Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

[Google] เข้าใกล้ “Skynet” มาอีกขั้น…เผยงานวิจัยปัญญาประดิษ (AI) ที่สามารถถอดรหัสข้อความได้ด้วยตัวเอง

หากจะบอกว่าโลกเรานั้นเริ่มพัฒนาเข้าสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นั้นก็คงจะไม่แปลกเท่าไรครับเพราะในทุกวันนี้นั้นเราสามารถที่จะพับเจอกัลปัญญาประดิษฐ์ได้ทุกวัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็ Siri หรือ Google Now

หากจะบอกว่าโลกเรานั้นเริ่มพัฒนาเข้าสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นั้นก็คงจะไม่แปลกเท่าไรครับเพราะในทุกวันนี้นั้นเราสามารถที่จะพับเจอกัลปัญญาประดิษฐ์ได้ทุกวัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็ Siri หรือ Google Now นี่แหละครับ ทุกท่านสังเกตไหมครับว่าตลอดเวลาที่มีการอัพเดทข้อมูลหรือข่าวของปัญญาประดิษฐ์เรามักจะพบเห็นว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นฉลาดมากขึ้นทุกวัน ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ทาง Google ได้ออกมาเปิดเผยงานวิจัยเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ว่าด้วยเรื่องที่ปัญญาประดิษฐ์ที่มาพร้อมกับความสามารถในการถอดรหัสข้อความได้ด้วยตัวเองครับ

google-brain-data2-ss-600

Advertisement

โครงการวิจัยดังกล่าวนี้เป็นโครงการหนึ่งจาก Google Brain deep learning project ซึ่งโครงการนี้นั้นดูแลโดยคุณ Martín Abadi และ David G. Andersen ซึ่งทำงานอยู่ใน Google โดยตรงครับ ตามที่ทั้งคู่ได้เผยนั้นโจทย์ของทั้งคู่คือต้องการที่จะพัฒนา AI ที่สามารถจะถอดรหัสข้อความ(อย่างง่าย) ได้ออกมา ทั้งนี้ในการพัฒนานั้นทั้งคู่ได้พัฒนา AI(ซึ่งเป็นเครือข่ายประสาทจำลอง) ขึ้นมาจำนวนทั้งสิ้น 3 ตัวโดยให้ชื่อว่า Alice, Bob และ Eve โดยในการทดสอบเป็นไปตามนี้ครับ

  • Alice ทำหน้าที่เป็น AI ที่ทำการสร้างข้อความพร้อมกับการเข้ารหัสเพื่อส่งไปให้ Bob ทำการถอดรหัสและอ่าน โดย Bob นั้นจะมีกุญแจสำหรับการไขรหัสข้อความนั้นออกมาเพื่ออ่านอยู่
  • Eve จะเป็น AI ที่คอยดักเอาชุดข้อความที่ถูกเข้ารหัสแล้วจากทาง Allice มาทำการถอดรหัสให้ได้ ทั้งนี้ Eve จะไม่รู้เลยว่าข้อความนั้นถูกเข้ารหัสมาจาก Alice ด้วยวิธีใด Eve จะต้องเป็นคนถอดรหัสเอาเอง
  • ในช่วงแรกของการทดสอบนั้นทาง Alice ได้ใช้วิธีการเข้าหรัสโดยการสลับตัวอักษรไปมาจากที่เป็นข้อความก็จะกลายเป็นข้อมูลที่ไม่มีความหมายใดๆ หากไม่ใช้คีย์การเข้ารหัส(ที่เรียกว่า cipher key) ซึ่ง Bob มีกุญแจนี้อยู่ทำการไขรหัสสลับตัวอักษรที่ถูกสลับให้กลับมาเป็นข้อความ
  • ในการทดสอบตั้งแต่ครั้งที่ 15,000 เป็นต้นไปพบว่า Alice เริ่มทำการเข้ารหัสด้วยวิธีการของตัวเองได้แล้ว(เรียกว่ามีกลยุทธ์ในการเข้ารหัสข้อความ) โดย Bob ยังสามารถที่จะถอดรหัสได้เช่นเดิมทั้งๆ ที่ในช่วงหลังนั้นไม่มีการส่งผ่านวิธีการถอดรหัสมาให้ยัง Bob ด้วย
  • อย่างไรก็ตามแต่ข้อความที่ถูกส่งมานั้นอยู่ในรูปแบบ bit(ตัวเลข 0 และ 1) จำนวนทั้งหมด 16 bit เรียงกันและจากความจริงที่ว่าในการเข้ารหัสแบบนี้นั้นขอแค่ทาง Eve สามารถเดา bit ครึ่งแรก(หรือ 8 bit แรก) ได้ที่เหลือ EVE ก็สามารถจะทำการถอดรหัสต่อเนื่องโดยการสุ่ม bit ที่เหลือซึ่งแน่นอนว่าในช่วงหลังนั้น Eve เองก็สามารถที่จะถอดรหัสดังกล่าวได้

จากการทดสอบนั้นสิ่งที่ได้ก็คือระบบการเรียนรู้ในระดับเครื่อง(หรือ machine learning) ที่ทางผู้ทำวัจัยออกแบบให้กับ AI ทั้ง 3 ตัวนั้นมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากว่า AI ทั้ง 3 โดยเฉพาะ Eve นั้นสามารถที่จะจัดการกับข้อมูลและสิ่งที่ต้องทำได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามแต่หลายๆ ท่านที่กลัวว่า AI จะแกร่งขนาด Skynet นั้นก็ไม่ต้องกลัวไปนะครับ(อย่างน้อยก็ในเวลานี้) เพราะว่าการเข้ารหัสของ Alice นั้นมนุษย์ไม่ได้รู้ด้วยประการใด แถมมันยังเป็นการเข้ารหัสง่ายๆ ที่มนุษย์เองถ้าดักจับข้อมูลได้ก็สามารถถอดรหัสได้เหมือนกัน

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่สิ่งที่ Alice, Bob และ Eve ถูกสร้างขึ้นมาให้ทำครับ ทว่าสิ่งที่เราควรต้องกลัวจากการทดลองนี้นั้นคือวิธีการติดต่อสื่อสารของ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดักจับข้อมูลของ Eve …. ไม่แน่ว่าในอนาคตเอาอาจจะได้เห็นไวรัสในรูปแบบ AI แล้วพัฒนาตัวเองจนกลายเป็น Skynet ของจริงก็เป็นได้ครับ

ที่มา : engadget

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 มีประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากในฝั่งเกมคอนโซล หลังมีการหยิบคำขอสิทธิบัตรของ Microsoft ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง โดยใจความสำคัญคือแนวคิดของระบบ AI ที่จะเข้ามาช่วยผู้เล่นเวลาติดด่าน ติดบอส หรือผ่านฉากบางช่วงไม่ได้ จนต้องหยุดเล่นแล้วออกไปหาแนวทางจากข้างนอก ประเด็นนี้น่าสนใจตรงที่สิทธิบัตรดังกล่าวไม่ได้พูดถึงแค่การให้คำแนะนำบนหน้าจอแบบเดิม แต่เป็นการออกแบบระบบที่ให้ “ผู้ช่วย” เข้ามารับช่วงการควบคุมเกมได้ชั่วคราว ซึ่งผู้ช่วยคนนั้นอาจเป็นผู้เล่นจริงที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อน หรืออาจเป็น AI ก็ได้ แนวคิดนี้จึงทำให้หลายคนมองว่า Microsoft กำลังลองคิดไกลกว่าระบบ hint...

IT NEWS

Google ประกาศปรับรอบการออกเวอร์ชันของ Chrome ครั้งใหญ่ โดยจะเปลี่ยนจากเดิมที่ออก milestone ใหม่ทุก 4 สัปดาห์ มาเป็นทุก 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ การแก้บั๊ก และการปรับปรุงประสิทธิภาพมาไวขึ้นกว่าที่เคย ขณะที่ฝั่งนักพัฒนาเว็บก็จะต้องปรับตัวกับจังหวะการอัปเดตที่เร็วขึ้นตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “เร่งปล่อยอัปเดต” แบบผิวเผิน แต่สะท้อนให้เห็นว่า Google...

IT NEWS

QuickLens กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงจากส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แต่สุดท้ายกลับถูกใช้เป็นช่องทางปล่อยมัลแวร์ใส่ผู้ใช้จริง ข่าวนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะ QuickLens ไม่ใช่ส่วนขยายเถื่อนที่เพิ่งโผล่มาแบบไร้ที่มา แต่เป็น extension ที่เคยใช้งานได้จริง มีผู้ใช้สะสมหลายพันราย และเคยได้รับความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งมาก่อน ประเด็นสำคัญคือ หลังจากตัวส่วนขยายเปลี่ยนมือ มันถูกอัปเดตจนกลายเป็นเครื่องมือโจมตีผู้ใช้เต็มรูปแบบ ทั้งการแสดงหน้าหลอกให้อัปเดตปลอมแบบ ClickFix การขโมยข้อมูลล็อกอิน การดักข้อมูลแบบฟอร์ม และการพยายามเข้าถึงกระเป๋าคริปโตหลายบริการในเครื่องของเหยื่อAdvertisement QuickLens คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับส่วนขยายตัวนี้ เดิมที...

IT NEWS

ใช้ AI กันมากขึ้น แต่ “ตัวเลข productivity” ยังไม่ขยับ แม้กระแส AI จะถูกคาดหวังให้เข้ามาช่วยทำงานเร็วขึ้น ลดต้นทุน และทำให้องค์กรมี productivity สูงขึ้น แต่ข้อมูลล่าสุดจากงานวิจัยของ National Bureau of Economic Research (NBER) ชี้ว่า ในโลกความเป็นจริง บริษัทจำนวนมาก...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก