Connect with us

Hi, what are you looking for?

REVIEW

MSI GL75 Leopard สเปก i7-10750H + GTX 1650 จอ 17.3″ IPS 144Hz สุดคุ้ม 35,900 บาท

MSI GL75 Leopard จัดว่าเป็น Gaming Notebook จากทาง MSI Notebook ปี 2020 ที่ได้หน้าจอ 17.3″ IPS 144Hz ที่น่าซื้อที่สุดรุ่นนึงในตลาด สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H มาพร้อมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 16 Series อีกทั้งตลอดที่ผ่านมาทาง MSI

MSI GL75 Leopard จัดว่าเป็น Gaming Notebook จากทาง MSI Notebook ปี 2020 ที่ได้หน้าจอ 17.3″ IPS 144Hz ที่น่าซื้อที่สุดรุ่นนึงในตลาด สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H มาพร้อมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 16 Series อีกทั้งตลอดที่ผ่านมาทาง MSI จริงจังกับการพัฒนาโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยการแบ่งซีรีส์ออกอย่างชัดเจนและหลากหลาย อย่างล่าสุดอย่าง MSI GL75 Leopard ที่เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางมาพร้อมประสิทธิภาพสูง ราคาคุ้มค่าไม่แพงเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ เริ่มเพียง 35,900 บาท

สเปกหลักๆเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ตัวแรงยอดนิยมสุดๆ มาพร้อมกับการ์ดจอให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti ที่สำคัญได้แรมมาจัดเต็มที่ 16GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB พร้อมใช้งานลื่นไหลทันที หน้าจอใหญ่ 17.3″ Full HD พาเนล IPS แบบ 144Hz คุณภาพเยี่ยม มี Windows 10 แท้ ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานง่ายและสะดวก ดีไซน์ใหม่ สวยล้ำกว่าเดิม เบาเพียง 2.6 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

VDO Review

NBS Verdict

ในกลุ่มของ Gaming Notebook หน้าจอขนาด 17.3″ สำหรับ MSI GL75 Leopard นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ กับช่วงงบประมาณ 3x,xxx บาท ที่ได้ในส่วนของสเปกที่แรงลื่นเหมาะสมกับการนำไปเล่นเกมแน่นอน โดยได้หน้าจอ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหล อีกทั้งได้ฟีเจอร์ Gaming บางส่วนของ MSI G Series ที่ยกมาจากรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคีย์บอร์ด SteelSeries ระบบระบายความร้อย Cooler Boots 5 ระบบเสียง Nahimic และระบบเสียง Giant Speaker ซึ่งจัดว่าเป็นฟีเจอร์ที่ดี แต่อย่างไรด็ตามต้องยอมรับว่าหน้าตาของ MSI GL75 Leopard ก็ยังมีความเดิมๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้าแต่อย่างใด เข้าใจว่าเป็นการใช้ฟอร์มแบบนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว ก่อนเปลี่ยนไปใช้หน้าตาทิศทางเดียวกับรุ่นพี่อย่าง GE66 / GS66 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด 

อย่างไรก็ตาม MSI GL75 Leopard ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว ถือว่าเป็นรุ่นน้องร่างแยกของ MSI GP Series ก็ว่าได้ ส่งผลให้มีหลายอย่างเป็นรองอยู่ ยังเรื่องของดีไซน์วัสดุที่ใช้พลาสติกเป็นส่วนมาก และตัวคีย์บอร์ดเองแม้จะเป็น SteelSeries แต่ก็ยังไม่ใช้แบบ Per-Key RGB ที่ปรับแต่งไฟได้ รวมไปถึงฟีเจอร์เล็กๆ บางอย่างก็ถูกตัดออก และความร้อนของชิปประมวลผลก็อาจจะดูสูงไปหน่อย แต่ด้วยราคาที่คุ้มค่ามากๆ เพียง 35,900 – 38,900 บาท ทำให้ MSI GL75 Leopard เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ ที่ครบเครื่องที่สุด ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ถือว่ามีความคุ้มค่ากว่าพอสมควร ใครตั้งใจจะซื้อ สามารถสอบถามไปที่ MSI Gaming Shop หรือร้านจำหน่ายโน๊ตบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศกันได้เลย

ข้อดี

  • หน้าจอขนาด 17.3″ขอบจอบาง พาเนล IPS แบบ 144Hz เล่นเกมและใช้งานได้ลื่นไหลสบายตา
  • สเปคสูงและใหม่ล่าที่มาพร้อมกับ Intel Core i7-10750H + GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti
  • แรมให้มา 16GB และ SSD M.2 NVMe ที่ 512GB แรงลื่น แทบไม่ต้องอัพเกรดแล้ว
  • ประสิทธิภาพในการทำงานและเล่นเกมลื่นไหล สมบูรณ์แบบที่สุดรุ่นนึง
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันที่ให้ทั้ง USB 3.1 Type C, mini Display Port และช่องเสียบหูฟังไมค์แยกออกจากัน
  • รองรับการอัปเกรด HDD 2.5″ SATA 3 อีกตัวทันที
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 พัดลม 2 ตัว ฮีทไปป์ 7 เส้น ช่องระบายความร้อน 4 ช่อง
  • คีย์บอร์ด SteelSeries ให้สัมผัสที่นุ่มลื่นมือ พร้อมไฟสีแดงสวยงาม 
  • มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที และซอฟต์แวร์ติดเครื่องมาให้ที่ดี
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 5 ชั่วโมง
  • มิติตัวเครื่องเล็กกว่ารุ่นหน้าจอ 17.3″ ทั่วไป ทำให้พอที่จะพกพาใส่กระเป๋าเป้ได้

ข้อสังเกต

  • คุณภาพหน้าจอการแสดงขอบเขตสีอยู่ในระดับกลางๆ
  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์ งานประกอบแน่นวัสดุดี แต่ก็ใช้โมเดลนี้มาซักพักแล้ว
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นกับชิปประมวลผลเวลาเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ค่อนข้างสูง แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานใดๆ
  • น่าเสียดายไม่รองรอบรับการใส่ SSD M.2 อีก 1 ตัว ต่างจากรุ่นพี่

Specification


*** เครื่องจริงรุ่นนี้เป็นไฟคีย์บอร์ดสีแดงสีเดียว***

MSI GL75 Leopard ปี 2020 รุ่นที่เราได้รับมารีวิวเป็นเครื่องขายจริง ด้วยสเปกเป็นชิปประมวลผลตัวแรง Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงและยอดนิยมที่สุดใน Gaming Notebook ทุกๆ รุ่น ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด รองรับหลากหลายการใช้งานแบบเหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) เรียกได้ว่าตอบสนองการเล่นเกมได้เต็มที่ในการเล่นเกม 3 มิติแน่นอน อีกสเปกก็จะได้เป็นการ์ดจอที่แรงกว่า คือ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6)

หน้าจอขนาด 17.3″ แบบด้านขอบหน้าจอบาง ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ได้หน่วยความจำแรมมาขนาด 16GB DDR4 Bus 2666MHz ที่เพียงพอในการใช้งาน ซึ่งสามารถอัปเกรดเพิ่มได้อีก 1 แถวทันที โดยรองรับสูงสุดที่ 64GB และในส่วนของที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่เร็วแรงลื่น และรองรับการอัปเกรดเพิ่ม HDD 2.5″ SATA 3 อีก 1 ตัวได้เลย ตัวเครื่องยังมีลำโพง 2 ชาแนลแบบ Giant Speaker กำลัง 2 x 3W บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45 การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX น้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.6 กิโลกรัม ได้ประกัน 2 ปี มี Windows 10 แท้ โดยสนนราคาอยู่ที่ 35,900 – 38,900 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็น Gaming Notebook ในช่วงราคานี้ที่น่าสนใจมากๆ เพราะได้ทั้งสเปกและฟีเจอร์ที่จัดเต็มเหมือนตระกูล GP ในราคาถูกลงกว่าเดิมเยอะ

Hardware / Design

หน้าตาการออกแบบเอง MSI GL75 Leopard ปี 2020 รุ่นใหม่ ต้องบอกว่าแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน วัสดุโดยรวมใช้เป็นพลาสติกเกรดดีและโลหะ โดยให้มิติตัวเครื่องที่กระชับ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน

โดย MSI GL75 Leopard ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีแดง ที่แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แต่ได้มิติตัวเครื่องเทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้วแบบเดิมๆ ทำให้พกพาได้ง่ายกว่ารุ่นหน้าจอ 17.3 นิ้วแบบสมัยก่อนมาก

ให้ประสบการณ์ใช้งานเต็มตาสุดๆ แกนฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อน ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานพร้อมมี Numpad มาให้ปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือขึ้น ซึ่ง MSI GL75 Leopard ทุกรุ่นเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

ซึ่งคีย์บอร์ดเหนือชั้นกว่าเพราะเป็นของ SteeSeries พร้อมมีไฟทั้งแบบสีแดงสีเดียว (จะมีรุ่น MSI GP Series สเปกที่ได้ไฟคีย์บอร์ด RGB Per-key ด้วย) ทำให้ตอบสนอง Gamer ได้อย่างลงตัวสุดๆ เรื่องของการกดการพิมพ์ รวมไปถึงการเล่นเกมแบบจริงจังอีกด้วย พร้อมกันนั้น MSI GL75 Leopard มาพร้อมกับระบบ Cooler Boost 5 ที่มีฮีทท์ไปป์ 7 เส้น พัดลมระบายความร้อน 2 ตัว ช่องเป่าลมร้อน 4 ช่อง บอกเลยว่าหมดห่วงเรื่องระบายความร้อน

ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและพกพาได้สะดวก โดยยังคงรักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลัง ด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง แม้แต่ฝาหลังก็สื่อความเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมได้เต็มเปี่ยมถูกใจคอเกมอย่างสุดๆ วัสดุอลูมิเนียมขัดเงาบรัชเป็นล่นเส้นๆ แนวตั้งดูโดดเด่นแบบเรียบง่าย พร้อม ด้วยโลโก้มังกรแดง Dragon Army มินิมอลสุดๆ

สำหรับ MSI GL75 Leopard เป็น Gaming Notebook มาตรฐานปี 2020 ด้วยหน้าจอขนาด 17.3″ ดีไซน์ขอบบางพิเศษ ทำให้มิติตัวเครื่องเทียบกับรุ่นหน้าจอ 15.6″ เท่านั้น ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.6 กิโลกรัม และมีความบางของตัวเครื่องเพียง 28 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าหากเทียบกับ Gaming Notebook หน้าจอ 17.3 นิ้ว รอบๆ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมถูกจัดวางในส่วนฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้ายังคงเป็นที่อยู่ของไฟ LED แสดงสถานะของตัวเครื่อง 3 จุด

สรุปแล้วในเรื่องของงานประกอบการดีไซน์ MSI GL75 Leopard มีความคล้ายกับ MSI GP Series ทำได้ดีสมกับเป็นตระกูล GL รุ่นใหม่ล่าสุดที่เน้นความคุ้มค่าที่มากกว่า เห็นได้ชัดว่าโดดเด่นไม่แพ้ซีรีส์รุ่นพี่เลย ทั้งเรื่องความสวยงาม พร้อมทั้งแข็งแรงมีความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนใคร และเชื่อว่าถ้าหากเอาไปใช้ที่ไหนมีแต่คนมองแน่นอน อีกทั้งจากสเปกโดยรวมทั้งหมดสมเป็น Gaming Notebook ตัวแรงใช้งานยาวๆ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานเรื่องของการเล่นเกมในโดดเด่นและสะใจเข้าไปอีก ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิมเยอะ

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ MSI GL75 Leopard โดดเด่นมากๆ จากการที่ใช้ Gaming Keyboard ที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์ SteelSeries โดยพัฒนาและออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมบน Gaming Notebook จาก MSI โดยเฉพาะ ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน โดยมีไฟ LED ที่เป็นไฟสีแดงสีเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ดูเข้ากับ Gaming Notebook เป็นอย่างดี พร้อมเทคโนโลยีใหม่อย่าง Silver Lining Print ขอบโปร่งแสงสวยงาม สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้ผ่าน Steelseries Engine 3 อีกทั้งรุ่นมีเป็นจอ 17.3″ ทำให้มีเพื่อนที่ติดตั้ง Numpad แน่นอน 

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ในระดับนึง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มแยกออกมา โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก สัมผัสแบบผิวสัมผัสลื่นไหลทำให้ไม่เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย และควบคุมได้ง่ายมากขึ้นกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมี Hotkey ตรงมุมขวาบนของชุดแป้นคีย์บอร์ด ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเร่งรอบพัดลมและปุ่มเปิด Steelseries Engine 3

Screen / Speaker

MSI GL75 Leopard มีหน้าจอจอแสดงผลขนาด 17.3″ ขอบบาง ความละเอียด Full HD ที่ 1920×1080 พิกเซล พาเนล IPS คุณภาพดี มีมุมมองด้านซ้าย ด้านขวาและด้านบนล่างที่กว้าง พร้อมมีค่า Refresh Rate อยู่ที่ 144Hz ทำให้ภาพปรากฏออกมามีความลื่นไหลแบบสุดๆ ดีกว่าพวกจอ IPS 60 แบบรู้สึกได้ ทั้งการดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกม สบายตาสมจริงกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยมีโปรไฟล์สีผ่านซอฟแวร์ MSI True Color ได้อีก 6 แบบ ไม่ว่าจะเป็น ANTI-BLUE, sRGB, DESIGNER, OFFICE, MOVIE, GAMER ซึ่งทุกโปรไฟล์สามารถใช้งานได้จริงเห็นความแตกต่างชัดเจน

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่นเล็กน้อย

ดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 61% AdobeRGB ที่ 45% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ กว่า Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าหลายรุ่น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าหลายๆ ช่องเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องบนล่างมุมขวาและซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ 3% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่ายหรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ระบบเสียงก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยลำโพง Giant Speakers แบบ 2 ชาแนล รูปแบบลำโพงปกติก็ใหญ่ขึ้นขนาด 3W x 2 ซึ่งถูกติดตั้งไว้อยู่ขอบตัวเครื่องด้านหน้า ทำหน้าแบบยิงลงพื้นแล้วกระจายเสียงให้มีความกว้างกว่าการยิงเสียงตรงๆ โดยมีซอฟแวร์ปรับแต่งเสียง Nahimic 3 จำลองการเสียงได้สมบูรณ์แบบ ทำให้มีการปรับแต่งเสียงที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าทั้งความดังและคุณภาพเสียงอย่างชัดเจน ใช้เล่นเกมและบันเทิงได้เต็มอารมณ์

Connector / Thin And Weight

ทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อก็จัดได้ว่า MSI GL75 Leopard จัดว่าเป็น Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ ที่มิติเล็กกว่าปกติ แต่ก็มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น HDMI, mini Display Port ไว้เชื่อมต่อหน้าจอภายนอก ซึ่งเราสามารถเชื่อมต่อได้พร้อมกัน จัดเต็มด้วย 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C, 3 x USB 3.2 Gen1 Type-A รองรับกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย อีกทั้งยังมี 2-in-1 SD Card Reader, Lan RJ-45, รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน และ Kensington lock slot ไว้ตัวเครื่องกับโต๊ะทำงานอีกด้วย นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นนึงในตลาดที่พอร์ตเชื่อมต่อมีมากมายพอตัวจริง

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายนั้นรองรับทั้ง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คปี 2020 โดยมีขนาดตัวเครื่องของ MSI GL75 Leopard จะอยู่ที่ 398.5 x 272 x 28 มิลลิเมตร โดยมีน้ำหนัก 2.6 กิโลกรัม เรียกได้ว่าเบากว่า Gaming Notebook จอ 17.3″ รุ่นอื่นพอสมควร พอพกพาได้สบายๆ และเมื่อรวมกับที่สำคัญอะแดปเตอร์จ่ายแล้วก็จะมีน้ำหนักเราไม่เกิน 3.0 กิโลกรัม พร้อมใส่กระเป๋าไปข้างนอกได้ทันที 

Inside / Upgrade

การแกะทั้งฝาล่างทั้งหมดของ MSI GL75 Leopard สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตทั้งหมดประมาณ 10 ตัว หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ  ที่มีงานประกอบเรียบร้อยดี การแกะตัวเครื่องเพื่ออัปเกรดหรือทำความสะอาดของตัวเครื่องก็สามารถทำได้ง่ายและก็สะดวกทีเดียว ซึ่งการแกะฝาล่างของ MSI สามารถทำได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าประกันจะหลุดแต่อย่างใด ขอแค่ว่าอย่าแกะจนเกิดความเสียหายก็พอ

ภายในรองรับการใส่หน่วยความจำแรมแรมมาตรฐาน DDR4 จำนวน 2 แถว (ใส่มาแล้วที่ขนาด 16GB) อัพเกรดได้สูงสุดที่ 64GB ส่วนที่เก็บข้อมูลรองรับการใส่ทั้ง SSD M.2 NVMe PCIe โดยใส่มาแล้ว 1 ตัวที่ความ 512GB (น่าเสียดายไม่รองรอบรับการใส่ SSD M.2 อีก 1 ตัว) พร้อมกันนั้นยังสามารถเพิ่มฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5″ มาตรฐาน SATA 3 ได้อีก 1 ลูก ซึ่งเราจะใส่เป็น HDD SATA 3 หรือ SSD  SATA 3 ก็สามารถทำได้แล้วแต่สะดวก(มีชุดยึดมาให้ในกล่อง) ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปที่อยากได้ความจุเพิ่ม ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย

ด้านระบบระบายความร้อนก็จะเป็นระบบ Cooler Boost 5 ซึ่งเน้นในเรื่องของทิศทางการไหลเวียนเข้าออกของลมที่ดี โดยจะมีช่องระบายความร้อนรวมทั้งหมดถึง 4 ช่อง เป็นด้านหลัง 2 ด้านข้างอีกอย่างละ 3 มีครีบฟินระบายความร้อนเป็นสีเงินซึ่งดูแล้วโดดเด่นจากตัวเครื่องสีดำจากตัวเครื่องในส่วนของ Heat Pipe สีทองแดงก็ให้มามากถึง 6 เส้น  พร้อมปรับย้ายแบตเตอรี่ไปอยู่ด้านบนเพื่อให้บาลานต์ตัวเครื่องดียิ่งขึ้น โดดเด่นคือแบตเตอรี่เราสามารถถอดเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ รวมถึงลำโพงมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ขยับไปมาได้ พร้อมให้กำลังที่มากกว่า 3Watt ทำให้ได้เสียงทุ้มเพิ่มเข้ามา โดยไม่ต้องลำโพง Subwoofer เหมือนรุ่นก่อนๆ โดยรวมแล้วถือว่า MSI มีความใส่ใจรายละเอียดในทุกๆ จุดเลยทีเดียว

Performance / Software

.   

สำหรับ MSI GL75 Leopard  ปี 2020 มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นยอดนิยมของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10H อย่าง Intel Core i7-10750H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ  ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.60 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 5.00 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 2666MHz แบบ 8GB x 2 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

.   

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีการ์ดจอแยกตัวแรงคุ้มค่าอย่าง NVIDIA GeForce GTX GTX 1650 หรือ GTX 1650 Ti จากที่สเปกภายในได้รับการอัพเกรดขึ้น เห็นได้ชัดจากแรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ร้อนน้อยกว่าแต่ก็แรงลื่นพอตัว เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

.   

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูง เป็นที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอตัว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยกเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (แต่ออนชิปคือตัวเดิมนะ) เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก สมกับเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H จริงๆ ตอบโจทย์ในทุกๆ การทำงานแน่นอน รวมไปถึงมีความสเถียรภาพที่สูงด้วย 

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใชเป็นแบรนด์ Intel ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1996 MB/s และเขียนที่ 1092 MB/s ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐาน SATA 3 แบบเดิมๆ แล้ว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4613 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง GTX 1650 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen หรือ Intel Core i จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ

MSI DRAGON CENTER เวอร์ชั่นล่าสุด เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเวอร์ชั่นล่าสุด จุดเด่นคือใช้งานสะดวกและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Gaming Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูต่างๆ แบ่งตามลักษณะการใช้งานที่ชัดเจน รวมไปถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์ต่างๆ ก็สามารถจัดการได้ง่ายยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย แน่นอนว่าทำให้เล่นเกมได้ดีกว่าเดิมด้วย 

ปิดท้ายด้วยระบบเสียงจาก MSI GL75 Leopard มาพร้อมกับระบบเสียงที่อัพเกรดขึ้นกว่าเดิม คือ Nahimic V3 ที่ทำให้สุดยอด ที่ว่าสุดยอดอยู่แล้วนั้น ทำงานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก ด้วยซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาให้มีระบบเสียง ไม่ว่าจะเสียงคนพูด, เสียงเบส และเสียงที่มีย่านความถี่ต่ำ ระบบเสียง Nahimic และระบบเสียงอันสุดยอดของ MSI ก็สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเยี่ยมยอด (พบได้บน MSI G Series ทุกรุ่น)

Battery / Heat / Noise

MSI GL75 Leopard นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุประมาณ 4xxx mAh ถือให้มาในระดับกลางๆ ซึ่งเมื่อมาดูประสิทธิภาพโดยรวมของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แล้วถือว่าใช้ได้ยาวนานพอสมควร โดยสามารถใช้งานผ่าน Wi-Fi เล่นอินเตอร์เน็ตดู Youtube ปรับแสงต่ำสุด พร้อมปิดไฟคีย์บอร์ด เลือกใช้งานเป็นโหมด Super Battery ของ MSI ซึ่งใช้งานได้ยาวนานประมาณ 5 ชั่วโมง ก็ถือได้ว่าเพียงพอพกพาไปใช้งานข้างนอกได้ดีเลย โดยถ้าเทียบกับสมัยก่อนถือว่าทำได้ดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ทั่วไปแล้ว

ทางด้านอุณหภูมิสำหรับเจ้าเครื่องนี้ที่ให้ฮีทไปป์มาทั้งหมด 6 เส้น Cooler Boost 5 พัดลม 2 ตัว ช่องระบายความร้อน 4 ช่อง เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่มีการระบายความร้อนได้ดีมากเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% โดยทางทีมงานได้ทำการเล่นเกมหนักๆ เป็นเวลานานๆ  ซึ่งได้เปิดโหมดเร่งรอบพัดลมสูงสุดไว้

แต่อย่างไรก็ตามจากการที่สเปกจะแรงด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ทำให้ความร้อนสูงสุดที่เกิดขึ้นนั้นถืออยู่ในเกณฑ์ที่ปกติและรับได้ที่ไม่เกิน 97 – 100  องศาเซลเซียส เรียกได้ชุดระบายความร้อนจาก MSI ที่ว่าดีกว่า Gaming Notebook แล้วแต่ก็ยังปรากฏความร้อนที่สูงระดับ 100 องศาเซลเซียสอยู่ แต่ก็สามารถทำงานได้ปกติไม่มีผลต่อการใช้งานใดๆ ซึ่งในส่วนของการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 นับว่าควบคุมความร้อนได้ดีมาก ร้อนสุดที่ 64 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง ส่วนตัวเครื่องภายนอกนั้นรับรู้สัมผัสได้ถึงความร้อนเล็กน้อย ในส่วนนี้ถือว่าให้ประสบการณ์ที่น่าพอใจทีเดียว สมกับเป็น MSI จริงๆ

Conclusion / Award

สรุปรีวิว MSI GL75 Leopard เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 17.3″ ที่มีฟีเจอร์ที่ครบถ้วนเรื่องของการเล่นเกม โดยเป็นรองในส่วนของรายละเอียดบางอย่างเท่านั้นถ้าเทียบกับรุ่นพี่ พร้อมติดตั้งชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H และการ์ดจอตัวแรงระดับเริ่มต้นของปี 2020 อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti ด้วยความสมบูรณ์แบบในความเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจากประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทำได้ดี ให้ความร้อนที่น้อยลงแต่ความแรงเพิ่มขึ้น กับราคาเพียง 35,900 บาทถือว่าคุ้มค่าน่าซื้อ สำหรับในช่วงราคา Gaming Notebook ระดับนี้

รายละเอียดสเปกอื่นๆ ได้แรม DDR4 ขนาด 16GB ที่อัพเกรดได้ถึง 64GB และ SSD M.2 512GB เรียกได้ว่าเล่นเกม 3 มิติได้ลื่นๆโดยจุดเด่นที่เหนือชั้นกว่ารุ่นเดิมๆ ลำโพงทำงานร่วมกับระบบเสียง Nahimic 3 ให้เสียงคุณภาพดี พร้อม CoolerBoost 5 มีพัดลม 2 ตัว ฮีทไปป์ 7 เส้น ที่ทาง MSI จัดหนักจัดเต็มที่สำคัญไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย ก็คือดีไซน์สวยงามขอบจอบาง เครื่องเล็กกระชับ เบาที่ 2.6 กิโลกรัมเท่านั้น เทียบแล้วหนักกว่า Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ บางรุ่นเพียง 200 – 300 กรัมเท่านั้นเอง 

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ Windows 10 แท้พร้อมใช้งาน และได้ซอฟต์แวร์ MSI DRAGON CENTER ที่ดีเยี่ยมช่วยปรับแต่งในการใช้งาน ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อก็มีมาให้ครบครันหายห่วงทั้ง USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, RJ45, HDMI, รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกันสำหรับการเชื่อมต่อไร้สายที่เลือกใช้ Wi-Fi 6 AX ดีที่สุดใหม่ที่สุด พร้อม Bluetooth 5.1 ที่พร้อมเชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์ เรียกได้ว่ามครกำลังมองหา Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ สเปกกี ราคาได้ ฟีเจอร์ครบถ้วน ในช่วงราคา 3x,xxx บาท สำหรับ MSI GL75 Leopard ก็เป็นตัวเลือกที่เยี่ยมยอดเลยทีเดียว 

AWARDS

ในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่ม Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3นิ้ว ซึ่ง MSI GL75 Leopard ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Gaming

MSI GL75 Leopard  เป็น Gaming Notebook ที่มีความสดใหม่และเทคโนโลยีล้ำๆ มากมาย อาทิเช่น หน้าจอ IPS ที่ 144Hz ระบบ Cooler Boost 5, ระบบเสียง Nahimic, Steelseries Keyboard, USB 3.1 Type-C รวมไปถึงซอฟต์แวร์ MSI Dragon Center ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ถือได้ว่าเป็นผู้นำในตลาด Gaming Notebook ยิ่งเทียบในระดับเดียวกันยิ่งหาตัวจับยาก

Best Performance

MSI GL75 Leopard  มีสเปคที่ครบครัน ทั้งชิบประมวลผล Intel Core i7-10750H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) พร้อมแรมตัวเครื่องที่อัพเกรดได้มากถึง 64GB มาตรฐานใหม่แบบ DDR4 ที่ใส่มาแล้ว 16GB ที่ 8GB x 2 แถว และ SSD แบบ NVMe M.2 PCIe ความจุ 512GB ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูง รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล พร้อมใส่ HDD 2.5″ SATA 3 ก็ได้ ประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมประทับใจมากๆ

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ MSI Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน MSI GL75 Leopard  ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงาม วัสดุเป็นโลหะอลูมิเนียมแทบทั้งหมด ออกแนวดุดันและเรียบหรูมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้การตัดสีดำกับแดง รวมไปถึงไฟคีย์บอร์ดก็โดดเด่นไม่แพ้กัน  ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาเชื่อได้ว่าหลายๆ คนที่เป็นเกมเมอร์ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน พกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 2.6 กิโลกรัม

Click to comment
Advertisement

You May Also Like

Notebook News

Dell Notebook ช่วงปลายปี 2020 มีให้เราได้เลือกซื้อหลากหลายมากมาย โดยที่มีรุ่นตามลักษณะการใช้งานของเรา เหมาะกับทุกๆ คน ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงานทั่วไป หรือคนที่ทำงานสาย Content Creator รวมไปถึงระดับองค์กรมืออาชีพ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Gamer

Other News

Apple เปิดตัว iPhone 12 Series อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในงาน Apple Even ในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 (ตรงกับเวลา 00:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) พร้อมกับผลิตภัณฑ์อย่าง HomePod Mini ด้วย ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำสรุปสเปค...

Tips & Tricks

รวมสูตร The Sims 4 เป็นอีกเรื่องที่น่าจะหยิบยกมาเขียน ไหน ๆ ช่วงนี้ Steam ก็ขนขบวนมาลดราคา The Sims 4 ทั้งเช็ต ทั้งภาคหลัก ภาคเสริม และเพราะ The Sims เป็นเกมจำลองการใช้ชีวิตยอดฮิตเป็นที่นิยมตลอดกาล เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ผู้เล่นสามารถปลอดปล่อยจินตนาการการใช้ชีวิตประจำวันที่โลกจริงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำให้ซีรีส์เกม The...

PC Zone

ช่วงนี้ต้องบอกว่าเกมเมอร์มือใหม่ หัวหมุนกันเลยทีเดียว เวลาที่จะจัดสเปคคอมใหม่ เพราะมีอุปกรณ์ใหม่ๆ ออกมาเยอะ แต่วันนี้ขอเอาใจคนงบน้อย ที่อยากประกอบคอมในงบ 15,000 บาท ที่ JIB แอดจัดมาให้กับสายเกมเมอร์และความบันเทิง แต่ได้สเปคที่แรงคุ้มค่ากันไปเลย เลือกสเปคอะไรดี? ตัวเลือกมีพอสมควรสำหรับงบประมาณ 15,000 บาทนี้ แต่ที่น่าสนใจอยู่ในสเปคของ Intel Gen 10 เพราะช่วงนี้ซีพียูระดับ Value และ...