Connect with us

Hi, what are you looking for?

Accessories review

[Review] HyperX Cloud Stringer ตอบโจทย์เกม เอฟเฟกต์แน่น ใส่สบาย ดีไซน์ลงตัว

เกมเมอร์หลายคนใส่ใจเรื่องของภาพและเสียง ไม่แพ้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ที่ใช้เลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะกับเกมแนวแอ็คชั่น FPS หรือเกมที่ค่อนข้างต้องใช้เสียงเป็นตัวบอก ระยะทิศทาง

เกมเมอร์หลายคนใส่ใจเรื่องของภาพและเสียง ไม่แพ้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ที่ใช้เลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะกับเกมแนวแอ็คชั่น FPS หรือเกมที่ค่อนข้างต้องใช้เสียงเป็นตัวบอก ระยะทิศทาง เพื่อให้ทันเกมฝ่ายศัตรูหรือชิงความได้เปรียบได้มากกว่า หูฟังเล่นเกมที่ดี ก็มีส่วนในการชี้วัดผลการแข่งขันได้เช่นเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมทุกวันนี้เกมเมอร์มืออาชีพจะใส่ใจในเรื่องของเสียง ไม่น้อยไปกว่าเกมมิ่งเกียร์อื่นๆ

hyperx-cloud-stinger-1

Advertisement

HyperX Cloud Stringer น้องเล็กในซีรีส์ Cloud ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์มือใหม่หรือเริ่มต้นกับหูฟังเล่นเกม ด้วยการออกแบบที่ดูจะล้ำสมัย สะดุดตามากกว่าบรรดารุ่นพี่ที่ไม่ว่าจะเป็น Cloud Core หรือ Cloud II ก็ตาม ด้วยการเสริมเหลี่ยมมุมเข้าไปให้ดูแตกต่าง ขนาดกระทัดรัดและมีน้ำหนักเบากว่าหูฟัง HyperX series ด้วยกัน แต่ยังคงคุณสมบัติที่สำคัญต่างๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ไดเวอร์ที่เป็นตัวขับ 50มม ในแบบนีโอไดเมียม เช่นเดียวกับครอบหูฟังที่เป็นเมมโมรีโฟม ที่ใส่สบายหู ที่ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมนานๆ พร้อมลูกเล่นที่จัดมาให้สามารถใช้งานได้สะดวก เช่น ไมโครโฟนที่ตัดเสียงรบกวนได้ดี และสายต่อพ่วงที่ช่วยยืดระยะให้ห่างจากโต๊ะได้มากขึ้น เพื่อให้เกมเมอร์ได้ออกแอ็คชั่นกันอย่างสนุกสนาน

คุณสมบัติ HyperX Cloud Stringer:

หูฟัง:

  • ไดเวอร์: ไดนามิก, 50มม พร้อมกับแม่เหล็กนีโอไดเมียม
  • ประเภท: ครอบหูขนาดใหญ่, ปิดด้านหลัง
  • การตอบสนองความถี่: 18Hz–23,000 Hz
  • ความต้านทาน: 30 Ω
  • ระดับความดันเสียง: 102 ± 3dBSPL/mW at 1kHz
  • H.D.: ≦ 2%
  • พลังไฟขาเข้า: Rated 30mW, Maximum 500mW
  • น้ำหนัก: 274 กรัม
  • ความยาวสายและประเภท: หูฟัง (1.3ม.) + สายต่อแบบ Y (1.7ม.)
  • การเชื่อมต่อ: ปลั๊กหูฟัง – 3.5มม (4 pole) + สายต่อ – 3.5มม สเตอริโอและปลั๊กไมโครโฟน

ไมโครโฟน:

  • วัสดุ: ไมโครโฟนอิเล็กทริกคอนเดนเซอร์
  • รูปแบบโพลาร์: ทางเดียว, ตัดเสียงรบกวน
  • การตอบสนองความถี่: 50Hz–18,000 Hz
  • ความไวเสียง: -40dBV (0dB=1V/Pa,1kHz)

แกะกล่อง

hyperx-cloud-stinger-1

หน้าตาของกล่องยังคงได้อารมณ์ของ HyperX Gaming แบบเต็มๆ ด้วยโทนสีดำแดง ดูดุดัน รวมถึงภาพของหูฟัง Cloud Stringer ให้เห็นกันอย่างชัดเจน

hyperx-cloud-stinger-2

hyperx-cloud-stinger-3

ด้านหลังบอกข้อมูลและรายละเอียดเบื้องต้นที่เป็นองค์ประกอบต่างๆ ของหูฟัง ที่ทำเหมือนกันมาแบบรุ่นต่อรุ่น ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจได้ส่วนหนึ่ง

hyperx-cloud-stinger-4

เมื่อเปิดกล่องออกมา จะเห็น Cloud Stringer วางอยู่ภายในอย่างเรียบร้อย กับโลโก้สีแดงโดดเด่น ซึ่งสกรีนอยู่บนหูฟังทั้งสองด้าน

hyperx-cloud-stinger-5

hyperx-cloud-stinger-6

เมื่อเปิดฟองน้ำออกมา นอกจากตัวหูฟัง ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ จัดเตรียมมาให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น สายต่อเพิ่มความยาวและคู่มือการใช้งาน

รูปลักษณ์และการใช้งาน

hyperx-cloud-stinger-7

สำหรับตัวหูฟังมาในโทนสีดำเข้ม โดยสกรีน HyperX สีแดงที่ครอบหูฟัง โดยที่องค์ประกอบต่างๆ ส่วนใหญ่ จะเป็นการติดตั้งอยู่บนตัวหูฟัง ไม่สามารถแยกได้

hyperx-cloud-stinger-9

ครอบหูฟังด้านบนเป็นพลาสติกสีดำให้ความยืดหยุ่นได้ในระดับหนึ่ง พร้อมโลโก้ HyperX ซึ่งความแข็งแรงนี้ ช่วยให้หนีบเข้ากับศีรษะได้แน่นขึ้น บางคนที่หัวเล็กหน่อยน่าจะชอบ เพราะแรงหนีบทำให้กระชับยิ่งขึ้น ส่วนด้านล่างจะเป็นฟองน้ำสำหรับรองศีรษะ พร้อมหุ้มหนัง ให้ความนุ่มนวลได้ดีทีเดียว

hyperx-cloud-stinger-10

ครอบหูฟังด้านขวามาในสไตล์ที่ดูเกมมิ่งมากยิ่งขึ้น กับเส้นสายที่มีเหลี่ยมคม พร้อมโลโก้ HyperX สีแดงสด ครอบหูฟังนี้ปรับหมุนได้ 90 องศา เพื่อให้เข้ากับสภาพของศีรษะแต่ละบุคคล อย่างน้อยก็ไม่ทำให้รู้สึกรำคาญ เหมือนโดนบีบ ด้านล่างเป็นตัวปรับระดับเสียง เพิ่ม-ลดเสียงได้จากตัวหูฟัง

hyperx-cloud-stinger-11

หูฟังด้านซ้าย มาพร้อมไมโครโฟนคุณภาพดีทีเดียว สามารถตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ ให้ความคมชัดในการสนทนาขณะเล่นเกมได้ดี ช่วยให้การสื่อสารระหว่างทีมด้วยกันทำได้ดียิ่งขึ้น ส่วนสายสัญญาณเชื่อมต่อกับหูฟังแบบตายตัว ถอดไม่ได้ การจัดเก็บก็คงต้องดูแลกันนิดหน่อย เพราะจะได้ถนอมการใช้งานได้นานๆ

hyperx-cloud-stinger-16

hyperx-cloud-stinger-12 hyperx-cloud-stinger-17

ไมโครโฟนสามารถปรับได้ใน 2 ทิศทางคือ ขึ้น-ลงและซ้าย-ขวา จุดเด่นอยู่ที่ระบบตัดเสียงรบกวน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับการเล่นกันเป็นทีม หรือเล่นในร้านที่มีคนจำนวนมาก เสียงรบกวนที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อยมาก ทำให้การสื่อสารระหว่างกันทำได้ดีขึ้น จึงทำให้การงอได้มากน้อย เพื่อให้ใกล้ปากมากที่สุด ไม่ได้จำเป็นต่อผู้ใช้ ด้วยระบบสวิทช์ที่ตัดการทำงานทันทีที่ยกขึ้น ก็ปิดการเชื่อมต่อได้ในทันที

hyperx-cloud-stinger-13

hyperx-cloud-stinger-14

ตัวปรับเลื่อนเป็นรางโลหะ ซึ่งมีชิ้นพลาสติดลักษณะขั้นบันได เพื่อให้เลื่อนทีละระดับได้ง่ายขึ้น ตัวรางค่อนข้างแน่นหนา ส่วนหนึ่งน่าจะเพื่อให้เกิดความกระชับขณะสวมใส่ แต่ก็เป็นผลให้เวลาที่เราสวมใส่ไปแล้ว จะปรับเลื่อน ก็ทำได้ยากอยู่เหมือนกัน

hyperx-cloud-stinger-15

ครอบหูฟังด้านในที่ปิดตัวขับขนาด 50มม เอาไว้นี้ HyperX ยังเลือกที่จะใช้เมมโมรีโฟมหุ้มหนังมาใช้บน Cloud Stringer นี้ เพื่อความนุ่มนวลในการสวมใส่และกระชับใบหูมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มาก อาจจะทำให้ไม่ครอบหูครบทั้งหมด การใช้เมมโมรีโฟม จึงช่วยให้สบายหูมากขึ้น

hyperx-cloud-stinger-18

สายต่อมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน ทั้งในส่วนของหูฟังและไมโครโฟน เพื่อขยายระยะการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

hyperx-cloud-stinger-19

สายสัญญาณเป็นแบบหุ้มยาง ไม่ได้เป็นแบบสายถัก ความยาว 1.7 เมตร เมื่อรวมกับสายจากหูฟังแล้วจะยาวได้ถึง 3 เมตร สามารถต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คได้สบาย โดยเฉพาะคนที่เล่นกับจอภาพขนาดใหญ่ ต้องร่นระยะออกมาจากจอ ความยาวระดับนี้ช่วยได้มากทีเดียว

Conclusion

hyperx-cloud-stinger-20

ถ้ามองกันที่ภาพรวมในการออกแบบ ต้องบอกว่า HyperX มีพัฒนาการสำหรับหูฟังเกมมิ่งมากขึ้นทุกขณะ และปรับให้รับกับกลุ่มผู้ใช้ในระดับต่างๆ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะ Cloud Stringer ดูจะเป็นการออกแบบให้กระชับขึ้น ตั้งแต่ขนาด วัสดุและลูกเล่น ที่พยายามจบทุกส่วนในตัว  และเน้นไปที่กลุ่มเกมเมอร์ระดับต้นๆ หรือไม่ชอบความยุ่งยาก สังเกตได้ว่าทุกสิ่งถูกติดตั้งลงไปบนหูฟังทั้งหมด ถอดไม่ได้ ทั้งสายสัญญาณและไมโครโฟน จึงทำให้ลดขั้นตอนหรือชิ้นส่วนต่างๆ ลง เช่นเดียวกับน้ำหนัก ที่แม้ว่าจะเป็นโครงสร้างที่ถูกถ่ายแรงลงบนศีรษะโดยตรง  ไม่กระจายน้ำหนักเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่น้ำหนักที่น้อย ฟองน้ำที่รองศีรษะมีความหนา ก็ทำให้ใส่สบายหู จากที่ลองใช้เล่นเกมและดูหนังเป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกที่สบายกว่า Cloud รุ่นที่ผ่านๆ มา

ในเรื่องของคุณภาพเสียง เช่นใน Battlefield 1 ให้เสียงกลางดีกลมกลืนและแน่นในระดับหนึ่ง เอฟเฟกต์ต่างๆ ยังเก็บรายละเอียดได้พอใช้ ส่วนที่ได้มาเพิ่มคือ ทิศทางของเสียง และเสียงสนทนาของตัวละครที่ชัดเจน เสียงการใช้อาวุธแทงไปที่ศัตรูจนเลือดสาดกระจายชัดจนรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ เช่นเดียวกับเวลาที่เดินเข้าไปในฉากที่เป็นพื้นไม้ในบ้าน มีเสียงไม้กระดานลั่นอยู่ด้วย แต่เสียงเครื่องยนต์ของรถถังเล็ก และปืนใหญ่ที่กระหน่ำเข้าไปนั้น ยังไม่เต็มอิ่มนัก เหมือน เช่นเดียวกับใน The Crew ที่เสียงของรถที่แข่ง ขาดพลังไปบ้าง แต่ได้รายละเอียดของรถข้างๆ และเสียงยางบดลงไปบนถนนชัดเจนยิ่งกว่า ซึ่งถ้าใครที่เป็นแฟนเกมแนวหลอน เช่น Dead by Daylight น่าจะชื่นชอบหูฟังในลักษณะนี้ ชนิดที่ว่าปั่นไฟไป หลอนไป กับเสียงนักล่าที่ผ่านเข้ามาเป็นระยะ หรือช่วงจังหวะที่โดนขอสับลงไปกลางลำตัว

โดยภาพรวมต้องถือว่า HyperX Cloud Stringer นี้ ออกแบบมาได้ลงตัวกับผู้ใช้ที่เริ่มต้นเข้ามาในตลาดเกม หรือคนที่ชอบความสบายไม่ยุ่งยากกับองค์ประกอบน้อยชิ้น เพราะสวมใส่สบาย น้ำหนักเบา ไม่เมื่อยหรือรำคาญเมื่อใช้ไปนานๆ ในแง่ของเสียงไม่ได้เน้นความอลังการ แต่ให้รายละเอียดในเสียงกลางได้ดี เช่นเดียวกับทิศทางที่พอให้ผู้เล่นได้สัมผัสกันมากขึ้น เมื่อดูจากราคาอาจจะสูงกว่าหูฟังเกมมิ่งในกลุ่มเริ่มต้นอยู่เล็กน้อย ขึ้นไปแตะระดับกลางๆ แต่เชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์ของคนที่ชอบความง่าย สะดวกและคุณภาพเสียงในการเล่นเกมได้ไม่น้อยทีเดียว

จุดเด่น

  • ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย
  • ให้เสียงทุ้มกลางและทิศทางเสียงได้ค่อนข้างดี
  • การเก็บรายละเอียดเสียงพอใช้ได้ โดยเฉพาะบรรยากาศรอบข้าง
  • ไมโครโฟนให้ความคมชัดของเสียงได้ดีทีเดียว

ข้อสังเกต

  • เสียงเอฟเฟกต์ดูจะบางเบา ไม่หนักหน่วงมากนัก
  • การปรับเลื่อนหูฟังขณะสวมใส่ทำได้ยาก
  • ราคาประมาณ : 1890 บาท
Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Gaming Notebook

สาวกความแรงอารยธรรม UFO มี Alienware m18 ตัวแรงแห่งปี 2024 ให้โดน! ถ้า Alienware x16 คือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเทพน้ำหนักเบา Alienware m18 ก็เป็นตัวแรงระดับยานแม่ให้เกมเมอร์หรือครีเอเตอร์ที่ไม่อยากประกอบพีซีสเปคแรงเอาไว้ใช้งาน เพราะไม่ถนัดประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองหรือเป็นแฟนคลับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบรนด์นี้อยู่แล้วพร้อมจ่ายเพื่อความแรงขั้นสุด ก็ต้องยกให้รุ่นเรือธงตัวนี้โดยไม่ต้องสงสัย สำหรับใครที่สนใจรุ่นนี้แล้วยังศึกษาหาข้อมูลอยู่ว่าจุดเด่นจุดแข็งของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเรือธงนี้มีอะไรบ้าง? ก็สามารถสรุปจุดเด่นต่างๆ ให้ได้ทั้งหมด 5 อย่างทีเดียว สเปคของ Alienware...

Gaming Gear

แผ่นรองเมาส์ 8 รุ่นเด็ดปี 2023 เล่นลื่น แผ่นใหญ่ มีไฟ RGB รองรับเกมได้ทุกแนว เริ่มพันต้นๆ แผ่นรองเมาส์กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญของเกมเมอร์ไปแล้ว เพราะไม่ใช่แค่ถนอมเมาส์ไม่ให้เป็นรอยเท่านั้น แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการเล่นเกมได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมจริงจัง อยากได้ความแม่นยำ รวมถึงการสร้างโอกาสและชัยชนะให้กับตัวเอง เพราะการมีเมาส์เกมมิ่งคุณภาพดี แต่ขาดแผ่นรองเมาส์ที่ดี ก็ทำให้การเคลื่อนไหวลดลงได้ ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะเล่นเกมได้สนุกขึ้น ดังประสิทธิภาพของเมาส์ตัวโปรดให้ดีกว่าเดิม มาลองดูกันว่าจะต้องเลือกแผ่นรองเมาส์อย่างไร รวมถึงแบบไหนพึงจะเหมาะกับการเล่นเกมของคุณ แผ่นรองเมาส์...

Gaming Gear

HyperX Cloud III หูฟังนุ่มสวมสบาย 2023 เสียงรอบทิศทาง DTS X เพื่อคอเกมเล่นได้ทุกแนว HyperX Cloud III ต้องเรียกว่าเป็นหูฟังเกมมิ่ง ที่นำเอาความสำเร็จจาก Cloud series มาต่อยอด โดยการเสริมความคล่องตัว และฟีเจอร์หลายจุดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นความนุ่มนวล สวมสบาย อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ มิติที่ดูกระชับ น้ำหนักเบาลง...

IT NEWS

HyperX และ Allied Esports ประกาศขยายเวลาใช้ชื่อแบรนด์ HyperX Arena Las Vegas ซึ่งเป็นชื่อสถานที่แข่งเกม Esport อีกด้วย ตั้งอยู่ที่ Luxor Hotel and Casino บน Las Vegas Strip หากใครอยากสัมผัสการเล่นเกมแบบเรียลๆ ด้วยอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์จาก HyperX ก็ไม่ควรพลาดที่นี่...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก