Connect with us

Hi, what are you looking for?

REVIEW

Review – Huawei MateBook 14 สเปก Ryzen 4000H + RAM 16GB + SSD 512GB มีจอทัช 2K เบา 1.49 โล เริ่ม 25,990 บาท

ก่อนหน้านี้ Huawei ประเทศไทยได้ส่งโน๊ตบุ๊คอย่าง MateBook มาหลากหลายรุ่น ที่เป็นพร้อมท้าชนกับรรดาเจ้าตลาดแบรนด์ต่างๆ แน่นอนว่าสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็จะมีตัวเลือกที่มากขึ้น และล่าสุดช่วงปลายปี 2020 ยังมีการเปิดตัว Huawei MateBook 14

ก่อนหน้านี้ Huawei ประเทศไทยได้ส่งโน๊ตบุ๊คอย่าง MateBook มาหลากหลายรุ่น ที่เป็นพร้อมท้าชนกับรรดาเจ้าตลาดแบรนด์ต่างๆ แน่นอนว่าสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็จะมีตัวเลือกที่มากขึ้น และล่าสุดช่วงปลายปี 2020 ยังมีการเปิดตัว Huawei MateBook 14 กับการที่ได้สเปกไม่เหมือนใคร ด้วยประสิทธิภาพชิปประมวลผลตัวแรงระดับ Gaming ด้วย AMD Ryzen 4000H อีกได้จัดเต็มแรมมาขนาด 16GB พร้อมด้วยที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB แน่นอนว่ารองรับการทำงานได้เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คที่เป็นรุ่นใกล้เคียงกัน ได้ประกันเป็น 2 ปี ตามมาตรฐานของ Huawei

โดย Huawei MateBook 14 มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูสวยงามพรีเมียม ซึ่งเป็นหน้าจอขนาด 14″ รองรับความละเอียดที่ระดับ 2160 x 1440 พิกเซล ที่มีอัตราส่วน 3:2 น้ำหนักตัวเครื่องก็จะอยู่ที่ 1.49 กิโลกรัม มีความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร สเปกแบ่งเป็น 2 หลักๆ คือ AMD Ryzen 5 4600H ราคา 25,990 บาท ส่วนอีกสเปกรุ่นที่เราได้รับมารีวิวเป็น AMD Ryzen 7 4800H ราคา 29,990 บาท เหนือชั้นกว่าที่ได้หน้าจอเป็นทัชสกรีนด้วย สำหรับสเปกอื่นๆ เหมือนกันหมด พร้อมด้วยฟีเจอร์ ที่สำคัญสำหรับคนที่ใช้มือถือ Huawei ยังมีฟีเจอร์ Huawei Share ไว้ใช้งานโอนไฟล์ไปมา และขึ้นหน้าจอมือถือบน Huawei MateBook D14 ก็ยังได้อีกด้วย

VDO Review

NBS Verdict

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 58

Huawei MateBook 14 อีกหนึ่ง AMD Notebook ประสิทธิภาพทรงพลังด้วยชิปประมวลผล Ryzen 4000H ที่ปกติแล้วเราจะเห็นใช้เฉพาะกับ Gaming Notebook เท่านั้น แต่ในรุ่นนี้เลือกตั้ดตังมาในกลุ่มโน๊ตบุ๊คบางเบา โดยบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และเบาเพียง 1.49 กิโลกรัม ทำงานร่วมกับพัดลมระบายความร้อน 2 ตัว Shark Fin แบบคู่ ช่องระบายความร้อน 2 ทาง เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าเป็นครั้งแรกของตลาดโน๊ตบุ๊คประเทศไทยเลยก็ว่าได้ นั่นหมายถึงความจริงจังเข้าไปอีกกับการที่นำเสนอ Huawei MateBook 14 ที่แตกต่างไม่เหมือนใครทั้งตัวสเปกและฟีเจอร์ต่างๆ จากหลายปีที่ผ่านมาเราจะเห็นแต่การนำเสนอผลิตภัณฑ์สายมือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ 

โดย Huawei MateBook 14 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานบางเบา หน้าจอขอบบางเฉียบ FullView Display 14″ พาเนล IPS เกรดสูง สัดส่วน 3:2 ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล (สเปก Ryzen 7 4800H จะทัชสกรีนได้ด้วย) ตรงนี้เป็นสเปกหน้าจอที่เหนือชั้นกว่าหลายๆ แบรนด์ (ปกติในตลาดส่วนมากจะเป็น 1920 x 1080) เหมาะสำหรับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานพื้นฐาน เช่นเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง รวมไปถึงสายงาน Content Creator ต่างๆ น่าจะชื่นชอบกัน อีกทั้งเชื่อว่าแฟนๆ Huawei น่าจะสนใจกันอยู่ไม่น้อย หรือคนที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์โน๊ตบุ๊คเดิมๆ และจะเหมาะกับคนที่ใช้งานมือถือ Huawei อยู่แล้วที่สุด เพื่อใช้งานทั่วไปร่วมกันผ่านทาง Huawei Share ช่วยเรื่องของแชร์ไฟล์และแชร์หน้าจอได้อย่างเต็มรูปแบบ

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 21

ในส่วนของรายละเอียดอื่นๆ อย่างสเปกฮาร์ดแวร์ภายในก็ได้เป็นหน่วยความจำแรมขนาด 16GB DDR4 Bus 2666MHz และ SSD M.2 ความจุ 512GB ก็จัดได้ว่าทรงประสิทธิภาพต่อใช้งานพื้นฐานหรือหนักๆ ได้ลื่นไหลแน่นอนกว่ารุ่นโน๊ตบุ๊คแบรนด์อื่นๆ ที่ช่วงราคาใกล้เคียงกันแน่นอน รวมไปถึงมีฟีเจอร์พิเศษอย่างที่ AMD Notebook อื่นๆ เค้ามีกัน อย่างแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน (ความร้อนอาจจะสูงหน่อย แต่อยู่ในเกณฑ์รับได้) ซึ่งนอกจาก Huawei Share พอร์ตชาร์จไฟและอแดปเตอร์ SuperCharge ก็ให้มาเป็น USB-C ที่สะดวกสบาย ตัวเครื่องพรีเมียมวัสดุดีเยี่ยม งานประกอบแน่นๆ มีระบบสแกนลายนิ้วมือ และกล้องเว็บแคมแบบซ่อน อันนี้เพื่อนๆ ก็ต้องลองเลือกตามลักษณะความต้องการหรือการใช้งานจริงๆ ของแต่ละคนกันไป 

ข้อดี

  • ตัวเครื่องออกแบบใหม่ ให้ความสวยงามและหรูหรา พื้นผิวเป็นรอยนิ้วมือยาก ผ่านการชุบอโนไดซ์
  • แข็งแรงทนทานสวยงาม ด้วยงานประกอบอลูมิเนียมแบบ Unibody ผ่านกระบวนการ CNC
  • ขอบจอบางเฉียบ ตัวเครื่องบางเบา เพียง 1.49 กิโลกรัม บาง 15.9 มิลลิเมตร
  • ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 4000H ประสิทธิภาพทรงพลัง ในราคาคุ้มค่า
  • ได้แรมขนาด 16GB DD4 Bus 2666MHz ที่ใช้งานได้ทันที เพียงพอต่อทุกๆ การใช้งาน
  • มาพร้อมที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่แรงลื่นพอตัว
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ 2K ที่ 2160 x 1440 พิกเซล พาเนล IPS เกรดสูง (R7 ทัชสกรีนได้)
  • กล้องเว็บแคมแบบ Pop Up (Recessed Camera) ซ่อนเอาไว้ระหว่างปุ่ม F6 – F7 ดูแปลกตา
  • มีพอร์ต USB 3.1 Type-C ที่รองรับการชาร์จไฟเข้าตัวเครื่อง ทำให้สะดวกเวลาใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ 
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 11 ชั่วโมง รองรับการชาร์จไฟด้วย USB PD
  • อแดปเตอร์ 65W ชาร์จทาง USB-C มีขนาดเล็ก นำไปใช้กับมือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้หมด
  • ติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ที่ช่วยในเรื่องของความสะดวกและปลอดภัย
  • ซอฟต์แวร์ PC Manager / Huawei Share ใช้งานได้ดีเยียมมากๆ ทั้งแชร์ไฟล์และหน้าจอ

ข้อสังเกตุ

  • ไม่สามารถอัพเกรดแรมได้ เพราะของเดิมเป็นแบบฝังบอร์ดมา
  • ส่วนเชื่อมต่อกับมือถือรองรับเฉพาะแบรนด์ Huawei เท่านั้น
  • แม้ระบบระบายความร้อนจะดีแล้ว แต่ยังอาจจะสูงหน่อย แต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ 
  • แม้ชิปประมวลผลจะแรงมากๆ แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับเล่นเกมหนักๆ เพราะไม่มีการ์ดจอแยก

Specification

MateBook 14 Ryzen 7 2020

สเปกภายในของตัว Huawei MateBook 14 รุ่นที่จำหน่ายในไทยจะมีด้วยกัน 2 สเปก มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ ขอบหน้าจอบางเฉียบทั้ง 4 ด้านแบบ FullView Display ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS ให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้าง ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H / Ryzen 7 4800H โดยเป็นชิปประมวลผลที่ประสิทธิภาพดีกว่าซีรีส์ U พอตัวอีกด้วย เพราะปกติแล้วซีรีส์ H นี้จะถูกติดตั้งมาใน Gaming Notebook เท่านั้น  แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน จากการที่เป็นเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตรที่ล้ำหน้าที่สุด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์)

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB DDR4 Bus 2666MHz ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานพื้นฐานหรืองานหนักๆ แน่นอน ในส่วนของการ์ดจอออนชิปอย่าง Radeon 6 / Radeon 7 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 2 มิติได้ดีเยี่ยม ส่วนทำงาน 3 มิติก็พอได้ รวมไปถึงเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ก็ต้องปรับกราฟิกในไม่สูงจนเกินไป สำหรับที่เก็บข้อมูลเป็นความเร็วสูงแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ ที่สำคัญมีการติดตั้งช่วยให้เราเปิดเครื่องและล็อกอินเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งปลอดภัย รวดเร็ว และใช้งานง่าย มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ Huawei 

Pre order MateBook 14 R5R7

โดย Huawei MateBook 14 วางจำหน่ายในสี Space Grey สำหรับสเปก Ryzen 5 4600H ราคา 25,990 บาท ส่วนสเปก Ryzen 7 4800H ราคา 29,990 บาท พร้อมจัดโปรโมชั่นสั่งจองตั้งแต่วันนี้ รับฟรีของแถมสุดพิเศษ Huawei FreeBuds 3 กระเป๋าเป้ Huawei สำหรับใส่ Huawei MateBook 14 และเม้าส์ไร้สาย มูลค่ารวมกว่า 5,579 บาท ที่ Huawei Experience Store และ Huawei Online Store ที่ https://shop.huawei.com/th และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ จนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2563 เท่านั้น

Hardware / Design

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 33

รื่องการออกแบบดีไซน์ของ Huawei MateBook 14 โดดเด่นด้วยหน้าจอมีขอบบางสุดๆ ทั้ง 4 ด้าน จากเทคโนโลยี  FullView Display คิดเป็นพื้นที่ 90% ของสัดส่วนหน้าจอทั้งหมด ที่เป็นขนาดหน้าจอขนาด 14″ สัดส่วนแบบ 3:2 ที่ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล (2K) ส่วนการใช้งาน Windows Hello จะเป็นการสแกนนิ้วมือที่ปุ่ม Power มุมขวาบนเลย

ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้พกพาสะดวก มีความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักก็เบามากๆ เพียง 1.49 กิโลกรัม ผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยการใช้เพชรเจียระไนในแต่ละมุมเพื่อส่งมอบงานออกแบบระดับพรีเมียมที่ล้ำสมัย ให้ความลงตัวแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คสายบางเบาในตลาดทั้งหมดเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ 

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 3

แน่นอนว่าวัสดุตัวเครื่องของ Huawei MateBook 14 เลือกใช้เป็นอะลูมิเมียมอัลลอยด์ ซึ่งมีงานประกอบที่ยอดเยี่ยม ทนทานแน่นหนา ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อ ประกอบด้วยกันเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ก็คือ ฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และฝาล่างเท่านั้น ทั้งจากที่ดูด้วยตาเปล่าและการสัมผัส จากขั้นตอนขั้นรูปด้วยเครื่องจักร CNC

พร้อมพื้นผิวเป็นแบบลื่นไหลเรียบสุดๆ ด้วยวิธีการอโนไดซ์หลายขั้นตอน ทำให้ได้สัมผัสความเนียนอย่างที่สุด และเป็นรอยนิ้วมือได้ยากกว่าปกติ ที่สำคัญตัวเครื่องรอบๆ ได้มีการทำตัดขอบแบบ Daimond Cut บอกได้ถึงงานดีไซน์ที่ยกให้เป็นระดับโน๊ตบุ๊คพรีเมียมอย่างแต่มาในราคาที่แสนจะคุ้มค่า เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ สเปกภายใน และฟีเจอร์ต่างๆ ที่ได้

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 48

พร้อมกันนั้นยังแตกแต่งด้วยการเลือกที่จะติตตั้งไมโครโฟน 4 ตัวด้วยกันบริเวณขอบตัวเครื่องด้านหน้า ตัวเครื่องโดดเด่นด้วยสีสัน Space Grey หรือสีเทา ยิ่งเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก อีกทั้งฝาหลังเองก็มีแต่โลโก้ Huawei เท่านั้น คาดว่าคนที่ชอบความน้อยแต่มากต้องถูกใจกันแน่นอน

ส่วนภายในใต้หน้าจอด้านก็จะพบกับโลโก้ Huawei ที่เป็นตัวอักษรเท่านั้นเอง เรียกได้ว่ามีความเรียบหรูตามสไตล์ของ Huawei ไม่ต่างจากมือถือเรือธงระดับอย่าง Huawei P40 Pro เลยล่ะ ยิ่งใช้คู่กันยิ่งดูลงตัวเข้าไปอีก ซึ่งในรีวิวนี้เราก็ใช้ Huawei P40 Pro ในการร่วมทดสอบใช้งาน Huawei Share ด้วย

มิติโดยรวมของตัวเครื่องมีความเล็กกระทัดรัดพอๆ กับโน๊ตบุ๊คที่มีหน้าจอ 14″ รุ่นอื่นๆ เรียกได้ว่าตอบสนองในการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ มีความโดดเด่นกว่าโน๊ตบุ๊คเจ้าตลาดหลายๆ รุ่น โดยสามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดที่ประมาณ 145 องศา

สำหรับช่องระบายความร้อนถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าจอบริเวณบานพับ โดยเป็นการใช้งานพัดลมระบาย 2 ตัว Shark Fin 2.0 ที่ออกแบบมาใหม่ ช่วยนำพาความร้อนชิปประมวลผลให้เย็นลงได้อย่างรวดเร็วและเงียบกว่าที่เคย ซึ่งการใช้งานโดยรวมถือว่าเอาอยู่ ที่มีช่องดูดลมเย็นด้านล่างตัวเครื่องทำหน้าที่ร่วมกันเป็นอย่างดี 

Keyboard / Touchpad

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 17

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาให้เป็นแบบ Chiclet Keyboard สีดำตัดกับตัวเครื่อง ซึ่งมาพร้อมไฟ Backlit สีขาวให้ความรู้สึกหรูหรา ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างดี พิมพ์ได้ดีมากๆ ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ที่สำคัญคือมาพร้อมแป้นคีย์บอร์ดภาษาไทย เรียกได้ว่าแม้ Huawei MateBook 14 เครื่องรีวิวจะไม่มี แต่เครื่องขายจริงมีแน่นอน ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่มุมขวาบน พร้อมปุ่มสแกนลายนิ้วมือในตัวเดียว ส่งผลให้ทั้งง่ายและรวดเร็วพร้อมดีไซน์เป็นหนึ่งเดียวกัน

ทัชแพดมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด ผิวมีลักษณะเป็นกระจก ส่วนปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็อาจจะมีความแข็งพอดีๆ การใช้งานโดยจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี ให้สัมผัสที่ลื่นไหล ตอบสนองการทำงานได้ทันใจ อีกทั้งในการเชื่อมต่อกับมือถือ Huawei ก็สามารถแต่ตรงทัชแพดได้ด้วย ใช้งานแบบมัลติทัชร่วมกับ Windows 10 ได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีเมาส์มาต่อเพิ่มเลยก็ว่าได้

Screen / Speaker

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 4

Huawei MateBook 14 ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14″ มีขอบที่บางที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ได้ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล  พร้อมรองรับการทัชกรีนได้ โดยให้ความเรียบเนียนตากว่าความละเอียด Full HD อย่างเห็นได้ชัด สัดส่วนแปลกตาที่ 3:2 แต่ได้พื้นที่การใช้งานที่มากกว่า ซึ่งน้อยโน๊ตบุ๊คนักที่จะใส่สัเส่วนหน้าจอแบบนี้ ด้วยพาเนลระดับ IPS ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา สีสันสวยงาม โดยเป็นแบบกระจกที่มีความสดใสกว่าจอแบบด้าน แต่มีข้อสังเกตก็คือแสงสะท้อนค่อนข้างเยอะ ต้องปรับดีๆ ให้เรื่องของมุมมองและองศาของจอเวลานำไปใช้งานนอกสถานที่ที่มีแสงเยอะๆ

ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจมาก เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คจอ 14″ ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งเรื่องของสัดสวนและความละเอียด ให้สีที่สวยที่สุด สมจริงที่สุด พร้อมความเรียบเนียนตาแบบหาได้ยาก แน่นอนว่าจากการที่เป็น FullView screen ด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่มีพื้นที่ติดตั้งกล้องเว็บแคมแบบเดิมๆ ส่งผลให้ต้องย้ายไปไว้ที่ระหว่างปุ่ม F6 – F7 แทน แบบ Pop Up เก๋ๆ ที่ความละเอียด 1 ล้านพิกเซล มุมมองใช้จริงๆ ถือว่าใช้ได้อยู่ ไม่ได้เสยจนใช้งานลำบาก

s3 13

ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 88% และ AdobeRGB ที่ 68% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับพอใช้ทั่วไป เช่นเอาไปทำงานเอกสารหรือดูหนังฟังเพลง ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 280 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐาน แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกระดับมืออาชีพหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงแล้วอันนี้ก็ถือใช้งานได้สบายๆ หายห่วงเลย

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางหน้าจอ / แถวบนกลาง / แถวกลางขวา เป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องแถวล่างตรงกลาง รวมไปถึงช่องมุมขวาแถวล่างทั้งหมดจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ระดับ 8% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ในส่วนของลำโพงของ Huawei MateBook 14 ติดตั้งมาเป็นแบบ 2 ตัว พร้อมระบบเสียง Harman Kardon โดยลำโพง 2 ตัวติดตั้งไว้ข้ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป พร้อมความสามารถจำลองมิติทิศทางของเสียงดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

Connector / Thin And Weight

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 26

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Huawei MateBook 14 นี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีความครบครับอย่างมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และช่องต่อหูฟังกับไมค์ขนาดแบบคอมโบขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร รวมไปถึงมี USB 3.2 Type-C อีก 1 พอร์ต ที่รองรับการชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์ในตัวเดียว  ปิดท้ายด้วย HDMI ไว้เชื่อมต่อหน้าจอภายนอกนั่นเอง สำหรับการใช้งานพื้นฐานเพียงพอแน่นอน 

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 55

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จที่เป็น USB-C ที่จ่ายไฟสูงสุด 65Watt เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 14″ นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ขนาด 307.5 x 223.8 x 15.9 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.49 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนักราวๆ 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักเบามาก ซึ่งแน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมไปถึงโดดเด่นด้วยสายชาร์จเป็น USB-C to USB-C ทำให้เรานำไปชาร์จมือถือหรือ Gadget ที่เป็น USB-C ทั้งหมดในอแดปเตอร์เดียว

Inside / Upgrade

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 68

การแกะเครื่อง Huawei MateBook 14 เพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดนั้น สามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนา ต้องใช้ฝีมือและทักษะประมาณนึง ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว (น๊อตหัวแบบดาว) ต้องใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากหลังมาหน้า ควรทำอย่างใจเย็น และขอบฝาด้านล่างตรงแกนฝาพับค่อนข้างคมระวังบาดนิ้วมือกันด้วยโดยเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ อย่างชัดเจนตามรูปเลย เห็นได้ว่ามีความเรียบร้อยเป็นอย่างดี ในส่วนที่สามารถทำการอัพเกรดได้จะมีเพียง SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่ติดตั้งมาให้แล้วเท่านั้น ถ้าอยากจะอัพเกรดเพื่อความจุ ก็ต้องถอดของเดิมก่อน

ส่วนแรมดูจากภาพแล้วคาดว่าเป็นแบบฝังบอร์ดมาเลย ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนหรืออัพเกรดใดๆ ได้ แต่จริงๆ แล้ว 16GB น่าจะเพียงพอแล้วล่ะ สำหรับเรื่องการจัดการความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 2 เส้น วางพาดยาวไล่ผ่านชิปประมวลผล ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 2 ตัว เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คดีไซน์บางเบาหน้าจอ 14″ บางเบาทั่วไป จากการที่ชิปประมวลผลแรงลื่นกว่า ที่ดูแล้วน่าจะเพียงพอต่อการระบายความร้อนแล้ว

Performance / Software

c1 12.    c2 12

Huawei MateBook 14 สเปก Ryzen 4000H รุ่นที่นำมาทดสอบที่ย้ำอีกครั้งว่าเป็นเครื่องเดโม ไม่ใช่เครื่องขายจริง  ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ที่แรงกว่า AMD Ryzen 7 3750H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 2.90 – 4.20 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 12MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 40W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น AMD Ryzen 3000 H หรือ Intel Core i Gen 9H เลยทีเดียว ที่สามารถดูได้จากผลการทดสอบเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Gaming Notebook สเปกเดิมๆ มากสำหรับ AMD Ryzen 7 4800H แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังรวมไปถึงเล่นเกมเป็นหลัก ก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 3000 H Series เป็นเท่าตัว 

g1 11

ส่วนแรมได้ขนาด 8GB จำนวน 2 แถว (Dual Channel) มาตรฐาน DDR4 Bus 2666 MHz แบบฝั่งบอร์ดมาเลย  ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 7 ที่ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ที่มีความเร็วในการทำงานที่ 1600MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

cine 15p.    cine 20p

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H / Intel Core i7-9750H ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก ตรงนี้เห็นได้ชัดว่าคะแนนการทดสอบทำได้ดีกว่าทุกรุ่นในตลาดจริงๆ 

ssd 10

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้เป็น SSD ความเร็วสูงแบบ NVMe M.2 ที่ความจุ 512GB ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ กับความเร็วระดับ Read: 3380 MB/s – Write: 2696 MB/s ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือแบบลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด การใช้งานโดยรวมก็ลื่นไหลน่าประทับใจมากๆ ทั้งเปิดเครื่อง ปิดเครื่อง อนไฟล์ไปมา รวมไปถึงการเปิดโปรแกรมหลายๆ อย่างพร้อมกัน

pcmark10

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5241 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร Word / Excel / Power Point หรือ VDO Call ผ่านโปรแกรมต่างๆ ให้ความลื่นไหลเป็นอย่างดี งานตกแต่งรูปภาพ Photoshop / Lightroom รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ Premiere Pro และจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยกใดๆ เหมือน Gaming Notebook แต่ก็ได้คะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปมากๆ แล้ว 

game test 8

ทดสอบเกมสำหรับ Huawei MateBook 14  สเปก Ryzen 4000H ได้คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ที่ทำงานร่วมกับการ์ดจอ APU ออนชิปอย่าง AMD Radeon 7 ได้ดีเยี่ยม ประกอบกับใช้แรม 16GB DDR4 Bus 2666MHz รวมไปถึง SSD ความเร็วสูงก็ส่งผลช่วยด้วย

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 37 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 20 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 49 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 38 รวมไปถึงเกมกินสเปกอย่าง PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลกว่าที่คาดไว้พอตัว อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเบาสุดๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดอยู่บ้าง 

pc1

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Huawei MateBook 14 ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง PC Manager โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับมือถือเพื่อนโอนไฟล์ไปมาก็อยู่ในส่วนนี้ด้วย แต่ก็รองรับเฉพาะมือถือ Huawei นะ

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 57

การแชร์ไฟล์แบบอัจฉริยะด้วย Huawei Share ส่งวิดีโอและรูปภาพจากสมาร์ทโฟนเข้า PC รวมไปถึง Screen Mirror โดยเชื่อมต่อผ่าน NFC / Wi-Fi Direct ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าง่ายมากๆ มาพร้อมความสามารถในกาอัพโหลดรูปภาพ 500 รูป ใน 1 นาที และวิดีโอขนาด 1 GB ใน 35 วินาที ถ้ารูปของเรามีข้อความ Huawei MateBook 14 จะแยกข้อความออกมาจากรูปเพื่อให้คุณแก้ไขได้ง่ายๆ ส่วนการ Screen Mirror ก็ช่วยให้เราไม่ต้องจับมือถือไปมา แต่สามารถสั่งการผ่านทางโน๊ตบุ๊คได้เลย เช่นตอบ Line หรือเปิดแอปพลิเคชั่นในมือถือเป็นต้น

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 59

ซึ่งคุณสมบัตินี้รองรับเฉพาะสมาร์ทโฟน Huawei ที่มีคุณสมบัติ NFC ร่วมกับระบบปฏิบัติการ EMUI 10.0 หรือใหม่กว่า ในการีวิวครั้งนี้เราใช้ Huawei P40 Pro ทำงานร่วมกับ Huawei MateBook D14 ถือได้ว่าน่าประทับใจทีเดียว เรียกได้ว่าคนที่ใช้มือถือ Huawei อยู่แล้ว จะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่ซักเครื่องไว้เน้นใช้งานทั่วไป ก็ต้องโดนใจกับฟีเจอร์นี้แบบจังๆ ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นเยอะทีเดียว ส่วนการใช้งานก็ไม่ต้องเป็นห่วง ทาง Huawei ได้เตรียมคู่มือแบบวีดีโอไว้แล้ว 

Battery / Heat / Noise

batt 7

แบตเตอรี่ของ Huawei MateBook 14 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปีปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาดประมาณ 7000 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 11 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) ด้วยการทดสอบปรับเป็น Power Saver Mode แล้วดู Youtube ยาวๆ ซึ่งคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ว่าเปิดโปรแกรมอะไร อย่างถ้าใช้ Microsoft Edge ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome จากการที่ใช้ AMD Ryzen 7 4800H ที่มีคุณสมบัตินอกจากความแรงคือประหยัดพลังงานด้วย ยิ่งแบตใหญ่เลยใช้ได้นานกว่ารุ่นอื่นๆ

temp2 2

อุณหภูมิภายในของชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ล่าสุดได้ทดสอบผ่านทางโปรแกรม Core Temp โดยมีความร้อนสูงสุดคือ 100 องศาเซลเซียส จากการเล่นเกมและประมวลผลงานต่อเนื่อง ซึ่งถ้าใช้งานทั่วไปจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียสโดยประมาณ ส่วนโปรแกรม Hardware Monitor ไม่สามารถดู CPU / GPU ได้ในขณะนี้ ด้วยการทดสอบให้ห้องแอร์ปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่าระบบระบายความร้อนของเครื่องนี้มีอุณหภูมิที่ไม่ถึงกับเย็นมาก เพราะจากการที่ตัวเครื่องเน้นความบาง อย่างไรก็ตามไม่ได้ส่งผลให้ตัวเครื่องเสียหายหรือมีปัญหาหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็น AMD Notebook รุ่นใหม่ที่จัดการความร้อนได้น่าพอใจ

โดยการใช้งานปกติทั่วไปสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนและการจัดการจาก Huawei ที่ดีกับมาตรฐานตัวเครื่องที่บางเบา และชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H รุ่นล่าสุด สถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir ที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ซึ่งดีที่สุดในตอนนี้ ทำให้การใช้งานจริงๆ ยาวนานต่อเนื่องอย่าง เล่นเน็ต พิมพ์งาน ดูหนังฟังเพลง โดยตัวเครื่องมีความรู้สึกว่าร้อนอยู่บ้างเวลาใช้งานหนักๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องกังวลมากนัก เพราะเวลาใช้งานจริงๆ เราคงไม่ได้เอาไปเล่นเกมหรือประมวลผลงานหนักๆ ต่อเนท่องยาวนานอยู่แล้ว จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คพกพาบางเบา ไม่ใช่ Gaming Notebook เสียทีเดียว เพราะไม่มีการ์ดจอแยก

Conclusion / Award

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 63

Huawei MateBook 14 เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ สเปก AMD Ryzen 4000H ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพความแรงมากๆ อีกทั้งยังได้ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา โดย Huawei MateBook 14 เลือกที่จะเตกต่างไม่เหมือนใคร ด้วยการใช้ชิปประมวลผลนี้กับโน้ตบุ๊คบางเบาแบบนี้ เพราะนอกจากสเปก AMD Ryzen 5 4600H / Ryzen 7 4800H ที่ดีให้ความแรงเทียบเท่า Gaming Notebook ส่วนสเปกอื่นๆ อย่างแรมและที่เก็บข้อมูลก็จัดเต็ท หน้าจอก็ถือว่ายอดเยี่ยมยิ่งกว่า พร้อมด้วยฟีเจอร์มากมายแบบที่หาได้ยากในรุ่นอื่นๆ อาทิ ที่อแดปเตอร์ชาร์จ  หรือ Huawei Share จัดว่าน่าสนใจไม่น้อย รวมถึงเมื่อรวมกับของแถมมูลค่ากว่า 5,579 บาท ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจไปอีก

Huawei MateBook 14 Ryzen 4000H Review 34

โดย Huawei MateBook D14 มีช่องเชื่อมต่อครบครันทั้ง USB 3.2 Type-A, USB 3.1 Type-C, ช่องต่อหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต HDMI ซึ่ง USB-C ที่ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์มาให้ด้วย พร้อมอแดปเตอร์ 65W ชาร์จทาง USB-C ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 160 กรัมเท่านั้น แน่นอนว่ารองรับการชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์อื่นๆ อย่างมือถือ Huawei เองได้ด้วย ที่สำคัญยังได้ การใช้งาน Windows Hello จะเป็นการสแกนนิ้วมือ Fingerprint ซึ่งเป็นปุ่ม Power ในปุ่มเดียว ที่เปิดปุ๊มสแกนปั๊บในครั้งเดียว โดดเด่นกว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นทีเดียว ตรงนี้ก็ยอมรับว่าทำได้ดีประทับใจมากๆ ยิ่งถ้าใครใช้มือถือ Huawei อยู่แล้ว น่าจะถูกใจกับฟีเจอร์ Huawei Share อย่างที่สุดอีกด้วย 

โดยให้ประสิทธิภาพการทำงานที่พอใช้งานทั่วๆ ไป หรือจะใช้งานหนักๆ อย่างประมวลผลไฟล์ รวมถึงตัดต่อวีดีโอจริงๆ ก็ทำได้เยี่ยม กับความบางและน้ำหนักที่เหมาะแก่การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่มากๆ รวมไปถึงยังประหยัดพลังงาน ส่งผลให้ปล่อยความร้อนออกมาน้อยมาก แบตเตอรี่ก็ยาวนานที่ประมาณ 11 ชั่วโมงกว่า ที่ต้องขอบอกว่าคุ้มค่ามากๆ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมองหาโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงบางๆ เบาๆ ไว้ใช้งานนอกบ้าน กับราคาเริ่มต้น 25,990 บาท แม้ต้องยอมรับว่า Huawei ไม่ใช่แบรนด์โน๊ตบุ๊คที่มีส่วนแบ่งในไทยเยอะ แต่ดูแล้วมาทรงนี้ก็น่าลองมากๆ ทีเดียว 

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ต บุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ด้วยกัน ซึ่ง Huawei MateBook 14 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

ในกลุ่มโน๊ตบุ๊คที่รองรับการทำงานรอบด้านและมาพร้อมหน้าจอ 14″ ที่ให้วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ พร้อมกับบวนการ CNC และอโนไดซ์หลายขั้นตอน อีกทั้งมีดีไซน์ที่ทันสมัยสุดๆ แน่นอนว่าทำได้น่าประทับใจเสมอมาสำหรับ Huawei MateBook จากวัสดุที่ดีอย่างพลาสติกเกรดสูง สีสันเป็นสีเงินเทาคล้ายโลหะตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมพื้นผิวแบบเรียบเนียน งานประกอบก็มีความเรียบร้อยแบบสุดๆ แถมยังบางเบาพกพาง่ายกว่าเดิมมาก ด้วยน้ำหนักเพียง 1.49 กิโลกรัม และด้วยความบางของตัวเครื่องเพียงที่ 15.9 ม.ม. จากแบตเตอรี่ที่นำไปไว้ในตัวเครื่อง

NBS award 7 Design

Best Value

Huawei MateBook 14 รุ่นที่ได้มารีวิวนี้มีความโดดเด่นสุดๆ จากการที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ให้ประสิทธิภาพการใช้งานพื้นฐานที่ดี หรือจะทำงานหนักหน่วงก็เอาอยู่ เพราะเป็นตัวที่ Gaming Notebook เค้าใช้กัน ที่สำคัญยังมีความแรงโดยรวมที่ดีด้วยแรมขนาด 16GB DDR4 ที่เพียงพอ และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่เร็วแรงพอตัว ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมประทับใจ สนนราคาที่ 29,990 บาท แม้จะดูว่ามีราคาสูงกว่าแบรนด์อื่นๆ แต่ก็ได้อะไรที่มากกว่าด้วย เช่นหน้าจอ IPS ระบบสแกนลายนิ้วมือ และฟีเจอร์ Huawei Share รวมไปถึงงานประกอบวัสดุที่ดูแล้วมีความพรีเมียมมากกว่า รวมถึงของแถมที่มากมายด้วย 

award new value

Click to comment
Advertisement

You May Also Like

Notebook News

Dell Notebook ช่วงปลายปี 2020 มีให้เราได้เลือกซื้อหลากหลายมากมาย โดยที่มีรุ่นตามลักษณะการใช้งานของเรา เหมาะกับทุกๆ คน ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงานทั่วไป หรือคนที่ทำงานสาย Content Creator รวมไปถึงระดับองค์กรมืออาชีพ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Gamer

Other News

Apple เปิดตัว iPhone 12 Series อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในงาน Apple Even ในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 (ตรงกับเวลา 00:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) พร้อมกับผลิตภัณฑ์อย่าง HomePod Mini ด้วย ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำสรุปสเปค...

Tips & Tricks

รวมสูตร The Sims 4 เป็นอีกเรื่องที่น่าจะหยิบยกมาเขียน ไหน ๆ ช่วงนี้ Steam ก็ขนขบวนมาลดราคา The Sims 4 ทั้งเช็ต ทั้งภาคหลัก ภาคเสริม และเพราะ The Sims เป็นเกมจำลองการใช้ชีวิตยอดฮิตเป็นที่นิยมตลอดกาล เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ผู้เล่นสามารถปลอดปล่อยจินตนาการการใช้ชีวิตประจำวันที่โลกจริงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำให้ซีรีส์เกม The...

Tips & Tricks

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คหลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอก็คือ โน๊ตบุ๊คเชื่อมต่อ WiFi ไม่ได้ หรือมองไม่เห็น WiFi ที่ต้องการใช้งาน ทำให้เกิดความลำบาก และต้องหาวิธีแก้ไขกันวุ่นวาย