Connect with us

Hi, what are you looking for?

Buyer's Guide

แนะนำ Notebook ปี 2020 ดีไซน์บางเบา จอ 13.3″ / 14″ สเปก Core i7 Gen 10 มีการ์ดจอแยก เล่นเกมพอได้ ทำงานลื่นไหล

Notebook เพื่อการใช้งาน แน่นอนว่าหลายๆ คนอาจจะมองในส่วนของสเปกเป็นหลัก ซึ่งถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7 ต้องมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่แรงลื่นแน่นอน โดยล่าสุดเป็นรุ่น Core i Gen 10 แล้ว

Notebook เพื่อการใช้งาน แน่นอนว่าหลายๆ คนอาจจะมองในส่วนของสเปกเป็นหลัก ซึ่งถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7 ต้องมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่แรงลื่นแน่นอน โดยล่าสุดเป็นรุ่น Core i Gen 10 แล้ว ซึ่งถ้าเน้นการพกพา บางเบา และแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานแล้วล่ะก็ ที่ในตอนนี้แบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลักๆ ก็คือ Core i7-10510U บนสถาปัตยกรรม Comet Lake และ Core i7-1065G7 บนสถาปัตยกรรม IceLake  โดยทั้ง Comet Lake และ Ice Lake ได้มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และมาตรฐาน Thunderbolt 3 รวมไปถึงในบางรุ่นยังได้โปรแกรม Microsot Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ฟรีๆ ด้วย

ซึ่งชิปประมวลผล Intel Core i7-10510U (Comet Lake) ที่เป็นการทำงานแบบ 4 Core 8 Thread ความเร็ว 1.80 GHz และเร่งไปได้สูงสุดที่ 4.80GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt ส่วนการ์ดจอออนชิปเป็น Intel HD Graphics 620 (เหมือน Gen ก่อนหน้า) รองรับการใช้งานพื้นฐานได้ดี ส่วนอีกรุ่นอย่าง Intel Core i7-1065G7 (Ice Lake) ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.30 – 3.90 GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 15Watt โดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel Iris Plus Graphics G7 ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ หรือหน้าจอความละเอียดสูงก็มีความลื่นไหลไม่มีสะดุด

MSI Notebook Work from Home 1 intel

สำหรับ Ice Lake คือชิปประมวลผลที่เน้นงาน AI ที่จะรองรับในอนาคต รวมไปถึงการ์ดจอตัวใหม่ที่สวยสมจริงยิ่งขึ้น ส่วน Comet Lake เน้นงานประมวลผลและการใช้งานที่หลากหลายเป็นหลัก และการแสดงผลความละเอียดสูง 4K ซึ่งทั้ง Core i7-10510U / Core i7-1065G7  เน้นงานประมวลผลหรือ Multi-tasking  ไม่ว่าจะเป็นโปรเซสไฟล์หรือตัดต่อวีดีโอ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ สำหรับรุ่นที่มีการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce สเปกอื่นๆ ที่น่าสนใจก็จะประกอบไปด้วย แรมขนาด 8GB – 16GB พร้อม SSD M.2 PCIe NVMe ความจุ 512GB ที่เหลือเฟือในทุกๆ การใช้งาน ส่วนประกันเป็นแบบ 2 – 3 ปี On-site Service

จากการที่ Notebook คู่กับคนที่ทำงานออนไลน์หรือสายงานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับดิจิตอลอยู่แล้ว รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องมี Notebook เอาไว้ใช้ทำรายงานหรือนำเสนองานผ่านโปรแกรม Office แน่นอนว่าในส่วนของมือถือหรือแท็บเล็ตไม่สามารถแทนที่ได้ 100% รวมไปถึงถ้าเทียบกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ PC Desktop ก็ต้องยอมรับว่า Notebook สเปก Core i Gen 10 มีความคล่องตัวกว่า จากการที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ร้านกาแฟ หรือมหาวิทยาลัยนั่นเอง ซึ่งสเปก Notebook ปี 2020 นี้ก็มีความแรงเพียงพอการใช้งานพื้นฐานแบบลื่นไหลแล้วจริงๆ โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook ปี 2020 ดีไซน์บางเบา จอ 13.3″ / 14″ สเปก Core i7 Gen 10 มีการ์ดจอแยก เล่นเกมได้ ทำงานลื่นไหล จะมีรุ่นไหนน่าสนใจ ไปชมกันต่อเลย

Acer Swift 5 ราคา 36,900 บาท

Acer Swift 5 รุ่นใหม่ปี 2020 สเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i7-1065G7 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G7 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

Swift 5 SF514 54 White bo i7

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 960M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน๊ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

ASUS ZenBook 13 UX334 ราคา 33,990 บาท

ASUS ZenBook 13 UX334 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาสเปก Intel Core i Gen 10 ที่เน้นความกะทัดรัด พกพาสะดวก ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค 2 จอสุดล้ำ ได้ดีไซน์ตัวเครื่องขอบจอบางเป็นมาตรฐาน จากการใช้หน้าจอแสดงผล 13.3″ ขอบบางแบบ NanoEdge ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงซึ่งทำให้ ZenBook รุ่นนี้กลายเป็นโน๊ตบุ๊คมิติตัวเครื่องเทียบเท่าขนาด 12.5″ เท่านั้น เบาสุดเพียงแค่ 1.26 กิโลกรัม ส่วนตัวเครื่องก็บางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้นได้สเปก Core i Gen 10 ที่สดใหม่ พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

UX534 2 Icicle Silver i7

Core i7-10510U + GeForce MX250 มีราคาอยู่ที่ 33,990 บาท สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ในตัว เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.0 นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS  (ปีแรกมีประกันอุบัติเหตุ) นับว่าถูกคุ้มมากๆ เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ส่งผลให้เป็นสุดยอดโน๊ตบุ๊คยุคใหม่เลยก็ว่าได้

อีกทั้งตัวเครื่อง ASUS ZenBook 14 UX434 เอง ก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งาน ASUS ZenBook 14 UX434 เครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาหรูหราซึ่งมิติตัวเครื่องเทียบเท่ากับกระดาษ A4 เท่านั้นเอง โดดเด่นด้วยบานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 145 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น

เด็ดสุดด้วยหน้าจอที่สอง ต่อยอดมาจากปีก่อน ติดตั้งแทนที่ทัชแพดแบบเดิมๆ เป็นหน้าจอที่สอง ด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็น ScreenPad 2.0 ที่พัฒนาต่อจากรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นหน้าจอที่ 2 มีขนาดที่ 5.65″ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล พาเนลเป็น IPS คุณภาพสูงเทียบเท่าหน้าจอมือถือดีๆ ในปัจจุบันก็ว่าได้ จัดว่าเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมา ที่นอกเหนือจะทำหน้าที่ทัชแพดแบบเดิมๆ ที่ซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวาแบบปกติแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนเป็นหน้าจอทัชสกรีนได้ อารมณ์แบบมือถือสมาร์ทโฟนเลย ซึ่งสามารถสนับสนุนการงานที่ยืดหยุ่นแบบสุดๆ

HP ENVY 13 ราคา 32,990 บาท

อีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คบางเบา หรือ Ultrabook ที่มีความน่าสนใจมากๆ กับ HP ENVY 13 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ที่พร้อมความพรีเมียมหรูหรา และฟีเจอร์ความปลอดภัยจัดเต็ม ได้ความบางและเบามากๆ เพียง 14.7 มิลลิเมตรและน้ำหนักเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ของ HP ที่เบาและบางที่สุดก็ว่าได้ ส่วนตัวคีย์บอร์ดนั้นก็ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ให้ส่วนลำโพงเป็น Bang & Olufsen ที่จัดว่าคุณภาพเสียงดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป ที่สำคัญคราวนี้ให้ลำโพงมาถึง 4 ตัว (เหนือแป้นคีย์บอร์ด 2 และใต้ตัวเครื่องอีก 2) แบบเดียวกับ Spectre ซึ่งเป็นรุ่นท็อปกว่า

ENVY 13 2019 s f core i7

HP ENVY 13 สมกับเป็น Ultrabook ระดับสูง ได้ฟีเจอร์ความปลอดภัยต่างๆ อย่าง การสแกนลายมือ Fingerprint พร้อม Webcam Kill ที่เป็นปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม และ ฟีเจอร์ Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง อย่างที่หาในโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ ไม่ได้แน่นอนที่จะจัดเต็มขนาดนี้ เอาเป็นว่าใครกำลังมองหา Ultrabook ที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในเรื่องของความบางเบา เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และมีดีไซน์ที่หรูหราน่าใช้งานแล้วล่ะก็ HP ENVY 13 น่าจะตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดีทีเดียว

HP ENVY 13 สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับสูงอย่าง Intel Core i7-10510U (Comet Lake) ส่วนการ์ดจอออนชิปเป็น Intel HD Graphics 620 พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX 250 (2GB GDDR5) ได้แรมติดตั้งมาขนาด 8GB DDR4 และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่เพียงพอแน่นอน มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันทีพร้อม Restore ได้ตลอดกรณีที่มีปัญหา แบตเตอรี่ของ HP ENVY 13 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่จากการทดสอบด้วยการเปิด Wi-Fi และปรับเป็น Power Saver Mode ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 8 ชั่วโมงต่อเนื่อง

ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 13.3″ ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Intel Wireless-AC 9560 (2×2) กับ Bluetooth 5.0 และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.17 กิโลกรัม พร้อมการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนไว้ใจได้

Lenovo IdeaPad 5 14 ราคา 30,990 บาท

Lenovo IdeaPad 5 14 เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i7-1065G7 + NVIDIA GeForce MX350 (ใหม่สุดๆ) ที่เน้นความบางเบาที่ 19.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.58 กิโลกรัม และหรูหราตามสไตล์ของ Ultrabook มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 มีราคาเพียง 30,990 บาท

IdeaPad 5 14 core i7

มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-1065G7 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 2666MHz ขนาด 16GB จัดเต็มสุดๆ การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDRR5) ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad 5 14ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้าง

มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C (power delivery & display port) ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ ThikPad Series ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ โดยรองรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง รองรับ Quick Charging ผ่านทาง USB-C ด้วย

Dell Inspiron 14 7490 ราคา 35,600 บาท

Dell Inspiron 14 7490 เป็นโน๊ตบุ๊คเน้นความบางเบาและพรีเมียม ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอแยก GeForce MX250 เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ปี 2020 หน้าจอ 14 นิ้วขอบจอบางเฉียบ ที่ดูหรูหรา มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่บางเบาเล็กกระทัดรัด ขอบจอก็บางเฉียบ น้ำหนัก 1.21 กิโลกรัม แรมขนาด 16GB DDR3L 2133 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับสูง ความละเอียด Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย โดดเด่นด้วยฟีเจอร์พอร์ตพอร์ต Thunderbolt 3 / USB PD ที่เหนือชั้นกว่า

Inspiron 14 7490 i7

สำหรับคอมพิวเตอร์แบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 3 ปีด้วยกัน มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา สนนราคา Dell Inspiron 14 7490 อยู่ที่ 42,990 บาท สเปก Core i7-10510U โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) รุ่นล่าสุด ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร

ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพดีอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB ซึ่งเหลือเฟือกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์พอได้ สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีดำที่เป็น Fingerprint ในตัว

แนวคิดโดยรวม Dell Inspiron 14 7490 ถอดแบบมาจาก Dell Inspiron 7000 Series เป็นอย่างดี ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา โดยมีให้เลือกทั้งสีสัน Ice Berry  เหมาะสมกับสาวๆ ที่ดูน่ารักๆ หรือPlatinum Silver ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน

อีกทั้งยังแตกต่างจากโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ จากฟีเจอร์ เมื่อเปิดฝาเครื่องทุกครั้งแม้ว่าเราจะ Shut Downไปแล้วก็ตาม ตัวเครื่องจะเปิดเข้าสู่ Windows ทันที ในส่วนนี้ทำให้เรมีความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น เพราะทุกไม่จำเป็นต้องกดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่องแต่อย่างใด แย่างไรก็ตามก็เราก็ต้องมาสแกนลายนิ้วมือทุกครั้งเพื่อ Log in เข้าสู่ Windows อีกทีแทน

MSI Prestige 14 ราคา 35,900 – 43,900 บาท

MSI Prestige 14 แบ่งออกเป็น 3 รุ่น 3 สี 3 สเปก โดยมีสี Pure White / Rose Pink Limited Edition / Grey เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีชมพูโดดเด่นเหมาะกับสาวๆ อย่างที่สุด โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10U รุ่นล่าสุดอย่าง Core i7-10510U / Core i7-10710U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX250 / MX330 / GTX 1650 Max-Q และฟีเจอร์พอร์ต Thunderbolt 3 / USB PD ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.29 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 2666MHz และ SSD M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานได้เต็มที่

Prestige 14 Pink lntel

สำหรับ MSI Prestige 14 ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแต่บางเบาขนาดหน้าจอ 14″ รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่อง ดีไซน์ที่เน้นความบางเบา พกพาได้สะดวก โดยยังรักษาความเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมตัดขอบเพชรเพิ่มความหรูหรา พร้อมความทนทานระดับ Military Standard ด้วยการผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งทนร้อนทนเย็น ความดันอากาษ ความชื้นและฝุ่นต่างๆ ในระดับหนึ่ง ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูดำๆ ดีไซน์โบราณ ให้กลายเป็นโน๊ตบุ๊คที่ดูน้อยแต่เรียบหรูและน่ารักนั่นเอง

สเปกหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจอย่างสุดๆ ขอบจอเป็นสีชมพูบางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 6 AX (2 x 2) และ Bluetooth 5.0 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบรวมไปถึงได้ Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต เป็นมาตรฐานอีกด้วย

MSI Prestige 14 พร้อมระบบปฎิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงานที่ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี Fingerprint สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้ว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI (ปีแรกประกันทั่วโลก)

พิเศษสำหรับรุ่นสี Rose Pink Limited Edition รับไปทันที Pink Gift Set – Limited Edition ที่ข้างในนั้นบรรจุไปด้วยซองหนังสีชมพูลายเรียบหรู ดูดี, พวงกุญแจ Dragon Lucky สีชมพู, และ Prestige Wireless Mouse Limited Edition มูลค่านั้นรวมทั้งสิ้น 3,000 บาท  ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 38,900 บาทเท่านั้น ส่วนรุ่น Core i7-10510U + MX250 (Pure White) จะมีราคา 35,900 บาท และรุ่นท็อปสุด Core i7-10710U + GTX 1650 Max-Q (Grey) มีราคา 43,900 บาท

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เวลาของงาน Commart มาถึงเมื่อไร คำถามที่มักจะเจอบ่อยๆ ก็คือ โน๊ตบุ๊ค 2020 รุ่นไหนดี รุ่นไหนถูก คือบางทีทีมงานก็แทบจะตอบใน Inbox ไม่ทันกันเลยทีเดียว เพราะโน๊ตบุ๊คในเวลานี้ มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น บางคนอาจจะชอบที่รูปลักษณ์ แต่บางคนอยากได้ฟังก์ชั่น หรือบางท่านก็ชอบความทนทาน เอาเป็นว่าเราขอตอบแบบแยกย่อย ตามโน๊ตบุ๊คที่มีแต่ละแบบในเวลานี้จะได้ตรงกับความต้องการของหลายๆ คน เลือกโน๊ตบุ๊คอย่างไรให้ได้ถูกใจ ถูกเงินในกระเป๋า อาจจะต้องบอกว่าการจะเลือกให้ถูกเงินในกระเป๋า อาจจะไม่เท่ากับความถูกใจในการใช้งาน...

Notebook Review

ASUS TUF Gaming F15 FX506 รุ่นใหม่ปลายปี 2020 เพิ่มเข้ามาอีกสเปกแล้ว สำหรับ Gaming Notebook สเปก Intel Core i Gen 10H มาพร้อมกับชิปประมวลผล Core i7-10870H ตัวแรงพิเศษยิ่งกว่า โดยจับคู่มากับการ์ดจอแยกตัวแรง NVIDIA GeForce...

REVIEW

Fujitsu LifeBook UH-X เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาของโน๊ตบุ๊คประเภทพกพาบางเบาอย่างน่าสนใจ จากที่ผ่านมาทาง Fujitsu ได้นำเสนอโน้ตบุ๊คสายพันธ์ญี่ปุ่น Made in Japan เน้นใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่มาตลอดยาวนานหลายปี ทั้งด้วยสเปคประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมน่าเชื่อถือแบบมืออาชีพ พร้อมความสเถียรภาพที่สูงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบชัดเจน ล่าสุดด้วยการมาของ Fujitsu LifeBook UH-X จัดเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ที่เบาสุด แค่ 747 กรัมเท่านั้น กรณีที่เราจับชั่งน้ำหนักจริงๆ...

COMMART

สำหรับการจัดสเปคคอม 2020 Commart 2020 และการประกอบคอมในงาน ต้องถือว่าเป็นอีกไฮไลต์หนึ่ง เพราะใครที่ไปประกอบหรือจัดเซ็ตคอมในงานส่วนใหญ่ก็จะได้ลุ้น ของแถม ลดราคา โปรโมชั่น เรียกว่าบางครั้งขนของพรีเมียมกลับบ้านแทบไม่ไหว และที่น่าสนใจคือ บางทีไม่ต้องซื้อครบทุกชิ้น เพราะซื้ออุปกรณ์บางอย่าง ก็แถมของที่ต้องใช้ในเครื่องมาให้ด้วย เรียกว่าราคาดี โปรเด็ด ที่งาน Commart XTREME 2020 ในช่วง 26-29 พฤศจิกายน...