Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

[Review] ASUS Zenfone 3 รุ่นจอ 5.2 นิ้ว สุดยอดสมาร์ทโฟน สเปคเทพ ราคาสุดคุ้ม เพียง 11,900 บาท

พบกับ iTun เช่นเคย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ASUS ได้มีการจัดงาน ASUS Zenvolution เปิดตัวสมาร์ทโฟนตะกูล Zenfone 3 ทำให้ได้เสียงตอบรับกันอย่างมากมายจากแฟนๆ ASUS รวมถึงผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไป และไม่กี่วันก่อนทาง ASUS

พบกับ iTun เช่นเคย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ASUS ได้มีการจัดงาน ASUS Zenvolution เปิดตัวสมาร์ทโฟนตะกูล Zenfone 3 ทำให้ได้เสียงตอบรับกันอย่างมากมายจากแฟนๆ ASUS  รวมถึงผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไป และไม่กี่วันก่อนทาง ASUS ได้ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ทาง notebookSPEC

ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่หลาย ๆ คนต่างถามถึงกันมามาก เพราะฟีเจอร์การใช้งานที่โดดเด่นคุ้มค่าเกินราคา และหน้าตาการออกแบบที่สวยบาดตาบาดใจ ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นก็คือนั่นก็คือ ASUS Zenfone 3 ที่หลาย ๆ คนต่างให้ความสนใจนั่นเอง

Advertisement

IMG_1648

ASUS Zenfone 3 ที่จะทำการรีวิวในวันนี้เป็นรุ่นเล็กขนาดจอ 5.2 นิ้ว ซึ่งในปกติแล้วจะมีมีแรม 3GB แต่วันนี้พิเศษเพราะเครื่องที่ทาง ASUS ใส่ส่งมาให้นั้นมีแรมมาถึง 4 GB เลยทีเดียว และขอบอกไว้ก่อนเลยว่ารุ่นพิเศษแรม 4GB ไม่ได้มีออกวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป ไม่ต้องไปยืนเถียงกับพนักงานร้านขายมือถือถามหารุ่น 4GB กันนะ

สเปค Zenfone 3 (5.2 นิ้ว) ZE520KL

  • ระบบปฏิบัติการณ์ Android 6.0 Marshmallow
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว ความแข็ง 2.5D ความละเอียด 1080p
  • CPU Octa-Core ProcessorSnapdragon™ 625 @2.0Ghz
  • GPU Adreno™ 506
  • ROM 32GB
  • RAM 3 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 16MP f/2.0, Sony IMX 298, TriTech AF, 4 Axis OIs, 3 Axis EIS
  • กล้องหน้าความละเอียด 8MP f/2.0
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม dual standby (4G+3G+2G/3G+2G) เกาะสัญญาณ 3G ได้พร้อมกัน 2 ซิม
  • แบตเตอรี่ความจุ 2650 mAh
  • ราคาเปิดตัว 11,990 บาทIMG_1643

ZEN Design ยึดถือความเรียบง่ายแบบวิถีเซ็น การออกแบบตัวเครื่องภายนอก เป็นแบบ Glass and Metal มีความบางเพียง 6.16 มิลลิเมตร ซึ่งโลหะที่ใช้ทำตัวเครื่องนั้นเป็นวัสดุอลูมิเนียมชนิดพิเศษ เกรดเดียวกับที่ใช้สร้างยานอวกาศกันเลยทีเดียว ซึ่งสามารถมั่นใจได้ในเรื่องของความคงทนแข็งแรงของตัวบอดี้ ถ้าตกกระแทกพื้นที่ความสูง 1 เมตร เอาด้านขอบลง ตัวเครื่องไม่มีการบุบสลายแน่นอน

IMG_1639

กระจกตัวเครื่องด้านหลังเป็น Gorilla Glass 2.5D โดดเด่นด้วยสี Sapphire Black ทำไฮไลท์ด้วยแสงเงาสะท้อนคล้ายอลูมิเนียม  ด้านล่างเป็นโลโก้ ASUS สีเงินวาววับ โดดเด่นทั้งในระยะไกล้และไกล

IMG_1648

กล้องหลังความละเอียด 25 MPออกแบบให้มีความโดดเด่น นูนจากตัวเครื่องสูงประมาณ 1mm ทรงสี่เหลี่ยมด้านเท่าขอบโครเมียมเรียบหรู แต่ในด้านการใช้งานกระจกเลนส์แบบนูนขึ้นมา มักจะเป็นรอยขีดข่วนง่ายมากถ้าใช้งานไม่ระวัง อาจจะเผลอไถไปกับพื้นโต๊ะ เกี่ยวกับแหวนที่นิ้ว โดนหมุดกางเกงยีน ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือหาเคสที่มีความหนามากกว่าขอบกล้องมาใช้งาน

IMG_1641

ด้านขวาเป็น LED Flash แสงสีขาวสว่างเจิดจ้า ส่วนด้านซ้ายของกล้องจะเป็น Laser Focus เมื่อเวลาถ่ายภาพจะมีแสงสีแดงปล่อยออกมา ซึ่งเห็นแล้วดูมีความล้ำมาก เท่สุดๆ

IMG_1665

ด้านล่างของกล้องคือ เซ็นเซอร์แสกนลายนิ้วมือที่อยู่ในตำแหน่งเหมาสม ง่ายต่อการวางนิ้วแสกนในขณะกำลังหยิบใช้งาน ทำให้สามารถปลดล๊อกเครื่องได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องเหลียวตาไปมอง

IMG_1649

ปุ่มเพิ่มลดเสียง ปุ่มปลดล๊อก ออกแบบเป็นทรงยาวปลายมน มีการวางปุ่มด้านข้างตัวเครื่อง อยู่ฝั่งเดียวกันทั้งหมด ทำให้ง่ายต่อการใช้งานด้วยนิ้วโป้งเพียงนิ้วเดียว

IMG_1645

การถือใช้งานเครื่อง ขนาดจอ 5.2 นิ้ว อาจดูใหญ่ไปสำหรับผู้หญิงมือเล็กๆ การใช้งาน 2 มือจะดูถนัดกว่า ด้านหน้าของตัวเครื่องนั้นก็เป็น Gorilla Glass 2.5D เช่นเดียวกับด้านหลัง ทางด้านบนจะเป็นที่อยู่ของลำโพงคุณภาพสูงแบบ 5-Magnet ให้เสียงที่ดังฟังชัดเจน ถึงแม้จะอยู่ในบริเวณที่มีเสียงดัง ถัดจากลำโพงมาทางขวาจะเป็นเซ็นเซอร์รับแสง และ กล้องหน้าคุณภาพสูงขนาด 8 MP

IMG_1644

3 ปุ่ม มหัศจรรย์ด้านล่าง Back, Home และ Recent Apps ตามมาตรฐานสมาร์ทโฟน Android ซึ่งปุ่มก็ยังไม่มีไฟมาให้เช่นเคย มีความสวยงามในที่แจ้งแสงสว่างเพียงพอ แต่อาจลำบากในในการใช้งานในที่มืดสักเล็กน้อย แต่ถ้าจำตำแหน่งปุ่มได้แม่นก็ไม่มีปัญหา

IMG_1646

ด้านตูดเครื่องมีไมค์และช่องลำโพงแบบ 5-Magnet แต่ส่วนที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็น USB 3.1 Type-C ซึ่งสมาร์ทโฟนที่ออกใหม่ในยุคนี้จะไม่มีไม่ได้เด็ดขาด ขนาบข้างขวาสุดและซ้ายสุดเป็นเส้นๆ มันก็คือตัวเส้นรับสัณญาณที่ออกแบบมาอย่างแนบเนียนกลมกลืนกับขอบเครื่อง ไม่เหมือน iPhone 6 ที่มีเส้นรับสัณญาณพาดผ่านไปซะทั่วเครื่องแลดูรกหูรกตา

IMG_1652

ZenUI 3.0 ออกแบบใหม่ทั้งหมดกับ Interface ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ ของสมาร์ทโฟน ASUS โดยยังคงความสะดวกในการใช้งาน และความรวดเร็วในการเข้าถึงแอปพลิเคชัน รวมถึงซึ่งในส่วนที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นการเรียกใช้กล้องได้อย่างรวดเร็วจากหน้าต่างปลดล๊อก สามารถหยิบ ZenFone 3 ขึ้นมาและพร้อมถ่ายภาพได้ในทันที

IMG_1662

ทัชสกรีนที่แม่นยำ ติดมือ ไม่มีกระตุกหรือหน่วงให้เห็นเวลาที่เราเลื่อนหน้าแอปพลิเคชันไปมาเร็ว ๆ

IMG_1663

การถ่ายภาพที่ใช้เทคโนโลยี PixelMaster 3.0 ที่โดดเด่นในเรื่องของการอำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และให้แสงเงาความสว่างที่เหมาะสมกับภารถ่ายภาพในแต่ละครั้ง ซึ่งคุณจะพบกับโหมด Auto ที่ฉลาดสุดๆเท่าที่เคยเจอมา โดยมีจุดเด่นที่ความรวดเร็วในการโฟกัสด้วย TriTech AF เทคโนโลยีการโฟกัสที่ถูกพัฒนาโดย ASUS ที่มาพร้อม 3 คุณสมับติเด่น การโฟกัสต่อเนื่อง  Laser Focus ระยะ 1.5 เมตร และการตรวจจับใบหน้า ด้วยความเร็วโฟกัสเพียงแค่ 0.03 วินาทีเท่านั้น

IMG_1661

ทดสอบกล้องครั้งแรกกับถ่ายถ่ายเซลฟี่ในห้องน้ำ ด้วยโหมดตรวจจับใบหน้ามีมีความฉลาดล้ำ เพียงแค่ถือแค่กล้องนิ่ง ๆ เลเซอร์ก็จะทำการจับภาพระยะโฟกัสใบหน้า นับถอยหลังให้เตรียมตัวถ่าย และถ่ายภาพติดต่อกัน 3 ชอร์ต หลังจากนั้นจะทำการ Review ภาพให้เราได้เลือกภาพที่ดีที่สุดขึ้นมา 1 ภาพ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพียงแค่เราถือกล้องเฉย ๆเท่านั้น โคตรล้ำมาก แต่ใช้ได้กับกล้องหลังเท่านั้น

P_20160820_165921

Angle View ของเลนส์ค่อนข้างที่จะกว้างมาก ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดของฉากหลังได้ครบถ้วน และแก้ปัญหาได้แม้แต่ในส่วนที่มืด ด้วยการเปิดฟังก์ชัน HDR

P_20160820_191848

Speed Shutter ทำได้ค่อนข้างสูงในโหมด Auto ถึงแม้จะถ่ายในที่มีแสงสว่างไม่มากเช่นในห้างสรรพสินค้าตอนกลางคืน ยังสามารถเก็บภาพที่มีรายละเอียดที่กำลังเคลื่อนไหวเยอะๆได้ครบถ้วน

P_20160820_192238

ความเร็วในการจับภาพแบบต่อเนื่องก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่มีมาให้ ซึ่งสามารถทำได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว โดยทดลองถ่ายในโหมด Auto แพนกล้องตามวัตถุที่จะถ่าย และกดชัตเตอร์ในช่วงเวลาที่วัตถุเคลื่อนที่ไปอยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการ ซึ่งไม่มีการหลุดโฟกัสแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

P_20160820_192600

การถ่ายภาพตอนกลางคืนในโหมด Auto สามารถจัดการเรื่อง Noise ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีการฟุ้งกระจายของ Noise ในส่วนมืดของภาพ และยังคงรายละเอียดของภาพได้อย่างครบถ้วนชัดเจน จะเห็นได้เลยว่าส่วนมืดของภาพนั้นมีความมืดสนิทจริงๆ และในส่วนที่มีการฟุ้งกระจายของแสงก็สามารถไล่สีได้อย่างสมูท ไม่มีการแตก หรือการเหลื่อมสีให้เห็น

P_20160820_200508_vHDR_Auto

ถึงแม้บรรยากาศโดยรอบจะมืดแค่ไหน ก็ยังสามารถเฉลี่ยความสว่างของแสงได้อย่างเหมาะสม

P_20160820_200830_vHDR_Auto

Auto Flash ก็ยังสามารถทำหน้าที่ได้ดี สามารถโฟกัสหาระยะได้แม้ในที่มืดมาก และยังคำนวนระยะและปริมาณของแสงได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ภาพออกมาดูดีมีมิติไม่แข็งกระด้างจนดูไม่เป็นธรรมชาติ

P_20160820_200844_vHDR_Auto

เซลฟี่ด้วยกล้องหน้า 8MP  ในโหมด Beautification หรือโหมดหน้าสวย ก็สามารถทำหน้าได้เนียนอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งคลินิคเสริมความงาม ในภาพที่ได้ทดลองถ่ายนั้น เป็นการถ่ายแบบย้อนแสงโดยมีฉากหลังเป็นโครงเหล็กสีขาวให้แสงสะท้อนที่สว่างมาก แต่ก็สามารถจัดการแสงให้มีความเหมาะสมทั่วทั้งภาพได้อย่างยอดเยี่ยมมาก แตกต่างจากโหมดหน้าสวยในมือถือบางยี่ห้อ บางรุ่นที่ถ่ายออกมาแล้วหน้าดูปลอมมาก

P_20160820_194034_BF

ส่วนในเรื่องของการเล่นเกมนั้น ทดสอบโดยใช้เกม Need For Speed No Limit หนึ่งในเกมบนสมาร์ทโฟนที่กินทรัพยากรณ์เครื่องเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างลื่นไหลไม่มีการกระตุกหรือหน่วงให้เห็นแม้แต่อย่างใด

Screenshot_20160821-015445

ในขณะที่เล่นเกมย่อมเกิดความร้อน ซึ่งตัวเครื่องสามารถจัดการกับความร้อนของ Snapdragon 625 ได้อย่างดีเยี่ยม ตัวเครื่องปล่อยความร้อนผ่านกระจกด้านหลัง เข้าสู่มือของผู้ใช้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีสรรพคุณนำความร้อนได้ดีมาก แต่ Zenfone 3 มีความร้อนที่ปล่อยออกมา เรียกได้ว่าแค่อุ่น ๆ ซึ่งถือว่าเย็นมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน

Screenshot_20160821-015246

ผลเทส Benchmark บนแอพ Antutu ทำคะแนนได้สูงถึง 62199 คะแนนเลยทีเดียว แต่สำหรับเครื่องที่มีการวางจำหน่ายในไทย อาจจะมีคะแนนน้อยกว่านี้สักเล็กน้อยเพราะว่ามีแรมมาให้ เพียง 3GB เท่านั้น

Screenshot_20160821-015512

ลำดับผลการเทสติด 1 ใน 30 ลำดับของสมาร์ทโฟนทั้งหมด ซึ่งถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว สำหรับสมาร์โฟนในราคากลางๆ

Screenshot_20160821-015521

ในภาพรวม Zenfone 3 เป็นสมาร์ทโฟนราคากลางๆที่มีคุณสมติครบถ้วน น่าใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่มีคุณภาพสูง ใส่ได้ 2อซิม รองรับ 4G และมีระบบสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งบางฟีเจอร์มันเป็นฟีเจอที่มีเฉพะในรุ่นเรือธง แต่ ASUS ยกมาใส่ให้ใช้งานกันเต็มที่ ทั้งการออกแบบที่สวยงามดูมีความเป็นพรีเมียม ทำให้ Zenfone 3 นั้นเป็นสมาร์ทโฟนราคากลางๆ ที่น่าสนใจเป็นอันดับต้นๆในตลาด

จุดเด่น

  1. บอดี้ทำจากอลูมิเนียมคุณภาพสูง สวยงามและแข็งแรงทนทาน
  2. การถ่ายภาพสามารถโฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำ
  3. ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย
  4. แบตเตอร์รี่ 2650mAh เพียงพอกับการใช้งานใน 1 วัน
  5. สามารถจัดการความร้อนขณะเล่นเกมได้อย่างดีเยี่ยม
  6. รองรับการใช้งาน 2 ซิมทุกเครือข่าย

ข้อเสีย

  1. กล้องนูนขึ้นมาจากตัวเครื่อง ทำให้เลนส์กล้องเป็นรอยง่าย
  2. ปุ่ม Back, Home, Recent App ไม่มีไฟ สังเกตได้ยากในที่มืด

 

 

Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

PR-News

ROG Rapture GT-BN98 Series และ ASUS ZenWiFi BN12 พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนตุลาคม ASUS ตอกย้ำความเป็นผู้นำในยุคเครือข่ายยุคใหม่ ประกาศวางจำหน่าย ROG Rapture GT-BN98 Series ในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นเราเตอร์ Quad-Band WiFi 8 ตัวแรกและตัวเดียวในโลกที่จะวางจำหน่ายผ่านหน้าร้าน ณ ขณะนี้...

PR-News

ROG 20 Years of Celebrate การร่วมมือกันระหว่าง ROG และ AIS ร่วมฉลองปีพิเศษของ ROG เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ AIS Siam โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ ชุดอุปกรณ์ ROG Edtion 20 ที่ให้แฟนๆ ROG...

Buyer's Guide

เกมมิ่งเมาส์ไร้สายกลายเป็นเกมมิ่งเกียร์มาตรฐานคู่กับเกมมิ่งคีย์บอร์ดแล้ว ปัจจุบันราคาก็ถูกลงมากจนมีเงินหลักร้อยหรือพันบาทต้นๆ ก็ซื้อมาใช้ได้แล้ว แถมเลือกวิธีเชื่อมต่อได้หลายแบบไม่ว่าจะใช้สาย USB-C ต่อใช้งานไปชาร์จไปจนเต็มแล้วถอดสายเปลี่ยนไปใช้ USB RF 2.4 GHz ไม่ให้สายมารั้งเกะกะเพื่อให้เล่นเกมสะดวกขึ้นแถมมีโหมด Bluetooth ให้ใช้เวลาทำงานเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการเชื่อมต่อแล้วเกมมิ่งเมาส์ไร้สายในยุคนี้ก็แข่งกันว่าใครจะลดน้ำหนักว่าลงไปได้เบาที่สุดเพื่อให้เกมเมอร์กวาดมือง่ายแล้วแขนล้าน้อยลงด้วย ซึ่งน้ำหนักในตอนนี้เบาสุดเพียง 35 กรัม ส่วนรุ่นทั่วไปจะยืนพื้นกันช่วง 50~80 กรัม ขึ้นอยู่ว่าผู้ผลิตใช้วัสดุอะไรมาขึ้นรูปเป็นบอดี้เมาส์เช่นกัน นอกจากฟีเจอร์ของเกมมิ่งเมาส์ไร้สายจากผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ แล้ว หากมีโอกาสได้จับเมาส์ตัวจริงสักครั้งไม่ว่าจะในงาน...

Buyer's Guide

พอซื้อหรือ MacBook เครื่องใหม่มาแล้ว ใครๆ ก็มักคิดจะช็อปปิ้งอุปกรณ์เสริม MacBook มาใช้คู่กันก็ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะตอนนั่งทำงานประจำโต๊ะแล้วพ่วงหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเข้าไปจนกลายเป็นพีซีให้ทำงานสะดวกขึ้นได้ แถมเวลาพกไปไหนก็หยิบออกมาต่อใช้เปลี่ยนให้กลายเป็นโต๊ะทำงานนอกสถานที่ได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ผลิตหลายแบรนด์สร้างอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ตามชอบแถมราคาต่อชิ้นก็ไม่กี่ร้อยหรือพันบาทก็หามาใช้ได้แล้ว ถ้าเปลี่ยนมาใช้โน้ตบุ๊ค Windows รุ่นที่มีพอร์ต USB-C Full Function หรือ Thunderbolt ก็เอามาต่อใช้ได้ไม่เสียเงินฟรีแน่นอน แถมเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นไปอีก เหตุผลว่าทำไมควรซื้ออุปกรณ์เสริม MacBook นั่นเพราะทุกรุ่นแถมแค่สาย...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก