Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Accessories review

Review – ASUS XG Station Pro กล่องการ์ดจอแยกโคตรแรงระดับ GTX 1080Ti เชื่อมต่อด้วย Thunderbolt 3

ขอจำกัดอย่างหนึ่งของโน๊ตบุ๊คคือการที่ไม่สามารถเปลี่ยนการ์ดจอได้นั่นเอง (แม้จะมีโน๊ตบุ๊คแพงๆบางรุ่นที่สามารถเปลี่ยนได้ แต่ก็มีแค่ไม่ถึง 10% ของตลาด) และยิ่งไม่ต้องพูดถึงโน๊ตบุ๊คบางเบาที่เกือบทุกรุ่นเป็นการ์ดจอออนบอร์ดที่แทบจะไม่สามารถเล่นเกมได้เลยแม้จะมีราคาแพงระยับก็ตาม

ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของโน๊ตบุ๊คคือการที่ไม่สามารถเปลี่ยนการ์ดจอได้นั่นเอง (แม้จะมีโน๊ตบุ๊คแพงๆบางรุ่นที่สามารถเปลี่ยนได้ แต่ก็มีแค่ไม่ถึง 10% ของตลาด) และยิ่งไม่ต้องพูดถึงโน๊ตบุ๊คบางเบาที่เกือบทุกรุ่นเป็นการ์ดจอออนบอร์ดที่แทบจะไม่สามารถเล่นเกมได้เลยแม้จะมีราคาแพงระยับก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่แพงๆ เหมือนกันนั่นก็คือพอร์ต Thunderbolt 3 ที่จะช่วยอัพเกรทการใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการต่อการ์ดจอแยกส่วนจะดีจริงไหม เทียบชั้นกับกาณืดจอบนพีวีได้หรือเปล่าเราจะทดสอบให้ท่านเห็นกันใน Asus XG Station Pro

Asus XG Station Pro 27

Advertisement

Asus XG Station Pro เป็นกล่องการ์ดจอแยกที่เชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbolt 3 ขนาดกะทัดรัด แต่ก็ยังมีขนาดที่สามารถติดตั้งการ์ดจอใบใหญ่อย่าง GTX 1080 Ti ได้อย่างสบาย (อย่างชุดที่ทีมงานได้มาทดสอบนี้) ทำให้มีขนาดไม่ใหญ่จนเกะกะเกินไปเหมือนในกล่องหลายยี่ห้อ และที่สำคัญคือสามารถเลือกใส่การืดจอได้ตามต้องการ พร้อมระบบระบายความร้อนภายในด้วยพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว ตัวเคสเป็นอลูมิเนียมช่วยระบายความร้อนด้วย จึงไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อน

Asus XG Station Pro 1 Asus XG Station Pro 2 Asus XG Station Pro 5

กล่องของ Asus XG Station Pro ดูเรียบๆ แต่ก็ระบุข้อมูลสเปคครบครัน รองรับการ์ดจอทั้งค่ายเขียวและแดง โดยอุปกรณ์ภายในจะมีสาย Thunderbolt 3 ที่ยาวพิเศษถึง 1.5 เมตร ดีกว่าหลายแบรนด์ที่ส่วนใหญ่จะให้สายสั่น คู่มือ สาย Power และ Adapter ขนาดใหญ่มาก โดยจะต่อผ่านพอร์ตพิเศษเช่นเดียวกับโน๊ตบุ๊ค ASUS ตัท๊อปหลักแสน

Asus XG Station Pro 7

Asus XG Station Pro 8 Asus XG Station Pro 9

ตัวเคสของ Asus XG Station Pro เป็นอลูมิเนียมเกือบทั้งหมด ขอดีคือความสวยงามและการช่วยระบายความร้อนได้ด้วย ด้านข้างจะเป็นช่องระบายความร้อน พร้อมฟองน้ำกันฝุ่นให้อากาสเข้าไปถ่ายเทภายใน ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ พร้อมโลโก้ Asus XG Station Pro ด้านหน้า และ ASUS ด้านบน ที่สามารถเปิดเพื่อเปลี่ยนการ์ดจอและทำความสะอาดได้

Asus XG Station Pro 10

ด้านหลังจะเป็นส่วนของการ์ดจอที่ทีมงานได้มาทดสอบ GTX 1080Ti ด้านบนจะเป็นปุ่มเปิดตัวเคส โดยจะมีน๊อตล๊อคไว้ ด้านซ้ายบนสุดจะเป็นปุ่มเปิด/ปิด พอร์ตต่อ Adapter และด้านล่างพอร์ต Type-C ของ Thunderbolt 3 และ USB 3.1 Gen 2

Asus XG Station Pro 16 Asus XG Station Pro 17 Asus XG Station Pro 18

และด้วยการเป็นกล่องที่สามารถเปลี่ยนการืดจอได้ ทำให้การเปิดภายในสามารถทำได้สะดวก โดยการเปิดล๊อคด้านหลัง และสไลด์ฝาด้านบนออกมาจะเห็นตัวการ์ดจอได้อย่างชัดเจน จะเห็นว่าแม้กล่องจะไม่ใหญ่มาก แต่ภายในก็ไม่ได้แออัดมาก อีกทั้งฝาด้านข้างยังสามารถถอดเปิดออกมาได้ด้วย และพัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ 2 ตัว

ayDN4IRsjMhKylY2 setting fff 1 90 end 500.pngภายในกล่องเปล่าๆ จะมีส่วนของแผงวงจรด้านล่าง และพัดลมระบายความร้อนขนาด 120 มิลลิเมตร์  2 ตัวช่วยระบายความร้อน โดยจะเป็นการดูดอากาศภายในดูดออกไปด้านนอก

Asus XG Station Pro 19 Asus XG Station Pro 21 Asus XG Station Pro 22

เทสเปิดใช้งาน Asus XG Station Pro จะเห็นได้ว่าที่แผงบอร์ดด้านล่างมีไฟ RGB เพิ่มความสวยงาม และเมื่อรวมกับการ์ดจอที่รองรับ RGB เช่นกินยิ่งสวยงามไปอีก ขนาดใส่ GTX 1080Ti เข้าไปก็ยังไม่ได้แน่นจนเกินไปนัก

Asus XG Station Pro 25

เมื่อปิดฝาเคสเข้าไป ก็ยังสามารถเห็นไฟ RGB ได้ผ่านช่องระบายความร้อน

ในส่วนของการทดสอบนั้นตามไปดูได้จาก Youtube เลยครับ

11

สรุปภาพรวมการใช้งาน Asus XG Station Pro ที่เชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbolt 3 นั้นสามารถทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่เพียงราคาคุย เพราะสามารถทำให้โน๊ตบุ๊คที่เป็นเพียงการ์ดจอออนบอร์ดสามารถเล่นเกมได้สุดๆไม่แพ้โน๊ตบุ๊คการ์ดจอแยกแพงๆ ขณะที่โน๊ตบุ๊คแรงๆอย่าง ASUS ที่ทีมงานได้รับมาทดสอบคู่กันที่แม้จะเป็น Core i7+GTX 1070 ที่แรงอยู่แล้ว แต่เมื่อจับคู่กับ GTX 1080Ti จากกล่อง Asus XG Station Pro ก็ทำให้สามารถเล่นเกมได้ที่ความละเอียดสูงขึ้นไปอีกเทียบได้กับเครื่องพีซีสเปคแรงๆเลย แม้อาจจะมีเฟรมแกว่งๆบาง และอาจจะไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของ GTX 1080Ti ได้เต็มๆ เหมือนพีซีประกอบ แต่ก็ทำให้โน๊ตบุ๊คเล่นเกมได้เต็มที่อย่างเห็นได้ชัด

อีกทั้งจุดเด่นของ Asus XG Station Pro ก็คือการที่สามารถติดตั้งกาณืดจอขนาดใหญ่ได้ โดยที่ตัวเคสไม่ได้ใหญ่จนเกะกะเกินไป วางบนโต๊ะทำงานได้สะดวก ระบายความร้อนได้ดี ไม่ร้อนจนเกินไป อีกทั้งยังมีไฟ RGB เพิ่มความสวยงามได้ไม่น้อย

Asus XG Station Pro จึงเหมาะกับเพื่อนที่ต้องการกล่องการ์ดจอแยกแรงๆที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ยังสามารถอัพเกรทกา์ดจอได้หลากหลายตามต้องการ รองรับทั้ง Mac และ Windows สามารถใช้งานได้ทั้งโน๊ตบุ๊ค พีซี หรือ NUC ที่มีพอร์ต Thunderbolt 3 อัพเกรทชีวิตให้ท่านใช้งานด้านกราฟิกและเล่นเกมได้อย่างไรขีดจำกัด

จุดเด่น

  • ขนาดกะทัดรัด ตัวเคสทำจากอะลูมิเนียม
  • ใส่การ์ดจอได้หลายขนาดตามต้องการ
  • กล่องสามารถเปิดเพื่ออัพเกรทและทำความสะอาดได้ง่าย
  • ไฟ RGB เพิ่มความสวยงาม

ข้อสังเกตุ

  • Adapter มีขนาดใหญ่มาก
  • กล่องจะมีความร้อนสูงขณะใช้งานหนัก
Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ถ้าใครมีสมาร์ทโฟนอยู่ในกระเป๋า ก็ต้องมีสายชาร์จ Type-C ติดตัวอยู่อย่างน้อย 1 เส้น ไว้ต่อพาวเวอร์แบงค์หรืออะแดปเตอร์เพื่อชาร์จแบตเตอรี่แน่นอน แต่สาย USB-C ก็ไม่ใช่แค่ชาร์จไฟได้เท่านั้น เพราะยังมีรุ่นสมรรถนะสูงแบบรองรับอินเทอร์เฟส Thunderbolt ซึ่งรวมอินเทอร์เฟส PCI Express ให้รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วทั้งรับส่งโอนไฟล์หรือต่อกับอุปกรณ์บางประเภทได้ รวมถึงใช้ต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูงแบบ DisplayPort รวมถึงใช้ชาร์จไฟแบบ DC ในตัว จึงเหมาะกับเจ้าของโน้ตบุ๊กทำงานรุ่นที่มีพอร์ตชื่อเดียวกันหรือ USB-C Full...

PR-News

ROG Rapture GT-BN98 Series และ ASUS ZenWiFi BN12 พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนตุลาคม ASUS ตอกย้ำความเป็นผู้นำในยุคเครือข่ายยุคใหม่ ประกาศวางจำหน่าย ROG Rapture GT-BN98 Series ในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นเราเตอร์ Quad-Band WiFi 8 ตัวแรกและตัวเดียวในโลกที่จะวางจำหน่ายผ่านหน้าร้าน ณ ขณะนี้...

PR-News

ROG 20 Years of Celebrate การร่วมมือกันระหว่าง ROG และ AIS ร่วมฉลองปีพิเศษของ ROG เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ AIS Siam โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ ชุดอุปกรณ์ ROG Edtion 20 ที่ให้แฟนๆ ROG...

Buyer's Guide

เกมมิ่งเมาส์ไร้สายกลายเป็นเกมมิ่งเกียร์มาตรฐานคู่กับเกมมิ่งคีย์บอร์ดแล้ว ปัจจุบันราคาก็ถูกลงมากจนมีเงินหลักร้อยหรือพันบาทต้นๆ ก็ซื้อมาใช้ได้แล้ว แถมเลือกวิธีเชื่อมต่อได้หลายแบบไม่ว่าจะใช้สาย USB-C ต่อใช้งานไปชาร์จไปจนเต็มแล้วถอดสายเปลี่ยนไปใช้ USB RF 2.4 GHz ไม่ให้สายมารั้งเกะกะเพื่อให้เล่นเกมสะดวกขึ้นแถมมีโหมด Bluetooth ให้ใช้เวลาทำงานเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการเชื่อมต่อแล้วเกมมิ่งเมาส์ไร้สายในยุคนี้ก็แข่งกันว่าใครจะลดน้ำหนักว่าลงไปได้เบาที่สุดเพื่อให้เกมเมอร์กวาดมือง่ายแล้วแขนล้าน้อยลงด้วย ซึ่งน้ำหนักในตอนนี้เบาสุดเพียง 35 กรัม ส่วนรุ่นทั่วไปจะยืนพื้นกันช่วง 50~80 กรัม ขึ้นอยู่ว่าผู้ผลิตใช้วัสดุอะไรมาขึ้นรูปเป็นบอดี้เมาส์เช่นกัน นอกจากฟีเจอร์ของเกมมิ่งเมาส์ไร้สายจากผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ แล้ว หากมีโอกาสได้จับเมาส์ตัวจริงสักครั้งไม่ว่าจะในงาน...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก