Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

Tech 2019 – หุ่นยนต์ AI ผู้พิพากษา หนึ่งในนวัตกรรมใหม่ที่จะเปลี่ยนโลกการตัดสินไม่ให้มีอคติ

ถึงแม้เราจะได้ยินว่าการตัดสินใจต่างๆ ที่มาจากมนุษย์นั้นดีมากน้อยเพียงใด ทว่าก็ไม่สามารถที่จะปฎิเสธได้เลยครับว่าการตัดสินใจหลายๆ อย่างของมนุษย์เรานั้นมันมัก

ถึงแม้เราจะได้ยินว่าการตัดสินใจต่างๆ ที่มาจากมนุษย์นั้นดีมากน้อยเพียงใด ทว่าก็ไม่สามารถที่จะปฎิเสธได้เลยครับว่าการตัดสินใจหลายๆ อย่างของมนุษย์เรานั้นมันมักจะมาพร้อมกับความลำเอียงเล็กๆ น้อยๆ เสมอ ซึ่งในการตัดสินใจสำหรับชีวิตประจำวันของเรานั้นอาจจะไม่ส่งผลอะไรมากมายต่อมนุษย์ร่วมโลกคนอื่นมากนัก ทว่าในวงการการตัดสินคดีต่างๆ ที่มีบุคคลมากมายเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วนั้นปฎิเสธไม่ได้เลยครับว่าการตัดสินใจหรือตัดสินคดีบางอย่างก็มีผลมาจากความลำเอียงหรือปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อด้วย

0 cyber law concept

Advertisement

เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างแล้วมีความลำเอียงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้นได้มีนักวิจัยกลุ่มหนึ่งครับที่พยายามจะพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมาสำหรับใช้ในการตัดสินใจเฉพาะทางอย่างการตัดสินคดีในศาลโดยเฉพาะ ส่วนหนึ่งนั้นทางทีมวิจัยเชื่อว่าเมื่อใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ในการตัดสินใจแทนมนุษย์แล้วนั้น การตัดสินถูกผิดที่ออกมานั้นจะไม่มีความลำเอียงเกิดขึ้นโดยเด็ดขาดเนื่องจาก AI นั้นจะทำการประมวลผลตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

จริงๆ แล้วในต่างประเทศนั้นได้มีการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์เข้าไปช่วยในการพิจารณาคดีมาแล้วครับ ทว่าสิ่งที่ปัญญาประดิษฐ์ทำในปัจจุบันเพื่อช่วยในการตัดสินคดีนั้นจะเป็นเรื่องของการรวบรวมคำตัดสินในอดีตที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้นๆ เพื่อทำเป็นข้อมูลสำหรับส่งให้ผู้พิพากษาและลูกขุนเพื่อที่จะได้นำไปใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับช่วยในการตัดสินคดี ทว่าแม้จะมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยแล้วก็ตามแต่สุดท้ายในที่สุดนั้นก่อนที่ข้อมูลต่างๆ จะถึงผู้พิพากษาและลูกขุนก็จะมีผู้ดูแลข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นมนุษย์ทำการคัดเลือกข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นอีกครั้งก่อนที่จะส่งให้กับทางผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ

0 GettyImages 482707327

ผู้ที่นำเรื่องดังกล่าวนี้ให้เป็นประเด็นขึ้นมานั้นมีชื่อว่า Rossalyn Warren ครับ เธอผู้นี้นั้นได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่าด้วยความที่ผู้พิพากษาและคณะลูกขุนนั้นเป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไปซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตามแล้วการตัดสินคดีในเรื่องต่างๆ นั้นก็จะมาพร้อมกับความเห็นส่วนตัวด้วยเป็นหลักทำให้บางทีแล้วนั้นอาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้บ้างดังนั้นแล้วการใช้หุ่นยนต์ที่มาพร้อมกับระบบปัญญาประดิษฐ์มาเป็นลูกขุนที่มีอำนาจในการตัดสินใจชี้ผิดชี้ถูกแทนมนุษย์นั้นจะช่วยทำให้ปัญหาเรื่องการตัดสินที่ไม่ยุติธรรมนั้นหมดไป

เธอผู้นี้ยังได้บอกข้อดีเอาไว้อีกหลายอย่างในการใช้หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการตัดสินครับ ไม่ว่าจะเป็นการตัดซึ่งอารมณ์ความรู้สึกส่วนบุคคล, ความเป็นธรรมหรือกระทั่งการมีความรู้ในเรื่องของลักษณะคดีที่จะต้องทำการตัดสินจริงๆ นั้นอยู่ภายในซึ่งในการประมวลผลการตัดสินที่ได้นั้นก็จะมาพร้อมกับการนำเอาข้อมูลที่เคยมีตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นก็จะเกี่ยวข้องเฉพาะกับเรื่องที่จะตัดสินเท่านั้นมาทำการตัดสินน่าจะดีกว่าวิธีการใช้ลูกขุนซึ่งบางทีแล้วนั้นอาจจะไม่มีความเข้าใจในเรื่องที่จะต้องตัดสินมากพอครับ

นักวิจัยที่ตอบรับแนวคิดดังกล่าวนี้นั้นมีชื่อว่าคุณ Jonathan Gratch จาก Institute for Creative Technologies ก็ได้ทำการพัฒนาหุ่นบนต์ที่มาพร้อมกับระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับการเป็นลูกขุนขึ้นมาครับ ซึ่งหุ่นยนต์ดังกล่าวนี้นั้นมีชื่อว่า Ellie และได้เคยถูกนำไปใช้ในการทดลองกับมนุษย์จำนวน 2 กลุ่มมาแล้ว โดยในการฝึกฝนตัวปัญญาประดิษฐ์นั้นจะพบว่า Ellie ได้มีการเลือกคำถามที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะต้องทำการตัดสินนั้นๆ อย่างละเอียดเอามากๆ นอกจากนั้นแล้ว Ellie ยังมาพร้อมกับกล้อง 3 มิติที่จะเอาไว้ใช้ในการตรวจสอบอารมณ์ของผู้ตอบ ณ เวลาที่ทำการตอบคำถามเหล่านั้นเพื่อเก็บเป็นข้อมูลไว้ด้วยอีกต่างหากครับ

0 Cyber law or internet law concept

อย่างไรก็ตามแต่ครับมีกลุ่มคนที่ยอมรับและอยากศึกษาเรื่องนี้แล้วนั้นย่อมมีผู้ที่เห็นต่างไปจากที่ทัมวิจัยคิดอยู่ตัวอย่างเช่น Tom Girardi ซึ่งเป็นทนายความนั้นก็ให้ความเห็นเอาไว้ครับว่าธรรมชาติของมนุษย์เรานั้นหากได้เลือกลูกขุนที่ตัดสินคดีเป็นไปอย่างที่ทางทนายอยากให้เป็นแล้ว ในครั้งต่อๆ ไปนั้นทนายคนดังกล่าวเองก็ต้องอยากให้ใช้คณะลูกขุนที่จะช่วยตัดสินคดีให้ตรงตามความต้องการของทนายมากกว่าคณะลูกขุนใหม่ซึ่งในที่นี้นั้นก็คือเจ้าหุ่นยนต์ที่มาพร้อมกับ AI นี่เองครับ

ยังไม่หมดนะครับนอกไปจากนั้นแล้วยังมีคุณ Theresa May ซึ่งเป็นอดีนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นเอาไว้ว่าเจ้าหุ่น AI ที่ช่วยในการตัดสินใจนั้นอาจจะมีข้อดีอยู่ก็จริง แต่การพัฒนามันขึ้นมานั้นผู้ที่ทำการพัฒนาอัลกอริทึมให้กับ AI ดังกล่าวนั้นก็ยังคงเป็นมนุษย์อยู่ดี แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบ AI ที่ใช้ในการตัดสินคดีนั้นจะไม่มีอัลกอริทึมที่ถูกเขียนขึ้นมาด้วยความลำเอียง รวมทั้งหากมีการนำไปใช้งานจริงๆ แล้วนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะรับรู้ได้เลยครับว่า AI นั้นได้มีการถูกปรับเปลี่ยนมาก่อนหน้าที่จะตัดสินคดีความนั้นๆ หรือไม่เพราะในท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ต้องดูแล AI ดังกล่าวนั้นก็๋หนีไม่พ้นมนุษย์ปุถุชนอย่างเราๆ ท่านๆ นี่ล่ะครับ

0 GettyImages 856640168

แน่นอนครับว่าเรื่องการใช้หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการตัดสินคดีความนี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนเอามากๆ ดังนั้นแล้วเราจึงจะยังคงไม่ได้เห็นการใช้งานระบบดังกล่าวนี้จริงๆ ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน แถมเมื่อถึงช่วงเวลาที่อาจจะได้ลองใช้ในศาลจริงๆ นั้นก็อาจจะมีการตั้งคำถามอีกมากมายที่ไม่รู้จบ งานนี้นั้นบอกได้คำเดียวเลยครับว่ากว่าจะถึงวันที่เราได้เห็นระบบนี้เป็นเรื่องจริงขึ้นมานั้นน่าจะอีกยาวไกลหลายปี ทว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ

ที่มา : dailystar

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริงAdvertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ จึงไม่มีสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์เพียงรูปแบบเดียวที่สามารถจัดการทุกกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยประมวลผลหลากหลายประเภท ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

PR-News

โครงสร้างต้นทุน AI สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นใหม่และ Agentic AI ช่วยขยายขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เริ่มวางกลยุทธ์การปรับใช้ระบบแบบไฮบริดตั้งแต่วันนี้ อาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  หากองค์กรของคุณขยายการใช้งาน AI ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่าง การเปิดให้เข้าถึง AI ในวงกว้างขึ้น ใช้งานมากขึ้น...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก