Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

ก้าวแรกของ iPhone

ย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อนวงการมือถือ(ตัวเครื่อง)ค่อนข้างไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก แม้จะมีการออกรุ่นใหม่ๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ

แต่ก็ไม่มีความแตกต่างอะไรในแต่ละรุ่นมากนัก มีเพียงการเปลี่ยนรูปทรง เปลี่ยนคุณสมบัติ เล็กๆน้อยๆ แตกรุ่นกันออกไปตาม segment ราคาระดับต่างๆของตลาด การแข่งขันในช่วงนั้นค่อนข้างนิ่งไม่มีอะไรหวือหวา สร้างความสนใจต่อวงกว้างได้เท่าไรนัก เรียกว่าใครรักใครชอบค่ายไหน ยี่ห้อไหน ก็ติดตามกันจำเพราะแบรนด์ที่ตัวเองสนใจอยู่ (ขนาดเป็นอย่างงั้น ช่วงนั้นหลายคนยังบ่นเลยว่าไม่มีอะไรใหม่)

Advertisement

จนกระทั่งต้นปี 2007 สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยน เมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่ลงสนามซึ่งก็คือ iPhone จาก Apple นั่นเอง ก่อนหน้าที่ iPhone จะออกมาสู่ตลาด Apple เคยร่วมมือกับ Motorola ออก ROKR E1 ซึ่งสามารถใช้งานกับ iTunes ได้ออกมาก่อนแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ รวมถึงเคยได้ข่าวว่าทาง Motorola ไม่ยอมให้ Apple มีส่วนร่วมในการออกแบบตัวเครื่องอีกด้วย และหากมองจากมุมของสไตล์ผลิตภัณฑ์ที่ Apple ผมเชื่อเลยว่า ROKR E1 ไม่ใช่สิ่งที่ถูกใจและเป็นไปอย่างที่ Apple ต้องการแน่ๆ หลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวลือกันเรื่อยมาว่า Apple จะทำมือถือ แต่ก็เงียบไปจนกระทั่งในที่สุด Apple เปิดตัว iPhone เป็นครั้งแรกในงาน Macworld 2007 Mobile Safari ที่นำมาแสดงตัวอย่างในงานคราวนั้น พร้อมด้วยระบบการสั่งงานแบบ Multi-touch รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆที่ Apple นำมาใช้ เป็นการเปิดตัวที่จุดกระแสความสนใจจากวงกว้างได้ค่อนข้างมาก

iPhone ออกมาแล้วสองรุ่น รุ่นปัจจุบันชื่อว่า iPhone 3G ซึ่งมีคุณสมบัติที่เพิ่มเติมเข้ามาจากรุ่นแรก คือรองรับระบบเครือข่าย 3G และมีระบบ GPS แบบ A-GPS ในตัว ถึงตอนนี้ iPhone 3G ทำตลาดมาค่อนปีแล้ว เรื่อง Spec ต่างๆ คงไม่นำมากล่าวถึงกันแล้วละครับ เรามาว่าถึงเรื่องในประเด็นอื่นๆ กันดีกว่า

ความแตกต่างของ iPhone
ความสำเร็จอย่างนึงของ iPhone คือการที่ Apple สามารถสร้างชื่อ iPhone ให้เป็น iPhone ได้อย่างชัดเจน เหมือนกับที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วกับ iPod มีหลายปัจจัยที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้ ว่าแล้วก็มาดูกันไปแต่ละหัวข้อกันเลยดีกว่าครับ

iPhone%201

การออกแบบผลิตภัณฑ์
รูปทรงของ iPhone นั้นมีการออกแบบ ตามแบบแนวการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของ Apple ซึ่งคงไว้ซึ่งความสวยงาม ตามแนวคิดแบบ Minimalism เรียบง่ายแต่ดูดี เหมือนกับ iPod , iMac , MacBook รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆของ Apple อย่างไรก็ตามเรื่องรูปร่างหน้าตาเป็นเรื่องของความชอบ เป็นเรื่องของรสนิยม อาจจะมีบางท่านที่ไม่ชอบแบบนี้ อันนั้นว่ากันไม่ได้ครับ เป็นเรื่องปัจเจกจริงๆ อย่างไรก็ตามการออกแบบของ iPhone เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าทำออกมาได้สวยงามดูดี ไม่เพียงแต่สวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในเรื่องของความแข็งแรงของวัสดุ และคุณภาพการผลิต ก็ยังทำออกมาได้ดีมากอีกด้วย ก่อนหน้านี้เราแทบจะไม่ค่อยเห็นแนวการออกแบบอย่างนี้ในมือถือเลย จนกระทั่ง iPhone ออกมา แนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมนี้ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นทิศทางนี้กันมากขึ้น

