Connect with us

Hi, what are you looking for?

REVIEW

Review – Huawei MateBook 13 สเปก Core i + MX150 เริ่มต้น 29,990 บาท พร้อมชิงตลาด Ultrabook เน้นคุ้มค่า

ก่อนหน้านี้ Huawei ประเทศไทยได้ส่ง MateBook X Pro ที่เป็น Ultrabook ระดับสูงในปีที่ผ่านมานั้น พร้อมท้าชนกับรรดาเจ้าตลาดแบรนด์ต่างๆ แน่นอนว่า

ก่อนหน้านี้ Huawei ประเทศไทยได้ส่ง MateBook X Pro ที่เป็น Ultrabook ระดับสูงในปีที่ผ่านมานั้น พร้อมท้าชนกับรรดาเจ้าตลาดแบรนด์ต่างๆ แน่นอนว่าสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็จะมีตัวเลือกที่มากขึ้น และล่าสุดในงานเปิดตัวมือถือเรือธง Huawei P30 Series ในไทย ก็ได้มีการเปิดตัวพร้อมวางจำหน่าย Huawei MateBook 13 ไปด้วย จัดว่าเป็น Ultrabook ราคาคุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 29,990 บาท แต่ได้สเปดจัดเต็ม

โดย MateBook 13 เป็นรุ่นรองของ MateBook X Pro (จอ 13.9″) แต่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูสวยงามพรีเมียม ซึ่งเป็นหน้าจอขนาด 13″ รองรับความละเอียดที่ระดับ 2160 x 1440 พิกเซล ที่มีอัตราส่วน 3 : 2 น้ำหนักตัวเครื่องก็จะอยู่ที่ 1.28 กิโลกรัม มีความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร ได้สเปกเป็น Core i Gen 8 ทั้ง Core i5-8265U / Core i7-8565U พร้อมมีการ์ดจอแยก MX150 ที่พอจะเล่นเกมได้ลื่นไหลทีเดียว

Unbox Preview

Specification

สเปกภายในของตัว Huawei MateBook 13 รุ่นที่จำหน่ายในไทยจะมีด้วยกัน 2 สเปก มาพร้อมขนาดหน้าจอ 13″ ขอบหน้าจอบาง ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS ให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้าง ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Core i5-8265U / Core i7-8565U  โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 8 (Coffee Lake-R)

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR3Lซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดรุ่นเริ่มต้นจะมีเพียงการ์ดจอออนบอร์ด Intel Graphic UHD620 แต่ถ้าเป็นตัวบนจะได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX150 2GB GDDR5 มาด้วย ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ ระดับเทียบเท่า GTX 950M เรียกได้ว่าพอที่จะเล่นเกมออนไลน์ได้อย่างลื่นไหลทีเดียว สำหรับฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูงแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB/512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi AC และ Bluetooth 5.0

รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ ที่สำคัญมีการติดตั้งปุ่มเปิด/ปิดเครื่องแบบ One-Touch ของ Huawei MateBook 13 และ BIOS ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ ช่วยให้เราเปิดเครื่องและล็อกอินเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งปลอดภัย รวดเร็ว และใช้งานง่าย มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ Huawei เปิดให้พรีออเดอร์แล้ววันนี้ทางช่องทางออนไลน์อย่าง LAZADA, Shopee และ JD Central (ฟรี! Sleeve Case และอื่นๆ อีกเพียบ) เริ่มวางจำหน่ายทั่วไปตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

  • i5-8265U / MX150/ RAM 8GB / SSD 256GB ราคา 29,990 บาท
  • i7-8565U / MX150/ RAM 8GB / SSD 512GB ราคา 37,990 บาท

Hardware / Design

Huawei MateBook 13 Review 18

เรื่องการออกแบบดีไซน์ของ Huawei MateBook 13 โดดเด่นด้วยหน้าจอมีขอบบางสุดๆ ที่ 4.4 มิลลิเมตร คิดเป็นพื้นที่ 88% ของสัดส่วนหน้าจอทั้งหมด ที่เป็นขนาดหน้าจอขนาด 13″ สัดส่วนแบบ 3:2 ที่ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล (2K) ส่วนการใช้งาน Windows Hello จะเป็นการสแกนนิ้วมือ ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้พกพาสะดวก มีความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักก็เบามากๆ เพียง 1.28 กิโลกรัม ผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยการใช้เพชรเจียระไนในแต่ละมุมเพื่อส่งมอบงานออกแบบระดับพรีเมียมที่ล้ำสมัย ให้ความลงตัวแตกต่างจาก Ultrabook ในตลาดทั่วไป

Huawei MateBook 13 Review 3

แน่นอนว่าวัสดุตัวเครื่องของ Huawei MateBook 13 เลือกใช้เป็นอะลูมิเมียมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ ซึ่งมีงานประกอบที่ยอดเยี่ยม ทนทานแน่นหนา ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อ ประกอบด้วยกันเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ก็คือ ฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และฝาล่างเท่านั้น ทั้งจากที่ดูด้วยตาเปล่าและการสัมผัส พร้อมพื้นผิวเป็นแบบทรายทำให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากกว่าปกติ ที่สำคัญตัวเครื่องรอบๆ ได้มีการทำตัดขอบแบบ Daimond Cut บอกได้ถึงงานเนียบระดับโน๊ตบุ๊คพรีเมียมอย่างที่มีโน๊ตบุ๊คระดับบนเท่านั้น

Huawei MateBook 13 Review 32

ทำให้มิติโดยรวมของตัวเครื่องมีความเล็กกระทัดรัดพอๆ กับโน๊ตบุ๊คที่มีหน้าจอ 13.3″ รุ่นอื่นๆ เรียกได้ว่าตอบสนองในการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ มีความโดดเด่นกว่าโน๊ตบุ๊คเจ้าตลาดหลายๆ รุ่น โดยสามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดที่ประมาณ 145 องศา สำหรับช่องระบายความร้อนถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าจอบริเวณบานพับ โดยเป็นการใช้งานพัดลมระบาย 2 ตัว Shark Fin 2.0 ที่ออกแบบมาใหม่ ช่วยนำพาความร้อนชิปประมวลผลและการ์ดจอให้เย็นลงได้อย่างรวดเร็วและเงียบกว่าที่เคย ซึ่งการใช้งานโดยรวมถือว่าเอาอยู่ ที่มีช่องดูดลมเย็นด้านล่างตัวเครื่องทำหน้าที่ร่วมกันเป็นอย่างดี

ผิวสัมผัสเป็นแบบทราย ทำให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยาก และด้วยตัวเครื่องมีสี Mystic Grey หรือสีเงิน ยิ่งเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก อย่างฝาหลังก็มีแต่โลโก้ Huawei เท่านั้น ส่วนภายในใต้หน้าจอด้านก็จะพบกับโลโก้ Huawei ที่เป็นตัวอักษรเท่านั้นเอง เรียกได้ว่ามีความเรียบหรูตามสไตล์ของ Huawei ไม่ต่างจากมือถือเรือธงระดับอย่าง Huaweu P30 Series เลยล่ะ ยิ่งใช้คู่กันยิ่งดูลงตัวเข้าไปอีก

Keyboard / Touchpad

Huawei MateBook 13 Review 4

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาให้เป็นแบบ Chiclet Keyboard สีดำตัดกับตัวเครื่อง ซึ่งมาพร้อมไฟ Backlit สีขาวให้ความรู้สึกหรูหรา ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างดี ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ที่สำคัญคือมาพร้อมแป้นคีย์บอร์ดภาษาไทย เรียกได้ว่าแม้ Huawei MateBook X Pro จะเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ในไทย แต่ก็ทำตลาดอย่างจริงจัง

ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่มุมขวาบน พร้อมปุ่มสแกนลายนิ้วมือในตัวเดียว ความเจ๋งก็คือ เมื่อเรากดเปิดเครื่อง เครื่องจะทำการสแกนนิ้วและเปิดเครื่องไปพร้อมๆ กัน เราไม่จำเป็นต้องมาสแกน Login เครื่องอีกรอบนึง นับว่าเป็นความแปลกใหม่อีกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งง่ายและรวดเร็ว เพราะปกติต้องเปิดเครื่อง รอ Login แล้วจึงสแกน ทัชแพดมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด ผิวมีลักษณะเป็นกระจก ส่วนปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็อาจจะมีความแข็งพอดีๆ การใช้งานโดยจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี ให้สัมผัสที่ลื่นไหล ตอบสนองการทำงานได้ทันใจ

Screen / Speaker

Huawei MateBook 13 Review 2

Huawei MateBook 13 ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 13″ มีขอบที่บางมากเพียง 4.4 มิลลิเมตร ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล โดยให้ความเรียบเนียนตากว่าความละเอียด Full HD อย่างเห็นได้ชัด สัดส่วนแปลกตาที่ 3:2 แต่ได้พื้นที่การใช้งานที่มากกว่า ซึ่งน้อยโน๊ตบุ๊คนักที่จะใส่สัเส่วนหน้าจอแบบนี้ ด้วยพาเนลระดับ IPS ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา สีสันสวยงาม โดยเป็นแบบกระจกที่มีความสดใสกว่าจอแบบด้าน แต่มีข้อสังเกตก็คือแสงสะท้อนค่อนข้างเยอะ ต้องปรับดีๆ ให้เรื่องของมุมมองและองศาของจอเวลานำไปใช้งานนอกสถานที่ที่มีแสงเยอะๆ

ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจมาก เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คจอ 13 นิ้วที่ไม่เหมือนใคร ทั้งเรื่องของสัดสวนและความละเอียด ให้สีที่สวยที่สุด สมจริงที่สุด พร้อมความเรียบเนียนตาแบบหาได้ยาก และการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น พร้อมติดตั้งไว้เว็บแคมไว้ขอบหน้าจอด้านบนได้ปกติ ต่างจาก MateBook X Pro ที่ต้องย้ายไปติดตั้งที่ชุดคีย์บอร์ด

ในส่วนของลำโพงของ Huawei MateBook 13 ติดตั้งมาเป็นแบบ 2 ตัว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos โดยลำโพง 2 ตัวติดตั้งไว้ข้ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป พร้อมความสามารถจำลองมิติทิศทางของเสียงดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

Connector / Thin And Weight

Huawei MateBook 13 Review 51

Huawei MateBook 13 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานบางเบา ซึ่งมีไซส์และมิติโดยรวมเล็กกระทัดรัดกว่าปกติ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่น้อยมาก โดยมีเพียง USB 3.1 Type-C จำนวน 2 โดย 1 ช่องไว้ชาร์จไฟจากอแดปเตอร์เห็นหลัก ส่วน Mic-in/Headphone-out ยังคงมีอยู่ โดยในการใช้งานจริงเราจำเป็นต้องมี USB Hub ไว้แปลงพอร์ตต่างๆ ที่จำเป็นอยู่ อาทิ USB-A / HDMI  อีกทั้งมีเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5 และ Wi-Fi 802.11 ac พร้อมใช้งานตามมาตรฐานโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่แล้ว

ส่วนของการพกพาของ Huawei MateBook 13 ก็ถือว่าทำได้เยี่ยมยอดเมื่อเทียบกับสเปก ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น ดีกว่าตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คค่ายอื่นๆ ที่ใช้สเปกนี้มาก ที่สำคัญอแดปเตอร์จ่ายไฟที่ 65 Watt นั้น มีขนาดที่เล็กและเบาเช่นเดียว ทำให้การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คสายบางเบาที่เหมาะกับการใช้งานตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยมากๆ เครื่องหนึ่ง

Performance / Software

c1 4  c2 4

Huawei MateBook 13 มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-8565U  ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.6 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ

เทียบกับรุ่นก่อนเรียกได้ว่าแรงขึ้นพอตัวเพราะ Core เยอะขึ้น แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสู้กว่าพวก Core i7 ตัวซีรีย์ H ตรงๆ ไม่ได้เรื่องของประสิทธิภาพการประมวลผล แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR3L ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

g1 4  g2 3

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 620 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจอน้องเล็กรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX150 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ GTX 950m เลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

cine 4

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ssd 5

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe แบรนด์ Samsung ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับ SSD mSATA แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3399MB/s ความเร็วในการเขียนได้ 1975MB/s ตรงนี้ถือว่าทำได้ดีมากๆ ทีเดียว

pc copy 3

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,086 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอแบบเบาๆ ที่แม้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คการ์ดจอแยกระดับไม่แรงมาก แต่ก็ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายทีเดียว

gametest matebook 13

การทดสอบเกมจะเป็นเกมที่ไม่หนักมาก แต่เป็นเกมที่คนส่วนมากนิยมเล่นกัน ซึ่งโดยส่วนตัวก็เล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 และ Overwatch ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ Native 1920 x 1080 พิกเซล สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าปรับสุดทุกอย่างเลยสำหรับ DOTA 2 ส่วน Overwatch จะเป็นปรับแบบ Medium โดย Rendering 100% ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับที่น่าประทับใจ

ส่วนเกมออนไลน์อย่าง PUBG ที่นับว่าเป็นอีกเกมที่กินทรัพยากรเครื่องหนัก ก็มาทดสอบด้วยการปรับเป็น Medium โดยเฟรมเรทที่ได้มานั้นถือว่าผ่านเลย เล่นได้สบายๆ ภาพก็สวยงามพอตัวไม่ได้แย่อะไร พูดตรงๆ ก็คือพอจะเล่นได้สำหรับเกมออนไลน์แนวนี้ ส่วนเกมอื่นๆ ที่ไม่เกินทรัพยากรเท่าอย่าง CS:GO หรือ Point Blank รวมไปถึงเกมออนไลน์อื่นๆ ก็น่าจะเล่นได้ลื่นๆ อย่างแน่นอน

pc ma copy

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Huawei MateBook 13 ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง PC Manager โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับมือถือเพื่อนโอนไฟล์ไปมาก็อยู่ในส่วนนี้ด้วย แต่ก็รองรับเฉพาะมือถือ Huawei นะ

m3

การแชร์ไฟล์แบบอัจฉริยะด้วย ONEHOP ส่งวิดีโอและรูปภาพจากสมาร์ทโฟนเข้า PC ผ่าน NFC ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว อัพโหลดรูปภาพ 500 รูป ใน 1 นาที และวิดีโอขนาด 1 GB ใน 35 วินาที ถ้ารูปของเรามีข้อความ Huawei MateBook 13 จะแยกข้อความออกมาจากรูปเพื่อให้คุณแก้ไขได้ง่ายๆ*คุณสมบัตินี้รองรับเฉพาะสมาร์ทโฟน Huawei  ที่มีคุณสมบัติ NFC ร่วมกับระบบปฏิบัติการ EMUI 9.0 หรือใหม่กว่า หรือสมาร์ทโฟน HONOR ร่วมกับระบบปฏิบัติการ EMUI 9.0 (หรือ Magic UI 2.0 ) หรือใหม่กว่า โดยในการีีวิวครั้งนี้เราใช้ Huawei P30 Pro ทำงานร่วมกับ Huawei MateBook 13 ถือได้ว่าน่าประทับใจทีเดียว

Huawei MateBook 13 Review 38

 

Battery / Heat / Noise

batt 4

แบตเตอรี่ของ Huawei MateBook 13 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 3 Cell สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 7 – 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Fast charging ที่ให้แบตเตอรี่เต็มไวอย่างที่สุด โดยให้เวลาใช้งาน 2.5 ชั่วโมงจากการชาร์จเพียง 15 นาที ส่วนช่องระบายของเจ้าโน๊ตบุ๊คตัวนี้จะอยู่ด้านบนบริเวณแกนพับหน้าจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของเครื่องเวลาพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

temp 2

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 + องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดที่ 95 องศาเซลเซียส นับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ Huawei MateBook 13 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีเลย ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Huawei MateBook 13 ที่ออกแบบมาค่อนข้างดีจากการใช้พัดลม 2 ตัว อย่างที่ Ultrabook รุ่นอื่นๆ ให้ไม่ได้ อีกทั้งบอดี้อะลูมิเนียมที่ยกตัวขึ้นก็ช่วยระบายความร้อน และอย่างไรก็ตามการใช้ชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดอย่าง Core i Gen 8 + MX150 ก็ยังมีอุณหภูมิที่สูงเกือบๆ 100 องศาอยู่ แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด อีกข้อสังเกตคือไม่ร้อนเกินไปกว่า 95 องศาเซลเซียสแล้ว คาดว่าทาง Huawei ล็อคเอาไว้ โดยเลือกที่จะลด Clock แทน

Conclusion / Award

Huawei MateBook 13 Review 58

Huawei MateBook 13 มีขนาดหน้าจอ 13″ ที่นับว่าเป็นขนาดที่แตกต่างจากมาตรฐานของ Ultrabook ทั่วไป มีขอบจอที่บางเฉียบ โดยเน้นการพกพาเป็นหลัก ซึ่งดีไซน์ต้องบอกว่าสวยงาม เน้นความบางและเบากว่าที่มากกว่า แน่นอนว่ามีประสิทธิภาพที่สูงด้วยสเปกภายในเป็นตัวแรงและรุ่นล่าสุด อาทิ Core i5-8265U หรือ Core i7-8565U มาพร้อมการ์ดจอแยก GeForce MX150 (GDDR5 2GB) รวมไปถึงระบบเข้าใช้งานปุ่มเปิดเครื่องที่มีการติดตั้งสแกนลายนิ้วมือในตัวเดียว อย่าง One-Touch ของ Huawei MateBook 13 ด้วย BIOS ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ ช่วยให้เราเปิดเครื่องและล็อกอินเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งปลอดภัย รวดเร็ว และใช้งานง่าย (แต่ถ้าใช้นิ้วอื่นต้องสแกนอีกรอบ)

Huawei MateBook 13 Review 59

Huawei MateBook 13 อีกหนึ่ง Ultrabook เน้นความคุ้มค่าราคาจับต้องได้ง่าย ที่ลงมาเล่นในตลาดโน๊ตบุ๊คประเทศไทย ท้าชิงกับรุ่นดัง อาทิ  Acer Swift 3 / ASUS ZenBook 13 / Lenovo ideaPad 330 ที่ปกติเราจะเห็นแต่ผลิตภัณฑ์สายมือถือ โดย Huawei MateBook 13 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานพกพา เหมาะสำหรับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานเอกสาร แตกต่างภาพ และงานกราฟฟิกต่าง ๆ ที่อาจจะไปนำเล่นเกมได้บ้าง แฟนๆ Huawei น่าจะสนใจกันอยู่ไม่น้อย หรือคนที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์โน๊ตบุ๊คเดิมๆ

Huawei MateBook 13 Review 53

Huawei MateBook 13 มาในราคาท้าชนกับ Ultrabook โน๊ตบุ๊คสายบางเบาตัวคุ้มค่า ส่งผลให้ใครสนใจจะซื้อโน๊ตบุ๊คจากทาง Huawei  ได้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจากการรีวิวโดยรวมแล้ว รับว่าเป็น Ultrabook ช่วงราคา 29,990 – 37,990 บาท ที่น่าสนใจรุ่นหนึ่ง ทั้งตัววัสดุงานประกอบก็ทำได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงฟีเจอร์ก็ทำมาได้อย่างลงตัวใช้งานจริงได้ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอความละเอียดสูงที่ 3:2 / ปุ่ม One-Touch / การชาร์จไฟที่รวมเร็ว / ONEHOP แชร์ไฟล์กันไปมาระหว่างมือถือ Huawei สำคัญคือสเปกที่ให้มาก็แสดงประสิทธิภาพได้เยี่ยมยอดทั้งการทำงานและเล่นเกมอีกด้วย

Huawei MateBook 13 Review 40

อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อสังเกตอยู่ก็คือ สัดส่วนหน้าจอที่อาจจะแปลกๆ หน่อย แต่ใช้งานได้จริงนะ แค่ต้องปรับตัวเล็กน้อย อีกทั้งด้านพอร์ตการเชื่อมต่อเองก็ดูน้อยไปหน่อย แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เข้าใจได้เพราะเน้นบางเบาอย่างที่สุด ส่วน ONEHOP แชร์ไฟล์กันก็จะใช้งานได้เพียงมือถือของ Huawei เท่านั้น พร้อมเงื่อนไขมากมาย ถ้าไม่ได้ใช้งานรุ่นเรือธง แต่เชื่อได้ว่าถ้าข้ามข้อสังเกตเหล่านี้ไปได้ Huawei MateBook 13 ก็น่าซื้อไม่น้อยเลยทีเดียว

 

จุดเด่น

  • ดีไซน์บางเบาพิเศษ ที่บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.28 กิโลกรัม
  • แข็งแรงทนทานสวยงาม ด้วยงอะลูมิเนียมแบบ Unibody พื้นผิวให้สัมผัสที่ดี
  • ขอบจอบางเฉียบด้วย หน้าจอ 13 นิ้ว สัดส่วนแบบ 3:2 ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับกว่า Full HD พาเนล IPS ให้สีสันที่สวยสด งดงามมาก
  • ใช้งานจริงลื่นไหลแบบสุดๆ ด้วย i7 + MX150 + RAM 16GB + SSD NVMe 512GB
  • คีย์บอร์ดสวยงามมีไฟ และทัชแพดมีขนาดใหญ่ใช้งานได้จริง
  • ลำโพง 2 ตัว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmosให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง
  • มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือ One-Touch สแกนพร้อมเปิดเครื่องในครั้งเดียว
  • ฟีเจอร์ ONEHOP แชร์ไฟล์กันไปมาระหว่างมือถือ Huawei
  • มี Windows 10 แท้มาให้พร้อมใช้งานทันที
  • ประกัน 2 ปี มาตรฐาน Huawei พร้อมมีของแถมอื่นๆ อาทิ เมาส์ กระเป๋า

ข้อสังเกต

  • พอร์ตให้มาเพียง USB-C จำนวน 2 พอร์ต ใข้งานจริงต้องอาศัย Hub USB
  • ความร้อนสูงสุดแค่ 95 องศาเซลเซียส จากนั้นจะลด Clock ลงมาแทน
  • ซอฟต์แวร์ PC Manager ใช้งานได้ดี แต่ส่วนเชื่อมต่อกับมือถือรองรับเฉพาะ Huawei

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Huawei MateBook 13 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-8565U พร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX150 ประสิทธิภาพไว้ใจได้ แรงเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.3 NVMe โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 512GB ที่แรงระดับ 3,000MB/s ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR3L แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นไม่ต้องอัพเกรดอะไรแล้ว ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมเบาๆ ได้อย่างลื่นไหล

award new performance

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Huawei มาตั้งแต่ไหนแต่ไรในฝั่งของมือถือ ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Huawei MateBook 13 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อ ประกอบด้วยกันเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น พร้อมใช้สีสันอย่าง Mystic Grey หรือสีเงิน ยิ่งเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก เพิ่มรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบ Diamond-cut  ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ แถมยังมีขอบจอบางสุดๆ อีกด้วย

award new Design

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา ทั้งในความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 1.28 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1.5 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

award new mobility

Unbox Preview

Specification

สเปกภายในของตัว Huawei MateBook 13 รุ่นที่จำหน่ายในไทยจะมีด้วยกัน 2 สเปก มาพร้อมขนาดหน้าจอ 13″ ขอบหน้าจอบาง ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS ให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้าง ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Core i5-8265U / Core i7-8565U  โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 8 (Coffee Lake-R)

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR3Lซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดรุ่นเริ่มต้นจะมีเพียงการ์ดจอออนบอร์ด Intel Graphic UHD620 แต่ถ้าเป็นตัวบนจะได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX150 2GB GDDR5 มาด้วย ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ ระดับเทียบเท่า GTX 950M เรียกได้ว่าพอที่จะเล่นเกมออนไลน์ได้อย่างลื่นไหลทีเดียว สำหรับฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูงแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB/512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi AC และ Bluetooth 5.0

รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ ที่สำคัญมีการติดตั้งปุ่มเปิด/ปิดเครื่องแบบ One-Touch ของ Huawei MateBook 13 และ BIOS ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ ช่วยให้เราเปิดเครื่องและล็อกอินเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งปลอดภัย รวดเร็ว และใช้งานง่าย มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ Huawei เปิดให้พรีออเดอร์แล้ววันนี้ทางช่องทางออนไลน์อย่าง LAZADA, Shopee และ JD Central (ฟรี! Sleeve Case และอื่นๆ อีกเพียบ) เริ่มวางจำหน่ายทั่วไปตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

  • i5-8265U / MX150/ RAM 8GB / SSD 256GB ราคา 29,990 บาท
  • i7-8565U / MX150/ RAM 8GB / SSD 512GB ราคา 37,990 บาท

Hardware / Design

Huawei MateBook 13 Review 18

เรื่องการออกแบบดีไซน์ของ Huawei MateBook 13 โดดเด่นด้วยหน้าจอมีขอบบางสุดๆ ที่ 4.4 มิลลิเมตร คิดเป็นพื้นที่ 88% ของสัดส่วนหน้าจอทั้งหมด ที่เป็นขนาดหน้าจอขนาด 13″ สัดส่วนแบบ 3:2 ที่ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล (2K) ส่วนการใช้งาน Windows Hello จะเป็นการสแกนนิ้วมือ ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้พกพาสะดวก มีความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักก็เบามากๆ เพียง 1.28 กิโลกรัม ผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยการใช้เพชรเจียระไนในแต่ละมุมเพื่อส่งมอบงานออกแบบระดับพรีเมียมที่ล้ำสมัย ให้ความลงตัวแตกต่างจาก Ultrabook ในตลาดทั่วไป

Huawei MateBook 13 Review 3

แน่นอนว่าวัสดุตัวเครื่องของ Huawei MateBook 13 เลือกใช้เป็นอะลูมิเมียมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ ซึ่งมีงานประกอบที่ยอดเยี่ยม ทนทานแน่นหนา ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อ ประกอบด้วยกันเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ก็คือ ฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และฝาล่างเท่านั้น ทั้งจากที่ดูด้วยตาเปล่าและการสัมผัส พร้อมพื้นผิวเป็นแบบทรายทำให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากกว่าปกติ ที่สำคัญตัวเครื่องรอบๆ ได้มีการทำตัดขอบแบบ Daimond Cut บอกได้ถึงงานเนียบระดับโน๊ตบุ๊คพรีเมียมอย่างที่มีโน๊ตบุ๊คระดับบนเท่านั้น

Huawei MateBook 13 Review 32

ทำให้มิติโดยรวมของตัวเครื่องมีความเล็กกระทัดรัดพอๆ กับโน๊ตบุ๊คที่มีหน้าจอ 13.3″ รุ่นอื่นๆ เรียกได้ว่าตอบสนองในการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ มีความโดดเด่นกว่าโน๊ตบุ๊คเจ้าตลาดหลายๆ รุ่น โดยสามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดที่ประมาณ 145 องศา สำหรับช่องระบายความร้อนถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าจอบริเวณบานพับ โดยเป็นการใช้งานพัดลมระบาย 2 ตัว Shark Fin 2.0 ที่ออกแบบมาใหม่ ช่วยนำพาความร้อนชิปประมวลผลและการ์ดจอให้เย็นลงได้อย่างรวดเร็วและเงียบกว่าที่เคย ซึ่งการใช้งานโดยรวมถือว่าเอาอยู่ ที่มีช่องดูดลมเย็นด้านล่างตัวเครื่องทำหน้าที่ร่วมกันเป็นอย่างดี

ผิวสัมผัสเป็นแบบทราย ทำให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยาก และด้วยตัวเครื่องมีสี Mystic Grey หรือสีเงิน ยิ่งเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก อย่างฝาหลังก็มีแต่โลโก้ Huawei เท่านั้น ส่วนภายในใต้หน้าจอด้านก็จะพบกับโลโก้ Huawei ที่เป็นตัวอักษรเท่านั้นเอง เรียกได้ว่ามีความเรียบหรูตามสไตล์ของ Huawei ไม่ต่างจากมือถือเรือธงระดับอย่าง Huaweu P30 Series เลยล่ะ ยิ่งใช้คู่กันยิ่งดูลงตัวเข้าไปอีก

Keyboard / Touchpad

Huawei MateBook 13 Review 4

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาให้เป็นแบบ Chiclet Keyboard สีดำตัดกับตัวเครื่อง ซึ่งมาพร้อมไฟ Backlit สีขาวให้ความรู้สึกหรูหรา ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างดี ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ที่สำคัญคือมาพร้อมแป้นคีย์บอร์ดภาษาไทย เรียกได้ว่าแม้ Huawei MateBook X Pro จะเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ในไทย แต่ก็ทำตลาดอย่างจริงจัง

ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่มุมขวาบน พร้อมปุ่มสแกนลายนิ้วมือในตัวเดียว ความเจ๋งก็คือ เมื่อเรากดเปิดเครื่อง เครื่องจะทำการสแกนนิ้วและเปิดเครื่องไปพร้อมๆ กัน เราไม่จำเป็นต้องมาสแกน Login เครื่องอีกรอบนึง นับว่าเป็นความแปลกใหม่อีกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งง่ายและรวดเร็ว เพราะปกติต้องเปิดเครื่อง รอ Login แล้วจึงสแกน ทัชแพดมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด ผิวมีลักษณะเป็นกระจก ส่วนปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็อาจจะมีความแข็งพอดีๆ การใช้งานโดยจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี ให้สัมผัสที่ลื่นไหล ตอบสนองการทำงานได้ทันใจ

Screen / Speaker

Huawei MateBook 13 Review 2

Huawei MateBook 13 ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 13″ มีขอบที่บางมากเพียง 4.4 มิลลิเมตร ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล โดยให้ความเรียบเนียนตากว่าความละเอียด Full HD อย่างเห็นได้ชัด สัดส่วนแปลกตาที่ 3:2 แต่ได้พื้นที่การใช้งานที่มากกว่า ซึ่งน้อยโน๊ตบุ๊คนักที่จะใส่สัเส่วนหน้าจอแบบนี้ ด้วยพาเนลระดับ IPS ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา สีสันสวยงาม โดยเป็นแบบกระจกที่มีความสดใสกว่าจอแบบด้าน แต่มีข้อสังเกตก็คือแสงสะท้อนค่อนข้างเยอะ ต้องปรับดีๆ ให้เรื่องของมุมมองและองศาของจอเวลานำไปใช้งานนอกสถานที่ที่มีแสงเยอะๆ

ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจมาก เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คจอ 13 นิ้วที่ไม่เหมือนใคร ทั้งเรื่องของสัดสวนและความละเอียด ให้สีที่สวยที่สุด สมจริงที่สุด พร้อมความเรียบเนียนตาแบบหาได้ยาก และการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น พร้อมติดตั้งไว้เว็บแคมไว้ขอบหน้าจอด้านบนได้ปกติ ต่างจาก MateBook X Pro ที่ต้องย้ายไปติดตั้งที่ชุดคีย์บอร์ด

ในส่วนของลำโพงของ Huawei MateBook 13 ติดตั้งมาเป็นแบบ 2 ตัว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos โดยลำโพง 2 ตัวติดตั้งไว้ข้ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป พร้อมความสามารถจำลองมิติทิศทางของเสียงดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

Connector / Thin And Weight

Huawei MateBook 13 Review 51

Huawei MateBook 13 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานบางเบา ซึ่งมีไซส์และมิติโดยรวมเล็กกระทัดรัดกว่าปกติ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่น้อยมาก โดยมีเพียง USB 3.1 Type-C จำนวน 2 โดย 1 ช่องไว้ชาร์จไฟจากอแดปเตอร์เห็นหลัก ส่วน Mic-in/Headphone-out ยังคงมีอยู่ โดยในการใช้งานจริงเราจำเป็นต้องมี USB Hub ไว้แปลงพอร์ตต่างๆ ที่จำเป็นอยู่ อาทิ USB-A / HDMI  อีกทั้งมีเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5 และ Wi-Fi 802.11 ac พร้อมใช้งานตามมาตรฐานโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่แล้ว

ส่วนของการพกพาของ Huawei MateBook 13 ก็ถือว่าทำได้เยี่ยมยอดเมื่อเทียบกับสเปก ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น ดีกว่าตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คค่ายอื่นๆ ที่ใช้สเปกนี้มาก ที่สำคัญอแดปเตอร์จ่ายไฟที่ 65 Watt นั้น มีขนาดที่เล็กและเบาเช่นเดียว ทำให้การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คสายบางเบาที่เหมาะกับการใช้งานตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยมากๆ เครื่องหนึ่ง

Performance / Software

c1 4  c2 4

Huawei MateBook 13 มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-8565U  ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.6 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ

เทียบกับรุ่นก่อนเรียกได้ว่าแรงขึ้นพอตัวเพราะ Core เยอะขึ้น แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสู้กว่าพวก Core i7 ตัวซีรีย์ H ตรงๆ ไม่ได้เรื่องของประสิทธิภาพการประมวลผล แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR3L ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

g1 4  g2 3

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 620 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจอน้องเล็กรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX150 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ GTX 950m เลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

cine 4

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ssd 5

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe แบรนด์ Samsung ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับ SSD mSATA แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3399MB/s ความเร็วในการเขียนได้ 1975MB/s ตรงนี้ถือว่าทำได้ดีมากๆ ทีเดียว

pc copy 3

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,086 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอแบบเบาๆ ที่แม้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คการ์ดจอแยกระดับไม่แรงมาก แต่ก็ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายทีเดียว

gametest matebook 13

การทดสอบเกมจะเป็นเกมที่ไม่หนักมาก แต่เป็นเกมที่คนส่วนมากนิยมเล่นกัน ซึ่งโดยส่วนตัวก็เล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 และ Overwatch ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ Native 1920 x 1080 พิกเซล สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าปรับสุดทุกอย่างเลยสำหรับ DOTA 2 ส่วน Overwatch จะเป็นปรับแบบ Medium โดย Rendering 100% ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับที่น่าประทับใจ

ส่วนเกมออนไลน์อย่าง PUBG ที่นับว่าเป็นอีกเกมที่กินทรัพยากรเครื่องหนัก ก็มาทดสอบด้วยการปรับเป็น Medium โดยเฟรมเรทที่ได้มานั้นถือว่าผ่านเลย เล่นได้สบายๆ ภาพก็สวยงามพอตัวไม่ได้แย่อะไร พูดตรงๆ ก็คือพอจะเล่นได้สำหรับเกมออนไลน์แนวนี้ ส่วนเกมอื่นๆ ที่ไม่เกินทรัพยากรเท่าอย่าง CS:GO หรือ Point Blank รวมไปถึงเกมออนไลน์อื่นๆ ก็น่าจะเล่นได้ลื่นๆ อย่างแน่นอน

pc ma copy

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Huawei MateBook 13 ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง PC Manager โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับมือถือเพื่อนโอนไฟล์ไปมาก็อยู่ในส่วนนี้ด้วย แต่ก็รองรับเฉพาะมือถือ Huawei นะ

m3

การแชร์ไฟล์แบบอัจฉริยะด้วย ONEHOP ส่งวิดีโอและรูปภาพจากสมาร์ทโฟนเข้า PC ผ่าน NFC ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว อัพโหลดรูปภาพ 500 รูป ใน 1 นาที และวิดีโอขนาด 1 GB ใน 35 วินาที ถ้ารูปของเรามีข้อความ Huawei MateBook 13 จะแยกข้อความออกมาจากรูปเพื่อให้คุณแก้ไขได้ง่ายๆ*คุณสมบัตินี้รองรับเฉพาะสมาร์ทโฟน Huawei  ที่มีคุณสมบัติ NFC ร่วมกับระบบปฏิบัติการ EMUI 9.0 หรือใหม่กว่า หรือสมาร์ทโฟน HONOR ร่วมกับระบบปฏิบัติการ EMUI 9.0 (หรือ Magic UI 2.0 ) หรือใหม่กว่า โดยในการีีวิวครั้งนี้เราใช้ Huawei P30 Pro ทำงานร่วมกับ Huawei MateBook 13 ถือได้ว่าน่าประทับใจทีเดียว

Huawei MateBook 13 Review 38

 

Battery / Heat / Noise

batt 4

แบตเตอรี่ของ Huawei MateBook 13 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 3 Cell สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 7 – 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Fast charging ที่ให้แบตเตอรี่เต็มไวอย่างที่สุด โดยให้เวลาใช้งาน 2.5 ชั่วโมงจากการชาร์จเพียง 15 นาที ส่วนช่องระบายของเจ้าโน๊ตบุ๊คตัวนี้จะอยู่ด้านบนบริเวณแกนพับหน้าจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของเครื่องเวลาพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

temp 2

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 + องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดที่ 95 องศาเซลเซียส นับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ Huawei MateBook 13 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีเลย ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Huawei MateBook 13 ที่ออกแบบมาค่อนข้างดีจากการใช้พัดลม 2 ตัว อย่างที่ Ultrabook รุ่นอื่นๆ ให้ไม่ได้ อีกทั้งบอดี้อะลูมิเนียมที่ยกตัวขึ้นก็ช่วยระบายความร้อน และอย่างไรก็ตามการใช้ชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดอย่าง Core i Gen 8 + MX150 ก็ยังมีอุณหภูมิที่สูงเกือบๆ 100 องศาอยู่ แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด อีกข้อสังเกตคือไม่ร้อนเกินไปกว่า 95 องศาเซลเซียสแล้ว คาดว่าทาง Huawei ล็อคเอาไว้ โดยเลือกที่จะลด Clock แทน

Conclusion / Award

Huawei MateBook 13 Review 58

Huawei MateBook 13 มีขนาดหน้าจอ 13″ ที่นับว่าเป็นขนาดที่แตกต่างจากมาตรฐานของ Ultrabook ทั่วไป มีขอบจอที่บางเฉียบ โดยเน้นการพกพาเป็นหลัก ซึ่งดีไซน์ต้องบอกว่าสวยงาม เน้นความบางและเบากว่าที่มากกว่า แน่นอนว่ามีประสิทธิภาพที่สูงด้วยสเปกภายในเป็นตัวแรงและรุ่นล่าสุด อาทิ Core i5-8265U หรือ Core i7-8565U มาพร้อมการ์ดจอแยก GeForce MX150 (GDDR5 2GB) รวมไปถึงระบบเข้าใช้งานปุ่มเปิดเครื่องที่มีการติดตั้งสแกนลายนิ้วมือในตัวเดียว อย่าง One-Touch ของ Huawei MateBook 13 ด้วย BIOS ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ ช่วยให้เราเปิดเครื่องและล็อกอินเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งปลอดภัย รวดเร็ว และใช้งานง่าย (แต่ถ้าใช้นิ้วอื่นต้องสแกนอีกรอบ)

Huawei MateBook 13 Review 59

Huawei MateBook 13 อีกหนึ่ง Ultrabook เน้นความคุ้มค่าราคาจับต้องได้ง่าย ที่ลงมาเล่นในตลาดโน๊ตบุ๊คประเทศไทย ท้าชิงกับรุ่นดัง อาทิ  Acer Swift 3 / ASUS ZenBook 13 / Lenovo ideaPad 330 ที่ปกติเราจะเห็นแต่ผลิตภัณฑ์สายมือถือ โดย Huawei MateBook 13 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานพกพา เหมาะสำหรับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานเอกสาร แตกต่างภาพ และงานกราฟฟิกต่าง ๆ ที่อาจจะไปนำเล่นเกมได้บ้าง แฟนๆ Huawei น่าจะสนใจกันอยู่ไม่น้อย หรือคนที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์โน๊ตบุ๊คเดิมๆ

Huawei MateBook 13 Review 53

Huawei MateBook 13 มาในราคาท้าชนกับ Ultrabook โน๊ตบุ๊คสายบางเบาตัวคุ้มค่า ส่งผลให้ใครสนใจจะซื้อโน๊ตบุ๊คจากทาง Huawei  ได้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจากการรีวิวโดยรวมแล้ว รับว่าเป็น Ultrabook ช่วงราคา 29,990 – 37,990 บาท ที่น่าสนใจรุ่นหนึ่ง ทั้งตัววัสดุงานประกอบก็ทำได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงฟีเจอร์ก็ทำมาได้อย่างลงตัวใช้งานจริงได้ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอความละเอียดสูงที่ 3:2 / ปุ่ม One-Touch / การชาร์จไฟที่รวมเร็ว / ONEHOP แชร์ไฟล์กันไปมาระหว่างมือถือ Huawei สำคัญคือสเปกที่ให้มาก็แสดงประสิทธิภาพได้เยี่ยมยอดทั้งการทำงานและเล่นเกมอีกด้วย

Huawei MateBook 13 Review 40

อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อสังเกตอยู่ก็คือ สัดส่วนหน้าจอที่อาจจะแปลกๆ หน่อย แต่ใช้งานได้จริงนะ แค่ต้องปรับตัวเล็กน้อย อีกทั้งด้านพอร์ตการเชื่อมต่อเองก็ดูน้อยไปหน่อย แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เข้าใจได้เพราะเน้นบางเบาอย่างที่สุด ส่วน ONEHOP แชร์ไฟล์กันก็จะใช้งานได้เพียงมือถือของ Huawei เท่านั้น พร้อมเงื่อนไขมากมาย ถ้าไม่ได้ใช้งานรุ่นเรือธง แต่เชื่อได้ว่าถ้าข้ามข้อสังเกตเหล่านี้ไปได้ Huawei MateBook 13 ก็น่าซื้อไม่น้อยเลยทีเดียว

 

จุดเด่น

  • ดีไซน์บางเบาพิเศษ ที่บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.28 กิโลกรัม
  • แข็งแรงทนทานสวยงาม ด้วยงอะลูมิเนียมแบบ Unibody พื้นผิวให้สัมผัสที่ดี
  • ขอบจอบางเฉียบด้วย หน้าจอ 13 นิ้ว สัดส่วนแบบ 3:2 ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับกว่า Full HD พาเนล IPS ให้สีสันที่สวยสด งดงามมาก
  • ใช้งานจริงลื่นไหลแบบสุดๆ ด้วย i7 + MX150 + RAM 16GB + SSD NVMe 512GB
  • คีย์บอร์ดสวยงามมีไฟ และทัชแพดมีขนาดใหญ่ใช้งานได้จริง
  • ลำโพง 2 ตัว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmosให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง
  • มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือ One-Touch สแกนพร้อมเปิดเครื่องในครั้งเดียว
  • ฟีเจอร์ ONEHOP แชร์ไฟล์กันไปมาระหว่างมือถือ Huawei
  • มี Windows 10 แท้มาให้พร้อมใช้งานทันที
  • ประกัน 2 ปี มาตรฐาน Huawei พร้อมมีของแถมอื่นๆ อาทิ เมาส์ กระเป๋า

ข้อสังเกต

  • พอร์ตให้มาเพียง USB-C จำนวน 2 พอร์ต ใข้งานจริงต้องอาศัย Hub USB
  • ความร้อนสูงสุดแค่ 95 องศาเซลเซียส จากนั้นจะลด Clock ลงมาแทน
  • ซอฟต์แวร์ PC Manager ใช้งานได้ดี แต่ส่วนเชื่อมต่อกับมือถือรองรับเฉพาะ Huawei

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Huawei MateBook 13 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-8565U พร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX150 ประสิทธิภาพไว้ใจได้ แรงเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.3 NVMe โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 512GB ที่แรงระดับ 3,000MB/s ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR3L แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นไม่ต้องอัพเกรดอะไรแล้ว ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมเบาๆ ได้อย่างลื่นไหล

award new performance

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Huawei มาตั้งแต่ไหนแต่ไรในฝั่งของมือถือ ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Huawei MateBook 13 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อ ประกอบด้วยกันเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น พร้อมใช้สีสันอย่าง Mystic Grey หรือสีเงิน ยิ่งเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก เพิ่มรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบ Diamond-cut  ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ แถมยังมีขอบจอบางสุดๆ อีกด้วย

award new Design

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา ทั้งในความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 1.28 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1.5 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

award new mobility

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Tips & Tricks

ในเกมขโมยรถระดับตำนานอย่าง Grand Theft Auto นั้นนอกจากจะมีระบบเกมที่ไม่เป็นสองรองใครแล้ว ผู้เล่นยังสามารถเพิ่มลูกเล่นเพื่อความเพลิดเพลินบันเทิงใจอย่าง Mod ก็จะเป็นการสร้างสีสันในการเล่นเกมเพิ่มไปได้อีก ซึ่ง Mod นั้นก็เกิดจากการพัฒนาขึ้นมาของผู้เล่นหรือแฟนเกมทั้งหลาย โดยสามารถนำมาลงได้ในตัวเกม GTA เวอร์ชัน PC นั่นเอง สำหรับ Mods ใน GTA V นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันที่จะทำให้การเล่นเกมของผู้เล่นมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม...

Buyer's Guide

Gaming Notebook 17.3″ ในช่วงปลายปี 2020 นี้ ยังได้รับการถามถึงอยู่ตลอด แม้ที่ผ่านมาในตลาดโน๊ตบุ๊คเล่นเกม รุ่นที่เน้นความคุ้มค่าจะเป็นขนาดหน้าจอ 15.6″ เป็นหลัก เพราะขนาดและน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ ก็เชื่อว่ามีหลายคนต้องหาซื้อมาใช้งานเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีตัวเลือกให้เลือกซื้อมากมายในราคาที่ถูกลง โดยหากเราสามารถพกพา Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″...

IT NEWS

รายงานใหม่ล่าสุดจาก Windows Central บอกว่า Microsoft เตรียมพัฒนาให้ระบบ Windows 10X สำหรับชิป ARM สามารถเปิดโปรแกรม x86 ได้ และ Windows 10 Android จะมีแอป Android บน Windows Store ให้ดาวน์โหลไปติดตั้งใช้งานกันบนเครื่อง PC

Buyer's Guide

พูดถึงงาน Commart 2020 หลายคนก็คงต้องนึกถึงคอมฯ ตั้งโต๊ะแบบ PC หรือโน๊ตบุ๊คในงาน แต่นอกจากงานนี้จะมีคอมฯ และโน๊ตบุ๊คแล้ว ก็ยังมีการนำมือถือมาขายด้วยเช่นกัน แถมแต่ละค่ายก็ได้จัดโปรมือถือในงาน Commart 2020 กันแบบจัดเต็ม พร้อมของแถมอีกเพียบ ทางทีมงาน Notebookspec ก็ไม่พลาดที่จะนำโปรฯ เหล่านี้ มาฝากทุกคนให้ได้รู้กัน เผื่อใครที่คิดจะมาเดินในงาน และมองหามือถือติดไม้ติดมือกลับไปด้วย จะได้เลือกดูกันในนี้ไปก่อนได้เลย สำหรับมือถือในงานนี้...