Connect with us

Hi, what are you looking for?

REVIEW

Review – Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ โน๊ตบุ๊คบางเบา สเปก i5 + MX150 ราคา 35,990 บาท แฟน Mi ต้องจัด !!!

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ มีขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่นับว่าเป็นขนาดมาตรฐานของ Ultrabook โดยเน้นการพกพาเป็นหลัก ซึ่งดีไซน์ต้องบอกว่าสวยงามตามสมัยนิยม

สิ้นสุดการรอคอยในประเทศไทย กับการมาของโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์จีนค่ายยักษ์อย่าง Xiaomi ที่มีชื่อเสียงเรื่องความคุ้มค่าอยู่แล้วเรื่องมือถือและอุปกรณ์อื่นๆ มาในตอนนี้ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ โน๊ตบุ๊ครุ่นแรกของทาง Xiaomi ก็พร้อมขายในไทยอย่างเป็นทางการ สนนราคา 35,990 บาท แน่นอนว่าสเปกและฟีเจอร์จัดเต็ม เทียบเท่าแบรนด์คอมพิวเตอร์อื่นๆ กับผลิตภัณฑ์ Ultrabook ระดับบนในราคาไม่แพงจนเกินไป

โดย Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ มีขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่นับว่าเป็นขนาดมาตรฐานของ Ultrabook โดยเน้นการพกพาเป็นหลัก ซึ่งดีไซน์ต้องบอกว่าสวยงามตามสมัยนิยม กับดีไซน์ที่คล้าย MacBook Pro 13 แต่มีความบางและเบากว่า แน่นอนว่าราคาก็เบากว่าเช่นกัน (เมื่อเทียบสเปกต่อราคา) เพราะมีราคา 35,990 บาท ที่เทียบแล้วมีราคาถูกกว่า MacBook เป็นเท่าตัว แต่กลับมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าเพราะสเปกภายในเป็นตัวแรงและรุ่นล่าสุด

Unbox Preview

Specification

สเปกภายในของตัว Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ มาพร้อมขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้างถึง 170 องศา ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-8250U ความเร็ว 1.6GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 3.4GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 8 (Coffee Lake) รุ่นล่าสุด

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX150 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ ระดับเทียบเท่า GTX 950M เรียกได้ว่าพอที่จะเล่นเกมออนไลน์ได้อย่างลื่นไหลทีเดียว สำหรับฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูงแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ติดตั้งไว้ขอบจอด้านบนตามปกติ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้มาใช้งานได้ทันทีในการเปิดเครื่องครั้งแรกโดยแบตเตอรี่อยู่ได้นานสุดประมาณ 10 ชั่วโมง สนนราคา Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ อยู่ที่ 31,900 บาท (ในไทยไม่มีรุ่น Core i7) พร้อมการรับประกัน 1 ปี ตามมาตรฐานของ Xiaomi ซึ่งถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกที่นำเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ โดยขายแล้วตามห้างร้านไอทีชั้นนำอย่าง Mi Store, IT City, Advice และร้านค้าอื่นๆ

หน้าสเปกเต็มๆ ของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ <<<

Hardware / Design

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 2

การออกแบบโดยรวมของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบา สไตล์ Ultrabook ที่มีขนาดหน้าจอ 13.3″ ตามชื่นรุ่น มาพร้อมความละเอียด Full HD พาเนล IPS ตามมาตรฐานโน๊ตบุ๊คระดับกลางในปัจจุบัน พร้อมขอบจอ Bezel บางเพียง 5.59 มิลลิเมตร ตัวเครื่องก็มีความบางเพียง 14.8 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักก็เบามากๆ เพียง 1.28 กิโลกรัม

ทำให้มิติโดยรวมของตัวเครื่องมีความเล็กกระทัดรัดพอๆ กับโน๊ตบุ๊คที่มีหน้าจอ 12.5″ สมัยก่อนเลย เรียกได้ว่าตอบสนองในการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คเจ้าตลาดหลายๆ รุ่น โดยสามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดที่ประมาณ 145 องศา

แน่นอนว่าวัสดุตัวเครื่องของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เลือกใช้เป็นอะลูมิเมียมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ ซึ่งมีงานประกอบที่ยอดเยี่ยม ทนทานแน่นหนา ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อเลยล่ะ ประกอบด้วยกันคือ 3 ชิ้นเท่านั้น ก็คือ ฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และฝาล่างเท่านั้น

ทั้งจากที่ดูด้วยตาเปล่าและการสัมผัส บอกได้ถึงงานเนียบระดับโน๊ตบุ๊คพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่า สีของเครื่องในงานจะเป็นรุ่นสีเทา Space Gray สลับกับโทนดำ อันนี้ก็ถือว่าเป็นสีตามสมัยนิยม ที่ต้องยอมรับว่าอาจจะมีแรงบันดาลใจเรื่องสีสันมาจาก MacBook Pro ของ Apple ก็เป็นไปได้

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 1

เช่นกันกับดีไซน์ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ มีความเรียบง่ายมากๆ ทั้งตัวเครื่องด้านนอกด้านใน อันนี้นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของแบรนด์ Xiaomi ก็ว่าได้ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา เน้นความมินินอล เรียบแต่เก๋ น้อยแต่มาก มาโดยตลอด ซึ่งการที่โน๊ตบุ๊คของทาง Xiaomi จะได้รับ DNA มาก็ไม่แปลก

อย่างฝาหลังบอกเลยว่าไม่มีโลโก้อะไรเลย ส่วนโลโก้ Mi ก็มีแต่ใต้หน้าจอด้านในเท่านั้นเอง โดยผิวสัมผัสนั้นดูด้วยตาเนื้ออาจจะดูเรียบสนิท แต่จริงๆ แล้วเมื่อเอานิ้วลูบก็จะรู้สึกได้ถึงความสากอยู่เล็กน้อย ต่างจาก MacBook Pro ของ Apple

สำหรับช่องระบายความร้อนถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าจอบริเวณบานพับ โดยเป็นการใช้งานพัดลมระบาย 1 ตัว ช่วยนำพาความร้อนชิปประมวลผลและการ์ดจอ ซึ่งการใช้งานโดยรวมถือว่าเอาอยู่ ที่มีช่องดูดลมเย็นด้านล่างตัวเครื่องทำหน้าที่ร่วมกันเป็นอย่างดี

ซึ่ง Xiaomi แม้จะเพิ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์มาได้ไม่นาน แต่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยมด้วย เรียกได้ว่าเป็นการรักษามาตรฐานใหม่ในโน๊ตบุ๊คสายบางเบาเน้นพกพา กับราคาที่ไม่แพงจนเกินไปได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟน Mi ต้องอยากได้อย่างแน่นอน สำหรับ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ สำหรับราคาอาจจะไม่ได้ถูกคุ้มเหมือนมือถือ แต่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

Keyboard / Touchpad

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 11

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาให้เป็นแบบ Chiclet Keyboard สีดำตัดกับตัวเครื่อง ซึ่งมาพร้อมไฟ Backlit สีขาวให้ความรู้สึกหรูหรา ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างดี ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่มุมขวา ข้อสังเกตุคือปุ่มตัวอักษรของเครื่องป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งใครจะไปเลเซอร์เพิ่มอันนี้ไม่ว่ากัน ประกันไม่ขาด หรือถ้าใครพิมพ์สัมผัสได้อยู่แล้ว ก็อาจจะชอบก็เป็นไปได้

ทัชแพดมีขนาดใหญ่ โดยดูเป็นเนื้อเดียวกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด ส่วนปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็อาจจะมีความแข็งพอดีๆ การใช้งานโดยจัดได้ว่าอยู่ในระดับรับได้ (ถ้าเน้นใช้เมาส์ไม่ต้องซีเรียสมาก)  มีการตัดขอบด้านบนดูโค้งมน เข้ากับตัวเครื่องโดยรวม อีกทั้งยังมีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Finger Print อยู่มุมขวาบนของทัชแพดไว้ให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งอีกด้วย ส่วนการใช้งานก็ตอบสนองได้รวดเร็วไม่แพ้มือถือในปัจจุบันเลยล่ะ

Screen / Speaker

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 42

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก ขอบจอจะเป็นพลาสติกสีดำบางฉียบเพียง 5.59 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งด้วยความที่จอเป็นแบบกระจกที่ให้เรื่องสีสันสดใส แต่ในการใช้งานไม่ควรหันจอไปทางแหล่งกำเนิดแสงหรือในที่ที่สว่างมากๆ เพราะอาจจะรบกวนการทำงานของเราได้ ส่วนกล้องเว็บแคมยังสามารถติดตั้งไว้ขอบด้านบนได้อยู่

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่นเล็กน้อย

s3 4

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 96% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 270 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่ามุมบนขวาเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องมุมล่างซ้ายและกลางล่างเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ 13% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอของ AKG มาพร้อมระบบเสียง Dolby Audio  โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป

Connector / Thin And Weight

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 18

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานบางเบาหน้าจอ 13.3″ ซึ่งมีไซส์และมิติโดยรวมเล็กกระทัดรัดกว่าปกติ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.0 Type-A , USB 3.1 Type-C, 1x HDMI 1.4, SD Card Reader และ Mic-in/Headphone-out อย่างไรก็ตาม พอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ อาจจะดูไม่มากมายเท่าพวกโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ แต่ในการใช้งานจริงก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วล่ะ อีกทั้งมีเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 4.1 และ Wi-Fi 802.11 ac พร้อมใช้งานตามมาตรฐานโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ปี 2018

ส่วนของการพกพาของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ก็ถือว่าทำได้เยี่ยมยอดเมื่อเทียบกับสเปก ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น ดีกว่าตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คค่ายอื่นๆ ที่ใช้สเปกนี้มาก ที่สำคัญอแดปเตอร์จ่ายไฟที่ 65 Watt นั้น มีขนาดที่เล็กและเบาเช่นเดียว ทำให้การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คสายบางเบาที่เหมาะกับการใช้งานตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยมากๆ เครื่องหนึ่ง

 

Performance / Software

c1 4 c2 2

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-8250U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.6 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.4 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ

ทียบกับรุ่นก่อนเรียกได้ว่าแรงขึ้นพอตัวเพราะ Core เยอะขึ้น แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสู้กพวก Core i5 ตัวซีรีย์ H ไม่ได้ตรงๆ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

g1 3 g2 2

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 620 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจอน้องเล็กรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX150 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ GTX 950m เลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

cine 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ssd 4

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 256GB แบบ M.3 NVMe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2427MB/s แต่ความเร็วในการเขียนได้เพียง 427.7MB/s เท่านั้น ตรงนี้ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน

pc 1

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,597คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ที่แม้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คการ์ดจอแยก ซึ่งถ้ามีคะแนนพุ่งเยอะกว่านี้แน่นอนครับ

gametest mi air

การทดสอบเกมจะเป็นเกมที่ไม่หนักมาก แต่เป็นเกมที่คนส่วนมากนิยมเล่นกัน ซึ่งโดยส่วนตัวก็เล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 และ Overwatch ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ Native 1920 x 1080 พิกเซล สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าปรับสุดทุกอย่างเลยสำหรับ DOTA 2 ส่วน Overwatch จะเป็นปรับแบบ Medium โดย Rendering 100% ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับที่น่าประทับใจ

ส่วนเกมออนไลน์อย่าง PUBG ที่นับว่าเป็นอีกเกมที่กินทรัพยากรเครื่องหนัก ก็มาทดสอบด้วยการปรับเป็น Low โดยเฟรมเรทที่ได้มานั้นถือว่าผ่านเลย เล่นได้สบายๆ ภาพก็สวยงามพอตัวไม่ได้แย่อะไร พูดตรงๆ ก็คือพอจะเล่นได้สำหรับเกมออนไลน์แนวนี้ ส่วนเกมอื่นๆ ที่ไม่เกินทรัพยากรเท่าอย่าง CS:GO หรือ Point Blank รวมไปถึงเกมออนไลน์อื่นๆ ก็น่าจะเล่นได้ลื่นๆ อย่างแน่นอน

Battery / Heat / Noise

batt2 1

แบตเตอรี่ของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุอยู่ที่ประมาณ 4000mAh โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 4 ชั่วโมงต่อเนื่องเท่านั้น ในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งอาจจะยาวนานกว่านี้ได้อีก แต่ก็ไม่น่าจะถึง 10 ชั่วโมงอย่างที่เคลมเอาไว้ อย่างไรก็ตามยังมีฟีเจอร์รองรับการชาร์จแบบไว้ที่ภายใน 30 นาที ชาร์จได้เร็วถึง 50% นับว่าใช้ได้อยู่

temp2

อุณหภูมิปกติของเครื่อง Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ จะอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส สำหรับการใช้งานทั่วไป แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่ด้วยการทดสอบประมวลผลและเล่นเกม จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดเพียง 83 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนการ์ดจอแยกจะอยู่ที่ 77 นับว่าระบบระบายความร้อนของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เครื่องนี้ทำออกมาได้ดี โดยสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Xiaomi ที่ออกแบบมาดี ทั้งๆ ที่เป็น

 

Conclusion / Award

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 53

เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็นโน๊ตบุ๊คจากทาง Xiaomi ซึ่งเป็นการนำมาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่ปกติเราจะเห็นแต่ผลิตภัณฑ์สายมือถือหรือ Gadget เป็น ถึงเวลาที่ Xiaomi จะต้องนำผลิตภัณฑ์โน๊ตบุ๊คในตลาดให้คนไทยได้จับจองแล้ว โดยเปิดตัวด้วย Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานพกพาก่อน เหมาะสำหรับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานเอกสาร แตกต่างภาพ และงานกราฟฟิกต่าง ๆ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการโน๊ตบุ๊คไว้ใช้ทำงานเป็นหลัก แล้วก็อาจจะไปนำเล่นเกมได้บ้าง

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 21

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ โน๊ตบุ๊คสำหรับมืออาชีพหน้าจอ 13.3 นิ้ว สุดบางเฉียบ ดีไซน์ภายนอกมีความคล้ายกับ MacBook Pro ที่มีจุดเด่นเรื่องความบางเบา และมีประสิทธิภาพเยี่ยม ทำให้มันกลายมาเป็น Ultrabook ที่มีขนาดกระทัดรัด กับสีสันเทา Space Gray เพื่อให้มีความเรียบหรูมากขึ้น และมาพร้อมกับไฟ Keyboard สีขาว ด้านบน Touchpad จะมีที่สแกนลายนิ้วมือด้วย โดยที่วัสดุตัวเครื่องจะทำมาจากอลูมิเนียม และมีน้ำหนักเพียง 1.28 กิโลกรัม อาจจะไม่ได้อยู่ในระดับที่เบาที่สุด แต่ก็ถือมือเดียวได้สบายๆ แล้ว

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 41

ส่วนสเปคด้านในอย่าง Core i5-8250U + MX150 ก็ถือว่าแรงพอตัว ประสิทธิภาพการทำงานดีกว่ารุ่นก่อนๆ มาก เมื่อดูจากรายละเอียดโดยรวมแล้วจะพบว่ามันเป็น Ultrabook ที่มีความบางเบา ส่วนสเปคภายในจะเป็นเน้นความประหยัดพลังงาน แต่ก็ใช้เล่นเกมได้บ้าง Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ จึงจัดเป็น Ultrabook ที่เหมาะกับคนที่เน้นทำงาน เล่นเกมบ้าง และต้องการความบางเบา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณนึง แต่ก็ไม่นานถึงขนาด 10 ชั่วโมงตามที่ทาง Xiaomi เคลมเอาไว้

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 47

แต่ก็โดดเด่นด้วยการรองรับการชาร์จแบบไว้ที่ภายใน 30 นาที ชาร์จได้เร็วถึง 50% และมีพอร์ท USB 3.0 Type-C สองพอร์ตและ HDMI, USB 3.1 Type-C ครบครัน หูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. รวมไปถึงลำโพงสเตอริโอที่ติดตั้งมานั้นเป็นของ AKG พร้อมเทคโนโลยีเสียงของ Dolby อีกทั้งก็ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มาให้ใช้งานได้ทันที  ไฮไลท์อีกอย่างอยู่ที่การเข้าใช้งานสามารถใช้ Wearable อย่าง Mi Band ปลดล็อคได้อีกด้วย อันนี้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ อย่างจริงจัง

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 54

ตรงนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาแล้วเราจะเห็นผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi จะมีราคาที่ถูกกว่าแบรนด์อื่นๆ ต้องอย่าลืมว่าโน๊ตบุ๊คระดับสูงหนึ่งเครื่องนั้น มีต้นทุนที่สูงและกำไรรวมๆ แล้วไม่มากเท่ามือถือ ถ้าให้ตั้งราคาถูกกว่านี้ คาดว่าน่าจะไม่ไหว ยังไงใครเป็นแฟน Mi ก็ต้องเข้าใจตรงจุดนี้ด้วย ว่าจะให้ราคาถูกแบบเวอร์ๆ คงเป็นไปไม่ได้ และต้องบอกว่าเพียงเท่านี้ก็น่าซื้อกว่า MacBook Pro ในสเปกใกล้เคียงกันแล้ว ส่วนโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ของ Xiaomi น่าจะมีตามมาอีกที เช่นตัว Mi Laptop Gaming ยังไงต้องรอลุ้นกันอีกที

เอาว่าถ้าใครอ่านรีวิวมาถึงตรงนี้แล้วชอบ รวมไปถึงรับกับข้อสังเกตุได้ อาทิ ปุ่มไม่มีอักษรไทยล่ะก็ ก็ตามไปจัด Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ กันได้เลย ตามห้างร้านไอทีชั้นนำอย่าง Mi Store, IT City, Advice และร้านค้าออนไลน์อื่นๆ แต่ดูดีๆ นะ ต้องเป็นเครื่องศูนย์ไทยก็จะดีที่สุด เพราะได้ประกันจากทาง Xiaomi  ประเทศไทยจริงๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจ งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
  • ตัวเครื่องบางเฉียบ เล็กกระชับกว่าเดิม โดยมีน้ำหนักเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น
  • สเปคแรงพอตัวด้วย Core i5-8250U และการ์ดจอ MX150 แรม 8GB และ SSD 256GB
  • หน้าจอแสดงผลขอบจอบางเฉียบขนาด 13.3″ ขอบเขตสี sRGB 96%
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง ให้สนุกยิ่งขึ้น
  • อแดปเตอร์จ่ายไฟ มีขนาดที่เล็กเบา เป็นภาระน้อยลงไปชัดเจน
  • มี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานได้ทันที
  • ประสิทธิภาพดีทั้งการทำงานและการเล่นเกม
  • ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์

ข้อสังเกต

  • การแกะงัดทำได้ไม่ง่าย ไม่แนะนำให้ทำเองเพื่ออัปเกรดหรือทำความสะอาด
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเพียง 4 ชั่วโมง ไม่เหมือนที่เคลมไว้ 10 ชั่วโมง
  • SSD เป็นแบบ NVMe M.2 แต่มีระดับความเร็วการเขียนที่น้อยไปหน่อย
  • ปุ่มตัวอักษรของเครื่องป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ใครอยากได้ไทยต้องไปเลเซอร์เพิ่มเอง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ ด้วยกัน ซึ่ง Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

 

Best Performance

award_use_2_create_05

ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-8250Uทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce MX150 (2GB GDDR5) ที่ทั้ง 2 อย่างนี้แรงเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 256GB ที่แรงระดับ 2,000MB/s ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นแทบไม่ต้องอัพเกรดอะไร ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

Best Mobility

award_use_2_create_23

ส่วนของความสามารถในการพกพาของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 อยู่ในระดับที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ทั้งในความบางและน้ำหนักเบาเพียง 1.28 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมอแดปเตอร์ก็เบาและเล็กกว่าปกติมากๆ ถือว่ามีการพัฒนาไปในทุกส่วน รวมแล้วหนักแค่ 1.4 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น โดยสามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ แม้แบตอาจจะใช้งานได้ไม่ถึง 10 ชั่วโมงจริงๆ ตามที่เคลมไว้ก็ตาม

Best Design

award use 2 create 12

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโดดเด่น ให้มิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม ขอบจอบางเฉียบ แต่มีการออกแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ออกแนวพรีเมียมและเรียบหรูมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้การสีเงินและเทา ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาเชื่อได้ว่าหลายๆ คนส่วนมากต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

Unbox Preview

Specification

สเปกภายในของตัว Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ มาพร้อมขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้างถึง 170 องศา ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-8250U ความเร็ว 1.6GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 3.4GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 8 (Coffee Lake) รุ่นล่าสุด

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX150 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ ระดับเทียบเท่า GTX 950M เรียกได้ว่าพอที่จะเล่นเกมออนไลน์ได้อย่างลื่นไหลทีเดียว สำหรับฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูงแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ติดตั้งไว้ขอบจอด้านบนตามปกติ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้มาใช้งานได้ทันทีในการเปิดเครื่องครั้งแรกโดยแบตเตอรี่อยู่ได้นานสุดประมาณ 10 ชั่วโมง สนนราคา Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ อยู่ที่ 31,900 บาท (ในไทยไม่มีรุ่น Core i7) พร้อมการรับประกัน 1 ปี ตามมาตรฐานของ Xiaomi ซึ่งถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกที่นำเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ โดยขายแล้วตามห้างร้านไอทีชั้นนำอย่าง Mi Store, IT City, Advice และร้านค้าอื่นๆ

หน้าสเปกเต็มๆ ของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ <<<

Hardware / Design

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 2

การออกแบบโดยรวมของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบา สไตล์ Ultrabook ที่มีขนาดหน้าจอ 13.3″ ตามชื่นรุ่น มาพร้อมความละเอียด Full HD พาเนล IPS ตามมาตรฐานโน๊ตบุ๊คระดับกลางในปัจจุบัน พร้อมขอบจอ Bezel บางเพียง 5.59 มิลลิเมตร ตัวเครื่องก็มีความบางเพียง 14.8 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำหนักก็เบามากๆ เพียง 1.28 กิโลกรัม

ทำให้มิติโดยรวมของตัวเครื่องมีความเล็กกระทัดรัดพอๆ กับโน๊ตบุ๊คที่มีหน้าจอ 12.5″ สมัยก่อนเลย เรียกได้ว่าตอบสนองในการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คเจ้าตลาดหลายๆ รุ่น โดยสามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดที่ประมาณ 145 องศา

แน่นอนว่าวัสดุตัวเครื่องของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เลือกใช้เป็นอะลูมิเมียมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ ซึ่งมีงานประกอบที่ยอดเยี่ยม ทนทานแน่นหนา ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อเลยล่ะ ประกอบด้วยกันคือ 3 ชิ้นเท่านั้น ก็คือ ฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และฝาล่างเท่านั้น

ทั้งจากที่ดูด้วยตาเปล่าและการสัมผัส บอกได้ถึงงานเนียบระดับโน๊ตบุ๊คพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่า สีของเครื่องในงานจะเป็นรุ่นสีเทา Space Gray สลับกับโทนดำ อันนี้ก็ถือว่าเป็นสีตามสมัยนิยม ที่ต้องยอมรับว่าอาจจะมีแรงบันดาลใจเรื่องสีสันมาจาก MacBook Pro ของ Apple ก็เป็นไปได้

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 1

เช่นกันกับดีไซน์ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ มีความเรียบง่ายมากๆ ทั้งตัวเครื่องด้านนอกด้านใน อันนี้นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของแบรนด์ Xiaomi ก็ว่าได้ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา เน้นความมินินอล เรียบแต่เก๋ น้อยแต่มาก มาโดยตลอด ซึ่งการที่โน๊ตบุ๊คของทาง Xiaomi จะได้รับ DNA มาก็ไม่แปลก

อย่างฝาหลังบอกเลยว่าไม่มีโลโก้อะไรเลย ส่วนโลโก้ Mi ก็มีแต่ใต้หน้าจอด้านในเท่านั้นเอง โดยผิวสัมผัสนั้นดูด้วยตาเนื้ออาจจะดูเรียบสนิท แต่จริงๆ แล้วเมื่อเอานิ้วลูบก็จะรู้สึกได้ถึงความสากอยู่เล็กน้อย ต่างจาก MacBook Pro ของ Apple

สำหรับช่องระบายความร้อนถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าจอบริเวณบานพับ โดยเป็นการใช้งานพัดลมระบาย 1 ตัว ช่วยนำพาความร้อนชิปประมวลผลและการ์ดจอ ซึ่งการใช้งานโดยรวมถือว่าเอาอยู่ ที่มีช่องดูดลมเย็นด้านล่างตัวเครื่องทำหน้าที่ร่วมกันเป็นอย่างดี

ซึ่ง Xiaomi แม้จะเพิ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์มาได้ไม่นาน แต่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยมด้วย เรียกได้ว่าเป็นการรักษามาตรฐานใหม่ในโน๊ตบุ๊คสายบางเบาเน้นพกพา กับราคาที่ไม่แพงจนเกินไปได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟน Mi ต้องอยากได้อย่างแน่นอน สำหรับ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ สำหรับราคาอาจจะไม่ได้ถูกคุ้มเหมือนมือถือ แต่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

Keyboard / Touchpad

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 11

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาให้เป็นแบบ Chiclet Keyboard สีดำตัดกับตัวเครื่อง ซึ่งมาพร้อมไฟ Backlit สีขาวให้ความรู้สึกหรูหรา ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างดี ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่มุมขวา ข้อสังเกตุคือปุ่มตัวอักษรของเครื่องป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งใครจะไปเลเซอร์เพิ่มอันนี้ไม่ว่ากัน ประกันไม่ขาด หรือถ้าใครพิมพ์สัมผัสได้อยู่แล้ว ก็อาจจะชอบก็เป็นไปได้

ทัชแพดมีขนาดใหญ่ โดยดูเป็นเนื้อเดียวกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด ส่วนปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็อาจจะมีความแข็งพอดีๆ การใช้งานโดยจัดได้ว่าอยู่ในระดับรับได้ (ถ้าเน้นใช้เมาส์ไม่ต้องซีเรียสมาก)  มีการตัดขอบด้านบนดูโค้งมน เข้ากับตัวเครื่องโดยรวม อีกทั้งยังมีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Finger Print อยู่มุมขวาบนของทัชแพดไว้ให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งอีกด้วย ส่วนการใช้งานก็ตอบสนองได้รวดเร็วไม่แพ้มือถือในปัจจุบันเลยล่ะ

Screen / Speaker

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 42

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก ขอบจอจะเป็นพลาสติกสีดำบางฉียบเพียง 5.59 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งด้วยความที่จอเป็นแบบกระจกที่ให้เรื่องสีสันสดใส แต่ในการใช้งานไม่ควรหันจอไปทางแหล่งกำเนิดแสงหรือในที่ที่สว่างมากๆ เพราะอาจจะรบกวนการทำงานของเราได้ ส่วนกล้องเว็บแคมยังสามารถติดตั้งไว้ขอบด้านบนได้อยู่

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่นเล็กน้อย

s3 4

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 96% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 270 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่ามุมบนขวาเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องมุมล่างซ้ายและกลางล่างเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ 13% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอของ AKG มาพร้อมระบบเสียง Dolby Audio  โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป

Connector / Thin And Weight

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 18

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานบางเบาหน้าจอ 13.3″ ซึ่งมีไซส์และมิติโดยรวมเล็กกระทัดรัดกว่าปกติ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.0 Type-A , USB 3.1 Type-C, 1x HDMI 1.4, SD Card Reader และ Mic-in/Headphone-out อย่างไรก็ตาม พอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ อาจจะดูไม่มากมายเท่าพวกโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ แต่ในการใช้งานจริงก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วล่ะ อีกทั้งมีเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 4.1 และ Wi-Fi 802.11 ac พร้อมใช้งานตามมาตรฐานโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ปี 2018

ส่วนของการพกพาของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ก็ถือว่าทำได้เยี่ยมยอดเมื่อเทียบกับสเปก ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น ดีกว่าตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คค่ายอื่นๆ ที่ใช้สเปกนี้มาก ที่สำคัญอแดปเตอร์จ่ายไฟที่ 65 Watt นั้น มีขนาดที่เล็กและเบาเช่นเดียว ทำให้การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คสายบางเบาที่เหมาะกับการใช้งานตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยมากๆ เครื่องหนึ่ง

 

Performance / Software

c1 4 c2 2

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-8250U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.6 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.4 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ

ทียบกับรุ่นก่อนเรียกได้ว่าแรงขึ้นพอตัวเพราะ Core เยอะขึ้น แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสู้กพวก Core i5 ตัวซีรีย์ H ไม่ได้ตรงๆ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

g1 3 g2 2

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 620 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจอน้องเล็กรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX150 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ GTX 950m เลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

cine 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ssd 4

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 256GB แบบ M.3 NVMe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2427MB/s แต่ความเร็วในการเขียนได้เพียง 427.7MB/s เท่านั้น ตรงนี้ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน

pc 1

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,597คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ที่แม้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คการ์ดจอแยก ซึ่งถ้ามีคะแนนพุ่งเยอะกว่านี้แน่นอนครับ

gametest mi air

การทดสอบเกมจะเป็นเกมที่ไม่หนักมาก แต่เป็นเกมที่คนส่วนมากนิยมเล่นกัน ซึ่งโดยส่วนตัวก็เล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 และ Overwatch ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ Native 1920 x 1080 พิกเซล สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าปรับสุดทุกอย่างเลยสำหรับ DOTA 2 ส่วน Overwatch จะเป็นปรับแบบ Medium โดย Rendering 100% ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับที่น่าประทับใจ

ส่วนเกมออนไลน์อย่าง PUBG ที่นับว่าเป็นอีกเกมที่กินทรัพยากรเครื่องหนัก ก็มาทดสอบด้วยการปรับเป็น Low โดยเฟรมเรทที่ได้มานั้นถือว่าผ่านเลย เล่นได้สบายๆ ภาพก็สวยงามพอตัวไม่ได้แย่อะไร พูดตรงๆ ก็คือพอจะเล่นได้สำหรับเกมออนไลน์แนวนี้ ส่วนเกมอื่นๆ ที่ไม่เกินทรัพยากรเท่าอย่าง CS:GO หรือ Point Blank รวมไปถึงเกมออนไลน์อื่นๆ ก็น่าจะเล่นได้ลื่นๆ อย่างแน่นอน

Battery / Heat / Noise

batt2 1

แบตเตอรี่ของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุอยู่ที่ประมาณ 4000mAh โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 4 ชั่วโมงต่อเนื่องเท่านั้น ในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งอาจจะยาวนานกว่านี้ได้อีก แต่ก็ไม่น่าจะถึง 10 ชั่วโมงอย่างที่เคลมเอาไว้ อย่างไรก็ตามยังมีฟีเจอร์รองรับการชาร์จแบบไว้ที่ภายใน 30 นาที ชาร์จได้เร็วถึง 50% นับว่าใช้ได้อยู่

temp2

อุณหภูมิปกติของเครื่อง Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ จะอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส สำหรับการใช้งานทั่วไป แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่ด้วยการทดสอบประมวลผลและเล่นเกม จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดเพียง 83 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนการ์ดจอแยกจะอยู่ที่ 77 นับว่าระบบระบายความร้อนของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ เครื่องนี้ทำออกมาได้ดี โดยสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Xiaomi ที่ออกแบบมาดี ทั้งๆ ที่เป็น

 

Conclusion / Award

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 53

เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็นโน๊ตบุ๊คจากทาง Xiaomi ซึ่งเป็นการนำมาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่ปกติเราจะเห็นแต่ผลิตภัณฑ์สายมือถือหรือ Gadget เป็น ถึงเวลาที่ Xiaomi จะต้องนำผลิตภัณฑ์โน๊ตบุ๊คในตลาดให้คนไทยได้จับจองแล้ว โดยเปิดตัวด้วย Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานพกพาก่อน เหมาะสำหรับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานเอกสาร แตกต่างภาพ และงานกราฟฟิกต่าง ๆ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการโน๊ตบุ๊คไว้ใช้ทำงานเป็นหลัก แล้วก็อาจจะไปนำเล่นเกมได้บ้าง

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 21

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ โน๊ตบุ๊คสำหรับมืออาชีพหน้าจอ 13.3 นิ้ว สุดบางเฉียบ ดีไซน์ภายนอกมีความคล้ายกับ MacBook Pro ที่มีจุดเด่นเรื่องความบางเบา และมีประสิทธิภาพเยี่ยม ทำให้มันกลายมาเป็น Ultrabook ที่มีขนาดกระทัดรัด กับสีสันเทา Space Gray เพื่อให้มีความเรียบหรูมากขึ้น และมาพร้อมกับไฟ Keyboard สีขาว ด้านบน Touchpad จะมีที่สแกนลายนิ้วมือด้วย โดยที่วัสดุตัวเครื่องจะทำมาจากอลูมิเนียม และมีน้ำหนักเพียง 1.28 กิโลกรัม อาจจะไม่ได้อยู่ในระดับที่เบาที่สุด แต่ก็ถือมือเดียวได้สบายๆ แล้ว

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 41

ส่วนสเปคด้านในอย่าง Core i5-8250U + MX150 ก็ถือว่าแรงพอตัว ประสิทธิภาพการทำงานดีกว่ารุ่นก่อนๆ มาก เมื่อดูจากรายละเอียดโดยรวมแล้วจะพบว่ามันเป็น Ultrabook ที่มีความบางเบา ส่วนสเปคภายในจะเป็นเน้นความประหยัดพลังงาน แต่ก็ใช้เล่นเกมได้บ้าง Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ จึงจัดเป็น Ultrabook ที่เหมาะกับคนที่เน้นทำงาน เล่นเกมบ้าง และต้องการความบางเบา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณนึง แต่ก็ไม่นานถึงขนาด 10 ชั่วโมงตามที่ทาง Xiaomi เคลมเอาไว้

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 47

แต่ก็โดดเด่นด้วยการรองรับการชาร์จแบบไว้ที่ภายใน 30 นาที ชาร์จได้เร็วถึง 50% และมีพอร์ท USB 3.0 Type-C สองพอร์ตและ HDMI, USB 3.1 Type-C ครบครัน หูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. รวมไปถึงลำโพงสเตอริโอที่ติดตั้งมานั้นเป็นของ AKG พร้อมเทคโนโลยีเสียงของ Dolby อีกทั้งก็ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มาให้ใช้งานได้ทันที  ไฮไลท์อีกอย่างอยู่ที่การเข้าใช้งานสามารถใช้ Wearable อย่าง Mi Band ปลดล็อคได้อีกด้วย อันนี้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ อย่างจริงจัง

Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 Review 54

ตรงนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาแล้วเราจะเห็นผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi จะมีราคาที่ถูกกว่าแบรนด์อื่นๆ ต้องอย่าลืมว่าโน๊ตบุ๊คระดับสูงหนึ่งเครื่องนั้น มีต้นทุนที่สูงและกำไรรวมๆ แล้วไม่มากเท่ามือถือ ถ้าให้ตั้งราคาถูกกว่านี้ คาดว่าน่าจะไม่ไหว ยังไงใครเป็นแฟน Mi ก็ต้องเข้าใจตรงจุดนี้ด้วย ว่าจะให้ราคาถูกแบบเวอร์ๆ คงเป็นไปไม่ได้ และต้องบอกว่าเพียงเท่านี้ก็น่าซื้อกว่า MacBook Pro ในสเปกใกล้เคียงกันแล้ว ส่วนโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ของ Xiaomi น่าจะมีตามมาอีกที เช่นตัว Mi Laptop Gaming ยังไงต้องรอลุ้นกันอีกที

เอาว่าถ้าใครอ่านรีวิวมาถึงตรงนี้แล้วชอบ รวมไปถึงรับกับข้อสังเกตุได้ อาทิ ปุ่มไม่มีอักษรไทยล่ะก็ ก็ตามไปจัด Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ กันได้เลย ตามห้างร้านไอทีชั้นนำอย่าง Mi Store, IT City, Advice และร้านค้าออนไลน์อื่นๆ แต่ดูดีๆ นะ ต้องเป็นเครื่องศูนย์ไทยก็จะดีที่สุด เพราะได้ประกันจากทาง Xiaomi  ประเทศไทยจริงๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจ งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
  • ตัวเครื่องบางเฉียบ เล็กกระชับกว่าเดิม โดยมีน้ำหนักเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น
  • สเปคแรงพอตัวด้วย Core i5-8250U และการ์ดจอ MX150 แรม 8GB และ SSD 256GB
  • หน้าจอแสดงผลขอบจอบางเฉียบขนาด 13.3″ ขอบเขตสี sRGB 96%
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง ให้สนุกยิ่งขึ้น
  • อแดปเตอร์จ่ายไฟ มีขนาดที่เล็กเบา เป็นภาระน้อยลงไปชัดเจน
  • มี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานได้ทันที
  • ประสิทธิภาพดีทั้งการทำงานและการเล่นเกม
  • ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์

ข้อสังเกต

  • การแกะงัดทำได้ไม่ง่าย ไม่แนะนำให้ทำเองเพื่ออัปเกรดหรือทำความสะอาด
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเพียง 4 ชั่วโมง ไม่เหมือนที่เคลมไว้ 10 ชั่วโมง
  • SSD เป็นแบบ NVMe M.2 แต่มีระดับความเร็วการเขียนที่น้อยไปหน่อย
  • ปุ่มตัวอักษรของเครื่องป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ใครอยากได้ไทยต้องไปเลเซอร์เพิ่มเอง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ ด้วยกัน ซึ่ง Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

 

Best Performance

award_use_2_create_05

ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-8250Uทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce MX150 (2GB GDDR5) ที่ทั้ง 2 อย่างนี้แรงเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 256GB ที่แรงระดับ 2,000MB/s ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นแทบไม่ต้องอัพเกรดอะไร ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

Best Mobility

award_use_2_create_23

ส่วนของความสามารถในการพกพาของ Xiaomi Mi Laptop Air 13.3 อยู่ในระดับที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ทั้งในความบางและน้ำหนักเบาเพียง 1.28 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมอแดปเตอร์ก็เบาและเล็กกว่าปกติมากๆ ถือว่ามีการพัฒนาไปในทุกส่วน รวมแล้วหนักแค่ 1.4 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น โดยสามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ แม้แบตอาจจะใช้งานได้ไม่ถึง 10 ชั่วโมงจริงๆ ตามที่เคลมไว้ก็ตาม

Best Design

award use 2 create 12

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Xiaomi Mi Laptop Air 13.3″ ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโดดเด่น ให้มิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม ขอบจอบางเฉียบ แต่มีการออกแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ออกแนวพรีเมียมและเรียบหรูมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้การสีเงินและเทา ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาเชื่อได้ว่าหลายๆ คนส่วนมากต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เก้าอี้คอมถ้าซื้อดีๆ สักตัวบอกเลยว่าใช้งานได้อีกหลายปี! เก้าอี้คอมอาจจะเป็นของใช้ชิ้นท้ายๆ ที่เกมเมอร์หรือคนทำงาน WFH หลายๆ คนเลือกซื้อกันในช่วง WFH แต่จริงๆ แล้วส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่ามันควรเป็นสิ่งแรกๆ ที่ควรซื้อเอาไว้ใช้งานเลยมากกว่า เพราะว่าถ้าเรานั่งได้ถูกท่าตามหลักสรีระศาสตร์ล่ะก็ ต่อให้นั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงสักหน่อยก็ไม่เจ็บก้นหรือเมื่อยหลังของเราเกินไปด้วย ซึ่งเก้าอี้ดีๆ ที่นั่งแล้วถูกหลักสรีระศาสตร์นั้นจะมีราคาตั้งแต่หลักพันต้นๆ ยาวไปจนถึงเก้าอี้ราคาหลักหมื่นบาท ซึ่งราคาที่มากขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีทางสรีระศาสตร์และการออกแบบที่ผู้ผลิตใส่เข้ามาให้ในเก้าอี้ตัวนั้น ซึ่งเราอาจจะไม่เห็นแต่ก็สัมผัสได้เมื่อลองนั่งตามร้านที่มีเก้าอี้รุ่นนั้นๆ ให้ลองนั่ง ซึ่งมันอาจจะตอบโจทย์กว่าเก้าอี้ตัวเก่าที่มีอยู่ในห้องก็ได้ แต่ก่อนเลือกซื้อเก้าอี้มานั่งสักตัว ถ้ามีโอกาสผู้เขียนแนะนำว่าให้เราไปลองนั่งเก้าอี้ตัวนั้นๆ ที่สนใจสักหน่อยจะได้รู้ว่าเก้าอี้ตัวนั้นเข้ากับสรีระร่างกายของเราไหม และดูสเปคด้วยว่าเก้าอี้ตัวนั้นปรับความสูงต่ำและเอนได้หรือเปล่า...

IT NEWS

Xiaomi พร้อมอัปเกรดเซ็นเซอร์กล้องหลักสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีรูรับแสงดีขึ้นแต่ความละเอียดลดลงเหลืออยู่ที่ 50 MP เริ่มต้นกับรุ่น Redmi 10 Xiaomi นั้นถือได้ว่าเป็นบริษัทผู้นำทางด้านเทรนการใช้เซนเซอร์กล้องกับสมาร์ทโฟนของตัวเองจริงๆ ดังจะเห็นได้ว่าในที่ผ่านๆ มานั้นทาง Xiaomi เองจะเน้นใช้เซ็นเซอร์กล้องที่มาพร้อมกับความละเอียดที่สูง อย่างไรก็ดีเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับความสามารถในการถ่ายภาพได้ดีนั้นบางทีก็ใช้เซ็นเซอร์กล้องความละเอียดไม่สูงมากเท่าไรนัก ดูเหมือนกับว่าทาง Xiaomi เองจะรู้ถึงจุดเด่นของสมาร์ทโฟนคู่แข่งที่ไม่ต้องเน้นใช้เซ็นเซอร์กล้องความละเอียดสูงเป็นอย่างดี ล่าสุดนั้นจึงมีข่าวหลุดออกมาว่าทาง Xiaomi นั้นจะเปลี่ยนแนวทางการใช้เซ็นเซอร์กล้องจากเดิมที่เน้นเรื่องของความละเอียดของเซ็นเซอร์ให้มากเอาไว้ก่อนมาใช้เซ็นเซอร์กล้องที่มีความละเอียดน้อยลงแต่มาพร้อมกับรูรับแสงที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม หลักฐานดังกล่าวนี้นั้นจะเห็นได้กับสมาร์ทโฟนในระดับกลางอย่างเช่น Xiaomi Redmi 10...

IT NEWS

Xiaomi เองนั้นก็ถือได้ว่าเป็นบริษัทหนึ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับข้อมูลของสมาร์ทโฟนที่ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองนั้นทำให้ทาง Xiaomi เตรียมฟ้องร้องสื่อที่ปล่อยข่าวหลุดของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง Xiaomi Mi Mix 4 โดยจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายถึง 1 ล้านหยวน Xiaomi ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โหดในเรื่องของการเก็บข่าวลือมากเหมือนกับทาง Apple สำหรับข่าวหลุดของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่อยู่ในช่วงของการพัฒนารวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ยังคงไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ก็ใช่ว่าทาง Xiaomi เองนั้นจะชอบให้สื่อต่างๆ ปล่อยข่าวหลุดรวมถึงภาพหลุดของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของตัวเองออกมาเท่าไรนัก โดยในช่วงปลายปี 2020...

IT NEWS

Mi Mix 4 สมาร์ทโฟนในซีรีส์โชว์ไฮเทคของ Xiaomi มีรูปหลุดออกมาอีกครั้ง เผยให้เห็นหน้าจอที่ไร้ขอบและไม่มีกล้องหน้าให้กวนใจ Mi Mix 4 สมาร์ทโฟนโชว์ล้ำทั้งทางด้านดีไซน์และเทคโนโลยีของทาง Xiaomi ล่าสุดโผล่รูปภาพแรนเดอร์ด้านหน้าของตัวเครื่องออกมาอีกครั้ง รอบนี้เผยให้เห็นความเด็ดของการดีไซน์กับตัวเครื่องที่ขอบบางแบบสุดๆ แถมๆ ยังไม่มีกล้องหน้าออกมาให้กวนใจอีกด้วยต่างหาก เชื่อว่าแฟนๆ  Mi Mix ซีรีส์นั้นน่าจะรอคอย Mi Mix 4 กันมาอย่างยาวนานเพราะสมาร์ทโฟนซีรีส์ดังกล่าวนี้นั้นได้ชื่อว่ามาพร้อมกับดีไซน์ที่แต่ต่างแถมยังมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ...