebook รุ่นอื่นๆ 

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ สีสันจะเป็น Element Black ออกแนวดำๆ เทาๆ เหมาะกับทั้งสาวๆ หรือหนุ่มๆ วัยทำงานยุคนี้ แล้วจะใช้เป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงตลอดทั้งตัวเครื่องเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ที่สำคัญอีกเรื่องก็คือบานพับก็เป็นอะลูมิเนียมที่แข็งแรงทนทานไม่ต่างจากตัวเครื่อง คอยทำหน้าที่หมุนหน้าจอได้ถึง 360 องศา ไว้ใช้ Multi Mode ทำให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

HP ENVY 13

อีกหนึ่ง Intel EVO Notebook จาก HP Notebook ที่มีความน่าสนใจมากๆ กับ HP ENVY 13 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่พร้อมความพรีเมียมหรูหรา และฟีเจอร์ความปลอดภัยจัดเต็ม ได้ความบางและเบามากๆ เน้นพกพา กับน้ำหนักเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น

นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ของ HP ที่เบาและบางที่สุดก็ว่าได้ ส่วนตัวคีย์บอร์ดนั้นก็ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ให้ส่วนลำโพงเป็น Bang & Olufsen ที่จัดว่าคุณภาพเสียงดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป อีกทั้งยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย

Intel EVO Notebook

HP ENVY 13 มี 2 สเปกให้เลือกคือรุ่น Core i5-1135G7 หรือ Core i7-1165G7 มาพร้อมกับชิปกราฟิก NVIDIA GeForce MX450 ที่ให้ประสิทธิภาพแรงพอๆ กับ GTX 960M ทำให้เล่นเกม 3 มิติออนไลน์ ได้ลื่นในระดับนึงทีเดียว สำหรับสเปกอื่นๆ ก็ยังติดตั้งแรมขนาด 8GB / 16GB DDR4 และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน

โดยหน้าจอเป็นความละเอียด Full HD ที่ได้พาเนล IPS คุณภาพสูง แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ส่วนการรับประกัน 3 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนมั่นใจ มีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ติดตั้งไว้มุมขวาล่างของคีย์บอร์ดไว้ให้ใช้งานกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งด้วย

Intel EVO Notebook

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ HP ENVY 13 จัดได้ว่าเป็น Ultrabook หน้าจอ 13.3″ ที่น่าสนใจอยู่พอสมควร จากการที่มีบางเบา ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ส่วนของวัสดุทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา รวมไปถึงดูหรูหรามีราคา

ที่สำคัญก็คือในส่วนของดีไซน์การเปิดตัวหน้าจอและคีย์บอร์ดที่จะทำมุมอย่างเหมาะสมเวลาเปิด ทำให้เวลาที่ใช้งานนั้นผู้ใช้จะรู้สึกว่าตัวเครื่องมีการระบายอากาศทางด้านล่างของโน๊ตบุ๊คออกไปอย่างรวดเร็วและให้ความรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นเวลาพิมพ์ ส่วนสีสันได้เป็นสีเงิน Natural Silverโดยบานพับเป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ที่แลดูแข็งแรงทนทานเข้ากับเครื่อง อาศัยระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมเพียงตัวเดียวก็เอาอยู่แบบสบายๆ 

แพลตฟอร์ม Intel EVO Notebook นี้จะมาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5 หรือ i7 เจนเนอเรชั่น 11 สุดล้ำสมัยที่ได้รับการติดตั้งกราฟิก Intel Iris Xe ที่ดีเทียบเท่าการ์ดจอแยก พร้อมส่งมอบประสิทธิภาพโดยรวมที่รวดเร็ว และประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งกว่าเดิม ในทุกๆ ด้านของการใช้งาน อย่างการพกพา การตอบสนอง และแบตเตอรี่ยาวนาน

Intel EVO Notebook

อย่างไรก็ตามไม่ใช่โน๊ตบุ๊กบางเบาทุกรุ่นที่จะได้แพลตฟอร์มนี้ ตรงนี้เราต้องตรวจกันอีกที ซึ่งดูง่ายๆ ผ่านทางสติ๊กเกอร์ที่แปะไว้ที่ตัวเครื่องได้เลย ซึ่งที่เรานำมาแนะนำในบทความนี้ 5 รุ่น เป็น Intel EVO Notebook อย่างแน่นอนครับ โดยในตลาดตอนนี้ก็มากกว่า 5 รุ่นนี้ด้วย ไว้โอกาสหน้าเราจะมาแนะนำกันใหม่อีกที 

Lenovo YOGA Slim 9i Review 122

 

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

CONTENT

ทัวร์นาเมนต์สำหรับมือใหม่ ACER Thailand X INTEL จัดศึกทัวร์ Nitro Night Gaming | Fight Like A Pro สู้อย่างโปร สู้อย่างมืออาชีพ เงินรางวัลรวมกันกว่าแสนบาท!! โดยสมัครแข่งขันได้ที่ Planet9.gg เท่านั้น ACER Thailand X INTEL...

Special Story

MSI Summit E13 Flip กับ MSI Summit E16 Flip พี่น้องซีรี่ส์ Summit เพื่อคนทำงาน แต่ตัวไหนจะตอบโจทย์ของเราที่สุดนะ? MSI Summit E13 Flip กับ MSI Summit E16 Flip ทั้งสองพี่น้องในซีรี่ส์ Summit...

Buyer's Guide

คอม งบ 5000 เล่นเกมออนไลน์ ทำงานเอกสาร ท่องเน็ต Work from Home ดูหนัง 4K คอม งบ 5000 บาท การประกอบคอมด้วยงบน้อยๆ ในปัจจุบันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่ ด้วยสถานการณ์ของการ์ดจอที่มีราคาสูง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ขาดตลาดและหาได้ยาก จึงทำให้การจัดสเปคระดับต่ำกว่า 10,000 บาท อาจจะต้องพิจารณาให้ดี...

Buyer's Guide

เมนบอร์ดถูก Vs เมนบอร์ดแพง 2021 ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี เรามีคำตอบให้ ปัจจุบันเมนบอร์ดเมนบอร์ดในตลาดมีตัวเลือกมากมาย แต่เคยสงสัยมั้ยครับว่า เมนบอร์ดถูก Vs เมนบอร์ดแพงได้อย่างไร ทั้งที่ชิปเซ็ตเดียวกัน รุ่นเดียวกัน แต่กลับมีให้เลือกทั้งราคาประหยัด และแบบที่สูงลิบลิ่ว ซึ่งบางครั้งทำเอาคนซื้อเลือกไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าควรจะเพิ่มเงินซื้อเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ตพื้นฐาน แต่ฟีเจอร์ดีๆ หรือจะใช้เมนบอร์ดที่มีชิปเซ็ตดีๆ ตัวท็อปๆ แต่เป็นซีรีส์ธรรมดา และในแต่ละส่วนต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่กำลังจะประกอบคอมใหม่...