Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

เทียบสเปค PlayStation 5 vs Xbox Series X ใครจะเจ๋งกว่ากัน

 

jgostjog

Advertisement

ยุคสมัยของเกมแบบ Console กำลังจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อทาง Sony ได้เปิดตัวสเปค PlayStation 5 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย และในส่วนของXbox Series X ที่ทาง Microsoft ได้เปิดเผยสเปคไปแล้วและมีแผนวางจำหน่ายในปลายปี 2020 นี้ เรามาดูกันดีกว่าว่าสเปคของทั้ง 2 ตัวนี้นั้น เมื่อเทียบกันแล้วจะเป็นอย่างไร

jifjgdtgt

credit: engadget

ทางด้าน PS5 ใช้ชิปประมวลผล AMD-based Zen 2 cores ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 3.5 GHz ในขณะที่ Xbox Series X ใช้ AMD-based Zen 2 cores ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกา 3.8 GHz พร้อมกับการเปิดใช้งานมัลติเธรด (SMT) พร้อมกันบน Xbox Series X ทำให้การประมวลผลของทาง Microsoft ลดลงไปที่ 3.6 GHz แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกัน

ในด้าน GPU และ SSD ที่ PS5 และ Xbox Series X นั้นค่อนข้างที่จะแตกต่างกัน โดย Sony ได้เลือกใช้ GPU AMD RDNA 2-based ซึ่งให้ความเร็วอยู่ที่ 10.28 teraflops (Flopsเป็นหน่วยวัดสมรรถนะในการทำงานของคอมพิวเตอร์) มี 36 compute units ที่ทำงานอยู่ที่ 2.23 GHz ต่อหน่วย ส่วนทาง Microsoft ได้เลือก GPU ที่ใช้ AMD RDNA 2-based สำหรับ Xbox Series X แต่สามารถให้ความเร็วได้ 12 teraflops โดยมี 52 compute units ที่ทำงานอยู่ที่ 1.825 GHz ต่อหน่วย

ในส่วนของพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลหรือ Storage นั้น ทั้ง 2 ตัวนี้ก็ค่อนข้างแตกต่างกันโดย PS5 ใช้ SSD ที่มีพื้นที่เก็บข้อมูล 825GB และประสิทธิภาพ 5.5GB/s ในขณะที่ Xbox Series X ใช้ NVMe SSD ที่มีพื้นที่เก็บข้อมูลอยู่ที่ 1TB แต่ประสิทธิภาพนั้นน้อยกว่าถึงครึ่งหนึ่งซึ่งอยู่ที่ 2.4GB/s จึงอาจทำให้ใช้ระยะเวลาในการโหลดที่แตกต่างกันพอสมควรระหว่าง PS5 และ Xbox Series X แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทรัพยากรของเกมและการปรับตั้งค่าต่าง ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตามทาง Sony ยังอนุญาตสามารถขยาย Storage ของ PS5 ด้วย PCIe 4.0 NVMe ได้ด้วยเช่นกัน แต่เรายังคงต้องรอดู PCIe 4.0 NVMe นั้นจะสามารถทำความเร็วได้ขนาดไหนเมื่อเข้ามาอยู่ใน PS5 อีกด้วย

gktokgotk

credit: xbox

สำหรับราคานั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยจากทั้ง 2 ค่าย และในส่วนรูปลักษณ์ทาง Sony ก็ยังไม่ได้เปิดเผยรูปทรงของ PS5 ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับทาง Xbox Series X เราก็ได้ยลโฉมกันไปแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นเราคงต้องรอคอยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของทั้ง 2 ตัวนี้ในช่วงปลายปี 2020 นี้ เพื่อที่จะได้เห็นการรีวิวและเปรียบเทียบอย่างเต็มรูปแบบกันอีกครั้งหนึ่ง

 

ที่มา: engadget, theverge

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

(กรุงเทพฯ / 17 ก.ย. 2569) – บริษัทโซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดหูฟังไร้สาย พร้อมขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ด้วยการเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุด WH-CH730N และ WH-CH530 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟังเพลง การทำงาน การเรียนออนไลน์ การเดินทาง และการรับชมคอนเทนต์ โดยโซนี่เข้าใจถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกและการแสดงออกในแบบของตนเอง และมองว่าหูฟังในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการฟังเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นแก็ดเจ็ตที่สะท้อนแฟชั่น สไตล์ และคาแรกเตอร์ของผู้ใช้งานได้อีกด้วย จึงให้ความสำคัญกับดีไซน์และสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่โทนสีสดใสที่สะท้อนความสนุกสนาน โทนสีเอิร์ธโทน ไปจนถึงสีคลาสสิก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์และตัวตนได้อย่างลงตัว โดย WH-CH730N มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ดีไซน์น้ำหนักเบาและพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพกพาและใช้งาน พร้อมมาในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่ WH-CH530 โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบา มีสีสันให้เลือกหลากหลาย และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนาน พร้อมมอบประสบการณ์เสียงไร้สายที่สะดวกและใช้งานง่ายในแบบฉบับของโซนี่Advertisement WH-CH730N หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน ดีไซน์ใหม่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ หูฟังไร้สาย WH-CH730N มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพดีควบคู่กับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Dual Noise Sensor เพื่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับเสียงเพลงหรือคอนเทนต์ได้อย่างเต็มอารมณ์ยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์แบบครอบหูที่มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายตลอดวัน มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีออฟไวท์ (Off-white), สีชมพู (Pink), สีน้ำเงิน (Blue), สีดำ(Black) และสีเบจ (Beige) ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางเป็นประจำ คนทำงานแบบไฮบริด นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน พร้อมปรับโฉมใหม่ให้มีน้ำหนักเบาและสามารถพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทั้งระหว่างการใช้งานและการพกพา นอกจากนี้ยังได้รับการยกระดับคุณภาพการสนทนา เพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้นานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมระบบชาร์จเร็ว เพียงชาร์จ 10 นาที สามารถใช้งานต่อได้นานประมาณ 4.5 ชั่วโมง รวมถึงรองรับการปรับแต่งเสียงได้อย่างเต็มรูปแบบตามความชื่นชอบของผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Sound Connect เพื่อให้เหมาะกับแนวเพลงและสไตล์การฟังของแต่ละคน ด้านการสนทนา WH-CH730N ช่วยให้เสียงพูดมีความคมชัดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ด้วยเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่ผสานการทำงานของไมโครโฟนแบบ Beamforming การจัดวางตำแหน่งไมโครโฟนอย่างเหมาะสม และระบบลดเสียงรบกวนที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย LE Audio เพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่น รองรับ Multipoint Connection สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง รวมถึง Fast Pair และ Swift Pair ช่วยให้การจับคู่และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โซนี่ชวน Gen Z เปิดประสบการณ์หูฟังโซนี่ตัวแรก WH-CH530...

รีวิว Asus

ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ราคา 209,990 บาท แรงไม่ต้องสืบ ทรงพลังจนไม่ง้อพีซี ฟีเจอร์มาครบเครื่องพร้อมใช้!! ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ถูกวางตำแหน่งเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับเรือธงรุ่นล่าสุดจากแผนก ROG “Republic Of Gamers” ให้เหนือกว่า...

PR-News

(กรุงเทพฯ / 24 ก.ค. 2569) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สานต่อแนวคิด “Cinema is Coming Home” ด้วยการเปิดตัวไลน์อัปทีวี BRAVIA และชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre รุ่นใหม่ นำโดย BRAVIA 9...

Buyer's Guide

ไม่ว่าจะคนรักเสียงเพลงหรือสายเดินทางแทบทุกคนจะมีหูฟังบลูทูธเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไว้ฟังเพลงเพลงหรือ Podcast โปรดได้ทุกเมื่อและตัดเสียงรบกวนภายนอกได้หมด ซึ่งผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ก็รู้เรื่องนี้ดีจึงพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องจึงเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่แทบทุกปีมีทุกระดับราคาตั้งแต่พันบาทต้นไปจนหลักหมื่นบาท มีฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ให้ใช้หลายอย่างและปรับแต่งการทำงานในแอพฯ ได้หลากหลาย ส่วนดีไซน์ภายนอกก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับสำหรับเสริมลุคการแต่งตัวของใครหลายๆ คนเลย นอกจากเรื่องสเปคกับแอพฯ ใช้งานแล้ว หูฟังทุกรุ่นจะมี “คาร์แรคเตอร์เสียง” เฉพาะตัวว่าแบรนด์นี้เน้นแต่งเสียงให้เบสเด่นหนักแน่น, เสียงเครื่องดนตรีเด่นหรือนักร้องคมชัด ฯลฯ แล้วแต่ละคนก็มีรสนิยมการฟังเพลงแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้ลองหาหูฟังของแบรนด์หรือเป็นรุ่นที่สนใจได้เลยยิ่งดี จะได้รู้ว่าโทนเสียงถูกใจไหมจะให้ไม่ต้องซื้อมาเสียเงินฟรีให้เสียอารมณ์ในภายหลังAdvertisement เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหูฟังบลูทูธ 7 หูฟังบลูทูธน่าใช้ ฟังเพลงดีตัดเสียงเยี่ยมทุกสถานการณ์...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก