Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

[Apple] ความจริงที่คุณควรรู้กับ “การเรียกค่าไถ่ของ Apple iCloud” อาจจะไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ป้องกันไว้ก็ดี

เมื่อไม่นานมานี้นั้นมีเรื่องที่น่าตกใจในวงการรักษาความปลอดภัยของไอทีเกิดขึ้นครับ เรื่องดังกล่าวนั้นก็คือการเรียกค่าไถ่ของกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีฐานอยู่ในลอนดอนชื่อกลุ่มว่า “Turkish Crime Family” ที่ยืนยันว่าได้ทำการแฮกข้อมูลของ Apple iCloud และมีข้อมูลการเข้าบัญชีของ iCloud อยู่ในมือมากกว่า 250 ล้านบัญชีครับ(เฉพาะช่วงนี้ซึ่งนั่นหมายความว่าในอนาคตอาจจะมีข้อมูลถูกแฮกเพิ่ม)

Turkish-Crime-Family 600 01

Advertisement

กลุ่มแฮกเกอร์ได้เรียกค่าไถ่ของบัญชีทั้งหมดไปยัง Apple เป็นเงินในรูปแบบของ bitcoin จำนวนหนึ่งโดยได้มีการขู่เอาไว้ด้วยว่าหากทาง Apple เมินเฉยต่อเรื่องนี้พวกเขาจะทำการรีเซ็ทรหัสผ่านของ iCloud จำนวนหนึ่งพร้อมกับการกระทำที่ผู้ใช้ iPhone ที่ซิงค์กับ iCloud ต้องเดือนร้อนกันแบบสุดๆ นั้นคือการทำ remotely wipe iPhones หรือล้างข้อมูลเครื่อง iPhone ที่ซิงค์กับ iCloud นั้นๆ ครับ

Apple ถูกกำหนดเส้นตายการจ่ายค่าไถ่ในวันที่ 7 เมษายนนี้ ทว่าในส่วนของทาง Apple นั้นได้ออกมาตอกกลับเรื่องดังกล่าวนี้ว่าบัญชี iCloud ที่ถูกกล่าวว่าโดนแฮกไปนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้โดนแฮกแต่อย่างใด โดยข้อมูลที่ได้หลุดออกไปนั้นเกิดขึ้นจากการใช้บริการของผู้พัฒนารายอื่นๆ ที่โดนบุกรุกไปก่อนหน้านี้ และทาง Apple เองนั้นก็ได้มีการตรวจสอบอย่างหนักเพื่อที่จะป้องกันข้อมูลการเข้าใช้บัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยอีกครับ

icloud-hack-600

ทว่าเรื่องดังกล่าวนี้นั้นมีจุดน่าสงสัยหลายตำแหน่งครับ ดังนั้นแล้วทาง ZDNet จึงได้ทำการสืบข้อมูลเองโดย ZDNet นั้นก็ได้รับข้อมูลบัญชี iCloud มาจากทางกลุ่มแฮกเกอร์ และทาง ZDNet ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าทั้ง 54 บัญชีนั้นเป็นบัญชีที่มีอยู่จริงโดยการทดสอบนั้นทำโดยใช้ฟังก์ชันการขอรีเซ็ทรหัสผ่านใหม่ครับ

บัญชีต่างๆ ที่ทาง ZDNet ได้มานั้นประกอบไปด้วยบัญชีที่เป็นของ “icloud.com” ซึ่งเริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ในปี 2011 และ “me.com” และ “mac.com” ที่เปิดใช้มาตั้งแต่ในปี 2000 ทั้งนี้ในรายชื่อบัญชีที่ทาง ZDNet ได้มากนั้นจะมีแค่เพียงอีเมลและรหัสซึ่งอยู่ในรูปของ plain-text passwords โดยแยกจากกันด้วยเครื่องหมาย “:”เท่านั้นครับ

two-factor authentication now protects iCloud backups 01 600

หลังจากนั้นแล้วทาง ZDNet ได้ทำการติดต่อกับเจ้าของบัญชีอีเมลนั้นๆ โดยตรงโดยได้มีการสอบถามว่ารหัสที่ทาง ZDNet ได้มานั้นเป็นขอจริงหรือไม่ ซึ่งผลก็คือมีหลายๆ บัญชีที่ไม่ได้เชื่อมต่อเอาไว้กับ iMessage แล้วซึ่งนั่นทำให้ทางผู้ใช้เหล่านี้นั้นไม่สามารถที่จะติดต่อไป ทว่าก็ยังมีผู้ใช้อีกกว่า 10 รายที่ได้ตอบกลับมาพร้อมกับยืนยันครับว่ารหัสถูกต้องและหลังจากที่มีการคุยกับ ZDNet แล้วพวกเขาก็เปลี่ยนรหัสทันทีครับ

ทางผู้ใข้ทั้ง 10 รายนั้นเป็นผู้ใช้ที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรแต่ก็มีการใช้งานอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ผู้ใช้ทั้งบางรายนั้นตั้งแต่ใช้งานมานั้นไม่เคยเปลี่ยนรหัสการใช้งานมาก่อนเลย ที่น่าแปลกก็คือทำไมทางกลุ่มแฮกเกอร์ถึงได้ส่งตัวอย่างที่เป็นผู้ใช้นอกสหรัฐอเมริกามาให้ ซึ่งทาง ZDNet ก็ได้ถามไปและได้รับคำตอบกลับมาว่าทางแฮกเกอร์นั้นได้จัดการข้อมูลบัญชีที่แฮกมาออกเป็นกลุ่มๆ แต่ไม่ได้บอกเหตุผลเอาไว้ครับว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น

หมายเหตุ – ซึ่งนั่นหมายความว่ากลุ่มแฮกเกอร์อาจจะมีข้อมูลของคนไทยอยู่ด้วย ดังนั้นแล้วท่านใดที่ใช้ iCloud อยู่นั้นควรรีบเปลี่ยนรหัสโดยเร็วจะเป็นการดีที่สุดครับ

You-will-miss-iCloud-backup(1)

จากการที่ข้อมูลดังกล่าวนั้นได้รับการยืนยันว่าได้มีการเปิดใช้งานมาตั้งแต่ iCloud เปิดตัวตั้งแต่ในปี 2011 และมีผู้ใช้หนึ่งรายที่บอกโดยตรงว่าเขาได้ทำการเปลี่ยนรหัสครั้งหนึ่งแล้วตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นแล้วตามช่วงเวลาที่ทางกลุ่มแฮกเกอร์นั้นบอกว่าข้อมูลทั้งหมดนั้นได้มาตั้งแต่ในช่วงปี 2011 – 2015 นั้นจึงเป็นไปไม่ได้ครับ(เพราะมีการเปลี่ยนรหัสไปในช่วงปี 2011 – 2013 แล้ว)

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือในจำนวนผู้ใช้ที่ทาง ZDNet ติดต่อได้ด้วยนั้นบางรายก็ใช้แค่ iPhone บางรายก็ใช้แค่ MacBook กับ iPad ซึ่งนั่นก็ทำให้น่าจะยืนยันได้อีกจุดหนึ่งที่ว่ารหัสที่ทางกลุ่มแฮกเกอร์ได้มานั้นไม่น่าจะครอบคลุมการทำการรีเซ็ทเครื่อง iPhone ผ่านทาง iCloud ได้เหมือนที่กลุ่มแฮกเกอร์ได้ยืนยันเอาไว้ก่อนหน้านี้ครับ

หมายเหตุ – แถมยั้งมีผู้ใช้จำนวน 3 รายที่บอกกับทาง ZDNet เอาไว้ว่าพวกเขาใช้อีเมลคนละบัญชีระหว่าง iCloud กับบริการของเว็บไซท์อื่นๆ ด้วยครับ

apple-open-ai-siri-on-iphone-7-600

แต่ครับแต่ มีผู้ใช้ 2 คนที่ยืนยันว่าพวกเขานั้นได้รับอีเมลเตือนว่ามีคนพยายามจะรีเซ็ทบัญชี iCloud ของพวกเข้าในช่วงที่ผ่านมา และหนึ่งในนั้นบอกว่ายังมีการได้รับอีเมลยืนยันการเข้าใช้งานของ Twitter ซึ่งตัวเขาเองใช้อีเมลและรหัสเดียวกันไว้กับ iCloud ซึ่งนั่นก็ไปตรงกับจุดที่แฮกเกอร์บอกเอาไว้ว่าจะทำการรีเซ็ทบัญชีของผู้ใช้ที่พวกเขามีข้อมูลอย่างที่ได้ยืนยันเอาไว้ครับ

ดังนั้นแล้วข้อมูลทั้งหมดก็สามารถที่จะสรุปได้ว่า ทางกลุ่มแฮกเกอร์นั้นมีข้อมูลการเข้าระบบของ iCloud อย่างที่พวกเขายืนยันไว้จริง ทว่าจำนวนข้อมูลทั้งหมดที่บอกเอาไว้นั้นอาจจะสามารถใช้ได้จริงไม่ถึง 250 ล้านบัญชีตามที่กลุ่มแฮกเกอร์ได้กล่าวอ้างไว้ และทางแฮกเกอร์นั้นเตรียมพร้อมที่จะเริ่มทำการรีเซ็ทบัญชีครับ

โดยสรุปแล้วนั้นเราอาจจะไม่สามารถตอบได้ครับว่าทางแฮกเกอร์ แฮกข้อมูลจากทาง iCloud จริงหรือไม่(แต่จากระยะเวลานั้นดูเหมือนกับไม่น่าจะจริงตามที่แฮกเกอร์กล่าวอ้าง) อย่างไรก็ตามแต่ครับเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมา ดังนั้นแล้วท่านใดที่ใช้ iCloud อยู่นั้นทางที่ดีรีบเปลี่ยนรหัสหรือทำการใช้งานการเข้าถึงแบบ 2 ขั้นตอนกันไว้ก่อนก็จะเป็นผลดีกว่าครับ

ที่มา : zdnet

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

กระแสข่าวเกี่ยวกับ MacBook OLED เดินหน้าเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังมีรายงานล่าสุดว่า Samsung Display ได้เริ่มเดินสายการผลิตพาเนล OLED สำหรับ MacBook Pro รุ่นใหม่แล้ว ขณะที่ Apple เองก็กำลังวางแผนเปลี่ยนผลิตภัณฑ์อีกหลายตระกูลมาใช้จอ OLED ภายในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ MacBook นับตั้งแต่ยุคเปลี่ยนมาใช้ Apple Silicon...

IT NEWS

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โลกเทคโนโลยีต่างพูดถึงความเร็วที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่าง Apple กับค่าย AI รายอื่น ฝั่งหนึ่งเร่งพัฒนา AI กันแบบก้าวกระโดด ขณะที่ Apple ถูกมองว่าเดินเกมช้ากว่าใครเพื่อน แต่ล่าสุดดูเหมือน “เต่าตัวนี้” จะหยิบไพ่ใบสำคัญขึ้นมาเล่น ด้วยการจับมือกับ Google และเลือกใช้โมเดล AI ตระกูล Gemini มาเป็นแกนหลักให้ Siri เวอร์ชันใหม่...

IT NEWS

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple และ NVIDIA แทบจะเดินกันคนละเส้นทางภายในโรงงานของ TSMC อย่างชัดเจน Apple เลือกใช้กระบวนการผลิตระดับล้ำสมัยของ TSMC สำหรับชิปตระกูล A และ M พร้อมแพ็กเกจแบบ InFO ที่เน้นความบางและประหยัดพลังงาน ขณะที่ NVIDIA โฟกัสไปที่แพ็กเกจแบบ CoWoS สำหรับ GPU และชิป...

IT NEWS

ท่ามกลางภาวะขาดแคลน DRAM ที่กำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก ล่าสุดมีรายงานว่า Samsung ได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ DRAM รายใหญ่ที่สุดของ Apple อย่างเป็นทางการ โดยครองสัดส่วนการจัดส่งสูงถึง 60–70% สำหรับ iPhone 17 ซีรีส์ และยังรวมไปถึง iPhone 18 รุ่นถัดไปที่เตรียมเปิดตัวในปีหน้า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ Apple จะเป็นบริษัทระดับมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก