Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebook Review

Review – MSI GF63 Thin สเปกแรงลื่น i7-10750H + GTX 1650 Ti Max-Q + RAM 16GB + SSD 512GB เบา 1.86 โล

ยังคงเป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ ที่แรงลื่นและเบาที่สุดในตลาด กับการมาของ MSI GF63 Thin 10SCSR-220TH โดดเด่นความความบางของตัวเครื่อง และมีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เน้นพกพาสะดวก ขอบจอบางมาพร้อมประสิทธิภาพสูง คุณภาพเยี่ยม แต่ยังได้สเปก Gaming เล่นเกมได้ลื่นไหล

ยังคงเป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ ปี 2020 ที่แรงลื่นและเบาที่สุดในตลาด กับการมาของ MSI GF63 Thin 10SCSR-220TH โดดเด่นความความบางของตัวเครื่อง และมีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เน้นพกพาสะดวก ขอบจอบางมาพร้อมประสิทธิภาพสูง คุณภาพเยี่ยม  แต่ยังได้สเปก Gaming เล่นเกมได้ลื่นไหล ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คตัวหนักๆ หนาๆ เลย อัพเดทเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งคู่ ตอกย้ำความเป็น MSI Gaming ที่ ได้รับการตอบรับดีที่มากๆ

นอกจากนั้น MSI GF63 Thin จัดเต็มด้วยสเปกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอพาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ให้ความลื่นไหลสบายตา พร้อมได้แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 2666 MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก ทำให้ MSI GF63 Thin เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมน่าซื้อที่สุดรุ่นนึงทีเดียว ในราคาเพียง 33,900 บาท

NBS Verdict

Gaming Notebook น้ำหนักเบาถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เกมเมอร์หลายคนต้องการจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งปกติแล้วโน๊ตบุ๊คเล่นเกมแรงๆ แต่ละรุ่นมักจะมีน้ำหนักที่เยอะ พกพาลำบาก เวลาใส่กระเป๋าแบกไปไหนมาไหนปวดหลังปวดไหล่กันสุดๆ แต่ว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับ MSI GF63 Thin แน่นอน เพราะด้วยตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น โดยเป็นรุ่นหน้าจอ 15.6″ ก็จริง แต่น้ำหนักเบาเท่ากับรุ่นหน้าจอ 15.6″ แบบก่อนๆ เลย โดยได้สเปคแรงกว่าเดิมด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด อย่าง i7-10750H และการ์ดจอใหม่ล่าสุดบนพื้นฐานสถาปัตยกรรมเดิมอย่าง Comet Lake ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร ซึ่งทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นยังใกล้เคียงเดิมNVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q ที่ทั้งแรงขึ้นแต่ร้อนน้อยลง

ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะสูงรุ่นพี่อย่าง GP / GE / GS เต็มๆ ไม่ได้ แต่เมื่อเทียบกับราคาของ Gaming Notebook จากทาง MSI กันเอง ก็มีความสมเหตุสมผล แม้ว่าอาจจะไม่ใช้ Series ที่จัดเต็มเป็น Gaming ในทุกด้าน แต่เรื่องระบบระบายความร้อนก็หายห่วง ส่วนข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ คงเป็นเรื่องช่องระบายความร้อนเป่าโดนหน้าจอ อันนี้ใช้ไปนานๆ อาจจะมีผลเสียได้ (หรือเปล่า) และหน้าจอก็มีค่าขอบเขตสีน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับหน้าจอ IPS ที่เกรดสูงๆ แต่ถ้าเทียบกับราคาแล้วก็ถือว่าไม่แพ้แล้วล่ะ

นอกจากนี้ที่ได้รับการอัพเดทอีกก็จะเป็นการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.1 แต่รายละเอียดๆ รวมๆ แล้วยังคงเหมือนเดิมอยู่ โดย MSI GF63 Thin ปี 2020 เหมาะกับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ IPS 120Hz โดยได้ตัวเครื่องที่เบาที่สุด ที่ให้ความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพ ในช่วงงบประมาณ 30,000 บาทนิดๆ ที่สำคัญคือได้แรมมาขนาด 16GB ทันทีไม่ต้องเสียเวลาไปอัพเกรดเองแต่อย่างใด ส่วน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ก็ลื่นไหลดี อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตเล็กน้อยเรื่องขอบเขตที่อยู่ในระดับกลางๆ และแบตเตอรี่ถ้าใช้งานได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมงจะดีมากๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์ งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
  • หน้าจอ 15.6″ เล็กกระชับกว่าเดิมเทียบ 14″ พกพาสะดวก บาง 21.7 มิลลิเมตร
  • เป็น Gaming Notebook มีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น
  • สเปคแรงด้วยชิป Core i7-10750H และการ์ดจอ GeForce GTX 1650 Ti Max-Q รุ่นใหม่
  • ได้แรมมาขนาด 16GB และ SSD ความจุ 512GB ใช้งานได้ลื่นไหลทันที
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง ให้สนุกยิ่งขึ้น
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
  • มี Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันที

ข้อสังเกต

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานตามจริงที่ 4 ชั่วโมง
  • ค่าขอบเขตสีหน้าจอ sRGB น้อยไปหน่อย

Specification

MSI GF63 Thin ปี 2020 สเปก Core i Gen 10H ในตอนนี้มีรุ่นเดียว ราคา 33,900 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 Core/12 Thread ประสิทธิภาพแรงเหลือๆ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงระดับ Desktop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q (4GB GDDR6) ที่มาพร้อมประสิทธิภาพที่เทียบเคียง GTX 1650 Ti รุ่นปกติ แต่ปลดปล่อยความร้อนน้อยกว่ามีที่เก็บข้อมูลเป็นมาตรฐาน SSD แบบ M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่ทั้งแรงและลื่นไหล ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ 8GB DDR4 Bus 26666 MHz จำนวน 2 แถว อัปเกรดได้สูงสุด 32GB นับได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6 นิ้ว ที่ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS ให้จอแสดงผลมีมุมมองกว้าง สวยงาม ไม่ว่าจะดูหนังหรือเล่นเกมก็สามารถใช้ได้ดีชัดเจน ลำโพงทำงานร่วมกับซอฟแวร์ของ Nahimic เวอร์ชั่น 3 ทำให้สามารถขับเสียงได้ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 3 x USB 3.2 Type-A Gen 1, USB 3.2 Type-C Gen 1, Kensington lock slot, LAN RJ-45, HDMI, รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.1 น้ำหนัก 1.86 กิโลกรัม พร้อม Windows 10 แท้

Hardware / Design

หน้าตาการออกแบบเอง MSI GF63 Thin ปี 2020 ต้องบอกว่ามีลักษณะรูปทรงคล้ายเดิมทั้งหมดทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน โดย MSI GF63 Thin ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีแดงเช่นเดิม ซึ่งต้องยอมรับว่าโดยรวมนั้นดีอยู่แล้วแม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ซึ่งขอบจอ Thin Bezel บางมากเพียง 4.9 มิลลิเมตร เท่านั้น บางมากๆ จนคิดว่าจอ 14 นิ้วด้วยซ้ำ

ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและพกพาได้สะดวก โดยยังคงรักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลัง ด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง แม้แต่ฝาหลังก็สื่อความเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมได้เต็มเปี่ยมถูกใจคอเกมอย่างสุดๆ วัสดุอลูมิเนียมขัดเงาบรัชเป็นล่นเส้นๆ แนวตั้งดูโดดเด่นแบบเรียบง่าย พร้อม ด้วยโลโก้มังกรแดง Dragon Army มินิมอลสุดๆ ได้แกนฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อน ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานคือไม่มี Numpad แต่ปุ่มกดจะใหญ่กว่าปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือขึ้น

ในส่วนของช่องระบายความร้อนของ MSI GF63 Thin มีด้วยกัน 2 ช่องคือด้านหลังฝั่งซ้ายมือตัวเครื่อง และด้านข้างซ้าย โดยใช้พัดลม 1 ตัว ฮีทไปป์ 3 เส้น เพียงพอต่อการใช้งาน วัสดุบอดี้ตรงคีย์บอร์ดจะเป็นอลูมิเนียมสีดำทำการบรัชลายเส้นเหมือนฝาหลัง สวยงาม แข็งแรง ปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ที่ด้านมุมบนขวามือแยกจากคีย์บอร์ด นอกจากนี้คีย์บอร์ดยังมีไฟสีแดง สามารถเปิดปิดได้ 3 ระดับ

ด้านฐานล่างออกแบบมาใหม่ดีไซน์เป็นแนวตัว X วัสดุเป็นพลาสติกด้าน พร้อมกับทำการเซาะร่องระบายอากาศหลายตำแหน่งด้วยกัน ลำโพงก็อยู่ที่ด้านล่าง 2 ตัวทำให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงได้ดี การแกะอัปเกรดบอกเลยว่าค่อนข้างยาก เพราะต้องแกะน็อตออกหมดทุกตัวแล้วค่อยใช้บัตรแข็งๆ แงะที่ละส่วน

เรียกได้ว่า MSI GF63 Thin ปี 2020 ตัวนี้ยังคงรักษามาตรฐานเหมือนรุ่นพี่ก่อนหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสได้ถึงความเป็น Gaming Notebook บางเบาสายพันธุ์แท้เหมือนรุ่น GS แต่ราคาถูกกว่าเกินครึ่ง ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูดีแบบเรียบง่าย ที่ไม่ใช่แค่เครื่องแรงอย่างเดียวแต่ในประสบการณ์ใช้งานก็ดีเยี่ยมด้วย มีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัม และบางเพียง 21.7 มิลลิเมตร ทำให้พกพาไปไหนได้สบายๆ อย่างตามร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน มหาวิทยาลัย เป็นต้น เรียกได้ว่าเล่นเกมก็ดีพกพาก็สะดวก

MSI GF63 Thin ยังมาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H + NVIDIA GeForce GTX รุ่นใหม่ ที่ตอบสนองการทำงาน หรือการเล่นเกมออนไลน์ออฟไลน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง GF63 นั้นมาพร้อมกับซอฟท์แวร์ MSI Dragon Center รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการเล่นเกมของคุณให้มากยิ่งขึ้น พร้อมการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ MSI GF63 Thin ปี 2020 ยังถูกตัด Numpad ออก และก็ไม่ใช้คีย์บอร์ดของ SteelSeries เหมือน MSI รุ่นอื่นๆ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ SteelSeries แต่การออกแบบและการใช้งานถือว่าทำได้ดีประมาณนึง ถึงแม้ว่าระยะกดจะสั้นกว่าคีย์บอร์ดที่เป็นของ MSI Notebook สามารถทำได้แม่นยำไม่แพ้ตัวคีย์บอร์ด SteelSeries รุ่นอื่น และที่ขาดไม่ได้เลยคือไฟคีย์บอร์ดตัวเครื่องให้มาเป็นสีแดงสีเดียว ปรับสีไม่ได้ ซึ่งสามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ พร้อมทำการไฮท์ไลท์ขอบแดงทุกปุ่มให้ดูเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสายพันธ์ุแท้

ส่วนของทัชแพดก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ขนาดเป็นสีเหลี่ยมขนาดใหญ่ มีการเซาะร่องตัดขอบสวยงาม ผิวสัมผัสไม่ลื่นจนเกินไป ตัวปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาเป็นแบบชิ้นเดียวซ่อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดี ทั้งการคลิกซ้ายคลิกขวาไม่มีอาการยวบยาบให้เห็น รวมถึงการใช้งานมัลติทัชก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหล โดยรวมการใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี ส่วนปุ่มเปิดปิดของตัวเครื่องได้ติดตั้งอยู่มุมซ้ายของคีย์บอร์ดดีไซน์ได้เรียบเนียนไปกับตัวเครื่องเป็นอย่างดี

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ MSI GF63 Thin นั้น มีขนาด 15.6 นิ้ว ผิวจอแบบ Anti-Glare ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS คุณภาพดี พร้อมได้ Refresh Rate ที่ 120Hz ที่ลื่นไหลกว่า 60 Hz มีมุมมองกว้างทำให้แสดงผลภาพออกมาได้อย่างสวยงามคมชัด ลดปัญหาเรื่องแสงสะท้อนจากแสงไฟรอบๆ ตัวได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งแสงสว่างของหน้าจอสามารถปรับได้หลายระดับให้พอดีกับสายตา สามารถสู้แสงจ้าจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง แถมขอบจอบาง Thin Bezel เพียง 4.9 มิลลิเมตร ทำให้ภาพที่ได้เต็มตาสุดๆ พร้อมติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนได้ปกติ

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ MSI GF63 Thin เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 59% และ Adobe RGB ที่ 44% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสัน ความเที่ยงตรงของสี ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปกติไม่ได้สว่างมาก คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไปแน่นอน โดยถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพพอได้เลย แต่ถ้าในระดับมืออาชีพต้องระวังนิดนึงควรคาลิเบรทก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องตรงกลางมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องล่างซ้ายจะมีแสงสว่างลดลงไปที่ 15% เลยทีเดียว ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ระบบเสียง Nahimic 3 ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน๊ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบให้อยู่ที่ด้านล่างตัวเครื่อง ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงให้มีมิติ แยกเสียงซ้ายขวาให้ชัดเจนได้มากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้วเลือกลำโพงถือว่าทำได้ดีเลย

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง MSI GF63 Thin ปี 2020 ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้า 15.6 นิ้ว ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าตัวเครื่องจะมีมิติเล็กและบางเบาก็ตามที่ได้ทั้ง USB 3.2 Type-A Gen 1 จำนวน 3 พอร์ต, USB 3.2 Type-C Gen 1 จำนวน 1 พอร์ต พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน 2 ช่อง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร, LAN, Kensington และส่วน HDMI จะพิเศษหน่อย โดยจะอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่องเพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น แน่นอนว่ามีช่องต่อไฟอแดปเตอร์

พร้อมยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX ที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น ดีกว่ารุ่นก่อนถึง 3 เท่า ขนาดของตัวเครื่อง 359 x 254 x 21.7 มิลลิเมตร โดยมีน้ำหนัก 1.86 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักเลยถ้ามองในมุมของ Gaming Notebook ซึ่งเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จ (120W) เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.10 กิโลกรัม สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกสบายเอามากๆ

Inside / Upgrade

การแกะงัดอัพเกรดเครื่อง MSI GF63 Thin ปี 2020 เพื่อทำการอัพเกรดหรือทำความสะอาดนั้นสามารถทำได้ไม่ยากจนเกินไป คือสามารถแกะด้วยตนเองได้ แต่ต้องมีความระมัดระวัง เพราะมีสลักค่อนข้างเยอะ ซึ่งต้องไขน็อตทุกตัวออกที่มองเห็น รวมไปถึงเจาะทะลุที่ติดสติ๊กเกอร์สีขาวของ MSI ไปได้เลย แล้วใช้บัตรแข็งค่อยๆ แงะจากด้านหลังตรง เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เมนบอร์ดสีดำ จุดสังเกตคือตัวเครื่องใช้พัดลม 1 ตัว ฮีทไปป์ 3 เส้น ช่องระบายความร้อน 2 ช่อง ด้านหลังกับด้านข้าง

เมื่อแกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดได้คือฮาร์ดดิสก์มาตรฐาน 2.5 นิ้ว ส่วน SSD M.2 NVMe PCIe ติดตั้งมาแล้วที่ความจุ 512GB สำหรับหน่วยความจำแรมนั้นติดตั้งมาเลยที่ขนาด 16GB DDR4 Bus 2666 MHz แบบ 8GB จำนวน 2 แถว Dual Channel ทำให้เราไม่ต้องอัปเกรดใดๆ ส่วนแรมแล้ว (MSI สามารถแกะอัปเกรดได้ไม่หลุดประกัน แต่จะไม่รับผิดชอบอุปกรณ์ที่ใส่เพิ่ม)

Performance / Software

  

สำหรับ MSI GF63 Thin ปี 2020 มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นยอดนิยมของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10 H อย่าง Intel Core i7-10750H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ  ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.60 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 5.00 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 2666MHz แบบ 8GB x 2 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

   

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX GTX 1650 Ti Max-Q ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GeForce GTX 1650 รุ่นก่อนหน้า จากที่สเปกภายในได้รับการอัพเกรดขึ้น เห็นได้ชัดจากแรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา ร้อนน้อยกว่าแต่ก็แรงไม่แพ้กัน เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูง เป็นที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอตัว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยกเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (แต่ออนชิปคือตัวเดิมนะ) เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก สมกับเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H จริงๆ

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใชเป็นแบรนด์ Intel ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2279 MB/s และเขียนที่ 1204 MB/s ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐาน SATA 3 แบบเดิมๆ แล้ว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4374 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง GTX 1650 Ti Max-Q ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen หรือ Intel Core i จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ

MSI DRAGON CENTER เวอร์ชั่นล่าสุด เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเวอร์ชั่น 2 จุดเด่นคือใช้งานสะดวกและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Gaming Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูต่างๆ แบ่งตามลักษณะการใช้งานที่ชัดเจน รวมไปถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์ต่างๆ ก็สามารถจัดการได้ง่ายยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน MSI GF63 Thin ปี 2020 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวประมาณ 4 ชั่วโมงโดยประมาณ ดังนั้นเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานน้อยกว่านี้ ถือว่าใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกที่ใกล้เคียงกัน

เครื่องนี้ที่ให้ฮีทไปป์มาทั้งหมด 3 เส้น Cooler Boost  ได้พัดลม 1 ตัว ช่องระบายความร้อน 2 ช่อง เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่มีการระบายความร้อนได้ดี เมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% โดยทางทีมงานได้ทำการเล่นเกมหนักๆ เป็นเวลานานๆ อย่างไรก็ตามต้องบอกก่อนว่าเราจำเป็นต้องดูอุณหภูมิชิปประมวลผลผ่านทาง MSI Dragon Center ไปก่อน เพราะซอฟต์แวร์ Hardware Monitor ยังไม่รองรับ

เห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผลอยู่ที่ไม่เกิน 89 องศาเซลเซียส ที่สามารถควบคุมได้เป็นอย่างดีตามมาตรฐาน ในการทำงานก็ปกติดีทุกอย่าง ส่วนที่เป็นการ์ดจอจะอยู่ที่ไม่เกิน 75 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่ามีความเย็นมากๆ จากกที่เป็นการ์ดจอรุ่นใหม่ตระกูล GTX Series รุ่นใหม่ ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่เปิดโหมด Performance ทำให้พัดลมหมุนรอบเร็วสุดเมื่อทำงานหนักๆ (แต่บังคับเร่งรอบเองไม่ได้) อย่างไรก็ตามไม่ถือว่ารบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้ว โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งเมื่อใช้งานทั่วไปในส่วนของเสียงพัดลมจะมีความเบามากๆ แทบไม่ได้ยินเสียงเลย

Conclusion / Award

ได้สเปคสุดแรง Intel Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด อย่าง Core i7-10750H ส่วนการ์ดจอได้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q ซึ่งอัพเกรดในส่วนของแรมการ์ดจอภายในเป็น 4GB GDDR6 พร้อมรุ่นที่ร้อนน้อยพิเศษ ที่ได้ทั้งความบางเบา ประสิทธิภาพ และความสวยงามในเครื่องเดียว โดยจัดเต็มมาเลยขนาด 16GB ไม่ต้องอัพเกรดแล้ว และได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่แรงและลื่นไหล ในราคาเพียง 33,900 บาทเท่านั้น

ดีไซน์ตัวเครื่อง MSI GF63 Thin วัสดุเป็นอลูมิเนียมอัลลอยสีดำพร้อมแซมด้วยสีแดง ส่วนคีย์บอร์ดมีปุ่มกดจะใหญ่กว่าปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเองที่สำคัญเหนือกว่า Gaming Notebook ทั่วไปด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ในการทดสอบจริงๆ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการโน๊ตบุ๊คไว้ใช้ทำงานหรือเล่นเกม ที่เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เพราะเป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ที่เบาเพียง 1.86 กิโลกรัม

ส่วนการระบายความร้อนตัวเครื่องเป็นแบบ Cooler Boost 3 ฮีทไปป์ 3 เส้นขนาดใหญ่ ช่องระบายความร้อน 2 ช่อง พัดลมตัวเดียว ก็พอที่จะเอาอยู่สำหรับสเปกนี้ โดยชิปประมวลผลไม่ร้อนเลย รวมไปถึงการ์ดจอแยกก็เย็นมากๆ ซึ่งจากผลทดสอบให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ลื่นไหลน่าประทับใจ เพราะได้หน้าจอ 120Hz ด้วย แถมตัวเครื่องยังสามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้เพิ่มอีกหนึ่ง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ Windows 10 แท้พร้อมใช้งานอีกด้วย มีประกัน 2 ปี ใช้งานได้แบบสบายใจ

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง MSI GF63 Thin ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q  ที่ทั้ง 2 อย่างนี้ระดับ Desktop มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe และรองรับฮาร์ดดิสก์ 2.5″ มาตรฐาน  SATA 3 อีก 1 สล็อต โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 512GB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 Bus 2666 MHz (8GB x 2) แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นแทบไม่ต้องอัพเกรดอะไร ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาของ MSI GF63 Thin ปี 2020 อยู่ในระดับที่ดีกว่า Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบาเพียง 1.86 กิโลกรัม ขอบหน้าจอบาง มิติตัวเครื่องเล็ก ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ถือว่ามีการพัฒนาไปในทุกส่วน รวมแล้วหนักแค่ 2 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น โดยสามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมถึงแบตอาจจะใช้งานได้ 4 ชั่วโมงจริงๆ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีของ Gaming Notebook จอ 15.6″

NBS Verdict

Gaming Notebook น้ำหนักเบาถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เกมเมอร์หลายคนต้องการจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งปกติแล้วโน๊ตบุ๊คเล่นเกมแรงๆ แต่ละรุ่นมักจะมีน้ำหนักที่เยอะ พกพาลำบาก เวลาใส่กระเป๋าแบกไปไหนมาไหนปวดหลังปวดไหล่กันสุดๆ แต่ว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับ MSI GF63 Thin แน่นอน เพราะด้วยตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น โดยเป็นรุ่นหน้าจอ 15.6″ ก็จริง แต่น้ำหนักเบาเท่ากับรุ่นหน้าจอ 15.6″ แบบก่อนๆ เลย โดยได้สเปคแรงกว่าเดิมด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด อย่าง i7-10750H และการ์ดจอใหม่ล่าสุดบนพื้นฐานสถาปัตยกรรมเดิมอย่าง Comet Lake ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร ซึ่งทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นยังใกล้เคียงเดิมNVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q ที่ทั้งแรงขึ้นแต่ร้อนน้อยลง

ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะสูงรุ่นพี่อย่าง GP / GE / GS เต็มๆ ไม่ได้ แต่เมื่อเทียบกับราคาของ Gaming Notebook จากทาง MSI กันเอง ก็มีความสมเหตุสมผล แม้ว่าอาจจะไม่ใช้ Series ที่จัดเต็มเป็น Gaming ในทุกด้าน แต่เรื่องระบบระบายความร้อนก็หายห่วง ส่วนข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ คงเป็นเรื่องช่องระบายความร้อนเป่าโดนหน้าจอ อันนี้ใช้ไปนานๆ อาจจะมีผลเสียได้ (หรือเปล่า) และหน้าจอก็มีค่าขอบเขตสีน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับหน้าจอ IPS ที่เกรดสูงๆ แต่ถ้าเทียบกับราคาแล้วก็ถือว่าไม่แพ้แล้วล่ะ

นอกจากนี้ที่ได้รับการอัพเดทอีกก็จะเป็นการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.1 แต่รายละเอียดๆ รวมๆ แล้วยังคงเหมือนเดิมอยู่ โดย MSI GF63 Thin ปี 2020 เหมาะกับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ IPS 120Hz โดยได้ตัวเครื่องที่เบาที่สุด ที่ให้ความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพ ในช่วงงบประมาณ 30,000 บาทนิดๆ ที่สำคัญคือได้แรมมาขนาด 16GB ทันทีไม่ต้องเสียเวลาไปอัพเกรดเองแต่อย่างใด ส่วน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ก็ลื่นไหลดี อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตเล็กน้อยเรื่องขอบเขตที่อยู่ในระดับกลางๆ และแบตเตอรี่ถ้าใช้งานได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมงจะดีมากๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์ งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
  • หน้าจอ 15.6″ เล็กกระชับกว่าเดิมเทียบ 14″ พกพาสะดวก บาง 21.7 มิลลิเมตร
  • เป็น Gaming Notebook มีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น
  • สเปคแรงด้วยชิป Core i7-10750H และการ์ดจอ GeForce GTX 1650 Ti Max-Q รุ่นใหม่
  • ได้แรมมาขนาด 16GB และ SSD ความจุ 512GB ใช้งานได้ลื่นไหลทันที
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง ให้สนุกยิ่งขึ้น
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
  • มี Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันที

ข้อสังเกต

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานตามจริงที่ 4 ชั่วโมง
  • ค่าขอบเขตสีหน้าจอ sRGB น้อยไปหน่อย

Specification

MSI GF63 Thin ปี 2020 สเปก Core i Gen 10H ในตอนนี้มีรุ่นเดียว ราคา 33,900 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 Core/12 Thread ประสิทธิภาพแรงเหลือๆ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงระดับ Desktop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q (4GB GDDR6) ที่มาพร้อมประสิทธิภาพที่เทียบเคียง GTX 1650 Ti รุ่นปกติ แต่ปลดปล่อยความร้อนน้อยกว่ามีที่เก็บข้อมูลเป็นมาตรฐาน SSD แบบ M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่ทั้งแรงและลื่นไหล ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ 8GB DDR4 Bus 26666 MHz จำนวน 2 แถว อัปเกรดได้สูงสุด 32GB นับได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6 นิ้ว ที่ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS ให้จอแสดงผลมีมุมมองกว้าง สวยงาม ไม่ว่าจะดูหนังหรือเล่นเกมก็สามารถใช้ได้ดีชัดเจน ลำโพงทำงานร่วมกับซอฟแวร์ของ Nahimic เวอร์ชั่น 3 ทำให้สามารถขับเสียงได้ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 3 x USB 3.2 Type-A Gen 1, USB 3.2 Type-C Gen 1, Kensington lock slot, LAN RJ-45, HDMI, รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.1 น้ำหนัก 1.86 กิโลกรัม พร้อม Windows 10 แท้

Hardware / Design

หน้าตาการออกแบบเอง MSI GF63 Thin ปี 2020 ต้องบอกว่ามีลักษณะรูปทรงคล้ายเดิมทั้งหมดทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน โดย MSI GF63 Thin ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีแดงเช่นเดิม ซึ่งต้องยอมรับว่าโดยรวมนั้นดีอยู่แล้วแม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ซึ่งขอบจอ Thin Bezel บางมากเพียง 4.9 มิลลิเมตร เท่านั้น บางมากๆ จนคิดว่าจอ 14 นิ้วด้วยซ้ำ

ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและพกพาได้สะดวก โดยยังคงรักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลัง ด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง แม้แต่ฝาหลังก็สื่อความเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมได้เต็มเปี่ยมถูกใจคอเกมอย่างสุดๆ วัสดุอลูมิเนียมขัดเงาบรัชเป็นล่นเส้นๆ แนวตั้งดูโดดเด่นแบบเรียบง่าย พร้อม ด้วยโลโก้มังกรแดง Dragon Army มินิมอลสุดๆ ได้แกนฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อน ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานคือไม่มี Numpad แต่ปุ่มกดจะใหญ่กว่าปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือขึ้น

ในส่วนของช่องระบายความร้อนของ MSI GF63 Thin มีด้วยกัน 2 ช่องคือด้านหลังฝั่งซ้ายมือตัวเครื่อง และด้านข้างซ้าย โดยใช้พัดลม 1 ตัว ฮีทไปป์ 3 เส้น เพียงพอต่อการใช้งาน วัสดุบอดี้ตรงคีย์บอร์ดจะเป็นอลูมิเนียมสีดำทำการบรัชลายเส้นเหมือนฝาหลัง สวยงาม แข็งแรง ปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ที่ด้านมุมบนขวามือแยกจากคีย์บอร์ด นอกจากนี้คีย์บอร์ดยังมีไฟสีแดง สามารถเปิดปิดได้ 3 ระดับ

ด้านฐานล่างออกแบบมาใหม่ดีไซน์เป็นแนวตัว X วัสดุเป็นพลาสติกด้าน พร้อมกับทำการเซาะร่องระบายอากาศหลายตำแหน่งด้วยกัน ลำโพงก็อยู่ที่ด้านล่าง 2 ตัวทำให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงได้ดี การแกะอัปเกรดบอกเลยว่าค่อนข้างยาก เพราะต้องแกะน็อตออกหมดทุกตัวแล้วค่อยใช้บัตรแข็งๆ แงะที่ละส่วน

เรียกได้ว่า MSI GF63 Thin ปี 2020 ตัวนี้ยังคงรักษามาตรฐานเหมือนรุ่นพี่ก่อนหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสได้ถึงความเป็น Gaming Notebook บางเบาสายพันธุ์แท้เหมือนรุ่น GS แต่ราคาถูกกว่าเกินครึ่ง ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูดีแบบเรียบง่าย ที่ไม่ใช่แค่เครื่องแรงอย่างเดียวแต่ในประสบการณ์ใช้งานก็ดีเยี่ยมด้วย มีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัม และบางเพียง 21.7 มิลลิเมตร ทำให้พกพาไปไหนได้สบายๆ อย่างตามร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน มหาวิทยาลัย เป็นต้น เรียกได้ว่าเล่นเกมก็ดีพกพาก็สะดวก

MSI GF63 Thin ยังมาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H + NVIDIA GeForce GTX รุ่นใหม่ ที่ตอบสนองการทำงาน หรือการเล่นเกมออนไลน์ออฟไลน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง GF63 นั้นมาพร้อมกับซอฟท์แวร์ MSI Dragon Center รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการเล่นเกมของคุณให้มากยิ่งขึ้น พร้อมการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ MSI GF63 Thin ปี 2020 ยังถูกตัด Numpad ออก และก็ไม่ใช้คีย์บอร์ดของ SteelSeries เหมือน MSI รุ่นอื่นๆ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ SteelSeries แต่การออกแบบและการใช้งานถือว่าทำได้ดีประมาณนึง ถึงแม้ว่าระยะกดจะสั้นกว่าคีย์บอร์ดที่เป็นของ MSI Notebook สามารถทำได้แม่นยำไม่แพ้ตัวคีย์บอร์ด SteelSeries รุ่นอื่น และที่ขาดไม่ได้เลยคือไฟคีย์บอร์ดตัวเครื่องให้มาเป็นสีแดงสีเดียว ปรับสีไม่ได้ ซึ่งสามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ พร้อมทำการไฮท์ไลท์ขอบแดงทุกปุ่มให้ดูเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสายพันธ์ุแท้

ส่วนของทัชแพดก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ขนาดเป็นสีเหลี่ยมขนาดใหญ่ มีการเซาะร่องตัดขอบสวยงาม ผิวสัมผัสไม่ลื่นจนเกินไป ตัวปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาเป็นแบบชิ้นเดียวซ่อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดี ทั้งการคลิกซ้ายคลิกขวาไม่มีอาการยวบยาบให้เห็น รวมถึงการใช้งานมัลติทัชก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหล โดยรวมการใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี ส่วนปุ่มเปิดปิดของตัวเครื่องได้ติดตั้งอยู่มุมซ้ายของคีย์บอร์ดดีไซน์ได้เรียบเนียนไปกับตัวเครื่องเป็นอย่างดี

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ MSI GF63 Thin นั้น มีขนาด 15.6 นิ้ว ผิวจอแบบ Anti-Glare ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS คุณภาพดี พร้อมได้ Refresh Rate ที่ 120Hz ที่ลื่นไหลกว่า 60 Hz มีมุมมองกว้างทำให้แสดงผลภาพออกมาได้อย่างสวยงามคมชัด ลดปัญหาเรื่องแสงสะท้อนจากแสงไฟรอบๆ ตัวได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งแสงสว่างของหน้าจอสามารถปรับได้หลายระดับให้พอดีกับสายตา สามารถสู้แสงจ้าจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง แถมขอบจอบาง Thin Bezel เพียง 4.9 มิลลิเมตร ทำให้ภาพที่ได้เต็มตาสุดๆ พร้อมติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนได้ปกติ

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ MSI GF63 Thin เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 59% และ Adobe RGB ที่ 44% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสัน ความเที่ยงตรงของสี ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปกติไม่ได้สว่างมาก คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไปแน่นอน โดยถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพพอได้เลย แต่ถ้าในระดับมืออาชีพต้องระวังนิดนึงควรคาลิเบรทก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องตรงกลางมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องล่างซ้ายจะมีแสงสว่างลดลงไปที่ 15% เลยทีเดียว ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ระบบเสียง Nahimic 3 ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน๊ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบให้อยู่ที่ด้านล่างตัวเครื่อง ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงให้มีมิติ แยกเสียงซ้ายขวาให้ชัดเจนได้มากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้วเลือกลำโพงถือว่าทำได้ดีเลย

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง MSI GF63 Thin ปี 2020 ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้า 15.6 นิ้ว ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าตัวเครื่องจะมีมิติเล็กและบางเบาก็ตามที่ได้ทั้ง USB 3.2 Type-A Gen 1 จำนวน 3 พอร์ต, USB 3.2 Type-C Gen 1 จำนวน 1 พอร์ต พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน 2 ช่อง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร, LAN, Kensington และส่วน HDMI จะพิเศษหน่อย โดยจะอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่องเพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น แน่นอนว่ามีช่องต่อไฟอแดปเตอร์

พร้อมยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX ที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น ดีกว่ารุ่นก่อนถึง 3 เท่า ขนาดของตัวเครื่อง 359 x 254 x 21.7 มิลลิเมตร โดยมีน้ำหนัก 1.86 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักเลยถ้ามองในมุมของ Gaming Notebook ซึ่งเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จ (120W) เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.10 กิโลกรัม สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกสบายเอามากๆ

Inside / Upgrade

การแกะงัดอัพเกรดเครื่อง MSI GF63 Thin ปี 2020 เพื่อทำการอัพเกรดหรือทำความสะอาดนั้นสามารถทำได้ไม่ยากจนเกินไป คือสามารถแกะด้วยตนเองได้ แต่ต้องมีความระมัดระวัง เพราะมีสลักค่อนข้างเยอะ ซึ่งต้องไขน็อตทุกตัวออกที่มองเห็น รวมไปถึงเจาะทะลุที่ติดสติ๊กเกอร์สีขาวของ MSI ไปได้เลย แล้วใช้บัตรแข็งค่อยๆ แงะจากด้านหลังตรง เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เมนบอร์ดสีดำ จุดสังเกตคือตัวเครื่องใช้พัดลม 1 ตัว ฮีทไปป์ 3 เส้น ช่องระบายความร้อน 2 ช่อง ด้านหลังกับด้านข้าง

เมื่อแกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดได้คือฮาร์ดดิสก์มาตรฐาน 2.5 นิ้ว ส่วน SSD M.2 NVMe PCIe ติดตั้งมาแล้วที่ความจุ 512GB สำหรับหน่วยความจำแรมนั้นติดตั้งมาเลยที่ขนาด 16GB DDR4 Bus 2666 MHz แบบ 8GB จำนวน 2 แถว Dual Channel ทำให้เราไม่ต้องอัปเกรดใดๆ ส่วนแรมแล้ว (MSI สามารถแกะอัปเกรดได้ไม่หลุดประกัน แต่จะไม่รับผิดชอบอุปกรณ์ที่ใส่เพิ่ม)

Performance / Software

  

สำหรับ MSI GF63 Thin ปี 2020 มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นยอดนิยมของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10 H อย่าง Intel Core i7-10750H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ  ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.60 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 5.00 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 2666MHz แบบ 8GB x 2 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

   

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX GTX 1650 Ti Max-Q ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GeForce GTX 1650 รุ่นก่อนหน้า จากที่สเปกภายในได้รับการอัพเกรดขึ้น เห็นได้ชัดจากแรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา ร้อนน้อยกว่าแต่ก็แรงไม่แพ้กัน เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูง เป็นที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอตัว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยกเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (แต่ออนชิปคือตัวเดิมนะ) เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก สมกับเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H จริงๆ

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใชเป็นแบรนด์ Intel ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2279 MB/s และเขียนที่ 1204 MB/s ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐาน SATA 3 แบบเดิมๆ แล้ว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4374 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง GTX 1650 Ti Max-Q ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen หรือ Intel Core i จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ

MSI DRAGON CENTER เวอร์ชั่นล่าสุด เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเวอร์ชั่น 2 จุดเด่นคือใช้งานสะดวกและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Gaming Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูต่างๆ แบ่งตามลักษณะการใช้งานที่ชัดเจน รวมไปถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์ต่างๆ ก็สามารถจัดการได้ง่ายยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน MSI GF63 Thin ปี 2020 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวประมาณ 4 ชั่วโมงโดยประมาณ ดังนั้นเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานน้อยกว่านี้ ถือว่าใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกที่ใกล้เคียงกัน

เครื่องนี้ที่ให้ฮีทไปป์มาทั้งหมด 3 เส้น Cooler Boost  ได้พัดลม 1 ตัว ช่องระบายความร้อน 2 ช่อง เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่มีการระบายความร้อนได้ดี เมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% โดยทางทีมงานได้ทำการเล่นเกมหนักๆ เป็นเวลานานๆ อย่างไรก็ตามต้องบอกก่อนว่าเราจำเป็นต้องดูอุณหภูมิชิปประมวลผลผ่านทาง MSI Dragon Center ไปก่อน เพราะซอฟต์แวร์ Hardware Monitor ยังไม่รองรับ

เห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผลอยู่ที่ไม่เกิน 89 องศาเซลเซียส ที่สามารถควบคุมได้เป็นอย่างดีตามมาตรฐาน ในการทำงานก็ปกติดีทุกอย่าง ส่วนที่เป็นการ์ดจอจะอยู่ที่ไม่เกิน 75 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่ามีความเย็นมากๆ จากกที่เป็นการ์ดจอรุ่นใหม่ตระกูล GTX Series รุ่นใหม่ ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่เปิดโหมด Performance ทำให้พัดลมหมุนรอบเร็วสุดเมื่อทำงานหนักๆ (แต่บังคับเร่งรอบเองไม่ได้) อย่างไรก็ตามไม่ถือว่ารบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้ว โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งเมื่อใช้งานทั่วไปในส่วนของเสียงพัดลมจะมีความเบามากๆ แทบไม่ได้ยินเสียงเลย

Conclusion / Award

ได้สเปคสุดแรง Intel Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด อย่าง Core i7-10750H ส่วนการ์ดจอได้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q ซึ่งอัพเกรดในส่วนของแรมการ์ดจอภายในเป็น 4GB GDDR6 พร้อมรุ่นที่ร้อนน้อยพิเศษ ที่ได้ทั้งความบางเบา ประสิทธิภาพ และความสวยงามในเครื่องเดียว โดยจัดเต็มมาเลยขนาด 16GB ไม่ต้องอัพเกรดแล้ว และได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่แรงและลื่นไหล ในราคาเพียง 33,900 บาทเท่านั้น

ดีไซน์ตัวเครื่อง MSI GF63 Thin วัสดุเป็นอลูมิเนียมอัลลอยสีดำพร้อมแซมด้วยสีแดง ส่วนคีย์บอร์ดมีปุ่มกดจะใหญ่กว่าปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเองที่สำคัญเหนือกว่า Gaming Notebook ทั่วไปด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ในการทดสอบจริงๆ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการโน๊ตบุ๊คไว้ใช้ทำงานหรือเล่นเกม ที่เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เพราะเป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ที่เบาเพียง 1.86 กิโลกรัม

ส่วนการระบายความร้อนตัวเครื่องเป็นแบบ Cooler Boost 3 ฮีทไปป์ 3 เส้นขนาดใหญ่ ช่องระบายความร้อน 2 ช่อง พัดลมตัวเดียว ก็พอที่จะเอาอยู่สำหรับสเปกนี้ โดยชิปประมวลผลไม่ร้อนเลย รวมไปถึงการ์ดจอแยกก็เย็นมากๆ ซึ่งจากผลทดสอบให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ลื่นไหลน่าประทับใจ เพราะได้หน้าจอ 120Hz ด้วย แถมตัวเครื่องยังสามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้เพิ่มอีกหนึ่ง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ Windows 10 แท้พร้อมใช้งานอีกด้วย มีประกัน 2 ปี ใช้งานได้แบบสบายใจ

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง MSI GF63 Thin ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti Max-Q  ที่ทั้ง 2 อย่างนี้ระดับ Desktop มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe และรองรับฮาร์ดดิสก์ 2.5″ มาตรฐาน  SATA 3 อีก 1 สล็อต โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 512GB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 Bus 2666 MHz (8GB x 2) แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นแทบไม่ต้องอัพเกรดอะไร ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาของ MSI GF63 Thin ปี 2020 อยู่ในระดับที่ดีกว่า Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบาเพียง 1.86 กิโลกรัม ขอบหน้าจอบาง มิติตัวเครื่องเล็ก ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ถือว่ามีการพัฒนาไปในทุกส่วน รวมแล้วหนักแค่ 2 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น โดยสามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมถึงแบตอาจจะใช้งานได้ 4 ชั่วโมงจริงๆ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีของ Gaming Notebook จอ 15.6″

Click to comment
Advertisement

You May Also Like

Notebook News

Dell Notebook ช่วงปลายปี 2020 มีให้เราได้เลือกซื้อหลากหลายมากมาย โดยที่มีรุ่นตามลักษณะการใช้งานของเรา เหมาะกับทุกๆ คน ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงานทั่วไป หรือคนที่ทำงานสาย Content Creator รวมไปถึงระดับองค์กรมืออาชีพ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Gamer

Other News

Apple เปิดตัว iPhone 12 Series อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในงาน Apple Even ในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 (ตรงกับเวลา 00:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) พร้อมกับผลิตภัณฑ์อย่าง HomePod Mini ด้วย ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำสรุปสเปค...

Tips & Tricks

รวมสูตร The Sims 4 เป็นอีกเรื่องที่น่าจะหยิบยกมาเขียน ไหน ๆ ช่วงนี้ Steam ก็ขนขบวนมาลดราคา The Sims 4 ทั้งเช็ต ทั้งภาคหลัก ภาคเสริม และเพราะ The Sims เป็นเกมจำลองการใช้ชีวิตยอดฮิตเป็นที่นิยมตลอดกาล เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ผู้เล่นสามารถปลอดปล่อยจินตนาการการใช้ชีวิตประจำวันที่โลกจริงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำให้ซีรีส์เกม The...

Tips & Tricks

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คหลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอก็คือ โน๊ตบุ๊คเชื่อมต่อ WiFi ไม่ได้ หรือมองไม่เห็น WiFi ที่ต้องการใช้งาน ทำให้เกิดความลำบาก และต้องหาวิธีแก้ไขกันวุ่นวาย