Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebook News

Review – HP Pavilion Gaming 15 สเปก Ryzen 4000H การ์ดจอ GTX 16 Series แรงลื่นร้อนน้อยน่าซื้อคุ้มค่า แม้ดีไซน์ยังเดิมๆ

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นใหม่ปี 2020 เป็น AMD Gaming Notebook ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด จากการใช้สเปกเป็น Ryzen 4000H + GTX 1650 / GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti โดยมาพร้อมประสิทธิภาพสูงทั้งชิปประมวลผลเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย รวมถึงการ์ดจอก็แรงลื่น

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นใหม่ปี 2020 เป็น AMD Gaming Notebook ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด จากการใช้สเปกเป็น Ryzen 4000H + GTX 1650 / GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti โดยมาพร้อมประสิทธิภาพสูงทั้งชิปประมวลผลเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย รวมถึงการ์ดจอก็แรงลื่น ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น มีแรมขนาด 8GB DDR 4 Bus 3200MHz และได้ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 แท้ ในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวยงามความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก

สำหรับการออกแบบต้องบอกว่าเหมือนเดิมกับรุ่นก่อน 100% โดยตัวเครื่องมีความบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ หน้าจอเป็นพาเนล IPS มี Refresh Rate ที่ 144Hz ซึ่งเหาะสมในการเล่นเกม สนนราคาอยู่ที่ 24,900 – 31,900 บาท การรับประกันเป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ แต่ต้องบอกก่อนว่าในบทความนี้เราได้เครื่องพิเศษมา เป็นเดโมยังไม่มีการขายจริงในไทย โดยเป็นสเปก Ryzen 7 4800H + GTX 1660 Ti Max-Q ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันหมด คาดว่าราคาจะขยับสูงขึ้นไปอีกนิด

VDO Review

NBS Verdict

จากการที่แอดมินโป้งสัมผัสและใช้งานจริงๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 เครื่องเดโม ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม มีความร้อนที่เกิดขึ้นอยู่เกณฑ์ที่เย็นกว่ารุ่นก่อนๆ แม้จะใช้ชุดระบายความร้อนแบบเดิม รวมไปถึงทำงานนอกสถานที่ก็ใช้แบตได้ยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง และความบันเทิงดูหนังฟังเพลงที่บ้าน บอกได้เลยว่าทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นมีความน่าประทับใจ กับตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ขอบหน้าจอที่บางลง ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น รวมไปถึงมีสเปคประสิทธิภาพสูง เหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงการเล่นเกมก็ทำได้อยู่ในเกรดที่ดี อีกทั้งมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย ประกันก็เป็นแบบ 2 ปี On-site Service ที่ใช้งานได้อย่างสบายใจ

อย่างไรก็ตาม HP Pavilion Gaming 15 มีข้อสังเกตอยู่ในบ้างในเรื่องของการที่แรมติดเครื่องมาขนาด 8GB ทำให้เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งกว่า เราต้องอัพเกรดเองเป็น 16GB ในเรื่องของการเชื่อมต่อก็ครบครันก็จริง แต่ยังมีการติดตั้ง USB 3.1 Type-A มาให้เพียง 2 พอร์ตเท่านั้น (บางแบรนด์ให้มา 3 – 4 พอร์ต) อีกทั้งตัวทัชแพดเองก็ไม่มีปุ่ม Hotkey หรือฟังก์ชั่นไว้ปิด และไฟคีย์บอร์ดก็ดับอัตโนมัติ 30 วินาทีเท่านั้น ที่ไม่สามารถตั้งค่าใดๆ ได้ รวมไปถึงดีไซน์มันเหมือนกับ HP Pavilion Gaming 15 รุ่นก่อนๆ ของ AMD Ryzen 3000H เลย เรียกได้ว่าแทบแยกกันไม่ออก ทั้งหมดนี้สำหรับบางคนถือว่าพอมองข้ามได้อยู่ เมื่อเทียบกับข้อดีหลายๆ ส่วนและราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา 

จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องเล็กกระชับ กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คเล้นเกมสเปกแรงขนาดจอ 15.6″
  • ตัวเครื่องมีความบาง 23.6 มิลลิเมตรและเบาที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H + GTX 1650 / GTX 1650 Ti
  • ติดตั้งแรม 8GB DDR4 Bus 3200 MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe 512GB ลื่นไหล
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีลื่นไหลทั้ง แนวออฟไลน์และออนไลน์
  • คีย์บอร์ดมีไฟเป็นสีเขียวที่ดูแล้วสวยงาม ไม่เหมือนรุ่นอื่นๆ
  • มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์ HP ใช้งานได้ทันที
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง 
  • ลำโพง B&O คุณภาพเสียงดี น่าประทับใจ
  • ราคาคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับสเปก ฟีเจอร์ และดีไซน์
  • สามารถจัดการความร้อนได้เป็นอย่างดี ถือว่าเย็นกว่าที่คาดเอาไว้
  • ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต

  • มีพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ตเท่านั้น
  • ทัชแพดไม่สามารถปิดได้ เมื่อไม่ใช้งาน
  • สเปกหน้าจอค่าขอบเขตสีและความเร็ว SSD เป็นรองสเปก Intel Core i
  • ซอฟต์แวร์ HP น่าจะสามารถปรับแต่งการใช้งาน Gaming ได้มากกว่านี้

Specification

HP Pavilion Gaming 15 ปี 2020 สเปก AMD Ryzen 4000H ตอนนี้จะมีอยู่ 3 สเปก 3 ราคา หลักๆ โดยจะเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H / AMD Ryzen 7 4800H ซึ่งทำให้การใช้งานโดยรวมลื่นไหลแน่นอน มีรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญมาพร้อมกับการ์ดจอแยกตัวแรง 2 รุ่น อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti พร้อมหน่วยความจำแรมขนาด 8GB มาตรฐาน DDR4 Bus 3200 MHz (แนะนำให้อัพเกรดเป็น 16GB) ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB (สามารถเพิ่มเติม HDD 2.5″ ได้ภายหลัง) เรียกได้ว่าเล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหลแน่นอน ส่วนเกมออฟไลน์ปรับกลางๆ ลื่นไหลทุกเกมสบายๆ ตอบสนองได้คุ้มค่าราคาสุดๆ 

ได้หน้าจอแบบด้านขอบจอบาง พาเนล IPS คุณภาพสูง ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ภาพที่สวยงามุมมมองกว้าง พร้อมความลื่นไหลในทุกๆ การใช้งาน ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ในราคาที่ถูกและคุ้มค่าไม่แพ้ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นในตลาด ที่ใช้สเปก AMD Ryzen 4000H  นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ที่มาเป็นมาตรฐานดีกว่าเดิม 3 เท่า ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบถ้วนประมาณหนึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน 

อย่างไรก็ตามสำหรับรุ่นที่เรานำมารีวิวนี้เป็นเครื่องเดโมจากต่างประเทศยังไม่มีขายในไทย รวมถึงได้สเปกเป็น AMD Ryzen 7 4800H + NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันหมด คาดว่าราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 34,900 บาท ถ้านำสเปกนี้มาขายในไทยอย่างเป็นทางการ  

Hardware / Design

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 15 สเปก Ryzen 4000H ต้องยอมรับว่าดีไซน์เหมือนกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง HP Pavilion Gaming 15 สเปก Ryzen 3000H แบบ 100% เรียกได้ว่าเหมือนเดิมทั้งหมด เอาใจคนที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เรียกได้ว่าใครใช้รุ่นก่อนหรือรุ่นใหม่นี้ ดูจากภายนอกไม่ออกแน่ๆ ว่ารุ่นปี 2019 กับปี 2020 แยกออกจากกันอย่างไร 

ซึ่งก็มีความโดดเด่นจากรูปทรงที่เป็นเหลี่ยมสันดุดันตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คเล่นเกมของ HP ที่เชื่อว่าบรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน กันขนาดหน้าจอขนาด 15.6″ ที่เหมาะสมกับการใช้งานตามมาตรฐาน สำหรับรูปลักษณ์และทิศทาง HP Pavilion Gaming 15 มีมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กกระทัดรัดเมื่อเทียบ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นหลายปีก่อน ที่ดูหนาและหนักถ้าจะได้สเปกภายในแบบนี้

โดยตัวเครื่องบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัม ซึ่งได้การพกพาที่ดี ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่สเปกแรงอีกรุ่นที่พกพาไปใช้งานได้สะดวก เมื่อเปรียบเทียบกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน ได้ความแตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว (อาจจะมีสีม่วงตามมาในอนาคต เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า)

โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ ได้มีดีไซน์ดูดลมเย็นได้ดีเยี่ยม ซึ่งมีข้อสังเกตุเล็กน้อยเรื่องพื้นผิว คือ เป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่ายหน่อย แต่ก็เช็ดทำความสะอาดได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามถึงตรงนี้ก็ต้องบอกว่า เครื่องที่เห็นอยู่นี้เป็นเครื่องเดโมไม่ใช่เครื่องขายจริง ดูได้จากคีย์บอร์ดจะไม่มีสกรีนภาษาไทยมาให้

ด้านในตัวเครื่องมาพร้อมสีสันที่โดดเด่นดำเขียว  เช่นเดียวกัน วัสดุจะเป็นพลาสติกเกรดดีให้ความรู้สึกที่แข็งแรง ตัดด้วยไฟสีม่วงจากแป้นคีย์บอร์ดแบบใหม่ ที่ช่วยเสริมความสวยงามได้ดี ส่วนด้านซ้ายจะเป็นปุ่ม Power มีไฟเมื่อเปิดใช้งาน รวมถึงมีการใช้บานพับแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ที่ดูแข็งแรงทนทานสวยงามเข้ากับเครื่องได้ดีมากๆ ที่เชื่อได้ว่าไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องบานพับในระยะยาวของการใช้งานแต่อย่างใด พร้อมยกหน้าจอให้ระดับสูงกว่าเดิม ทำให้มุมมองการใช้งานดียิ่งขึ้น กางสุดได้มุมประมาณ 145 องศา

ด้านหลังได้มีการวางตำแหน่งช่องระบายความร้อนแบบแถวยาวแถวเดียว โดยซ่อนอยู่บานพับซึ่งใช้พัดลมแบบคู่ซึ่งมีการออกแบบได้ขนาดที่ใหญ่ขึ้น ตรงแกนฝาพับจะมีสกรีนตัวอักษร Pavilion สีเขียวไว้ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นซีรีส์ Pavilion ชัดเจนดูโดดเด่น ส่วนด้านล่างตัวเครื่องจะมียางรอง 3 จุดตาม เป็นมุมตัวเครื่องด้านหน้า 2 จุด และแถวหลังจะทำเป็นรูปแนวแนวยาวสวยงามตามลักษณะของเครื่อง พร้อมช่องดูดลมเย็นขนาดใหญ่ โดนเป่าลมร้อนออกทางยานพับของตัวเครื่อง

ลำโพงแบบสเตอริโอของ Bang & Olufsen จะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายหกเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว โดยมีโลโก้ B&O กำกับไว้มุมซ้ายล่างของคีย์บอร์ด รวมไปถึงในส่วนนี้ก็ได้มีการติดสติ๊กเกอร์ AMD Ryzen 4000H และ NVIDIA GeForce GTX เอาไว้อยู่ ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด พร้อมสติ๊กเกอร์แปะเอาไว้ว่าเป็นรุ่นหน้าจอ 144Hz ด้วย 

สรุปเรื่องการออกแบบดีไซน์ของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Ryzen 4000H ต้องบอกว่าสวยงามตามสไตล์ของ HP โดยมีรักษาเอกลักษณ์ดีไซน์ที่ชัดเจน  เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ รวมไปถึงงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือจะเอาไปทำงานเล่นอินเตอร์เน็ตก็สามารถรองรับได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญดีไซน์การออกแบบยังก้าวล้ำด้วยความดุดันและจริงจัง Gaming มากกว่าเดิม ซึ่งตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่าเป็น Gaming Notebok อีกรุ่นที่น่าสนใจในตลาด ณ ตอนนี้เลย ทั้งจากดีไซน์ ความต่าง สเปก ฟีเจอร์ และราคา 

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ดของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Ryzen 4000H นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำเข้ากับตัวเครื่อง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นสีเขียวพร้อมฟอนต์ที่ดูเข้ากับตัวเครื่อง การใช้งานก็เด้งรับกันนิ้วเป็นอย่างดี ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด แน่นอนว่ามาพร้อมกับปุ่มชุดตัวเลข Numpad ด้านขวา ในส่วนของไฟ LED Backlit สีเขียวก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว (ดับเองอัตโนมัติ 30 วินาที) ที่สำคัญปุ่ม WASD ยังออกแบบแตกต่างด้วยไฮไลน์ขอบไว้ชัดเจน สำหรับปุ่ม Power อยู่มุมซ้ายบนเป็นสีเงินพร้อมมีไฟ LED สีเขียวแสดงสถานะการเปิดตัวเครื่อง

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง โดยมีสัมผัสที่หนืดเล็กน้อยกำลังดี ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มซ่อนคลิกซ้ายขวา ทำให้ความรู้สึกในการกดที่ดี รองรับการใช้งานมัลติทัช สำหรับการใช้งานจริงจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งตัวทัชแพดจะวางตัวไปทางด้านซ้ายของเครื่องเล็กน้อยไม่ได้อยู่ตรงกลางหน้าจอเป๊ะๆ โดยรวมก็สามารถใช้งานได้ดีไม่ปัญหาอะไร แต่ข้อสังเกตคือไม่มีปุ่ม Hotkey ให้ปิดทัชแพดเมื่อไม่ใช่งานแต่อย่างใด

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผลของ HP Pavilion Gaming 15 รุ่นนี้ขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย Refresh Rate สูงสุด 144Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ที่ขอบเขตสีดีพอเพียงต่อการใช้งาน พร้อมไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ที่ยังสามารถติดตั้งกล้องเว็บแคมได้ปกติอยู่ ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 ทั่วไป

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ HP Pavilion Gaming 15.6″  ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยจากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 59% และ AdobeRGB ที่ 44% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ ใกล้เคียง 100% sRGB ที่เคลมเอาไว้จริงๆ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 100% แต่สำหรับช่องขวาแถวกลางจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 12% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว นับว่าสเปกหน้าจอไม่เหมือนกันสเปก Core i Gen 10H

ทางด้านลำโพงเลือกใช้ระบบเสียง Bang & Olufsen โดยตัวลำโพงจะอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ดจำนวน 2 ตัว แยกเสียงซ้ายขวาชัดเจน เช่นเดียวกับรุ่น Pavilion รุ่นอื่น ส่วนเรื่องเสียงก็ให้เสียงที่มีคุณภาพดีและเสียงดังพอสมควร เหมาะกับการดูหนัง ฟังเพลง ได้สบายๆ  อีกทั้งมีเทคโนโลยี HP Audio Boost ทำให้ได้พลังของเสียงที่มีคุณภาพ และความหนักแน่น สร้างประสบการณ์ที่ดูดีกว่าเสียงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 นี้จัดว่าเป็น Gaming Notebook ที่มีความครบครับประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI ไว้เชื่อมต่อกับหน้าจอเสริมภายนอก พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แบบแยกไมค์หูฟังหรือไมค์อย่างเดียว แน่นอนว่ามี SD Card Reader เป็นมาตรฐาน อีกทั้งยังมี LAN RJ45 โดดเด่นกว่า Gaming Notebook ทั่วไปตรงที่ทาง HP ได้มีการเล่นสีสันเหมือนกับโทนตัวเครื่องด้วย อย่างตามรุ่นที่นำมารีวิวนี้เป็นสีเขียว สัญลักษณ์พอร์ตต่างๆ ก็จะเป็นสีเขียวไปด้วย ดูแล้วลงตัวจริงๆ

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่าพอๆ กัน คาดว่าจากสเปกที่กินไฟมากกว่าปกติ พร้อมดีไซน์ที่สวยงามมีลักษณะขอบมนๆ แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นเหลี่ยมๆ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์เข้าไปด้วย กำลังจ่ายไฟที่ 200W ก็จะมีน้ำหนักที่ไม่เกิน 2.8 กิโลกรัม ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่หนักจนเกินไปนัก แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ หนุ่มๆ ชาวเกมเมอร์พกพาได้สบายๆ ตามมหาวิทยาลัยหรือร้านกาแฟต่างๆ

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 นั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนา ต้องใช้ฝีมือและทักษะพอสมควร ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว ต้องใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากขอบด้านหน้า ควรทำอย่างใจเย็น และขอบฝาด้านหลังตรงแกนฝาพับค่อนข้างคมระวังบาดนิ้วมือกันด้วย ส่วนหลายคนที่สงสัยว่ามีน็อตตรงแกนยางรองไหมบอกเลยว่ารุ่นนี้ไม่มี มีน็อตแค่เท่าที่เห็นคือ 7 ตัว ยาว 4 (ด้านหลัง) สั้น 3 (ด้านหน้า) โดยเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ อย่างตามรูปเลย 

การวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีเลยที ซึ่งในส่วนที่สามารถทำการอัพเกรดเพิ่ม HDD SATA ขนาด 2.5″ ธรรมดาเป็น SSD ได้ทันที (ถอดกล่องเปล่าสีดำออกมาก่อน) โดยเครื่องนี้ได้ติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงมาแล้วที่ความจุ 512GB พร้อมใส่แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz จำนวน 1 แถวทันที (สามารถใส่ได้สูงสุด 2 แถว ที่ 16GB x 2) ส่วนเรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 2 เส้น วางพาดยาวไล่ไปทั้งชิปการ์ดจอและตัวซีพียูเอง ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 2 ตัว ตามแบบฉบับ Gaming Notebook ปกติทั่วไป

Performance / Software

.   

HP Pavilion Gaming 15 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000H รุ่นที่นำมาทดสอบที่ย้ำอีกครั้งว่าเป็นเครื่องเดโม ไม่ใช่เครื่องขายจริง  ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ที่แรงกว่า AMD Ryzen 7 3750H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 2.90 – 4.20 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 12MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 45W ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น AMD Ryzen 3000 H หรือ Intel Core i Gen 9H เลยทีเดียว ที่สามารถดูได้จากผลการทดสอบเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Gaming Notebook สเปกเดิมๆ มาก

สำหรับ AMD Ryzen 7 4800H แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังรวมไปถึงเล่นเกมเป็นหลัก ก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 3000 H Series เป็นเท่าตัว ส่วนแรมได้ขนาด 8GB จำนวน 2 แถว (Dual Channel) มาตรฐาน DDR4 Bus 3200 MHz โดยถ้าจะอัพเกรดเพิ่มต้องถอดของเดิมออกก่อน พร้อมให้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ซึ่งมีช่องว่างใส่ SSD M.2 NVMe อีก 1 ตัวไว้อัพเกรดภายหลังได้ รวมถึง HDD 2.5″ SATA 3 อีก 1 ช่อง ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

.   

ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 7 มีความเร็วในการทำงานที่ 1600MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

โดยมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q (6GB GDDR6) ที่ต้องบอกว่าแรงใกล้เคียงกับ RTX 2060 ทีเดียว พร้อมปลดปล่อยความร้อนที่น้อยจากการที่เป็นซีรีส์ Max-Q แต่ก็ยังคงประสิทธิภาพการทำงานอยู่ จากที่สเปกภายในได้รับการอัพเกรดขึ้น เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา ร้อนน้อยกว่าแต่ก็แรงไม่แพ้กัน เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

.   

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H / Intel Core i7-9750H ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 ไปแล้ว โดยทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2274 MB/s และเขียนที่ 1520 MB/s ที่เร็วกว่ารุ่นทั่วไปในราคาใกล้เคียงกันพอสมควร หรือถ้าพูดให้ตรงๆ เลยก็คือ ได้ความเร็วแรงของ SSD ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางสูง

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5135 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร Word / Excel / Power Point หรือ VDO Call ผ่านโปรแกรมต่างๆ ให้ความลื่นไหลเป็นอย่างดี งานตกแต่งรูปภาพ Photoshop / Lightroom รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ Premiere Pro และจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H มีการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปมากพอสมควร ระดับเทียบเท่า Desktop สบายๆ 

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 6GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen 3000H หรือ Intel Core i Gen 9H จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ

และด้วยพาเนล IPS แบบ 144Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่ หรือถ้าอยากให้วิ่ง 144Hz ก็จะปรับกราฟิกของเกมลงมาต่ำๆ หน่อย

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 15 ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ประเภท Utility ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

อีกทั้ง HP Pavilion Gaming 15 ยังมีเทคโนโลยี HP CoolSense เป็นคุณสมบัติที่รวมเอา ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการออกแบบกลไกเพื่อช่วยในการจัดการอุณหภูมิของโน๊ตบุ๊ค และช่วยให้เราเกิดรู้สึกสบายขณะใช้  โดยใช้เซ็นเซอร์การเคลื่อนที่ในโน๊ตบุ๊คเพื่อตรวจจับว่ากำลังใช้งานแบบตั้งอยู่กับที่หรือแบบเคลื่อนที่ และจะทำการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์และความเร็วของพัดลมเพื่อช่วยให้เย็นอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัตินั่นเอง อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าปรับแต่งอะไรมากไม่ได้

Battery / Heat / Noise

HP Pavilion Gaming 15 นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็ค่อนข้างที่จะน้อยไปหน่อย แต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพโดยรวมของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แล้วถือว่าโอเคเลย โดยสามารถใช้งาน Wi-Fi เพื่อท่องเว็บได้ยาวนานประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งเรียกได้ว่าทำได้ดีมากๆ หากเทียบกับ Gaming Notebok ในช่วงราคากันเคียงกัน เพราะปกติแล้วการใช้งานได้ยาวนานประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงก็ดีมากๆ แล้วสำหรับโน๊ตบุ๊คสเปกประมาณนี้ 

ส่วนของอุณหภูมิตัวเครื่องโดยรวม HP Pavilion Gaming 15 ถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีขณะที่เราเล่นเกมทดสอบเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการเล่นเกมที่เน้นชิปประมวลผลกับการ์ดจอพบว่าระดับของอุณหภูมิในจุดต่างๆ ของตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้รบกวนการใช้งานแต่อย่างใด จุดที่มีอุณหภูมิที่หนักที่สุดจะอยู่ที่ ตรงกลางขอบเครื่องด้านหลัง แต่ก็ใช้เวลาถ่ายความร้อนออกไปได้ไม่นานมากเท่าไรนักเมื่อเราใช้งานทั่วไป จากการที่มีพัดลมสองตัว พร้อมฮีตไปป์สองเส้นเป่าออกด้านหลัง

อุณหภูมิต่ำสุดของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลร้อนที่สุดที่ 91 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนการ์ดจอจะร้อนสุดอยู่ที่ 74 องศาเซลเซียส จากการใช้โปรแกรมเค้นประสิทธิภาพและเล่นเกมหนักๆ แบบต่อเนื่อง นับว่าระบบระบายความร้อนของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2020 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊คสเปกใกล้เคียงกันหลายๆ รุ่น จากการที่มีพัดลมระบายความร้อน 2 ตัว เพราะความร้อนทั่วไปไม่สูงมาก รวมไปถึงเฟรมเรทเล่นเกมก็ทำได้ดี ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และชิปประมวลผล AMD รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง แต่อย่างไรก็ตาไม่มีการให้เราปรับรอบพัดลมหรือโหมดการใช้งานเอง ทุกอย่างเครื่องจัดการเองทั้งหมด 

Conclusion / Award

สำหรับ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Ryen 4000H เป็นการตอกย้ำ ความแรงและคุ้มค่าน่าซื้อ มีราคาเริ่มเพียง 24,900 บาท ถือว่าต่อยอดความสำเร็จจริงๆ จากการนำเสนอ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Ryzen 3000H ในเรื่องของฮาร์ดแวร์ภายใน ส่วนดีไซน์ภายนอกเหมือนเดิมทั้งหมด โดยรุ่นใหม่นี้มาพร้อมประสิทธิภาพสูงในทุกๆ การทำงาน ด้วยสเปกชิปประมวลผลและการ์ดจอคุณภาพยอดเยี่ยม ก้าวกระโดดจากสเปกเก่าๆ ไปพอตัว ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวยงามไม่ซ้ำใคร ดูเป็นสไตล์ของ HP Gaming เค้าจริงๆ อีกทั้งแบตเตอรี่เองจากการทดสอบก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง 

สำหรับการระบายความร้อนก็นับว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน Gaming Notebook อยู่ คือ ไม่ได้ร้อนเกินไปกว่า 91 องศา ส่วนการ์ดจอก็แค่ 74 องศา เข้าใจว่าทาง HP ออกแบบมาได้ดีขึ้น ด้วยรุ่นที่ทดสอบนี้เป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H ที่เป็นรุ่นใหม่ที่แรงขึ้น แม้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตรที่ล้ำหน้า ฉะนั้นถ้าดูจากผลทดสอบอุณหภูมิก็นับว่าทำได้ดีตามที่ควรจะเป็นแล้ว ส่วนการ์ดจอรุ่น NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ที่เน้นร้อนน้อยแต่มีความแรงที่ใกล้เคียงกับ GTX 1660 Ti รุ่นปกติ ถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก คือได้ทั้งประสิทธิภาพความแรงที่ขับเกมได้เฟรมเรทที่ดี ใช้งานได้แบบสบายๆ ไร้กังวลเลย

สรุปแล้ว HP Pavilion Gaming 15 รุ่นนี้ถือว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง HP ที่น่าสนใจทีเดียว แต่สิ่งที่ต้องยอมรับจริงๆ ก็คือ ดีไซน์การออกแบบไม่มีการเปลี่ยงแปลงใดๆ เรียกได้ว่าลากใช้กันมายาวนานเกิน 1 ปีแล้ว ทำให้ดูภายนอกอาจจะไม่ค่อยรู้สึกถึงความสดใหม่จากฮาร์ดแวร์ภายใน ส่วนตัวซอฟต์แวร์เองก็ยังไม่มี Ultility ที่สามารถจัดการด้าน Gaming อย่างจริงจังเท่ากับแบรนด์อื่นๆ รวมถึงพอร์ตการเชื่อมต่อ USB เองก็ยังน้อยเหมือนเดิม และปิดท้ายด้วยคุณภาพหน้าจอและสเปกความเร็ว SSD นั้นก็ถูกปรับลดสเปกลงมาถ้าเทียบกับสเปก HP Pavilion Gaming 15 ที่เป็น Intel Core i Gen 10H นั่นเอง 

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ HP Pavilion Gaming 15 โน๊ตบุ๊คสาย Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นเห็นได้ชัดเจน HP Pavilion Gaming 15 สเปก Ryzen 4000H ที่เป็นซีรีส์นี้อีกครั้ง ด้วยดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามเรียบหรูดูเป็นเอกลักษณ์ โดยมีทิศทางเดียวกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง HP Pavilion Gaming 15 เลย ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม อีกทั้งยังพกพาไปทำงานได้ลงตัว รวมไปถึงตัวเครื่องก็เล็กลง บางเบาเทียบเคียงกันรุ่นหน้าจอ 15.6″ ทั้งของ HP เองและแบรนด์อื่นๆ ได้ไฟเป็นสีเขียวโทนสีเขียวที่ไม่ซ้ำใคร ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่หลายคนจับตามองทีเดียว

Best Value

ด้วยขนาดหน้าจอ 15.6″ ได้ Refresh Rate ที่ 144Hz พร้อมได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ที่เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงทรงพลังในการประมวลผลหรือเล่นเกม และการ์ดจอที่เน้นคุ้มค่าแต่แรงลื่นอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q (6GB GDDR6) ได้แรมมาตรฐานมาเป็น 8GB Bus 3200MHz รวมไปถึงรองรับ SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงมากๆ ที่ความจุ 512GB ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวก็คุ้มค่า หาคู่เปรียบเทียบได้ยาก ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ทำได้อย่างสบายๆ

Click to comment
Advertisement

You May Also Like

Notebook News

Dell Notebook ช่วงปลายปี 2020 มีให้เราได้เลือกซื้อหลากหลายมากมาย โดยที่มีรุ่นตามลักษณะการใช้งานของเรา เหมาะกับทุกๆ คน ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงานทั่วไป หรือคนที่ทำงานสาย Content Creator รวมไปถึงระดับองค์กรมืออาชีพ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Gamer

Other News

Apple เปิดตัว iPhone 12 Series อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในงาน Apple Even ในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 (ตรงกับเวลา 00:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) พร้อมกับผลิตภัณฑ์อย่าง HomePod Mini ด้วย ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำสรุปสเปค...

Tips & Tricks

รวมสูตร The Sims 4 เป็นอีกเรื่องที่น่าจะหยิบยกมาเขียน ไหน ๆ ช่วงนี้ Steam ก็ขนขบวนมาลดราคา The Sims 4 ทั้งเช็ต ทั้งภาคหลัก ภาคเสริม และเพราะ The Sims เป็นเกมจำลองการใช้ชีวิตยอดฮิตเป็นที่นิยมตลอดกาล เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ผู้เล่นสามารถปลอดปล่อยจินตนาการการใช้ชีวิตประจำวันที่โลกจริงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำให้ซีรีส์เกม The...

Tips & Tricks

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คหลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอก็คือ โน๊ตบุ๊คเชื่อมต่อ WiFi ไม่ได้ หรือมองไม่เห็น WiFi ที่ต้องการใช้งาน ทำให้เกิดความลำบาก และต้องหาวิธีแก้ไขกันวุ่นวาย