iPhone%202

การออกแบบ User Interface
UI ของ iPhone มีการออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เหมาะกับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่มีพื้นที่แสดงผลจำกัด และมีความแตกต่างจากการ UI ของยี่ห้ออื่นที่มีก่อนหน้านั้น Apple กล้าที่จะตัดการมีปุ่มต่างๆบนตัวเครื่องจำนวนมากอย่างที่เคยมีในโทรศัพท์รุ่นอื่นๆก่อนหน้านั้น แล้วทำให้ทุกอย่างเป็น Virtual Button แสดงผลบนหน้าจอ และใช้ระบบสัมผัสแบบ Multi-touch ที่มีความโดดเด่นแทนที่ สิ่งนึงที่ผมชอบมากใน iPhone ก็คือมันไม่ได้พยายามที่จะนำเอารูปแบบ UI การใช้งานบนคอมพิวเตอร์ มาใช้กับอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็น Menu Bar , Context Menu เรียกได้ว่า UI Control ทั้งหลายใน iPhone นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้นำมาใช้กับการใช้งานกับอุปกรณ์ขนาดเล็กแบบนี้จริงๆ

เทคโนโลยี Multi-touch
เป็นจุดเด่นและเป็นจุดขายที่ทำให้ iPhone ต่างจากคู่แข่ง แต่เดิมนั้นมีมือถือหลายรุ่นที่เป็นระบบหน้าจอแบบสัมผัส Touch Screen แต่ iPhone เป็นรุ่นแรกที่นำเอาระบบ Multi-touch ที่สามารถทำงานร่วมกับการสัมผัสมากกว่าหนึ่งจุดได้ ทำให้สามารถออกแบบ Gesture หรือการเคลื่อนไหวเพื่อสั่งงาน ที่แตกต่างจากที่เคยมีมาได้มากกว่ากันเยอะ แต่เดิมเราจะทำได้เพียงแต่กด และเลื่อนนิ้ว(หรือ Stylus)ไปมาเพียงเท่านั้น แต่เมื่อมีการนำระบบ Multi-touch มาใช้ ทำให้เราสามารถใช้สองนิ้วสัมผัส แล้วกางออก เพื่อขยายสิ่งที่อยู่ในหน้าจอ หรือหุบเข้าเพื่อย่อ หรือใช้สองนิ้วสัมผัสแล้วหมุน เพื่อสั่งให้หมุนสิ่งที่อยู่ในหน้าจอ เป็นต้น


iPhone%203

และเมื่อนำ Multi-touch มาใช้งานร่วมกับระบบ Accelerometer ซึ่งจะคอยตรวจสอบแกนการใช้งาน การเคลื่อนไหวตัวเครื่อง ก็ทำให้ iPhone สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานให้กับผู้ใช้ได้อย่างมีความแตกต่างจากมือถืออื่นๆ อย่างชัดเจน ปัจจุบันแม้ว่าจะมีมือถือหลายรุ่นที่พยายามจะชูจุดขายของความเป็นระบบสัมผัส แต่เท่าที่ได้ลองใช้งานมาก็ยังไม่มีรายไหนที่ทำได้อย่างที่ iPhone เป็นสักราย (ในอนาคตอาจจะมี แต่ตอนนี้ขอพิมพ์เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดแล้วเท่านั้นนะครับ) ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงแค่ระบบสัมผัสหน้าจอธรรมดา อันที่จริงเทคโนโลยี Multi-touch ไม่ใช่พึ่งมีนะครับ นับย้อนหลังไปก็มีการพัฒนากันมานานร่วม 30 ปีแล้ว ส่วนผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้งานจริงๆ ก็มีมาก่อนหน้านี้ แต่เป็นอุปกรณ์เฉพาะทาง และบริษัทนึงที่ผลิตอุปกรณ์ที่เป็น Multi-touch ก็คือ FingerWork ซึ่งภายหลัง Apple ก็ซื้อกิจการและนำมาพัฒนา iPhone รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้มีการใช้งาน Multi-touch นี่แหละครับ เรียกว่าใช้คุ้มเลยทีเดียว ภาพนี้เป็นภาพเกมส์รถแข่งที่ใช้ระบบ Accelerometer ในการควบคุมการเลี้ยวรถนะครับ

iPhone%204

ความต่างอย่างนึงที่ทำให้ระบบสัมผัสของ iPhone ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีจากผู้ใช้งานก็คือการที่มันใช้เทคนิคการตรวจสอบการสัมผัสแบบ Capacitive sensor ซึ่งทำได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับอีกหลายยี่ห้อที่ใช้แบบ Resistive sensor แม้ว่าจะมีข้อจำกัดตรงที่ต้องใช้นิ้วสัมผัสโดยตรง ไม่สามารถใช้ Stylus ได้ แต่ในทางกลับกันการใช้นิ้วสัมผัสของ iPhone กลับทำได้ดีกว่าการใช้ Stylus เสียอีก (อันนี้ส่วนนึงคงแล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคลด้วย แต่ส่วนใหญ่ที่สอบถามมาก็บอกว่าดีกว่ากันทั้งนั้น) ในบ้านเราไม่ใช่เมืองหนาวที่ต้องใส่ถุงมืออยู่แล้วด้วย ข้อนี้จึงไม่น่าจะเป็นปัญหา ในทางเทคนิคแล้วนั้นการใช้ Capacitive sensor ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากต้องใช้ทั้งหน่วยประมวลผลเพื่อใช้ร่วมกับการตรวจสอบ ต้องใช้แหล่งพลังงานเพิ่มเติมอีกด้วย และยังมีราคาสูงกว่าแบบ Resistive sensor แต่ Apple เลือกที่จะใช้แบบ Capacitive แทนที่จะใช้แบบ Resistive เพื่อให้เกิดประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีกว่า มีการตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดี ทำให้ผู้ใช้ได้ใช้ระบบ ?สัมผัส? จริงๆ ไม่ใช่ระบบสัมผัสที่ต้องออกแรง ?กด?

ระบบปฎิบัติการ OS X iPhone
อีกสิ่งนึงที่ทำให้ iPhone ต่างจากมือถืออื่นๆ ก็คือระบบปฎิบัติการ สำหรับ iPhone นั้นใช้ระบบปฎิบัติการ OS X ใช้แกนของระบบแบบเดียวกับที่ใช้ใน Mac OS X แต่มีการปรับแต่งเพื่อนำมาใช้ใน iPhone (และ iPod touch) เรียกว่า OS X iPhone ทำให้มีความเสถียรต่อการใช้งานที่ค่อนข้างมาก เพื่อนผมหลายคนใช้ iPhone (แบบหิ้ว) มาตั้งแต่เปิดตัวใหม่ๆ จนทุกวันนี้ยังไม่เคยเจอปัญหาเครื่อง Crash ไปเองเพราะตัวระบบเลย มี 3rd Party Application บางตัวที่ใช้งานแล้วเด้งออกมาหน้าจอบ้าง แต่ก็พบน้อยมาก เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่พบจากระบบอื่นที่เคยใช้กันมาก่อนหน้านี้ สำหรับผมเองและคนรอบๆตัว เรียกได้เลยว่าไม่เจอปัญหาจากตัวระบบปฎิบัติการเลยตลอดการใช้งานกันมา อย่างไรก็ตามถามว่ามันสมบูรณ์หรือยัง ก็ยังไม่สมบูรณ์หรอกครับ ยังมีหลายจุดที่น่าจะได้รับการปรับปรุง เช่นยังขาดการ Cut and Paste ข้อความ โชคดีที่หลายจุดเป็นจุดที่ Apple รับฟังและนำไปปรับปรุง ปัจจุบัน iPhone OS นั้นอยู่ที่รุ่น 2.2.1 จากข่าวคราวที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iPhone OS รุ่น 3.0 ซึ่งจะพร้อมให้ใช้งานได้ในช่วงกลางปีที่จะถึงนี้ ตัวนั้นจะได้รับการปรับปรุงในหลายเรื่องที่เราๆท่านๆเคยบ่นกันมาก่อน แน่นอนรวมถึงความสามารถในการพิมพ์ภาษาไทยก็จะมีใน iPhone OS รุ่น 3.0 ด้วยเช่นกัน (รุ่นปัจจุบันอ่านได้อย่างเดียว ถ้าไม่ Hack เอา)

iPhone%206

อย่างไรก็ตามแม้ว่าระบบปฎิบัติการใน iPhone จะเป็น OS X ซึ่งโดยพื้นฐานก็อย่างที่รู้กันว่า ทำงาน Multi-tasking ได้อยู่แล้ว แต่ Apple ไม่เปิดให้โปรแกรม 3rd Party ทำงานแบบ Background โดยที่ Apple มองว่าการเปิดให้โปรแกรมทำงานค้างไว้ใน Background จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบลดลง อีกทั้งยังทำให้เปลืองแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ใช้ iPhone ส่วนใหญ่แล้ว ไม่ค่อยประสบปัญหากับเรื่องดังกล่าวนัก จะว่าไปในตอนแรกที่เปิดตัว iPhone เอง เขายังไม่ยอมให้มี Native Application เสียด้วยซ้ำ ;-)

Mobile Safari

iPhone%205

ถือเป็นจุดขายนึงของ iPhone ที่ได้รับคำชมจากหลายสำนัก เป็น Web Browser สำหรับมือถือที่ใช้งานง่ายและแสดงผลได้ดีมาก ทำให้การดูเว็บจาก iPhone ให้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงจากการเข้าดูด้วยเครื่อง PC เลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ก็มี Browser หลายตัวที่ทำงานได้ดีเช่น Opera Mini แต่ Mobile Safari ค่อนข้างทำได้ดีกว่า การรองรับ HTML , CSS , Javascript , AJAX ทำได้ดีมาก ขาดก็แต่การรองรับ Flash เท่านั้น อย่างไรก็ตามการทำงานของ Flash ในมือถือรุ่นอื่น ที่เป็นพวก Flash Lite เอาเข้าจริงแล้วก็ยังไม่ถือว่าอยู่ในขั้นที่นำมาใช้งานได้จริงจังเท่าไรนัก ในอนาคตหากจะมีคู่แข่งที่สูสีกันสักหน่อย ก็น่าจะเป็นมือถือที่ใช้ระบบ Android ของ Google ที่ใช้ WebKit ซึ่งเป็น engine เดียวกับ Mobile Safari ใช้ ทุกวันนี้สถิติการใช้งานเว็บผ่านอุปกรณ์มือถือจากสำนักต่างๆ พบว่า iPhone นำคู่แข่งลิ่ว ไม่ใช่เพราะว่า iPhone มียอดขายเยอะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะว่าตัว Mobile Safari เมื่อใช้งานแล้วมันใช้งานได้ค่อนข้าง ?จริง? กว่า Mobile Browser ตัวอื่นที่เอาเข้าจริงๆแล้ว ก็เป็นเพียงแค่ฟีเจอร์ที่มีไว้ให้รู้ว่ามีแค่นั้นเอง

Pages: 1 2

Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

iPad และเคสไอแพดเป็นของคู่กันเสมอ โดยพื้นฐานแล้วก็จะเป็นแบบ Folio เป็นเคสติดปกไว้ปิดจอพร้อมระบบ Auto Sleep / Wake ให้ใช้งานและแบบ Magic Keyboard เป็นแบบติดแป้นพิมพ์มาให้ใช้ทำงานทดแทน MacBook ในบางโอกาสได้สะดวก ซึ่ง Apple ออกแบบและผลิตจำหน่ายด้วยตัวเองแต่ราคาก็จะสูงอยู่บ้างจึงมีรุ่นทางเลือกจากผู้ผลิตรายย่อยเจ้าอื่นซึ่งทำราคาดีกว่าเป็นเท่าตัวและได้ฟังก์ชั่นใกล้เคียงกันมากและบางตัวก็ออกแบบมาแก้ปัญหาการดีไซน์จากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม อย่างการเพิ่มช่องเก็บ Apple Pencil เข้ามาป้องกันไม่ให้สไตลัสตกหายหรือโดนของใช้ชิ้นอื่นเบียดกดเข้ามาแล้วเกิดการเสียหายได้ นอกจากนี้ผู้ผลิตเคสหลายเจ้าก็เลือกเสริมยางกันกระแทกเข้ามาตามขอบมุมเพื่อลดความเสียหายตอนเกิดเหตุสุดวิสัยอีกด้วย วิธีการดีไซน์เคส...

Tips & Tricks

แอพแต่งรูป AI กลายเป็นแอพฯ ประจำมือถือใครหลายๆ คนเพื่อให้แต่งภาพได้สะดวกรวดเร็ว เพียงกดฟังก์ชั่นพื้นฐานไม่กี่ที ก็เปลี่ยนโทนภาพให้สวยขึ้นแถมยังเพิ่มลดรายละเอียดในภาพได้เลย ไม่ว่าจะลบคนกับสิ่งของในภาพ, แก้ฉากหลังไปจนเปลี่ยนสไตล์ภาพเป็นอย่างอื่นก็ได้ ซึ่งแต่ละแอพฯ โดยพื้นฐานแล้วจะมีระบบปรับแต่งค่าสีติดมาให้ใช้งานอยู่แล้ว ถ้าสมัครใช้งานเป็นรายเดือนหรือปีก็จะได้ฟีเจอร์ AI ไว้ช่วยแต่งภาพและลดขั้นตอนยุ่งยากลงไปและเลือกใช้ Preset ต่างๆ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและเอาไปแชร์ในบล็อกบน Community หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นผลงานส่วนตัวเพื่อให้ผู้อื่นได้เห็นผลงานและต่อยอดไปยังการสร้างคอนเทนต์หรือจ้างงานอื่นๆ ในอนาคตก็เป็นไปได้ ถึงจะชื่อว่าเป็นแอพแต่งรูป AI แต่ก็ไม่ได้ครอบจักรวาลทั้งหมด เพราะแต่ละตัวก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันทั้งหมด...

Buyer's Guide

เมื่อได้ iPhone 18 Pro พร้อมเคสใหม่มาป้องกันเครื่องแล้ว ก็ต้องซื้อฟิล์มกันรอย iPhone มาติดเพิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้จอเป็นรอยขนแมวและรอยนิ้วมือ โดยปกติก็จะมีฟิล์มใส, ด้านและแบบป้องกันการแอบมองเพื่อกันคนอื่นดูหน้าจอให้มีความเป็นส่วนตัวขึ้น ในตอนนี้ก็จะมีทั้งแบรนด์ทั่วไปราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุของฟิล์มว่าเป็นกระจก Tempered Glass ธรรมดาหรือแบบไฮโดรเจลที่หลายคนนิยมเลือกใช้กัน ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งถ้าสรุปจุดเด่นแบบง่ายๆ จะเป็นเช่นนี้ เลือกฟิล์มกันรอย iPhone 18 Pro ใหม่ให้ปกป้องตัวเครื่องได้ดีต้องดูอย่างไร? 6...

Buyer's Guide

เพาเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญติดกระเป๋าของใครหลายคนโดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวต่างประเทศแล้วแบตเตอรี่มือถือหรืออุปกรณ์ทำงานเริ่มน้อยลงจนแทบจะหมดก็ต้องพึ่งชองชิ้นนี้อย่างแน่นอน ซึ่งปกติแล้วพาวเวอร์แบงค์ในท้องตลาดก็สามารถนำไปใช้ได้ทุกแห่งหากถูกต้องตามกฏการพกพาขึ้นเครื่องบิน แต่ถ้าปลายทางเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อไหร่ นอกจากความจุต้องไม่เกินจากที่กำหนดไว้แล้ว ก็ต้องมีเครื่องหมาย CCC “China Compulsory Certificate” (หรือ 3C) เป็นเครื่องหมายยืนยันเพิ่มเติมเวลาจะนำเข้ามาใช้งานโดยเฉพาะการนำขึ้นเที่ยวบินในประเทศและอาจขยายความรวมถึงการเดินทางด้วยยานพาหนะบางประเภทอีกด้วย ระบบรับรองมาตรฐาน CCC นั้นจะนับรวมถึงอุปกรณ์ของใช้มากถึง 20 ประเภท ตั้งแต่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, ของตกแต่งบ้านรวมถึงอุปกรณ์ใช้งานด้วย เพื่อรับประกันสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายหรือส่งออกจากประเทศจีนก็ตาม ซึ่งถ้าใครต้องการไปเที่ยวในประเทศจีนได้อย่างสบายใจและไม่ต้องเสี่ยงถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยึดแบตสำรองล่ะก็ แนะนำให้ซื้อติดกระเป๋าไว้รับรองว่าอุ่นใจแน่นอนAdvertisement เรื่องควรทราบเกี่ยวกับเพาเวอร์แบงก์มาตรฐาน CCC...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก