Connect with us

Hi, what are you looking for?

REVIEW

ASUS M241D AIO ดีไซน์สวย จอไซส์ Big คอมราคาประหยัด ซีพียู Ryzen เน้นบันเทิง ท่องเน็ต เสียงจัดจ้าน

ASUS M241D เป็นพีซีในแบบ All-in-One จัดเป็น คอมราคาประหยัด ใช้ในสำนักงาน หรือในบ้านให้ประสิทธิภาพ ในการประมวลผลพอเหมาะ รองรับซอฟต์แวร์ออฟฟิศ ไปจนถึงความบันเทิงภายในบ้าน ซีพียู AMD Ryzen และจอ 24″

ขุมพลัง AMD Ryzen 5 3500U ให้ความเร็วสูงสุด 3.7GHz ทำงานในแบบ 4 core/ 8 thread และกราฟิก Radeon Vega มาในตัว พร้อมกับฮาร์ดดิสก์ 1TB เหมาะกับผู้ใช้ในบ้าน ทั้งในแง่ของการทำงาน การเรียน และความบันเทิง รวมไปถึงเป็น ดูหนังฟังเพลง ท่องเว็บ ไปจนถึงการตกแต่งภาพแบบง่ายๆ และการเล่นเกมทั่วไป ในงบประมาณเพียงหมื่นกว่าบาทเท่านั้น

คอมราคาประหยัด

All-in-One รุ่นนี้ มาพร้อมความน่าสนใจในหลายองค์ประกอบด้วยกัน และแบ่งออกเป็น 3 รุ่น จุดต่างจะมีในส่วนของ ซีพียู แรม และรุ่นท็อปจะมี SSD เพิ่มเข้ามาด้วย พร้อมสเปคพื้นฐานที่จัดมาให้สำหรับการเป็น คอมเพื่อความบันเทิงในบ้านและ คอมสำนักงาน ด้วยขุมพลัง AMD Ryzen ใส่แรมมาให้ 4GB และมี HDD มาในตัว หน้าจอขนาดใหญ่ 23.8″ ระบบเสียง Sonic Master ให้เสียงที่จัดจ้าน และมีพอร์ตต่อพ่วงมาให้จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 หรือ HDMI และ LAN ที่สำคัญยังเปลี่ยนเป็นหน้าจอแสดงผล เมื่อต่อสัญญาณจากภายนอกเข้ามาผ่าน HDMI-In ได้ โดยมีซอฟต์แวร์ MyASUS ช่วยในการจัดการ และมอนิเตอร์สิ่งต่างๆ ภายในระบบ ให้การรับประกัน 3 ปีแบบ On-site service อีกด้วย

Specification

ASUS M241D เป็นพีซีออลอินวัน (AIO) ในกลุ่มไลฟ์สไตล์ และเป็นพีซีทางเลือกให้กับผู้ใช้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์แบบจบในตัว หน้าจอใหญ่ ใช้งานสะดวก ทั้งในแง่ของงานทั่วไป ซอฟต์แวร์ออฟฟิศ ไปจนถึงความบันเทิง ด้วยซีพียูที่มีให้เลือกตั้งแต่ Ryzen 5 ไปจนถึง Ryzen 7 รุ่นที่ได้มาทดสอบนี้ ใช้ซีพียู Ryzen 5 3500U ซึ่งมีกราฟิกในตัว Radeon Vega ทำงานแบบ 4 core/ 8 thread ความเร็วเริ่มต้น 2.1GHz และบูสท์สูงสุดที่ 3.7GHz โดยมีแรม DDR4 4GB และฮาร์ดดิสก์ 1TB กับหน้าจอ 23.8″ 1080p ในแบบ IPS ให้มุมมองที่กว้างและสีสันที่คมชัด

แต่โดยพื้นฐาน ASUS ยังคงเน้นที่ความบางเบาของพีซี AiO รุ่นนี้ เพื่อความน่าใช้ ไม่ว่าจะเป็น ขอบจอที่บางเฉียบ มีเส้นสายในโทนสีเงินและทอง เพื่อความหรูหรา ลำโพงในแบบซาวด์บาร์ด้านล่าง ฐานที่ดูออกแบบสวยงาม ปรับมุมก้มเงย ได้เล็กน้อย รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 802.11 ac และ Gigabit LAN พอร์ตต่อพ่วงจัดมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB, HDMI และ RJ-45 กับระบบเสียงที่จัดจ้าน

ข้อมูลสเปคเพิ่มเติม

ASUS AIO M241DA – M241DAK-BA161T – AMD Ryzen 3050U, DDR4 4GB, HDD 1TB, Windows 10 ราคา 12,990 บาท

ASUS AIO M241DA – M241DAK-BA016T – AMD Ryzen 5 3500U, DDR4 4GB, HDD 1TB, Windows 10 and Microsoft Office Home&Student 2019 ราคา 15,990 บาท

ASUS AIO M241DA – M241DAK-BA017TS – AMD Ryzen 7 3700U, DDR4 8GB, HDD 1TB, SSD PCIe 256GB, Windows 10 and Microsoft Office Home&Student 2019 ราคา 20,990 บาท

Hardware / Design

ในด้านการออกแบบ ASUS M241D รุ่นนี้ ถูกชูเรื่องของความสวยงาม ดีไซน์ที่ทันสมัย และหน้าจอขนาดใหญ่ ให้พื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น ตามที่ปรากฏอยู่บนตัวเครื่อง ด้วยหน้าจอ 23.8″ และมีขอบจอบางเพียง 2 มิลลิเมตร เท่านั้น ให้สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่ 88% ด้านล่างจะเป็นชุดลำโพง ที่ฝังเนียนๆ มาในตะแกรงสีเงินที่ครอบอยู่ แต่ที่สะดุดตาคือ ตัวกล้องที่วางไว้ในส่วนล่างนี้ด้วย ทำเอามุมมองในการใช้แปลกตาไปพอสมควร โทนเครื่องออกไปทางสีเงินเมทัลลิก ไม่ว่าจะเป็นขอบจอล่าง ฐานจอ และอุปกรณ์ที่บันเดิลมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น คีย์บอร์ดหรือเมาส์ไร้สายก็ตาม

อย่างไรก็ดีทางด้านหลังของตัวเครื่อง ทาง ASUS ออกแบบมาในโทนสีดำ มีลวดลายหรือพื้นผิวแบบตาราง ทำให้หยิบจับได้ง่าย และไม่ต้องกังวลเรื่องรอยนิ้วมือ เป็นแบบทรงโค้งให้ดูมีมิติมากขึ้น โลโก้ขนาดใหญ่อยู่ตรงด้านบน และด้านล่างจะเป็นจุดสำหรับพอร์ตต่อพ่วง ส่วนฐานนั้นเป็นสีเดียวกับตัวเครื่อง ที่อาจดูแปลกตาบ้าง หากมองจากด้านข้างเพราะดูเหมือนเป็นคานโลหะรูปตัว T ที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากค่ายอื่นๆ คาดว่าทาง ASUS อยากจะสื่อถึงความพรีเมียมด้วยส่วนหนึ่ง เพราะไม่ได้ใส่ความหวือหวา หรือมีชิ้นส่วนมากมาย ยกเว้นแต่เรื่องอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาอย่างเมาส์ คีย์บอร์ดที่ดูพิเศษมากขึ้น เมื่อเทียบกับ AiO ราคาหมื่นกว่าบาทในท้องตลาด

สิ่งที่น่าจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ อยู่ที่เมาส์และคีย์บอร์ดแบบไร้สาย ที่ทาง ASUS บันเดิลมาให้นี้ ที่ให้ความบางและเบา เพื่อการพกพาและสะดวกในการติดตั้ง เพราะแทบไม่ต้องวุ่นวาย ไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก จึงลดการใช้พื้นที่บนโต๊ะไปได้มาก ตามคอนเซปต์ของ AiO ในโลกใบนี้ โดยคีย์บอร์ดมาในแบบ Full-size ที่มีให้อย่างครบครัน ปุ่มสีดำตัดกับโครงสร้างสีเงิน ปุ่มขนาดใหญ่แยกกันอย่างชัดเจน พร้อมปุ่มลูกศรแบบเต็มและมี Numpad มาในตัวด้วย ใช้ถ่านขนาด AA จำนวน 2 ก้อน ส่วนเมาส์แบบออพติคอล เป็นสีโทนเดียวกันกับตัวเครื่องและคีย์บอร์ด แม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็เข้าธีมกันได้ดี ที่สำคัญใช้งานง่าย เพราะต่อตัว Reciever เข้ากับตัวเครื่อง จากนั้นเมื่อระบบเชื่อมต่อ ก็สามารถใช้เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายคู่นี้ได้ทันที

แม้ว่าจะเป็น AiO ซึ่งปกติมีขนาดใหญ่ ไม่ต้องซีเรียสเรื่องความร้อนมากนัก แต่ทาง ASUS เอง ก็ดูจะปรับทางการระบายความร้อนให้ลงตัว แม้ว่าพื้นที่ด้านหลังจะปิดเกือบทั้งหมด ด้านใต้จอก็เลยเป็นช่องระบายในตัว ให้ลมสามารถเข้าออกได้สะดวกมากขึ้น อย่างไรก็ดีกับซีพียูที่มีค่า TDP 15W ความร้อนดูจะไม่ได้เป็นปัญหา คล้ายกับการใช้งานโน๊ตบุ๊คกันแบบนั้น

ส่วนเรื่องของวัสดุจัดว่าทำออกมาได้ดี เริ่มตั้งแต่ฐานที่ดูเป็นโลหะแข็งแรง แน่นหนา สร้างจุดถ่วงให้กับตัวเครื่องได้ดี รวมถึงให้การก้มเงยของหน้าจอทำได้ไม่เสียสมดุล ด้านหลังเป็นพลาสติกคุณภาพชิ้นใหญ่ ลักษณะเดียวกับที่ใช้บนโน้ตบุ๊กในปัจจุบัน ปุ่มกดอยู่ด้านหลัง สำหรับการเปิด-ปิดเครื่อง แทบจะดูเป็นชิ้นเดียวไปกับตัวเครื่อง งานประกอบแน่นดี แม้หน้าจอจะเป็นแบบขอบบาง แต่ก็ดูแข็งแรง จะมีเพียงเรื่องเดียวเวลานี้คือ ไฟแสดงสถานะ มีเพียงจุดเล็กๆ ตรงที่วางลำโพง ซึ่งบางครั้งก็แทบจะสังเกตไม่เห็น แต่ส่วนหนึ่งทาง ASUS น่าจะไม่อยากจะให้แสงไปรบกวนสายตาผู้ใช้ก็เป็นได้

Keyboard / Touchpad

สำหรับ ASUS M241D ที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแบบทัชสกรีน หรือสามารถสั่งข้อมูลผ่านทางหน้าจอได้ จึงเป็นหน้าที่ของคีย์บอร์ด และเมาส์ ที่ทาง ASUS บันเดิลมาด้วย โดยคีย์บอร์ดเป็นแบบไร้สาย ขนาดบางเบา เลย์เอาท์เป็นแบบ Full-size ปุ่มคีย์แยกส่วนออกจากกัน พร้อมคีย์ภาษาไทยใช้งานสะดวก พร้อมกับคีย์มัลติมีเดียแถวบน เหมาะทั้งทำงาน เอกสาร และเล่นเกม การเชื่อมต่อไร้สาย ร่วมกับ Receiver ขนาดเล็ก ติดตั้งเข้ากับพอร์ต USB ซึ่งใช้ร่วมกับเมาส์ไร้สายที่มาด้วยกันได่ทันที เมื่อระบบตรวจสอบการทำงานแล้ว ใช้พลังงานจากถ่านแบบ AAA 2 ก้อน

เมาส์เป็นแบบไร้สายเช่นกัน เป็นแบบออพติคอล สีเงินเช่นเดียวกับคีย์บอร์ดและตัวเครื่อง จับถนัดมือ เนื่องจากมีมิติค่อนข้างยาว และตอบสนองได้ไว mouse skate ที่อยู่ด้านใต้ก็ทำให้เคลื่อนไหวได้ลื่นทีเดียว น่าจะถูกใจชาวท่องเว็บ เพราะน้ำหนักเบา และจับถือได้ง่าย ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน เช่นเดียวกับคีย์บอร์ด

และสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอีกสิ่งหนึ่งก็คือ Optical drive ที่เป็น DVD-ROM 8X ในแบบ Slim ไดรฟ์ DVD ขนาดกระทัดรัด ให้กับการใช้งานแบบต่างๆ ได้สะดวกขึ้น เช่น การดูหนัง ฟังเพลง ผ่านแผ่นดีวีดี หรือหลายคนที่มีข้อมูลเก็บในมีเดียแบบนี้ และเกมในอดีต ที่ยังเป็นแผ่นอยู่ ก็สามารถเล่นได้ โดยต่อเข้ากับพอร์ต USB ด้านหลัง ก็พร้อมสำหรับการใช้งาน

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผล ASUS M241D รุ่นนี้ เป็นจอภาพขนาด 23.8″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล และเป็นพาแนลแบบ IPS ที่ให้ภาพที่สดใส และยังเป็นจอแบบด้านหรือ Anti-Glare ที่ช่วยลดแสงสะท้อนขณะใช้งานได้ดีทีเดียว ขอบจอบางเพียง 2 มิลลิเมตร ทั้งด้านข้าง 2 ด้าน และด้านบน เพิ่มพื้นที่ให้กับการใช้งาน ด้วยสัดส่วนของจอกับบอดี้ที่ 88% และด้วยขอบที่บางนี้ จึงช่วยให้ใช้งานจอแบบมัลติมอนิเตอร์ได้อีกด้วย การรับหน้าที่เป็นจอแสดงผล ผู้ใช้สามารถนำสัญญาณจากพีซีหรือโน้ตบุ๊กเครื่องอื่นมาต่อกับ AiO รุ่นนี้ได้ และแสดงผลแบบหลายจอได้เช่นเดียวกัน ในแง่ของสีสันและความคมชัด มาพร้อมค่า Gamut sRGB 100% เลยทีเดียว นับว่าจอภาพบนพีซีเครื่องนี้สอบผ่านด้านคุณภาพอย่างไม่ต้องสงสัย

ฐานจอสามารถปรับได้เฉพาะมุมก้มเงยได้เล็กน้อย ให้พอต่อการใช้งานบนโต๊ะทำงานทั่วไป สำหรับความสูงของโต๊ะมาตรฐาน สามารถมองในระดับสายตาได้ตามปกติ ยกเว้นว่าคุณตัวเล็กหรือโต๊ะเตี้ยเกินไป ก็อาจจะต้องขยับให้เหมาะ และอย่างที่ได้กล่าวไว้คือ ไม่สามารถหมุนจอหรือ Pivot ได้ แต่ก็เป็นไปตามลักษณะของพีซี AiO ปกติ

นอกจากนี้ยังยังมีลำโพง 2W มาให้ถึง 3 ชุดด้วยกัน จากจุดที่ติดตั้งบริเวณด้านล่างของหน้าจอ พร้อมกับระบบเสียง Sonic Master ที่บอกเลยว่า เสียงสุดมีพลังเกินตัว เพราะจากการทดสอบ ทั้งการดูหนัง ฟังเพลงและเล่นเกม นอกจากเสียงกลางที่มาแน่นแล้ว เสียงแหลมและการเก็บรายละเอียด ในแง่ของเอฟเฟกต์ต่างๆ ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี พอให้มีมิติบ้างในบางเกม และเมื่อการเพิ่มระดับเสียง ก็ไม่มีแตกพร่าให้น่ารำคาญ ดูเหมือนว่าการจัดลำโพงให้ปะทะกับหน้าผู้ใช้โดยตรง และระยะค่อนข้างใกล้กับหู ดูเหมือนจะส่งผลดีในด้านความบันเทิง รวมไปถึงผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งเสียงด้วย ASUS AudioWizard ได้สะดวกอีกด้วย เลือกโพรไฟล์ตามที่ต้องการได้

Connector / Thin And Weight

เรื่องมิติของ AiO จาก ASUS รุ่นนี้ ด้วยรูปทรงที่เน้นความเพรียวบางมาตั้งแต่ต้น สังเกตได้จากขอบด้านข้าง ที่ออกแบบให้โค้งไปทางด้านหลัง ซึ่งเมื่อรวมกับพอร์ตต่างๆ ที่ถูกใส่ไว้ในด้านหลังทั้งหมด แล้วจุดที่ยื่นออกมามีเล็กน้อย ก็ถือว่า ASUS จัดวางองค์ประกอบมาได้ดี ในบอดี้ที่ไม่ใหญ่จนเกะกะเกินไป และน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ราว 4.5 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมตัวแปลงไฟและเมาส์ คีย์บอร์ดไร้สาย ไม่เกิน 6 กิโลกรัม นับว่าสะดวกชนิดที่ใส่ไว้ในรถ แล้วเอาไปใช้ที่อื่นๆ ได้อีกด้วย ขอให้มีที่เสียบชาร์จเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว พอร์ตต่อพ่วงที่มีมาให้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน จุดแรกอยู่ด้านใต้ของเครื่อง ค่อนไปทางขวา ตรงนี้จะมีพอร์ต USB Type-A, 3.5mm Audio jack และปุ่มสำหรับ OSD เมื่อใช้งานโหมดหน้าจอ ส่วนอีกจุดหนึ่ง เป็นจุดหลังด้านหลัง วางเรียงกันอยู่มากมาย ประกอบด้วย USB 3.1 จำนวน 4 พอร์ต และมี HDMI-In และ Out อย่างละพอร์ต, RJ-45 และช่องต่อเพาเวอร์

หากถามว่าเพียงพอต่อการใช้งานมั้ย การให้ เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สาย ที่ใช้เพียง Receiver ตัวเดียว ก็ประหยัดไปได้ 1 พอร์ต แต่ถ้าเพิ่ม Ext.ODD ก็จะต้องเสียไป 1 พอร์ต แต่ก็ยังเหลือ 2-3 พอร์ตให้ใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อคีย์บอร์ดแยก หรือใช้ Ext.HDD ก็ตาม

Performance / Software

ในการตรวจเช็คฮาร์ดแวร์ด้วย CPU-z ประสิทธิภาพที่ได้จากซีพียู AMD Ryzen 5 3500U ถือว่าไม่ธรรมดาเลย เพราะทำงานในแบ 4 core/ 8 thread ถ้าจะว่าไปก็ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้ดีพอสมควร ด้วยความเร็วสูงสุด 3.7GHz แต่ที่สำคัญคือ เป็นซีพียูโมบาย จึงมีค่า TDP ต่ำ ทำให้ความร้อนน้อย และประหยัดพลังงาน จริงอยู่ที่คอม AIO เช่นนี้ จะไม่ได้ใช้แบตในการสำรองไฟก็ตาม แต่ก็ช่วยลดความร้อน เสียงและประหยัดไฟได้ เพียงแต่ถ้าได้แรมที่มากกว่า 4GB ที่ให้มา ก็น่าจะทำให้ระบบขับเคลื่อนไปได้ลื่นกว่านี้ เพราะ 4GB ดูจะอึดอัดไปบ้างในบางแอพพลิเคชั่น แต่ในแง่ของการทำงานเอกสารหรือท่องเน็ตทั่วไป ก็เพียงพอต่อการใช้งานได้ 

การทดสอบเกมด้วย PUBG mobile และ World of Tank Bliz ด้วยสเปคของซีพียูระดับ Ryzen 5 บนพีซีเครื่องนี้ แม้จะเป็นโมบาย แต่ก็เล่นเกมทั่วไป ที่ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากๆ ได้ รวมถึงกราฟิก Vega ที่มากับซีพียู ก็พอที่จะช่วยรีดเฟรมเรตได้ดี แบบไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก ด้วยเฟรมเรตระดับ 30-40fps ++ บนเกมทั้งสอง ในโหมด Low, Ultra Low settings ก็พอให้เล่นเกมง่ายๆ ได้แบบไม่เสียอารมณ์ แต่จะดีกว่านี้ ถ้ามีแรมเพิ่มเข้ามา เพราะจะช่วยแบ่งไปใช้เป็นบัฟเฟอร์ ซึ่งน่าจะทำให้เกมไหลลื่นขึ้นกว่านี้

ทดสอบการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์กราฟิก CINEBENCH R20 ด้วยการเรนเดอร์ออปเจกท์ 3 มิติ ตัวเลขที่ได้ไม่ธรรมดา เพราะขยับไปถึง 358 pts ซึ่งหากจาก Ryzen 7 1700X ผู้พี่แบบหายใจรดต้นคอ ส่วนหนึ่งเพราะการทำงานแบบ 4 core/ 8 thread ในปัจจุบันก็เพียงพอต่อการทำงาน นอกจากนี้กราฟิก Vega เองก็มีส่วนช่วยให้การทำงานดีขึ้น แต่ถ้าใครมองว่าอยากจะอัพเลเวลไปกว่านี้ ยังมีตัวเลือกที่เป็น Ryzen 7 3700U มาด้วย แต่อัพราคาขึ้นอีกพอสมควร แต่ก็ได้ SSD และแรมเพิ่มขึ้น ความคิดเห็นส่วนตัว ซีพียูแรงพออยู่แล้ว แต่น่าจะมีแรมเพิ่มขึ้นอีกหน่อย

การทดสอบบน PCMark 10 ตัวเลขออกมาน่าพอใจ ในภาพรวมอยู่ที่ 2,959 เกือบแตะ 3,000 คะแนน กับตัวเลขในแต่ละงาน ที่ตอบโจทย์การใช้งานในด้านต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ซอฟต์แวร์ออฟฟิศ หรือจะการเปิดโปรแกรมและท่องอินเทอร์เน็ต ASUS AIO รุ่นนี้จอบสนองได้ไม่ยาก ส่วนตัวเลขของ Photo กับ Video editing ก็ถือว่าออกมาได้ดี ซึ่งบอกถึงการใช้งานการแต่งภาพหรือตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ ก็สามารถทำได้ เพียงแต่อาจจะไม่ได้เร็วปรู๊ดปร๊าด เหมือนกับพีซีตัวเต็มๆ ที่มีทั้งแรมและ SSD ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญอยู่ด้วย อย่างไรก็ดีถือว่ารองรับการทำงานในบ้านและสำนักงานได้แบบครอบคลุม

อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้มากเลย ก็คือ ซอฟต์แวร์ MyASUS ถึงแม้ทุกค่าย จะมีซอฟต์แวร์มาช่วยอำนวยความสะดวกกันมาก แต่ในแง่ของความเป็นกันเอง และให้ประโยชน์ในการใช้งาน ASUS เตรียมพร้อมมาให้เต็มพิกัด ใครที่เคยใช้น่าจะพอสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบตรวจเช็ค ความร้อน ความเร็ว ให้คุณตรวจเช็คความผิดปกติในเบื้องต้น ซึ่งหากเจอสิ่งผิดปกติ ก็สามารถใช้ยูทิลิตี้มาแก้ไขได้ หรือจะเข้าไปดูในคำถาม FAQ สุดท้ายถ้าหาทางแก้ได้ยาก ก็สามารถติดต่อผ่านทางลิงก์ที่มีให้ในระบบได้อีกด้วย หรือจะเป็นการปรับแต่ง แสงสีบนหน้าจอ ปรับโหมดให้เข้ากับการใช้งาน ก็สามารถทำได้

Battery / Heat / Noise

แม้จะดูว่าไม่ได้สำคัญมากนักในแง่ของการเป็นพีซี แต่เรื่องของความร้อน หลายคนให้ความสำคัญ ทั้งการใช้ทั่วไป และเมื่อต้องทำงานหนัก ในการทดสอบด้วย OCCT และใช้การ Burn-in ซีพียู เมื่อทำความเร็วสูงสุด ระดับ 100% เป็นเวลาต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็น AIO ที่ออกแบบมาให้บาง กระทัดรัด แต่ในแง่ความร้อนถือว่าธรรมดา ในการทดสอบบนอุณหภูมิห้อง 25 องศาเซลเซียส หลังจากที่วิ่งไปสูงสุดราว 85 องศา ก็ตกลงมาเหลือแค่ 70 องศาเซลเซียสแบบนิ่งๆ เห็นเครื่องบางๆ แบบนี้ ทาง ASUS ก็จัดการความร้อนได้ดีเลยทีเดียว แต่เวลาที่ใช้จริง คงไม่มีใครทำงานซีพียู 100% แบบต่อเนื่อง เพราะแอพพิลเคชั่นทั่วไป อยู่ราว 60-70% เท่านั้น ซึ่งน่าจะเย็นกว่านี้เยอะ

Conclusion / Award

ในภาพรวมของ ASUS M241D รุ่นนี้ ได้รับการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ สำหรับการใช้งานพื้นฐานมาครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ 24″ ที่จัดว่าให้พื้นที่กำลังพอเหมาะกับการใช้งานในบ้านหรือสำนักงานทั่วไป ทั้งในด้านงานเอกสาร ท่องอินเทอร์เน็ต และการดูหนัง ด้วยความละเอียด Full-HD ซึ่งมากพอต่อการ Split หรือแบ่งหน้าจอ และขอบจอที่บาง จึงให้พื้นที่ใช้งานได้มากขึ้น ใช้กับงานเอกสารได้มากกว่า 1 งาน การออกแบบก็จัดว่า ไม่ได้หรูหรา แต่ก็ใช้สีและลวดลายให้เกิดความสะดุดตา สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือ ASUS เพิ่ม HDMI-In เข้ามาด้วย ทำให้พีซีนี้ กลายเป็นหน้าจอคอมไปได้ทันที แค่ต่อสายสัญญาณจากคอมเครื่องอื่นเข้ามาเท่านั้น แม้ว่าภาพลักษณ์โดยรวมจะไม่เน้นความเงางาม แต่การเล่นพื้นผิวและชิ้นส่วนที่เป็นแบบสีด้าน ก็ทำให้ AIO รุ่นนี้ ดูเรียบหรูน่าใช้ ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยนิ้วมือมากนัก

จากสเปคที่มาใน M241D AIO นี้ โดยทั่วไปรองรับงานพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ดีระดับหนึ่ง เพราะใช้พลังจาก AMD Ryzen 5 แม้จะเป็นแบบโมบาย แต่ก็แรงพอสำหรับแอพพลิเคชั่นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือความบันเทิง โดยประสิทธิภาพนั้น รวมถึงการเล่นเกมทั่วไป ที่ไม่ต้องอาศัยพลังมารีดเฟรมเรตให้มากมายนัก อีกทั้งมีกราฟิก Vega 8 มาในตัว ก็พอจะใช้งานด้านอื่นๆ และการเล่นเกมง่ายๆ ได้ อย่างที่ได้เห็นกันในการทดสอบ ถ้าเกมทั่วไป สามารถตั้งความละเอียดระดับ Low และ Medium ได้ แต่ถ้าเกมโหดขึ้นมาหน่อย อาจจะเล่นที่ Low หรือ Very low พอให้ได้มีความลื่นไหลบ้าง แต่ที่สำคัญคือ ถ้ามีแรมมากกว่านี้ และสามารถแชร์ให้กราฟิกเพิ่มได้ ก็จะช่วยให้การเล่นเกมสนุกสนานไม่น้อยเลย

นอกจากนี้สิ่งที่ทาง ASUS ยังเก็บรายละเอียด ด้วยการให้สิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น เมาส์และคีย์บอร์ดแบบไร้สายมาให้ แทนที่จะเป็นแบบมีสาย (Wire) ตามที่เราเคยเจอกันบ่อยๆ แม้ว่าจะเป็น AIO ราคาหมื่นกว่าบาทก็ตาม นอกจากนี้ยังใช้ Receiver เพียงอันเดียว จึงไม่เปลืองพอร์ต USB นอกจากนี้ก็ยังมี Ext.DVD drive หรือไดรฟ์ดีวีดีต่อภายนอก ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่สำหรับหลายๆ คน ยังใช้อยู่แทบจะทุกวัน และ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูลทั่วไป หรือบางคนชอบฟังเพลงผ่านแผ่น และเล่นเกมบางอย่างที่ยังอยู่ในแพลตฟอร์มของ DVD การให้สิ่งนี้มา ถือว่าเป็นเรื่องที่มีคุณค่าไม่น้อย

และนอกจากฮาร์ดแวร์และ Accessories แล้ว ยังมีเรื่องซอฟต์แวร์ MyASUS ที่ทำให้ผู้ใช้แทบไม่ต้องกังวล เมื่อเจอกับปัญหาเบื้องต้นหรือความผิดปกติในการใช้งาน โดยโปรแกรมนี้จะข่วยตรวจเช็ค และแก้ไขให้ได้ หรือจะตรวจเช็คการเปลี่ยนแปลง อัพเดตหรือปรับไดรเวอร์ให้เหมาะสม ก็ทำได้บนโปรแกรมนี้ แต่ในกรณีที่ยากขึ้น อาจเลือกเป็นการปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือผ่านทางบริการ ที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย ซึ่งตรงนี้ก็นับว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผู้ใช้มั่นใจในการใช้งาน ด้วยสนนราคาที่เริ่มต้น 12,990 บาท รุ่นกลางคือ ที่รีวิวนี้ 15,990 บาท และรุ่นท็อปสุด 20,990 บาท ก็ดูน่าสนใจไม่น้อยเลย

Award

Best Value

ด้วยการออกแบบและสเปคพื้นฐานที่มีมาบน ASUS M241D AIO ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่ได้หวือหวา แต่ถ้ามองในแง่ของราคา กับฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่จัดการซอฟต์แวร์พื้นฐานได้อยู่หมัด ตั้งแต่งานในสำนักงาน หรือการใช้ในชีวิตประจำวันที่บ้าน ท่องอินเทอร์เน็ต ก็ไม่ใช่เรื่องยาก จะมีเพียงการเล่นเกม ซึ่งปกติก็ไม่ได้แนะนำบนพีซีลักษณะนี้ แต่ในการทดสอบ ก็ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ หากแต่ถ้ามีแรมเพิ่มก็น่าจะไปต่อได้อีกพอสมควร หน้าจอแบบ IPS ให้ความคมชัด และขอบจอบาง ทำให้ได้พื้นที่ใช้งานเยอะขึ้น อีกทั้งรับหน้าที่เป็น Display mode ในการต่อคอมเครื่องอื่นเข้ามาได้ และยังได้ฮาร์ดดิสก์ 1TB เอาไว้เก็บข้อมูลได้สบายๆ ที่สำคัญ เพิ่มเมาส์ คีย์บอร์ดไร้สายมาให้ และมี Ext.DVD มาด้วย พร้อม Windows 10 และการรับประกัน 3 ปีแบบ On-site service อีกด้วย เรียกว่าใช้งานได้ทันที

Specification

ASUS M241D เป็นพีซีออลอินวัน (AIO) ในกลุ่มไลฟ์สไตล์ และเป็นพีซีทางเลือกให้กับผู้ใช้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์แบบจบในตัว หน้าจอใหญ่ ใช้งานสะดวก ทั้งในแง่ของงานทั่วไป ซอฟต์แวร์ออฟฟิศ ไปจนถึงความบันเทิง ด้วยซีพียูที่มีให้เลือกตั้งแต่ Ryzen 5 ไปจนถึง Ryzen 7 รุ่นที่ได้มาทดสอบนี้ ใช้ซีพียู Ryzen 5 3500U ซึ่งมีกราฟิกในตัว Radeon Vega ทำงานแบบ 4 core/ 8 thread ความเร็วเริ่มต้น 2.1GHz และบูสท์สูงสุดที่ 3.7GHz โดยมีแรม DDR4 4GB และฮาร์ดดิสก์ 1TB กับหน้าจอ 23.8″ 1080p ในแบบ IPS ให้มุมมองที่กว้างและสีสันที่คมชัด

แต่โดยพื้นฐาน ASUS ยังคงเน้นที่ความบางเบาของพีซี AiO รุ่นนี้ เพื่อความน่าใช้ ไม่ว่าจะเป็น ขอบจอที่บางเฉียบ มีเส้นสายในโทนสีเงินและทอง เพื่อความหรูหรา ลำโพงในแบบซาวด์บาร์ด้านล่าง ฐานที่ดูออกแบบสวยงาม ปรับมุมก้มเงย ได้เล็กน้อย รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 802.11 ac และ Gigabit LAN พอร์ตต่อพ่วงจัดมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB, HDMI และ RJ-45 กับระบบเสียงที่จัดจ้าน

ข้อมูลสเปคเพิ่มเติม

ASUS AIO M241DA – M241DAK-BA161T – AMD Ryzen 3050U, DDR4 4GB, HDD 1TB, Windows 10 ราคา 12,990 บาท

ASUS AIO M241DA – M241DAK-BA016T – AMD Ryzen 5 3500U, DDR4 4GB, HDD 1TB, Windows 10 and Microsoft Office Home&Student 2019 ราคา 15,990 บาท

ASUS AIO M241DA – M241DAK-BA017TS – AMD Ryzen 7 3700U, DDR4 8GB, HDD 1TB, SSD PCIe 256GB, Windows 10 and Microsoft Office Home&Student 2019 ราคา 20,990 บาท

Hardware / Design

ในด้านการออกแบบ ASUS M241D รุ่นนี้ ถูกชูเรื่องของความสวยงาม ดีไซน์ที่ทันสมัย และหน้าจอขนาดใหญ่ ให้พื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น ตามที่ปรากฏอยู่บนตัวเครื่อง ด้วยหน้าจอ 23.8″ และมีขอบจอบางเพียง 2 มิลลิเมตร เท่านั้น ให้สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่ 88% ด้านล่างจะเป็นชุดลำโพง ที่ฝังเนียนๆ มาในตะแกรงสีเงินที่ครอบอยู่ แต่ที่สะดุดตาคือ ตัวกล้องที่วางไว้ในส่วนล่างนี้ด้วย ทำเอามุมมองในการใช้แปลกตาไปพอสมควร โทนเครื่องออกไปทางสีเงินเมทัลลิก ไม่ว่าจะเป็นขอบจอล่าง ฐานจอ และอุปกรณ์ที่บันเดิลมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น คีย์บอร์ดหรือเมาส์ไร้สายก็ตาม

อย่างไรก็ดีทางด้านหลังของตัวเครื่อง ทาง ASUS ออกแบบมาในโทนสีดำ มีลวดลายหรือพื้นผิวแบบตาราง ทำให้หยิบจับได้ง่าย และไม่ต้องกังวลเรื่องรอยนิ้วมือ เป็นแบบทรงโค้งให้ดูมีมิติมากขึ้น โลโก้ขนาดใหญ่อยู่ตรงด้านบน และด้านล่างจะเป็นจุดสำหรับพอร์ตต่อพ่วง ส่วนฐานนั้นเป็นสีเดียวกับตัวเครื่อง ที่อาจดูแปลกตาบ้าง หากมองจากด้านข้างเพราะดูเหมือนเป็นคานโลหะรูปตัว T ที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากค่ายอื่นๆ คาดว่าทาง ASUS อยากจะสื่อถึงความพรีเมียมด้วยส่วนหนึ่ง เพราะไม่ได้ใส่ความหวือหวา หรือมีชิ้นส่วนมากมาย ยกเว้นแต่เรื่องอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาอย่างเมาส์ คีย์บอร์ดที่ดูพิเศษมากขึ้น เมื่อเทียบกับ AiO ราคาหมื่นกว่าบาทในท้องตลาด

สิ่งที่น่าจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ อยู่ที่เมาส์และคีย์บอร์ดแบบไร้สาย ที่ทาง ASUS บันเดิลมาให้นี้ ที่ให้ความบางและเบา เพื่อการพกพาและสะดวกในการติดตั้ง เพราะแทบไม่ต้องวุ่นวาย ไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก จึงลดการใช้พื้นที่บนโต๊ะไปได้มาก ตามคอนเซปต์ของ AiO ในโลกใบนี้ โดยคีย์บอร์ดมาในแบบ Full-size ที่มีให้อย่างครบครัน ปุ่มสีดำตัดกับโครงสร้างสีเงิน ปุ่มขนาดใหญ่แยกกันอย่างชัดเจน พร้อมปุ่มลูกศรแบบเต็มและมี Numpad มาในตัวด้วย ใช้ถ่านขนาด AA จำนวน 2 ก้อน ส่วนเมาส์แบบออพติคอล เป็นสีโทนเดียวกันกับตัวเครื่องและคีย์บอร์ด แม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็เข้าธีมกันได้ดี ที่สำคัญใช้งานง่าย เพราะต่อตัว Reciever เข้ากับตัวเครื่อง จากนั้นเมื่อระบบเชื่อมต่อ ก็สามารถใช้เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายคู่นี้ได้ทันที

แม้ว่าจะเป็น AiO ซึ่งปกติมีขนาดใหญ่ ไม่ต้องซีเรียสเรื่องความร้อนมากนัก แต่ทาง ASUS เอง ก็ดูจะปรับทางการระบายความร้อนให้ลงตัว แม้ว่าพื้นที่ด้านหลังจะปิดเกือบทั้งหมด ด้านใต้จอก็เลยเป็นช่องระบายในตัว ให้ลมสามารถเข้าออกได้สะดวกมากขึ้น อย่างไรก็ดีกับซีพียูที่มีค่า TDP 15W ความร้อนดูจะไม่ได้เป็นปัญหา คล้ายกับการใช้งานโน๊ตบุ๊คกันแบบนั้น

ส่วนเรื่องของวัสดุจัดว่าทำออกมาได้ดี เริ่มตั้งแต่ฐานที่ดูเป็นโลหะแข็งแรง แน่นหนา สร้างจุดถ่วงให้กับตัวเครื่องได้ดี รวมถึงให้การก้มเงยของหน้าจอทำได้ไม่เสียสมดุล ด้านหลังเป็นพลาสติกคุณภาพชิ้นใหญ่ ลักษณะเดียวกับที่ใช้บนโน้ตบุ๊กในปัจจุบัน ปุ่มกดอยู่ด้านหลัง สำหรับการเปิด-ปิดเครื่อง แทบจะดูเป็นชิ้นเดียวไปกับตัวเครื่อง งานประกอบแน่นดี แม้หน้าจอจะเป็นแบบขอบบาง แต่ก็ดูแข็งแรง จะมีเพียงเรื่องเดียวเวลานี้คือ ไฟแสดงสถานะ มีเพียงจุดเล็กๆ ตรงที่วางลำโพง ซึ่งบางครั้งก็แทบจะสังเกตไม่เห็น แต่ส่วนหนึ่งทาง ASUS น่าจะไม่อยากจะให้แสงไปรบกวนสายตาผู้ใช้ก็เป็นได้

Keyboard / Touchpad

สำหรับ ASUS M241D ที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแบบทัชสกรีน หรือสามารถสั่งข้อมูลผ่านทางหน้าจอได้ จึงเป็นหน้าที่ของคีย์บอร์ด และเมาส์ ที่ทาง ASUS บันเดิลมาด้วย โดยคีย์บอร์ดเป็นแบบไร้สาย ขนาดบางเบา เลย์เอาท์เป็นแบบ Full-size ปุ่มคีย์แยกส่วนออกจากกัน พร้อมคีย์ภาษาไทยใช้งานสะดวก พร้อมกับคีย์มัลติมีเดียแถวบน เหมาะทั้งทำงาน เอกสาร และเล่นเกม การเชื่อมต่อไร้สาย ร่วมกับ Receiver ขนาดเล็ก ติดตั้งเข้ากับพอร์ต USB ซึ่งใช้ร่วมกับเมาส์ไร้สายที่มาด้วยกันได่ทันที เมื่อระบบตรวจสอบการทำงานแล้ว ใช้พลังงานจากถ่านแบบ AAA 2 ก้อน

เมาส์เป็นแบบไร้สายเช่นกัน เป็นแบบออพติคอล สีเงินเช่นเดียวกับคีย์บอร์ดและตัวเครื่อง จับถนัดมือ เนื่องจากมีมิติค่อนข้างยาว และตอบสนองได้ไว mouse skate ที่อยู่ด้านใต้ก็ทำให้เคลื่อนไหวได้ลื่นทีเดียว น่าจะถูกใจชาวท่องเว็บ เพราะน้ำหนักเบา และจับถือได้ง่าย ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน เช่นเดียวกับคีย์บอร์ด

และสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอีกสิ่งหนึ่งก็คือ Optical drive ที่เป็น DVD-ROM 8X ในแบบ Slim ไดรฟ์ DVD ขนาดกระทัดรัด ให้กับการใช้งานแบบต่างๆ ได้สะดวกขึ้น เช่น การดูหนัง ฟังเพลง ผ่านแผ่นดีวีดี หรือหลายคนที่มีข้อมูลเก็บในมีเดียแบบนี้ และเกมในอดีต ที่ยังเป็นแผ่นอยู่ ก็สามารถเล่นได้ โดยต่อเข้ากับพอร์ต USB ด้านหลัง ก็พร้อมสำหรับการใช้งาน

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผล ASUS M241D รุ่นนี้ เป็นจอภาพขนาด 23.8″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล และเป็นพาแนลแบบ IPS ที่ให้ภาพที่สดใส และยังเป็นจอแบบด้านหรือ Anti-Glare ที่ช่วยลดแสงสะท้อนขณะใช้งานได้ดีทีเดียว ขอบจอบางเพียง 2 มิลลิเมตร ทั้งด้านข้าง 2 ด้าน และด้านบน เพิ่มพื้นที่ให้กับการใช้งาน ด้วยสัดส่วนของจอกับบอดี้ที่ 88% และด้วยขอบที่บางนี้ จึงช่วยให้ใช้งานจอแบบมัลติมอนิเตอร์ได้อีกด้วย การรับหน้าที่เป็นจอแสดงผล ผู้ใช้สามารถนำสัญญาณจากพีซีหรือโน้ตบุ๊กเครื่องอื่นมาต่อกับ AiO รุ่นนี้ได้ และแสดงผลแบบหลายจอได้เช่นเดียวกัน ในแง่ของสีสันและความคมชัด มาพร้อมค่า Gamut sRGB 100% เลยทีเดียว นับว่าจอภาพบนพีซีเครื่องนี้สอบผ่านด้านคุณภาพอย่างไม่ต้องสงสัย

ฐานจอสามารถปรับได้เฉพาะมุมก้มเงยได้เล็กน้อย ให้พอต่อการใช้งานบนโต๊ะทำงานทั่วไป สำหรับความสูงของโต๊ะมาตรฐาน สามารถมองในระดับสายตาได้ตามปกติ ยกเว้นว่าคุณตัวเล็กหรือโต๊ะเตี้ยเกินไป ก็อาจจะต้องขยับให้เหมาะ และอย่างที่ได้กล่าวไว้คือ ไม่สามารถหมุนจอหรือ Pivot ได้ แต่ก็เป็นไปตามลักษณะของพีซี AiO ปกติ

นอกจากนี้ยังยังมีลำโพง 2W มาให้ถึง 3 ชุดด้วยกัน จากจุดที่ติดตั้งบริเวณด้านล่างของหน้าจอ พร้อมกับระบบเสียง Sonic Master ที่บอกเลยว่า เสียงสุดมีพลังเกินตัว เพราะจากการทดสอบ ทั้งการดูหนัง ฟังเพลงและเล่นเกม นอกจากเสียงกลางที่มาแน่นแล้ว เสียงแหลมและการเก็บรายละเอียด ในแง่ของเอฟเฟกต์ต่างๆ ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี พอให้มีมิติบ้างในบางเกม และเมื่อการเพิ่มระดับเสียง ก็ไม่มีแตกพร่าให้น่ารำคาญ ดูเหมือนว่าการจัดลำโพงให้ปะทะกับหน้าผู้ใช้โดยตรง และระยะค่อนข้างใกล้กับหู ดูเหมือนจะส่งผลดีในด้านความบันเทิง รวมไปถึงผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งเสียงด้วย ASUS AudioWizard ได้สะดวกอีกด้วย เลือกโพรไฟล์ตามที่ต้องการได้

Connector / Thin And Weight

เรื่องมิติของ AiO จาก ASUS รุ่นนี้ ด้วยรูปทรงที่เน้นความเพรียวบางมาตั้งแต่ต้น สังเกตได้จากขอบด้านข้าง ที่ออกแบบให้โค้งไปทางด้านหลัง ซึ่งเมื่อรวมกับพอร์ตต่างๆ ที่ถูกใส่ไว้ในด้านหลังทั้งหมด แล้วจุดที่ยื่นออกมามีเล็กน้อย ก็ถือว่า ASUS จัดวางองค์ประกอบมาได้ดี ในบอดี้ที่ไม่ใหญ่จนเกะกะเกินไป และน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ราว 4.5 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมตัวแปลงไฟและเมาส์ คีย์บอร์ดไร้สาย ไม่เกิน 6 กิโลกรัม นับว่าสะดวกชนิดที่ใส่ไว้ในรถ แล้วเอาไปใช้ที่อื่นๆ ได้อีกด้วย ขอให้มีที่เสียบชาร์จเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว พอร์ตต่อพ่วงที่มีมาให้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน จุดแรกอยู่ด้านใต้ของเครื่อง ค่อนไปทางขวา ตรงนี้จะมีพอร์ต USB Type-A, 3.5mm Audio jack และปุ่มสำหรับ OSD เมื่อใช้งานโหมดหน้าจอ ส่วนอีกจุดหนึ่ง เป็นจุดหลังด้านหลัง วางเรียงกันอยู่มากมาย ประกอบด้วย USB 3.1 จำนวน 4 พอร์ต และมี HDMI-In และ Out อย่างละพอร์ต, RJ-45 และช่องต่อเพาเวอร์

หากถามว่าเพียงพอต่อการใช้งานมั้ย การให้ เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สาย ที่ใช้เพียง Receiver ตัวเดียว ก็ประหยัดไปได้ 1 พอร์ต แต่ถ้าเพิ่ม Ext.ODD ก็จะต้องเสียไป 1 พอร์ต แต่ก็ยังเหลือ 2-3 พอร์ตให้ใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อคีย์บอร์ดแยก หรือใช้ Ext.HDD ก็ตาม

Performance / Software

ในการตรวจเช็คฮาร์ดแวร์ด้วย CPU-z ประสิทธิภาพที่ได้จากซีพียู AMD Ryzen 5 3500U ถือว่าไม่ธรรมดาเลย เพราะทำงานในแบ 4 core/ 8 thread ถ้าจะว่าไปก็ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้ดีพอสมควร ด้วยความเร็วสูงสุด 3.7GHz แต่ที่สำคัญคือ เป็นซีพียูโมบาย จึงมีค่า TDP ต่ำ ทำให้ความร้อนน้อย และประหยัดพลังงาน จริงอยู่ที่คอม AIO เช่นนี้ จะไม่ได้ใช้แบตในการสำรองไฟก็ตาม แต่ก็ช่วยลดความร้อน เสียงและประหยัดไฟได้ เพียงแต่ถ้าได้แรมที่มากกว่า 4GB ที่ให้มา ก็น่าจะทำให้ระบบขับเคลื่อนไปได้ลื่นกว่านี้ เพราะ 4GB ดูจะอึดอัดไปบ้างในบางแอพพลิเคชั่น แต่ในแง่ของการทำงานเอกสารหรือท่องเน็ตทั่วไป ก็เพียงพอต่อการใช้งานได้ 

การทดสอบเกมด้วย PUBG mobile และ World of Tank Bliz ด้วยสเปคของซีพียูระดับ Ryzen 5 บนพีซีเครื่องนี้ แม้จะเป็นโมบาย แต่ก็เล่นเกมทั่วไป ที่ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากๆ ได้ รวมถึงกราฟิก Vega ที่มากับซีพียู ก็พอที่จะช่วยรีดเฟรมเรตได้ดี แบบไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก ด้วยเฟรมเรตระดับ 30-40fps ++ บนเกมทั้งสอง ในโหมด Low, Ultra Low settings ก็พอให้เล่นเกมง่ายๆ ได้แบบไม่เสียอารมณ์ แต่จะดีกว่านี้ ถ้ามีแรมเพิ่มเข้ามา เพราะจะช่วยแบ่งไปใช้เป็นบัฟเฟอร์ ซึ่งน่าจะทำให้เกมไหลลื่นขึ้นกว่านี้

ทดสอบการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์กราฟิก CINEBENCH R20 ด้วยการเรนเดอร์ออปเจกท์ 3 มิติ ตัวเลขที่ได้ไม่ธรรมดา เพราะขยับไปถึง 358 pts ซึ่งหากจาก Ryzen 7 1700X ผู้พี่แบบหายใจรดต้นคอ ส่วนหนึ่งเพราะการทำงานแบบ 4 core/ 8 thread ในปัจจุบันก็เพียงพอต่อการทำงาน นอกจากนี้กราฟิก Vega เองก็มีส่วนช่วยให้การทำงานดีขึ้น แต่ถ้าใครมองว่าอยากจะอัพเลเวลไปกว่านี้ ยังมีตัวเลือกที่เป็น Ryzen 7 3700U มาด้วย แต่อัพราคาขึ้นอีกพอสมควร แต่ก็ได้ SSD และแรมเพิ่มขึ้น ความคิดเห็นส่วนตัว ซีพียูแรงพออยู่แล้ว แต่น่าจะมีแรมเพิ่มขึ้นอีกหน่อย

การทดสอบบน PCMark 10 ตัวเลขออกมาน่าพอใจ ในภาพรวมอยู่ที่ 2,959 เกือบแตะ 3,000 คะแนน กับตัวเลขในแต่ละงาน ที่ตอบโจทย์การใช้งานในด้านต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ซอฟต์แวร์ออฟฟิศ หรือจะการเปิดโปรแกรมและท่องอินเทอร์เน็ต ASUS AIO รุ่นนี้จอบสนองได้ไม่ยาก ส่วนตัวเลขของ Photo กับ Video editing ก็ถือว่าออกมาได้ดี ซึ่งบอกถึงการใช้งานการแต่งภาพหรือตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ ก็สามารถทำได้ เพียงแต่อาจจะไม่ได้เร็วปรู๊ดปร๊าด เหมือนกับพีซีตัวเต็มๆ ที่มีทั้งแรมและ SSD ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญอยู่ด้วย อย่างไรก็ดีถือว่ารองรับการทำงานในบ้านและสำนักงานได้แบบครอบคลุม

อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้มากเลย ก็คือ ซอฟต์แวร์ MyASUS ถึงแม้ทุกค่าย จะมีซอฟต์แวร์มาช่วยอำนวยความสะดวกกันมาก แต่ในแง่ของความเป็นกันเอง และให้ประโยชน์ในการใช้งาน ASUS เตรียมพร้อมมาให้เต็มพิกัด ใครที่เคยใช้น่าจะพอสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบตรวจเช็ค ความร้อน ความเร็ว ให้คุณตรวจเช็คความผิดปกติในเบื้องต้น ซึ่งหากเจอสิ่งผิดปกติ ก็สามารถใช้ยูทิลิตี้มาแก้ไขได้ หรือจะเข้าไปดูในคำถาม FAQ สุดท้ายถ้าหาทางแก้ได้ยาก ก็สามารถติดต่อผ่านทางลิงก์ที่มีให้ในระบบได้อีกด้วย หรือจะเป็นการปรับแต่ง แสงสีบนหน้าจอ ปรับโหมดให้เข้ากับการใช้งาน ก็สามารถทำได้

Battery / Heat / Noise

แม้จะดูว่าไม่ได้สำคัญมากนักในแง่ของการเป็นพีซี แต่เรื่องของความร้อน หลายคนให้ความสำคัญ ทั้งการใช้ทั่วไป และเมื่อต้องทำงานหนัก ในการทดสอบด้วย OCCT และใช้การ Burn-in ซีพียู เมื่อทำความเร็วสูงสุด ระดับ 100% เป็นเวลาต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็น AIO ที่ออกแบบมาให้บาง กระทัดรัด แต่ในแง่ความร้อนถือว่าธรรมดา ในการทดสอบบนอุณหภูมิห้อง 25 องศาเซลเซียส หลังจากที่วิ่งไปสูงสุดราว 85 องศา ก็ตกลงมาเหลือแค่ 70 องศาเซลเซียสแบบนิ่งๆ เห็นเครื่องบางๆ แบบนี้ ทาง ASUS ก็จัดการความร้อนได้ดีเลยทีเดียว แต่เวลาที่ใช้จริง คงไม่มีใครทำงานซีพียู 100% แบบต่อเนื่อง เพราะแอพพิลเคชั่นทั่วไป อยู่ราว 60-70% เท่านั้น ซึ่งน่าจะเย็นกว่านี้เยอะ

Conclusion / Award

ในภาพรวมของ ASUS M241D รุ่นนี้ ได้รับการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ สำหรับการใช้งานพื้นฐานมาครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ 24″ ที่จัดว่าให้พื้นที่กำลังพอเหมาะกับการใช้งานในบ้านหรือสำนักงานทั่วไป ทั้งในด้านงานเอกสาร ท่องอินเทอร์เน็ต และการดูหนัง ด้วยความละเอียด Full-HD ซึ่งมากพอต่อการ Split หรือแบ่งหน้าจอ และขอบจอที่บาง จึงให้พื้นที่ใช้งานได้มากขึ้น ใช้กับงานเอกสารได้มากกว่า 1 งาน การออกแบบก็จัดว่า ไม่ได้หรูหรา แต่ก็ใช้สีและลวดลายให้เกิดความสะดุดตา สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือ ASUS เพิ่ม HDMI-In เข้ามาด้วย ทำให้พีซีนี้ กลายเป็นหน้าจอคอมไปได้ทันที แค่ต่อสายสัญญาณจากคอมเครื่องอื่นเข้ามาเท่านั้น แม้ว่าภาพลักษณ์โดยรวมจะไม่เน้นความเงางาม แต่การเล่นพื้นผิวและชิ้นส่วนที่เป็นแบบสีด้าน ก็ทำให้ AIO รุ่นนี้ ดูเรียบหรูน่าใช้ ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยนิ้วมือมากนัก

จากสเปคที่มาใน M241D AIO นี้ โดยทั่วไปรองรับงานพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ดีระดับหนึ่ง เพราะใช้พลังจาก AMD Ryzen 5 แม้จะเป็นแบบโมบาย แต่ก็แรงพอสำหรับแอพพลิเคชั่นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือความบันเทิง โดยประสิทธิภาพนั้น รวมถึงการเล่นเกมทั่วไป ที่ไม่ต้องอาศัยพลังมารีดเฟรมเรตให้มากมายนัก อีกทั้งมีกราฟิก Vega 8 มาในตัว ก็พอจะใช้งานด้านอื่นๆ และการเล่นเกมง่ายๆ ได้ อย่างที่ได้เห็นกันในการทดสอบ ถ้าเกมทั่วไป สามารถตั้งความละเอียดระดับ Low และ Medium ได้ แต่ถ้าเกมโหดขึ้นมาหน่อย อาจจะเล่นที่ Low หรือ Very low พอให้ได้มีความลื่นไหลบ้าง แต่ที่สำคัญคือ ถ้ามีแรมมากกว่านี้ และสามารถแชร์ให้กราฟิกเพิ่มได้ ก็จะช่วยให้การเล่นเกมสนุกสนานไม่น้อยเลย

นอกจากนี้สิ่งที่ทาง ASUS ยังเก็บรายละเอียด ด้วยการให้สิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น เมาส์และคีย์บอร์ดแบบไร้สายมาให้ แทนที่จะเป็นแบบมีสาย (Wire) ตามที่เราเคยเจอกันบ่อยๆ แม้ว่าจะเป็น AIO ราคาหมื่นกว่าบาทก็ตาม นอกจากนี้ยังใช้ Receiver เพียงอันเดียว จึงไม่เปลืองพอร์ต USB นอกจากนี้ก็ยังมี Ext.DVD drive หรือไดรฟ์ดีวีดีต่อภายนอก ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่สำหรับหลายๆ คน ยังใช้อยู่แทบจะทุกวัน และ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูลทั่วไป หรือบางคนชอบฟังเพลงผ่านแผ่น และเล่นเกมบางอย่างที่ยังอยู่ในแพลตฟอร์มของ DVD การให้สิ่งนี้มา ถือว่าเป็นเรื่องที่มีคุณค่าไม่น้อย

และนอกจากฮาร์ดแวร์และ Accessories แล้ว ยังมีเรื่องซอฟต์แวร์ MyASUS ที่ทำให้ผู้ใช้แทบไม่ต้องกังวล เมื่อเจอกับปัญหาเบื้องต้นหรือความผิดปกติในการใช้งาน โดยโปรแกรมนี้จะข่วยตรวจเช็ค และแก้ไขให้ได้ หรือจะตรวจเช็คการเปลี่ยนแปลง อัพเดตหรือปรับไดรเวอร์ให้เหมาะสม ก็ทำได้บนโปรแกรมนี้ แต่ในกรณีที่ยากขึ้น อาจเลือกเป็นการปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือผ่านทางบริการ ที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย ซึ่งตรงนี้ก็นับว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผู้ใช้มั่นใจในการใช้งาน ด้วยสนนราคาที่เริ่มต้น 12,990 บาท รุ่นกลางคือ ที่รีวิวนี้ 15,990 บาท และรุ่นท็อปสุด 20,990 บาท ก็ดูน่าสนใจไม่น้อยเลย

Award

Best Value

ด้วยการออกแบบและสเปคพื้นฐานที่มีมาบน ASUS M241D AIO ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่ได้หวือหวา แต่ถ้ามองในแง่ของราคา กับฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่จัดการซอฟต์แวร์พื้นฐานได้อยู่หมัด ตั้งแต่งานในสำนักงาน หรือการใช้ในชีวิตประจำวันที่บ้าน ท่องอินเทอร์เน็ต ก็ไม่ใช่เรื่องยาก จะมีเพียงการเล่นเกม ซึ่งปกติก็ไม่ได้แนะนำบนพีซีลักษณะนี้ แต่ในการทดสอบ ก็ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ หากแต่ถ้ามีแรมเพิ่มก็น่าจะไปต่อได้อีกพอสมควร หน้าจอแบบ IPS ให้ความคมชัด และขอบจอบาง ทำให้ได้พื้นที่ใช้งานเยอะขึ้น อีกทั้งรับหน้าที่เป็น Display mode ในการต่อคอมเครื่องอื่นเข้ามาได้ และยังได้ฮาร์ดดิสก์ 1TB เอาไว้เก็บข้อมูลได้สบายๆ ที่สำคัญ เพิ่มเมาส์ คีย์บอร์ดไร้สายมาให้ และมี Ext.DVD มาด้วย พร้อม Windows 10 และการรับประกัน 3 ปีแบบ On-site service อีกด้วย เรียกว่าใช้งานได้ทันที

Click to comment
Advertisement

You May Also Like

Notebook News

Dell Notebook ช่วงปลายปี 2020 มีให้เราได้เลือกซื้อหลากหลายมากมาย โดยที่มีรุ่นตามลักษณะการใช้งานของเรา เหมาะกับทุกๆ คน ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงานทั่วไป หรือคนที่ทำงานสาย Content Creator รวมไปถึงระดับองค์กรมืออาชีพ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Gamer

Other News

Apple เปิดตัว iPhone 12 Series อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในงาน Apple Even ในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 (ตรงกับเวลา 00:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) พร้อมกับผลิตภัณฑ์อย่าง HomePod Mini ด้วย ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำสรุปสเปค...

Tips & Tricks

รวมสูตร The Sims 4 เป็นอีกเรื่องที่น่าจะหยิบยกมาเขียน ไหน ๆ ช่วงนี้ Steam ก็ขนขบวนมาลดราคา The Sims 4 ทั้งเช็ต ทั้งภาคหลัก ภาคเสริม และเพราะ The Sims เป็นเกมจำลองการใช้ชีวิตยอดฮิตเป็นที่นิยมตลอดกาล เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ผู้เล่นสามารถปลอดปล่อยจินตนาการการใช้ชีวิตประจำวันที่โลกจริงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำให้ซีรีส์เกม The...

Tips & Tricks

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คหลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอก็คือ โน๊ตบุ๊คเชื่อมต่อ WiFi ไม่ได้ หรือมองไม่เห็น WiFi ที่ต้องการใช้งาน ทำให้เกิดความลำบาก และต้องหาวิธีแก้ไขกันวุ่นวาย