Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

[Preview] สัมผัสแรกกับ MacBook Pro ในรุ่นที่ไม่มี Touch Bar จัดได้ว่าตัวแทน MacBook Air เลยก็ว่าได้

เปิดตัวออกมาแล้วกับ MacBook Pro ทั้งรุ่นหน้าจอขนาด 13 นิ้วและ 15 นิ้ว โดยจุดที่น่าจะทำให้หลายๆ ท่านสนใจ MacBook Pro รุ่นใหม่นั้นก็คือ Touch Bar ที่มีการใช้งานค่อนข้างจะแปลกใหม่ไปจากเดิมครับ อย่างไรก็ตามแต่แล้วหากท่านได้มีโอกาสแวะเวียนเข้าไปที่หน้าเว็บ Apple Store แล้วหล่ะก็น่าจะพอเห็นว่าจะมี MacBook Pro รุ่นขนาดจอ 13 นิ้วที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar ด้วย แน่นอนว่าราคาของรุ่นที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar นั้นจะค่อนข้างต่ำกว่ารุ่นที่มี Touch Bar พอสมควร วันนี้เรามาดูกันดีกว่า MacBook Pro รุ่นที่ไม่มี Touch Bar จะน่าใช้งานแค่ไหนครับ

macbook-pro-without-touch-bar-600-01-e

Advertisement

MacBook Pro รุ่นที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar นั้นก็ได้รับการรีเฟรชมาเช่นเดียวกัน ดังนั้นแล้วภาพลักษณ์ภายนอกจึงไม่ได้แตกต่างไปจาก MacBook Pro รุ่นที่มาพร้อมกับ Touch Bar ขนาดหน้าจอ 13 นิ้วเลยครับ มันยังคงมีความบางแหละน้ำหนักเบาเหมือนกับ MacBook Air ที่น้ำหนักนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1.36 kg เท่านั้นและในส่วนของขนาดตัวเครื่องนั้นก็ดูเล็กว่า MacBook Air รุ่นเก่าพอควรเลยทีเดียว ทั้งนี้จุดที่ MacBook Pro รขนาดจอ 13 นิ้วที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar นั้นเหมือนกับรุ่นที่มาพร้อมกับ Touch Bar ก็คือคีย์บอร์ดและ Touch Pad ที่ดีไซน์มาใหม่ครับ

macbook-pro-without-touch-bar-600-02

macbook-pro-without-touch-bar-600-03

จุดที่แตกต่างกันระหว่างรุ่นที่มี Touch Bar และรุ่นที่ไม่มี Touch Bar ที่เห็นได้ชัดเจนจุดหนึ่งนั้นก็คือการโดนตัดพอร์ตการเชื่อมต่อแบบมีสายไปจากในรุ่นที่มี Touch Bar ครับ โดย MacBook Pro รุ่นที่ไม่มี Touch Bar นั้นและถือว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นนั้นจะมาพร้อมกับพอร์ต Thunderbolt 3 เพียง 2 พอร์ตเท่านั้น(อย่างไรก็ตามจะมีรุ่นที่ไม่มี Touch Bar แต่มาพร้อมกับพอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 3 พอร์ตและสเปคในส่วนอื่นที่สูงขึ้นวางจำหน่ายด้วยโดยราคาจะต่างกับรุ่นเริ่มต้นที่ 7,000 บาทครับ)

macbook-pro-without-touch-bar-600-04

MacBook Pro 2016 13″ without Touch Bar : MacBook Air 

เมื่อทำการเปรียบเทียบระหว่าง MacBook Pro 2016 13″ ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar กับ MacBook Air รุ่นเก่า(ตามภาพด้านบน) แล้วนั้นจะเห็นได้ชัดเจนเลยครับว่า MacBook Pro 2016 13″ ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar เล็กกว่า MacBook Air ค่อนข้างจะมาตั้งแต่ส่วนของจอที่เห็นได้ชัดเจนว่าขอบของหน้าจอMacBook Pro 2016 13″ ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar นั้นจะหน้าน้อยลง คีย์บอร์ดที่ดีไซน์มาใหม่นั้นก็เล็กกว่าเดิม จะเว้นก็แต่ในส่วนของ Touch Pad ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อการใช้งานที่สะดวกกว่าเดิมครับ

นอกจากเรื่องของขนาดที่เล็กกว่าแล้วนั้น MacBook Pro 2016 13″ ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar ก็มีน้ำหนักที่เล็กกว่า MacBook Air รุ่นเก่าด้วย แต่ในส่วนของน้ำหนักนั้นไม่ได้ต่างกันมากจนถึงกับรู้สึกได้เพราะมันต่างกันเพียง 0.027 kg เท่านั้นเรียกได้ว่าน้อยมากๆ อย่างไรก็ตามเรื่องน้ำหนักนี้หากไปแข่งกับผู้ผลิตรายอื่นอย่าง Dell XPS 13 นั้นทาง MacBook Pro 2016 13″ ก็สูสีกันหล่ะครับ ตรงจุดนี้ทำให้เราเห็นได้ครับว่าโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13 นิ้วในระดับบนนั้นเริ่มจะมีน้ำหนักต่ำกว่า 1.36 kg แล้วทั้งนั้นครับ

macbook-pro-without-touch-bar-600-05

เรื่องความหนาของตัวเครื่องนั้นเป็นอีกจุดหนึ่งที่ MacBook Pro 2016 13″ ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar ทำได้ดีกว่า MacBook Air ครับเพราะความหนาของมันนั้นอยู่ที่ 14.9 mm เท่านั้นเรียกได้ว่าบางกว่า MacBook Air ถึง 12% แถมการดีไซน์นั้นโดยรวมแล้ว MacBook Pro 2016 13″ ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar ก็ไม่ได้ดูแล้วอึดอัดยัดเยียดเหมือนกับที่เป็นบน MacBook Air ตรงนี้ต้องยกข้อดูให้กับทีมออกแบบที่ถึงแม้ว่า  MacBook Pro 2016 13″ ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar จะมีความบางกว่าและขนาดเล็กกว่าทว่าเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของมันนั้นมีประสิทธิภาพดีกว่า MacBook Air ครับ

หมายเหตุ – แต่ข้อเสียหลักๆ ที่สังเกตได้เลยก็คือ MacBook Pro รุ่น 2016 ถูกละทิ้งพอร์ตเชื่อมต่อแบบเก่าอย่างเช่น USB 2.0 หรือ USB 3.0 ไปทั้งหมดเลยและให้มาเฉพาะพอร์ตรุ่นใหม่อย่าง Thunderbolt 3 ที่มีขนาดบางกว่า ดังนั้นแล้วตรงนี้จึงไม่น่าแปลกใจมากเท่าไรนักที่ MacBook Pro 2016 13″ จะมาพร้อมกับความบางและเบากว่า MacBook Air รุ่นเก่าครับ

หมายเหตุ  2 – ความลำบากของผู้ใช้งานอีกอย่างที่ต้องคำนึงก่อนจะซื้อ MacBook Pro 2016 ทุกรุ่นนั้นก็คือคุณจะต้องซื้อ Dongle ทำหลับเปลี่ยนจากพอร์ต Thunderbolt 3 ไปเป็นพอร์ตรุ่นเก่าอื่นๆ(อย่างเช่น USB 2.0 หรือ 3.0) เพื่อจะใช้งานด้วยเพราะว่า Dongle นั้นทาง Apple ไม่ได้แถมมาให้เพราะฉะนั้นท่านที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ MacBook Pro 2016 ทุกรุ่นนั้นคุณต้องเตรียมงบตรงนี้ไว้ด้วยนะครับ

macbook-pro-without-touch-bar-600-06

สำหรับรูปลักษณะภาพนอกของ MacBook Pro 2016 นั้นเมื่อดูโดยรวมแล้วค่อนข้างที่จะให้ความรู้สึกเหมือนกับ MacBook Pro รุ่นเก่าครับ ไม่ว่าจะวัสดุรูปแบบ unibody aluminum หรือการมาพร้อมกับสีที่วางจำหน่าย 2 สีอย่าง silver และ space gray นั้น รูปลักษณ์ภาพนอกของมันจึงดูไม่ค่อยจะต่างจากเดิมเท่าไร หากไม่สังเกตกันจริงๆ(หรือเอามาวางเทียบกัน) ก็คงจะไม่สามารถมองออกได้แบบทันทีทันใด ความรู้สึกที่คุณจะสัมผัสได้ว่ามีความแตกต่างระหว่าง MacBook Pro รุ่นเก่ากับรุ่น 2016 13″ ไม่มี Touch Bar ก็คือเมื่อมีการเปิดใช้เครื่องดังนี้ครับ

  • ส่วนของหน้าจอ MacBook Pro 2016 13″ ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar นั้นถึงแม้จะมาพร้อมกับความละเอียด  2,560 x 1,600 pixel เท่าเดิม แต่ทว่าตัวหน้าจอนั้นจะมาพร้อมกับความสวางมากกว่าเดิมคือเพิ่มขึ้นเป็น 500 nits ซึ่งมากกว่าเดิมถึง 67% และในส่วนของ contrast นั้นก็เพิ่มมากขึ้นถึง 67% ทำให้สามารถแสดงสีสันได้มากกว่าเดิม 25% ครับ
  • ส่วนของคีย์บอร์ดที่ไม่มี Touch Bar ทำให้เมื่อเปิดขึ้นดูนั้นคุณจะยังเห็นปุ่ม Esc และ FN รวมถึงปุ่มปรับลดความส่วางของหน้าจอและเสียงเหมือนเดิม(เพิ่มเติมคือมีการจัดเรียงที่ไม่เหมือนเดิม) และเมื่อคุณกดลงไปบนแป้นคีย์บอร์ดนั้นคุณจะพบว่ามีความรู้สึกเปลี่ยนไปเพราะทาง Apple ได้ใช้ปุ่มคีย์บอร์ดแบบ “butterfly” mechanism เหมือนกับที่ใช้บน MacBook 12″ ครับ

macbook-pro-without-touch-bar-600-07

ถามว่า MacBook Pro 2016 13″ รุ่นเริ่มต้นที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar นั้นน่าใช้ไหม ส่วนหนึ่งบอกได้เลยครับว่ามันยังคงน่าใช้งานอยู่แล้วสามารถที่จะใช้ชื่ออยู่ในรุ่น Pro ได้อย่างไม่ยากเย็นนั้นเพราะส่วนขององค์ประกอบอื่นๆ ของมันนั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับ MacBook Pro 2016 ที่มาพร้อมกับ Touch Bar แต่ถ้าคุณงบถึงแล้วหล่ะก็ MacBook Pro 2016 ที่มาพร้อมกับ Touch Bar ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่คุณจะตัดสินใจเลือกใช้

และจากการเปลี่ยนเทียบ MacBook Pro 2016 13″ รุ่นเริ่มต้นที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar กับ MacBook Air ตามที่ได้กว่าไปแล้วนั้น มีความเป็นไปได้เหลือเกินครับว่าทาง Apple อาจจะละทิ้ง MacBook ในซีรีส์ Air ไปจริงๆ ที่เหลือก็คงต้องรอดูหล่ะครับว่าทาง Apple จะทิ้ง MacBook Air ตามที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่

ที่มา : engadget

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ไม่ว่าจะซื้อ iPad รุ่นใดราคาแพงแค่ไหนมาใช้ก็ตาม แทบทุกคนต้องหาซื้อเคสไอแพดดีๆ สักชิ้นมาใส่ป้องกันเครื่องและเก็บ Apple Pencil เอาไว้ด้วยกันให้หยิบใช้ได้ง่ายและเก็บเป็นที่ จะได้ไม่เผลอลืมทิ้งไว้ไหนแล้วหาไม่เจอจนต้องซื้อใหม่ แถมเสริมขอบยางกันกระแทกมาให้เวลาเผลอทำเครื่องตกพื้นโดยไม่ตั้งใจก็ยังทนได้ไม่เกิดริ้วรอย, จอแตกเสียหายหรือบิดเสียรูป แถมนอกจากปกป้องเครื่องได้ดีแล้ว เคสไอแพดของแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวต่างกันไปไม่ว่าจะมีสีหรือรองรับ iPad หลายรุ่นตั้งแต่เก่าไปจนใหม่, ตั้งเครื่องได้ไม่ว่าจะตั้งหรือนอนจนถึงยกเครื่องให้สูงขึ้นพอระดับสายตาให้ทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะถ้าใครต้องนั่งตอบเมล์หรือเซ็นเอกสารบ่อยๆ ก็ต้องถูกใจแน่นอน เลือกเคสไอแพดอย่างไรดีถึงจบคุ้มค่า? เคสไอแพด 7 รุ่นน่าใช้ ใส่แล้วปกป้องเครื่องได้ดีทนทานแน่นอน! 1....

Buyer's Guide

เวลาจะซื้อของใช้ชิ้นใหม่สักชิ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ไอทีอย่างแท็บเล็ตซึ่งหลายคนก็หวังอยากซื้อครั้งเดียวจบใช้งานได้รอบด้านจนสงสัยว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดี เพราะตอนนี้มีตัวเลือกเยอะมากจนตัดสินใจไม่ถูก ซึ่งอันที่จริงหากเริ่มกำหนดโจทย์ว่าเรากำลังจะซื้อเครื่องนี้ไปทำอะไรบ้างและเงื่อนไขสำคัญอีกสัก 2~3 เรื่อง ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นแล้วตัดตัวรองออกไปได้หลายตัวจนเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นหรือได้คำตอบในทันทีก็เป็นไปได้ และอาจจะไม่ต้องจ่ายแพงอย่างที่คิดด้วย นอกจากวิธีเลือกแท็บเล็ตทั่วไปอย่างดูขนาดหน้าจอให้พอดีแล้วดูว่าชิปเซ็ตว่าได้รุ่นไหนแล้ว ก็มีประเด็นอย่างการทำงานร่วม Ecosystem และการใช้ Keyboard cover และสไตลัสทำงานได้หรือเปล่า? ซึ่งอย่างหลังนี้ถ้าใครจะใช้แท็บเล็ตทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊กแล้วใช้อุปกรณ์เสริมคู่นี้ได้ก็จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอนAdvertisement เลือกแท็บเล็ตรุ่นไหนดีถึงจะตอบโจทย์การใช้งานของเรากันนะ? 5 แท็บเล็ตรุ่นไหนดี สเปคแรงน่าใช้ถูกใจเกมเมอร์และครีเอเตอร์ 1. Xiaomi Pad Mini...

Buyer's Guide

ในยุคนี้เมื่อหลายคนหันมาดูแลสุขภาพออกกำลังกายอย่างจริงจังแล้วต่างก็มีสมาร์ทว็อชติดตัวไว้คนละเรือนและ Apple Watch ก็เป็นตัวเลือกแรกๆ ในใจหลายคน โดยเฉพาะผู้ใช้ iPhone ซึ่งตอนนี้ก็แยกเป็นรุ่น SE เพื่อคนมีงบประมาณจำกัดแล้วยังได้ฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วนไว้ใช้งาน หรือเป็น Series 11~12 ก็จะได้ฟีเจอร์และฮาร์ดแวร์ใหม่ล่าสุดให้เช็คสุขภาพผู้สวมใส่ได้ดีขึ้น แล้วปิดท้ายด้วย Ultra series สมาร์ทว็อชรุ่นเรือธงเพื่อสายกีฬาและสุขภาพรักการวิ่งออกกำลังกายและเข้ายิมแล้ว ถ้าชอบกิจกรรม Outdoor และ Extreme ต่างๆ ยิ่งเหมาะสมมาก...

Special Story

เดือนกันยายนของทุกปีหลังจากงานเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว ก็จะมีภาพผู้คนไปเข้าคิวเต็มหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายเพื่อจองหรือซื้อ iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง iPhone 18 Pro series ด้วย แต่ปีนี้นอกจากไปจองสินค้าหน้าร้านตามปกติแล้วก็ทำผ่านหน้าเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มร้านค้าได้ จึงไม่ต้องไปเข้าคิวให้เสียเวลาหลายชั่วโมงแล้ว และเมื่อถึงคิวสั่งจอง iPhone Duo ก็คาดว่าจะใช้วิธีเดียวกันนี้อย่างแน่นอนเพื่อให้สั่งจองได้สะดวกและลดความแออัดหน้าร้านไปได้มาก อย่างไรก็ตามถ้ามีเงินพร้อมใช้จ่ายไม่ขาดมือแล้ว การเปลี่ยน iPhone ทุกปีตามเทรนด์เพื่อให้ได้สัมผัสเทคโนโลยีใหม่เสมอก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ไม่คุ้มค่านักเพราะมือถือช่วงหลายปีนี้ไม่ได้ยกเครื่องเปลี่ยนฟีเจอร์ใหม่มากจนรู้สึกถึงข้อแตกต่างได้ชัดเจน ดังนั้นการใช้ iPhone ไปราว...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก