Connect with us

Hi, what are you looking for?

Other News

Huawei – เปิดตัว P20 มาพร้อมกล้องเทพ 3 ตัว มาพร้อมกับระบบ AI ช่วยประมวลผล สนนราคาที่ 25,000 – 81,000 บาท

และแล้วก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Huawei P20 สมาร์ทโฟนจากทาง Huawei ที่เป็นรุ่นรองท๊อป(เนื่องจากจริงๆ แล้วรุ่นท๊อปสุดของทาง Huawei น่าจะเป็นซีรีย์ Mate มากกว่า) โดยซีรีย์ P20 นั้นจะถูกแบ่งเป็น 2 รุ่นคือ P20 และ P20 Lite ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากรุ่น P10

และแล้วก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Huawei P20 สมาร์ทโฟนจากทาง Huawei ที่เป็นรุ่นรองท๊อป(เนื่องจากจริงๆ แล้วรุ่นท๊อปสุดของทาง Huawei น่าจะเป็นซีรีย์ Mate มากกว่า) โดยซีรีย์ P20 นั้นจะถูกแบ่งเป็น 2 รุ่นคือ P20 และ P20 Pro ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากรุ่น P10 เป็นอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องกล้องทางด้านหลังที่มีทั้งหมด 3 ตัว ทำงานแตกต่างกันไป อีกทั้งยังมีส่วนอื่นๆ ที่พัฒนาขึ้นจาก P10 อย่างมากมายครับ

huawei p20 pro 600

Advertisement

มาพูดกันถึงสิ่งที่ทำให้ P20 Pro นั้นแตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปในตลอดก่อนซึ่งนั่นก็คือการที่มันมาพร้อมกับกล้องหลังมากถึง 3 ตัว พร้อมด้วยวัสดุของตัวสมาร์ทโฟนที่เป็นวัสดุแบบสะท้อนเงาทำให้คุณสามารถใช้มันเป็นกระจกส่งตัวคุณเองได้(แต่นั่นก็ต้องแลกมากับการที่มันค่อนข้างจะเปื้อนรอยนิ้วได้ค่อนข้างง่ายเช่นเดียวกันครับ)

twarren 180306 2357 0013

twarren 180306 2357 0004twarren 180306 2357 0006

สำหรับกล้องตัวที่ 3 ทางด้านหลังที่ถูกเพิ่มขึ้นมานั้นจะมาพร้อมกับความละเอียดที่ระดับ 8 MP ทำงานเป็น optically stabilized telephoto camera ทำให้ตัวกล้องของ P20 Pro มีความสามารถในการซูมภาพแบบ 3x optical zoom หรือ a 5x hybrid zoom ตัวกล้องยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์เก็บข้อมูลสี 2 ตัวเช่นเดิมคือสีแบบ monochrome และสีตามปกติ โดยในส่วนของเซ็นเซอร์รับสีตามปกตินั้นจะมาพร้อมกับความละเอียดสูงถึง 40 MP ครับ

ด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพนั้น P20 Pro จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Light Fusion ซึ่งสามารถทำให้คุณถ่ายภาพที่ความละเอียดระดับ 10 MP ได้สว่างมากกว่าปกติเนื่องจากมีการเก็บรายละเอียดของจุด Pixel บนภาพแต่ละจุดจาก 4 adjacent pixels ซึ่งขนาดของเซ็นเซอร์นั้นจะอยู่ที่ 2 µm ซึ่งใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนที่เคยมีออกมาวางจำหน่ายครับ(อย่างไรแล้วเทคโนโลยีนี้ค่อนข้างจะไปคล้ายกับเทคโนโลยี “super pixels” ที่อยู่บน Nokia Lumia 1020 ครับ)

twarren 180306 2357 0035twarren 180306 2357 0029

ข้อเสียอย่างหนึ่งของการเพิ่มกล้องตัวที่ 3 เข้ามานี้นั้นก็คือการวางตัวในด้านดีไซน์ของมันนั้นดูจะไม่เข้าพวกกับกล้องทั้ง 2 ที่เคยมีมาในรุ่น P10(หรือรุ่นอื่นๆ ที่มาพร้อมกับกล้องคู่) นี่เลยเป็นสาเหตุให้ทาง Huawei เลือกที่จะไม่เพิ่มกล้องตัวที่ 3 เข้ามาบน P20 รุ่นธรรมดาเนื่องจากว่ามันจะทำให้ดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นไม่ประติดประต่อกันเพราะ ทาง Huawei นั้นเน้นเรื่องการดีไซน์สวยงามบน P20 รุ่นธรรมดามากกว่าแถมความหนาของ P20 Pro นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากรุ่น Pro มากนักคือหนาเพียงแค่ 7.8 mm ครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วตัวกล้องของ P20 นั้นไม่ได้มาพร้อมกับระบบกันสั่น OIS ครับ ซึ่ง ณ จุดนี้นั้นทาง Huawei ได้ทำการเพิ่มในส่วนของปัญญาประดิษฐ์อย่าง artificial intelligence stabilization (AIS) ที่ช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพให้สมจริงเข้ามาแทนโดยเจ้า AIS นั้นจะทำหน้าที่ในการตรวจจับวัตถุและวิเคราะห์รูปทรงของวัตถุนั้นๆ เพื่อนำมาคำนวนดูว่าตัววัตถุดังกล่าวอยู่ในเฟรมภาพแล้วควรจะเป็นอย่างไรครับ

twarren 180306 2357 0015

มาพูดถึงกล้องหน้ากันบ้างครับ สำหรับกล้องหน้าของ P20 นั้นจะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ความละเอียดที่ 24 MP พร้อมรองรับเทคโนโลยี Light Fusion ตัวกล้องจะวางตัวอยู่ทางด้านบนตรงกลางของตัวเครื่องใกล้ๆ กับช่องลำโพงสำหรับใช้ในการฟังเพื่อการสนทนา

สำหรับในส่วนของหน้าจอนั้น P20 Pro จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.1 นิ้วใช้พาเนลเป็น OLED ที่รองรับความละเอียดระดับ Full HD+ ส่วน P20 รุ่นธรรมดาจะมีหน้าจอที่เล็กกว่าคืออยู่ที่ 5.8 นิ้ว ใช้พาเนลเป็น LCD มาที่ความละเอียด Full HD+ เช่นเดียวกัน โดยถึงแม้จากรูปเราอาจจะเห็นได้ว่าดีไซน์ในส่วนของการวางกล้องหน้าของ P20 นั้นค่อนข้างที่จะคล้ายกับ iPhone X แต่ทว่า P20 นั้นก็ไม่ได้มาพร้อมกับระบบปล๊ดล๊อคหน้าจอด้วยใบหน้าที่ซับซ้อนเหมือนกับ iPhone X โดยผู้ใช้จะยังระบบปลดล๊อคหน้าจอด้วยใบหน้าได้อยู่แต่ก็ไม่ได้มีขั้นตอนวิธีที่ซับซ้อนเหมือน Face ID เพราะใช้แค่เพียงตัวกล้องเท่านั้นครับ

twarren 180306 2357 0012twarren 180306 2357 0010

ด้วยซอฟต์แวร์ที่ทาง Huawei ใส่มาบน P20 นั้นทำให้การแสดงผลในส่วนของแทบทางด้านบนนั้นดูเรียบขนานกันกับส่วนที่เป็นกล้องและลำโพงตรงกลางครับ ตรงจุดนี้นั้นถือได้ว่าทาง Huawie ทำได้ค่อนข้างดีเพราะเป็นการทำให้ไม่เสียพื้นที่ด้านข้างของตัวกล้องไปอย่างไร้ประโยชน์ แถมหน้าจอ OLED ของ P20 Pro นั้นยังดูแล้วสวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแสดงสีดำที่มันดำสนิทจริงๆ ครับ

twarren 180306 2357 0009twarren 180306 2357 0028

ทางด้านล่างของหน้าจอนั้นจะยังคงเห้นส่วนที่เป็นจุดสแกนลายนิ้วมืออยู่ครับ ทว่าในส่วนของปุ่มการควบคุมใช้งานต่างๆ อย่างปุ่มย้อนกลับ, Home และ Recent Apps นั้นจะถูกแสดงผลบนหน้าจอแทน ในจุดนี้นั้นอาจจะทำให้ผู้ใช้หลายๆ คนไม่ค่อยชอบเท่าไรเพราะหากจะใช้วิธีการปลดล๊อคด้วยลายนิ้วมือนั้นต้องแตะที่ด้านล่างของหน้าจอซึ่งมันไม่ง่ายเหมือนกับการแตะที่ด้านหลังครับ(อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลนะครับในจุดนี้)

เรื่องสเปคนั้นเรียกได้ว่าทาง Huawei จัดเต็มครับ ไม่ว่าจะเป็นการมาพร้อมกับชิปเซ็ท Kirin 970, หน่วยความจำขนาด 6 GB และแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh บน P20 Pro ส่วนรุ่น P20 ธรรมดานั้นจะถูกลดหน่วยความจำมาอยู่ที่ 4 GB และแบตเตอรี่มีขนาดอยู่ที่ 3,400 mAh เท่านั้น ทั้งนี้ทั้ง 2 รุ่นนั้นจะมาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลขนาด 128 GB ครับ

P20 ทั้ง 2 รุ่นนั้นยังมาพร้อมกับระบบ dual-SIM พร้อมทั้งยังมี IR blaster มาให้ด้วย แต่ทว่าช่องหูฟังขนาด 3.5 mm นั้นได้ถูกตัดออกไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งในจุดนี้นั้นทาง Huawei ได้แก้ไขด้วยการสนับสนุนให้ P20 ทั้ง 2 รุ่นนั้นรองรับการใช้งานกับชุดหูฟัง Bluetooth ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี LDAC เหมือนกับที่พบได้บน Mate 10 Pro โดยที่ตัวเครื่อง P20 ทั้ง 2 รุ่นนั้นจะวางจำหน่ายพร้อมกับระบบปฎิบัตการ Android 8.1 ตั้งแต่ออกมาจากโรงงานครับ

Huawei ได้เริ่มวางจำหน่าย P20 ทั้ง 2 รุ่นอย่างเป็นทางการแล้ว(ในบางประเทศและจะขยายเรื่อยๆ) โดย P20 รุ่นธรรมดาจะมีราคาอยู่ที่ €649 หรือประมาณ 25,000 บาท และในรุ่น P20 Pro จะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ €899 หรือประมาณ 35,000 บาท แต่เดียวก่อนครับหากท่านอยากได้รุ่นท๊อปพรีเมียมที่ไม่เหมือนใครล่ะก็ทาง Huawei ยังมีการปล่อยรุ่น Porsche Design ออกมาด้วยครับ

สำหรับ P20 Porsche Design นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6 นิ้วที่มีดีไซน์ตัวเครื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Porsche ความละเอียดของหน้าจอจะอยู่ที่ 2880 x 1440 pixels มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลสูงสุดที่ขนาด 512 GB วางจำหน่ายในราคา €2,095 หรือประมาณ 81,000 บาท ท่านใดอยากแตกต่างล่ะก็ยังมีเวลาเก็บเงินอีกเล็กน้อยเนื่องจากว่ารุ่น Porsche Design นั้นจะวางจำหน่ายในวันที่ 12 เมษายนนี้ครับ

ที่มา : theverge

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

มีหูฟังตัดเสียงรบกวนติดกระเป๋าเอาไว้สักตัว ฟังเพลงโปรดได้เพลินๆ ไม่ต้องโดนเสียงแทรก! หูฟังตัดเสียงรบกวนในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้หลายๆ คนหาซื้อหูฟังตัดเสียงมาฟังเพลงได้ง่าย ซึ่งถ้าใครชอบฟังเพลงตอนเเดินทางให้เข้าบรรยากาศหรือฟังเพลงที่ชอบให้ได้อารมณ์และสมาธิตอนทำงานในออฟฟิศก็น่าจะชื่นชอบหูฟังนี้ไม่น้อยAdvertisement ในตอนนี้ ถ้าจะหาหูฟังตัดเสียงดีๆ เอาไว้ทั้งฟังเพลงและโทรติดต่องานแล้วจะลงทุนซื้อของดีมาใช้จะได้อยู่กันยาวๆ ไม่ต้องเปลี่ยนอีกสักพักนั้น ในตอนนี้แบรนด์ชั้นนำผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ชั้นนำก็พากันเข็นหูฟัง True Wireless พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนราคาหลักพันต้นถึงปลายออกมาให้เลือกหลากหลายรุ่นพร้อมอัดฟีเจอร์ล้ำสมัยมาให้อีกเพียบ 5 หูฟังตัดเสียงรบกวนน่าโดน ตัดเสียงคม ฟังเพลงเพลิน หากจำกันได้ ผู้เขียนเองก็เคยแนะนำหูฟัง True Wireless...

PR-News

ใกล้ปี 2022 เข้ามาทุกที สิ่งที่หลายคนน่าจะกำลังเตรียมตัวรับปีหน้าฟ้าใหม่ (ถ้าไม่นับงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีกับแก็งค์) ก็คือการวางแผนชีวิตให้ “สมาร์ท” กว่าเดิม เพื่อพร้อมรับเรื่องราวและความท้าทายใหม่ๆ ในปี 2022 ไปจนกระทั่งการปรับตัวกับสถานการณ์ที่ยังคงต่อเนื่องมาจากปีนี้ด้วย แน่นอนว่าจะสมาร์ททั้งทีต้องมาพร้อมตัวช่วยเพื่อทุ่นแรงเรา และถ้าพกพาสะดวกใช้งานง่าย จะดีขึ้นไปอีกขั้น พูดมาขนาดนี้แล้ว น่าจะหนีไม่พ้นหนึ่งไอเท็มอย่าง “สมาร์ทวอทช์” ที่ติดตัวอยู่บนข้อมือเราไปได้ทุกแห่งหน ที่สมัยนี้มาพร้อมฟีเจอร์แบบจัดเต็มมากสำหรับทุกคน ช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายขึ้น และที่สำคัญสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ๆ คือฉลาดล้ำมาก ทั้งฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ช่วยให้ดูแลตัวเองได้ง่ายกว่าเดิม...

PR-News

มีคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้าน” เพราะบ้านคือสถานที่ของการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว จะดีแค่ไหนหากเราสามารถสร้างสีสันและเพิ่มความคึกคักให้กับบรรยากาศของพื้นที่แห่งความสุขนี้ให้มากยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถยกระดับความบันเทิงได้แบบครบและจบในดีไวซ์เดียว แน่นอนว่าเวลานี้ คงไม่มีอะไรที่ตอบโจทย์ได้ดีไปกว่า Beyond TV สมาร์ทวิชั่นที่หัวเว่ยเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปสดๆ ร้อนๆ อย่าง HUAWEI Vision S ซึ่งอัดแน่นด้วยคุณสมบัติและฟีเจอร์ที่เป็นได้มากกว่าสมาร์ททีวีทั่วไปในตลาด แถมยังจัดเต็มด้วยสเปคที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องการทำงานและเป็นศูนย์กลางความบันเทิงภายในบ้านอย่างแท้จริง ทั้งค่ารีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz ให้ภาพลื่นไหลไม่มีสะดุด พร้อมลำโพงที่ให้มาแบบจุใจถึง 4 ตัว...

Buyer's Guide

แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาทน่าใช้ ซื้อไว้ให้ลูกหลานเล่น หรือจะใช้เป็นเครื่องสำรองก็โอเคนะ แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาท สำหรับคนที่ต้องการแท็บเล็ตเอาไว้ใช้อ่านหนังสือหรือเป็นแท็บเล็ตให้ลูกใช้เล่นเกมหรือเรียนออนไลน์ทั่วๆ ไปไม่ใช่จะหาไม่ได้เสียทีเดียว เพราะจากบทความแท็บเล็ตราคาถูกที่รวมแท็บเล็ตจากจีนและแท็บเล็ตราคาถูกฉบับรวมผู้ผลิตหลากหลายชาติเอาไว้นั้นต้องถือว่าราคาอยู่ในเรทที่ถูกมากแล้ว แต่ถ้างบประมาณจำกัดจริงหรือคิดว่าไม่ต้องการซื้อเครื่องให้แพงกว่านี้ก็ยังพอหาซื้อได้แต่สเปคก็จะค่อนข้างจำกัดและคาดหวังความเร็วแรงหรือฟีเจอร์เทียบชั้นแท็บเล็ตหลักหมื่นก็คงไม่ตอบโจทย์เสียทีเดียวAdvertisement อย่างไรก็ตาม คนที่ต้องการแท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000 บาทมาใช้งานก็ยังมีตัวเลือกให้เลือกซื้ออยู่ แต่ก็จะมีไม่กี่รุ่นเท่านั้นและยังพอหาแบรนด์ชั้นนำอย่าง Lenovo หรือ HUAWEI มาใช้ได้อยู่แต่จะมีจำกัดรุ่นอยู่แต่ก็ยังหาซื้อได้เช่นกัน 5 แท็บเล็ตราคาไม่เกิน 5000...