Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Tips & Tricks

15 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่าย ไม่ติดลายน้ำ อัพเดต 2021

รวมโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สำหรับสายฟรี ที่น่าใช้งาน ใช้ง่ายตัดได้รัวๆ

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ไม่ติดลายน้ำ 2021

ในการทำงานด้านมัลติมีเดียหรือการทำงานด้านอื่น ๆ นั้น ในทุกวันนี้คงหนีไม่พ้นการทำวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอนำเสนองาน หรือโปรโมทงาน หลายอาชีพหรือแม้กระทั่งนักเรียนนักศึกษาก็อาจต้องทำงานวิดีโอทีมงาน Notebookspec จึงมาแนะนำ 15 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่ายแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้ได้อย่างสบาย และที่สำคัญไม่ติดลายน้ำด้วย

แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า โปรแกรมที่ฟรีนั้น หลาย ๆ ตัวก็อาจจะต้องแลกมาด้วยการจำกัดฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งถ้าเราต้องการที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็อาจจะต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแลกมากับโปรแกรมที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ซึ่ง 15 โปรแกรมฟรีที่ดีและใช้ง่าย (อัพเดต 2020) นั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

Advertisement

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่าย ไม่ติดลายน้ำ อัพเดต 2021

1. Lightworks Free Edition

Lightworks เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่มีความสามารถเทียบเท่ากับโปรแกรมระดับสูงที่ต้องเสียเงินซื้อเลยทีเดียว มาพร้อมเครื่องมือมากมาย สามารถตัดต่อได้ทั้งงาน Video, Audio ได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมเครื่องมือและลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกันกับการ์ดจอทั้ง AMD และ NVIDIA โปรแกรมนี้ยังมาพร้อมกับการทำงานแบบ Real-Time ที่สามารถอัพโหลดวิดีโอของขึ้น Youtube, Facebook, Twiiter และอื่น ๆ ได้ทันที

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : Lightworks

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: lwks

2. Openshot

Openshot เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดยทีมงานจากบริษัท OpenShot Studios ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ มีรูปแบบการใช้ที่หลากหลาย มีเครื่องมือครบครัน และสามารถใช้งานได้ง่าย ตัวโปรแกรมมีฟังก์ชั่นในการแทรกไฟล์เสียง (Audio files) เข้าไปในตัววิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกับมีฟีเจอร์การ Preview เพื่อดูวิดีโอก่อนที่จะแก้ไขวิดีโอได้แบบ Real-Time สามารถส่งออกไฟล์เป็น 4K UHD 60fps ได้ โปรแกรม Openshot ยังสามารถตกแต่งแสงและสีของวิดีโอผ่านการใช้ Effect ที่มีให้เลือกมากมาย และยังสามารถใส่ตัวอักษรทั้งแบบธรรมดาและแบบสามมิติลงไปในวิดีโอได้ด้วย แต่มีข้อที่น่าสังเกตของเจ้าโปรแกรมตัวนี้ก็คือค่อนข้างที่จะมีอาการ Bug บ่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม Openshot นั้นเป็นโปรแกรมประเภท Open Source จึงเปิดโอกาสให้เหล่าผู้พัฒนาโปรแกรมคนอื่น ๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปพัฒนาต่อได้ ส่งผลให้ตัวโปรแกรมมีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Openshot

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: openshot

3. Shotcut

Shotcut เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ Open Source ที่ฟรี มีคุณสมบัติมากมายและใกล้เคียงกับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้การตัดต่อวิดีโอ หรือมือสมัครเล่นที่ต้องการตัดต่อวิดีโอให้ออกมาได้อย่างมืออาชีพ มาพร้อมเครื่องมือมากมายและครบครัน รองรับการแปลงไฟล์ ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ได้หลากหลาย โปรแกรมยังสามารถตัดต่อได้ตั้งแต่ไฟล์ได้ตั้งแต่ความละเอียดแบบ SD, HD, 2K และสูงสุดอย่าง 4K

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Shotcut

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: shotcut

4. Davinci Resolve 16

โปรแกรม Davinci Resolve 16 เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ที่กำลังมองหาโปรแกรมสำหรับแก้ไขสีของวีดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ทำภาพยนตร์ หนังสั้น ฯลฯ โปรแกรมยังมาพร้อมเครื่องมือสำหรับ Color grading ที่ให้คุณภาพสูงระดับ 32-bit และสามารถแก้ไขสีสันเฉดต่าง ๆ ได้มากมาย แถมตัวโปรแกรมทำงานค่อนข้างไว แต่ในเวอร์ชันที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันอย่างฟรี ๆ นั้น ในบางเครื่องมือก็จะถูกจำกัดไว้ หรือบางฟิลเตอร์ก็จะมีลายน้ำติดอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Davinci Resolve 16 ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ดีมีประสิทธิภาพและน่าใช้งาน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Blackmagicdesign

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: blackmagicdesign

5. HitFilm Express

Hitfilm Express โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่ฟรี มีครบเครื่องทั้งเรื่องตัดต่อ แก้ไข (Editor) และการใส่ VFX (Visual Effects) ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ลงบนวิดีโอประเภทต่าง ๆ โปรแกรมนี้ถูกพัฒนาโดยทีมผู้พัฒนา FXhome ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดกันได้แบบฟรี ๆ แต่มีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานโดยรวมแต่อย่างใด รูปแบบหน้าตาการใช้งานของโปรแกรมนี้นั้นดูเรียบหรู เข้าใจง่าย มีการจัดเรียงเครื่องมือต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบ ฟังก์ชันหลัก ๆ ที่อยู่ในเวอร์ชันฟรีนั้นก็ได้แก่ การครอบวิดีโอ, รวมวิดีโอ, เพิ่มเพลง, เพิ่ม Transition/Credit, เพิ่มมาสก์ (Mask), เพิ่มเอฟเฟคท์ (Effect) ที่เราสามารถสร้างเองก็ได้, และปรับสีของวิดีโอได้ตามต้องการ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: HitFilm Express

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: fxhome

6. Videopad

Videopad เป็นโปรแกรมมสำหรับการตัดต่อวิดีโอที่เหมาะมาก ๆ สำหรับมือใหม่ ตัวโปรแกรมมีการสอนการตัดต่อให้กับผู้เริ่มต้นฟรีด้วย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้เน้นการใช้งานง่ายเป็นหลัก เน้นการใช้หลักการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop) มาพร้อมกับ Effect ไม่ว่าจะเป็นการสลับหน้าจอ, เปลี่ยนฉาก (Transition Effects) และลูกเล่นอื่น ๆ กว่า 50 แบบให้ได้เลือกใช้งาน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การปรับความช้า-เร็วของวิดีโอได้ด้วย เผื่อให้งานที่ออกมานั้นมีความเป็นมืออาชีพมากที่สุด นอกจากนี้ยังรอบรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น avi, mpeg, wmv, divX, Xvid, mpeg, mp4, mov, gif, jpg, png, tif ฯลฯ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Videopad

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: nchsoftware

7. Movavi Video Editor

โปรแกรม Movavi Video Editor มีเครื่องมือการใช้งานที่จำเป็นทุกอย่างสำหรับการตัดต่อไฟล์มัลติมีเดีย มีเครื่องมือสำหรับการสร้างวิดีโอที่สวยงาม มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟฟิกทั้ง AMD และ NVIDIA ในระหว่างการเรนเดอร์วิดีโอ มีเครื่องมือการประมวลไฟล์เสียงที่ดีโดยผู้ใช้สามารถเพิ่ม Soundtrack, เสียงจากไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ดนตรีต่าง ๆ ลงไปในวิดีโอได้ นอกจากนี้เครื่องมือยังมีความเรียบง่าย แม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้งานได้สบาย

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Movavi Video Editor

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: movavi

8. VSDC Free Video Editor

VSDC เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ใช้งานง่าย รองรับไฟล์หลากหลาย มีเครื่องมือให้ใช้มากมายและครบกันไม่ว่าจะเป็น ความสามารถใส่เอฟเฟค (Effect) ให้กับไฟล์ Video หรือไฟล์ Audio เช่น Color Correction, Object Transformation, Object Filters, Transition Effects ฯลฯ โปรแกรมยังสนับสนุนการตัดต่อวิดีโอแบบ HD ในระดับ 30fps และ 1080p ซึ่งให้ความคมชัดสูงสุด สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวเป็นวิดีโอในรูปแบบวัตถุเคลื่อนไหว (Animated Object) ได้จากภาพนิ่งที่มีอยู่ในเครื่อง ทั้งนี้ VSDC จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอในปัจจุบัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VSDC

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: videosoftdev

9. Kdenlive

โปรแกรม Kdenlive (โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ KDE แบบ Non-Linear) สามารถสร้างผลงานด้านวิดีโอได้ตั้งแต่ระดับเบสิคไปจนถึงระดับมืออาชีพ รองรับการใช้งานร่วมกับไฟล์มัลติมีเดียได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์วิดีโอ (Video Files) ไฟล์เสียง (Audio Files) หรือ ไฟล์รูปภาพ (Image Files) โปรแกรมมีเอฟเฟคสำหรับแต่งวิดีโอและเสียงให้เลือกมากมาย ทั้งยังสามารถย้าย, บล็อก, และเปิดหรือปิดไฟล์ที่ต้องการได้ และที่สำคัญผู้ใช้สามารถ import ไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงได้เกือบทุกประเภทโดยไม่ต้องแปลงไฟล์ก่อน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Kdenlive

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: kdenlive

10. Adobe Premiere Pro

โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่เรียกได้ว่ายอดฮิต ยอดนิยม และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ เพราะโปรแกรม Adobe Premiere Pro สามารถรองรับการตัดต่อที่มีความละเอียดต่ำไปจนถึงความละเอียดสูง ไฟล์ขนาดเล็กไปจนถึงไฟล์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K, 5K และ 6K เลยทีเดียว แถมยังใช้งานร่วมกันกับโปรแกรมอื่น ๆ ในตระกูล Adobe ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Illustrator, After effect ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 

โปรแกรม Vegas Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 7 วัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Adobe Premiere Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: blog.adobe

11. Windows Video Editor (Windows Movie Maker)

โปรแกรมติดเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows ที่มีชื่อเดิมที่คุ้นหูกันว่า Windows Movie Maker นั่นเอง ข้อดีของโปรแกรมนี้ก็คือเราไม่ต้องไปหาดาวน์โหลดเพิ่มเลยเพราะจะมีติดเครื่องมาอยู่แล้ว และที่สำคัญใช้งานง่ายแหละเหมาะกับมือใหม่มาก ๆ และก็มีข้อสังเกตอยู่เหมือนกันตรงนี้โปรแกรมนี้รองรับไฟล์ได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอเฉพาะทางอื่น ๆ แต่สำหรับใครที่ต้องการนำวิดีโอมาใส่เพลง ใส่เอฟเฟค ในแบบที่ใช้งานง่ายๆ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีตัวนี้ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีมาก ๆ เลยทีเดียว

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

12. Vegas Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวนี้จะเน้นไปที่การตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพและความละเอียดสูง รองรับไฟล์หลากหลายรูปแบบ เหมาะกับงานหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ตัดต่อหนังสั้นไปจนถึงทำงานระดับโปรดักซ์ชันโฆษณา ภาพยนตร์ หรือสื่อบันเทิงอื่น ๆ ตัวโปรแกรมมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น Motion tracking, World-class Video Stabilization (ปรับภาพสั่นให้นิ่งได้), HLG HDR Support (ปรับแต่งแสงละสีให้ดูสดใส) เป็นต้น รองรับการตัดต่อไฟล์หลายคุณภาพตั้งแต่ SD, HD, 2K, 4K ไปจนถึง 8K

โปรแกรม Vegas Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Vegas Pro Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: vegascreativesoftware

13. VideoStudio Pro

VideoStudio Pro ตัวนี้เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้ในการตัดต่อวิดีโอ คลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว มีเครื่องมือให้เลือกใช้งานมากมาย รองรับวิดีโอระดับ Ultra HD และล่าสุด 4K สามารถ export วิดีโอเป็นไฟล์ได้หลากหลายนามสกุล เช่น ไฟล์ AVI, ไฟล์ MPEG-2, ไฟล์ MPEG-4, ไฟล์ WebM, ไฟล์ WMA, HTML5 เป็นต้น

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

โปรแกรม VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VideoStudio Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: videostudiopro

14. Wondershare Filmora

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีที่มาจากผู้พัฒนา Wondershare มีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลายและครบครัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการตัดต่อ การใส่เอฟเฟค ใส่ตัวอักษร หรือปรับแต่งเสียง หน้าตาการใช้งานของโปรแกรมได้รับการออกแบบมาให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย รองรับไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K และยังรองรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง และไฟล์รูปภาพ เช่น MP4, AVI, FLV, MKV, MOV, MEPG,MP3, WMV, M4A, JPG, BMP, GIF, JFIF ฯลฯ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

ข้อสังเกต: ในเวอร์ชันฟรีนั้นการ export หรือ render วิดีโออาจมีลายน้ำ ถ้าใครที่ไม่ต้องการลายน้ำก็จะต้องซื้อโปรแกรมตัวเต็มมาใช้งาน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Wondershare Filmora Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: filmora.wondershare

15. PhotoStage

โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรมจาก NCH Software ประเทศสหรัฐอเมริกา โปรแกรม PhotoStage ตัวนี้เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้าง Slideshow จากภาพวิดีโอหรือจากภาพนิ่งที่มาจากกล้องถ่ายรูปได้ และสามารถใส่เพลงประกอบได้ด้วย ทั้งยังมีเอฟเฟคและลูกเล่นมากมายให้เลือกใช้งาน หน้าตาของโปรแกรมก็ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แม้จะเป็นมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวล โปรแกรมรองรับไฟล์ในระดับความคมชัดสูงสุด Full HD (720p และ 1080p)

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Photostage

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: nchsoftware

ตารางเปรียบเทียบโปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีแต่ละโปรแกรม

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอระบบที่รองรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจข้อสังเกต
1. Lightworks Free EditionWindows, macOS, Linux– ตัดต่อได้ทั้งงาน Video, Audio
– รองรับการทำงานร่วมกันกับการ์ดจอทั้ง AMD และ NVIDIA
– ทำงานแบบ Real-Time ที่สามารถอัพโหลดวิดีโอของขึ้น Youtube, Facebook, Twiiter และอื่น ๆ ได้ทันที
อาจมีลูกเล่นไม่มาก เมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่นๆ
2. OpenshotWindows, macOS, Linux– มีฟังก์ชันในการแทรกไฟล์เสียง (Audio files) เข้าไปในตัววิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
– มีฟีเจอร์การ Preview
– ส่งออกไฟล์เป็น 4K UHD 60fps ได้
– ค่อนข้างที่จะมีอาการ Bug บ่อย
– เป็นโปรแกรมประเภท Open Source
3. ShotcutWindows, macOS, Linux– องรับการแปลงไฟล์ ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ได้หลากหลาย
– ตัดต่อได้ตั้งแต่ไฟล์ได้ตั้งแต่ความละเอียดแบบ SD, HD, 2K และ 4K
เป็นโปรแกรมประเภท Open Source
4. Davinci Resolve 16Windows, macOS, Linux– มาพร้อมเครื่องมือสำหรับ Color grading ที่ให้คุณภาพสูงระดับ 32-bit
– รองรับการแก้ไขสีของวีดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ทำภาพยนตร์ หนังสั้น ฯลฯ 
เวอร์ชันฟรี บางเครื่องมือจะถูกจำกัดไว้ หรือบางฟิลเตอร์ก็จะมีลายน้ำติดอยู่
5. HitFilm ExpressWindows, macOS– ครบเครื่องทั้งเรื่องตัดต่อ แก้ไข (Editor) และการใส่ VFX (Visual Effects) ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ
– ฟังก์ชันหลักๆ ในเวอร์ชันฟรี ได้แก่ การครอบวิดีโอ, รวมวิดีโอ, เพิ่มเพลง, เพิ่ม Transition/Credit, เพิ่มมาสก์ (Mask), เพิ่มเอฟเฟคท์ (Effect), ปรับสี ฯลฯ
เวอร์ชันฟรีจะมีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้
6. VideopadWindows, macOS– เน้นการใช้หลักการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop)
– มาพร้อมกับ Effect ไม่ว่าจะเป็นการสลับหน้าจอ, เปลี่ยนฉาก (Transition Effects) และลูกเล่นอื่น ๆ กว่า 50 แบบ
– รอบรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น avi, mpeg, wmv, divX, Xvid ฯลฯ
เวอร์ชันฟรีจะมีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้
7. Movavi Video Editor
Windows, macOS– มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟฟิกทั้ง AMD และ NVIDIA
– มีเครื่องมือการประมวลไฟล์เสียง
– สามารถเพิ่ม Soundtrack, เสียงจากไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ดนตรีต่าง ๆ ลงไปในวิดีโอได้
เวอร์ชันฟรีจะมีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้
8. VSDC Free Video EditorWindows– เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear
– สนับสนุนการตัดต่อวิดีโอแบบ HD ในระดับ 30fps และ 1080p
เวอร์ชันฟรีจะมีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้
9. KdenliveWindows, macOS, Linux– เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear
– รองรับการใช้งานร่วมกับไฟล์มัลติมีเดียได้หลากหลายรูปแบบ
10. Adobe Premiere ProWindows, macOS– รองรับการตัดต่อที่มีความละเอียดต่ำไปจนถึงความละเอียดสูง
– รองรับไฟล์ขนาดเล็กไปจนถึงไฟล์ขนาดใหญ่
– ใช้งานร่วมกันกับโปรแกรมอื่น ๆ ในตระกูล Adobe ได้
มีเวอร์ชันทดลองใช้ฟรี แต่หากต้องการเวอร์ชันเต็มจะต้องเสียค่าใช้จ่าย
11. Windows Video EditorWindows– มีติดเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows
– เหมาะสำหรับมือใหม่
– เครื่องมือน้อยเมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่น
– รองรับไฟล์ได้ค่อนข้างน้อย
12. Vegas ProWindows–  เหมาะกับงานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตัดต่อหนังสั้นไปจนถึงทำงานระดับโปรดักซ์ชันโฆษณา ภาพยนตร์
– มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น Motion tracking, World-class Video Stabilization (ปรับภาพสั่นให้นิ่งได้), HLG HDR Support เป็นต้น
เวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน หากต้องการเวอร์ชันเต็มจะต้องเสียค่าใช้จ่าย
13. VideoStudio ProWindows– รองรับวิดีโอระดับ Ultra HD และล่าสุด 4K
–  export วิดีโอเป็นไฟล์ได้หลากหลายนามสกุล เช่น ไฟล์ AVI, ไฟล์ MPEG-2, ไฟล์ MPEG-4 เป็นต้น
– เวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน หากต้องการเวอร์ชันเต็มจะต้องเสียค่าใช้จ่าย
14. Wondershare FilmoraWindows, macOS– รองรับไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K
– รองรับไฟล์ที่หลากหลาย เช่น MP4, AVI, FLV, MKV, MOV, MEPG เป็นต้น
– เครื่องมือครบครัน ทั้งใส่เอฟเฟก ตัวอักษร แต่งสี ฯลฯ
ในเวอร์ชันฟรีนั้นการ export หรือ render วิดีโออาจมีลายน้ำ
15. PhotostageWindows– สร้าง Slideshow จากภาพวิดีโอหรือจากภาพนิ่งที่มาจากกล้องถ่ายรูปได้
– ใส่เพลงประกอบได้
– องรับไฟล์ในระดับความคมชัดสูงสุด Full HD (720p และ 1080p)
อาจมีลูกเล่นไม่มาก เมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่นๆ

และทั้งหมดนี้คือ โปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอฟรี ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ง่ายๆ และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ดี ประสิทธิภาพการตัดต่องานวิดีโอก็ทำได้เยี่ยม แม้จะเป็นมือใหม่หัดใช้ก็สามารถใช้ได้ไม่ยากจนเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบางตัวที่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ฟังก์ชันที่ครบครันนั้น ทีมงานเองมีความคิดเห็นว่า คงจะคุ้มค่าไม่น้อยหากเรายอมเสียเงินไปเพื่อคุณภาพงานที่ดีเยี่ยมและเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Thaiware


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

สมัคร Gmail ใหม่, สมัคร gmail ไม่ได้
แอพแต่งรูป
YouTube Download ดาวน์โหลด youtube
แอพ VPN
ย้ายรูป iPhone
ลบไฟล์ขยะ Windows 10
Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ช่วงนี้คนเล่นการ์ดจอ AMD โดยเฉพาะฝั่ง Windows อาจจะใจหายแวบกันไปแล้วหนึ่งรอบ หลัง AMD ประกาศว่าไดรเวอร์สำหรับ RDNA 1 (RX 5000 series) และ RDNA 2 (RX 6000 series) จะเข้าสู่ “maintenance mode” หรือโหมดบำรุงรักษา ทำให้หลายคนเข้าใจว่าต่อไปการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพเกมอาจจะลดลงหรือหยุดไปเลย...

IT NEWS

Microsoft Edge 141 อัปเดตใหม่ มีอะไรเปลี่ยนบ้าง เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2025 Microsoft ได้ปล่อยอัปเดตใหม่ Edge เวอร์ชัน 141 บนช่องทาง Stable ซึ่งมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ผู้ใช้ทั่วไปและฝั่งองค์กรควรรู้ โดยมีทั้งเรื่องของการเปลี่ยนเอนจินอ่าน PDF, การปรับด้านความปลอดภัย, รวมถึงฟีเจอร์ใหม่อย่าง การแปลเสียงวิดีโอแบบเรียลไทม์ Advertisement PDF...

IT NEWS

AMD ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Fast Motion Response ลงในเทคโนโลยี AFMF (AMD Fluid Motion Frames) เวอร์ชัน 2.1 ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการสร้างเฟรมเสริม (Frame Generation) ในฉากที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว โดยปกติแล้ว AFMF จะเลือกปิดการทำงานเมื่อพบว่าฉากมีการเคลื่อนไหวมากเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพลดลงในบางเกม ฟีเจอร์ใหม่นี้จึงถูกพัฒนาเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว Advertisement อย่างไรก็ตาม...

IT NEWS

AMD Fluid Motion Frames 3 (AFMF 3) เทคโนโลยี Frame Generation รุ่นใหม่ AMD กำลังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านกราฟิกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการค้นพบว่า Fluid Motion Frames 3 (AFMF 3) ได้ถูกระบุอยู่ในไดรเวอร์รุ่นใหม่ของการ์ดจอ Radeon แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าฟีเจอร์นี้อาจจะเปิดตัวในเร็ว...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก