Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

[Special] จัดไปใช้ Cloud Storage ฟรีหรือมีค่าใช้จ่าย ข้อจำกัดการใช้งาน

ทุกวันนี้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องพื้นฐานไปแล้วสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพราะอย่างน้อยๆ บ้านเราก็ถือว่าเข้าถึงเกือบ 100% สำหรับการวิจัยล่าสุด ซึ่งก็ทำให้ธุรกิจออนไลน์ขยายตัวมากยิ่งขึ้น

ทุกวันนี้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องพื้นฐานไปแล้วสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพราะอย่างน้อยๆ บ้านเราก็ถือว่าเข้าถึงเกือบ 100% สำหรับการวิจัยล่าสุด ซึ่งก็ทำให้ธุรกิจออนไลน์ขยายตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็รวมถึงพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่เรียกว่า Cloud Storage ที่ก่อนหน้านี้

หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่บางคนก็ใช้งานอยู่ เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง ที่กล่าวมานั้นกำลังจะบอกว่า อาจจะใกล้เวลาที่หลายคนจะใช้บริการข้อมูลผ่านระบบ Cloud ได้ง่ายขึ้น และแทบจะไม่ต้องพกอุปกรณ์เก็บข้อมูลไปด้วย แค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคุณก็สามารถทำงานได้ในทุกที่

Advertisement

Cloud storage

แต่บริการด้าน Cloud service มีอยู่มากมายหลายค่ายด้วยกัน การเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบหรือมีการเชื่อมโยงกับค่ายใดได้ดีกว่า ที่สำคัญด้วยการบริการของใครที่ให้ได้มากน้อยกว่ากัน ซึ่งอยู่กับการตัดสินใจของคุณเอง วันนี้ทางค่าย PCMag ก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของบริการ Cloud จากแต่ละค่ายมาให้ได้ตัดสินใจในการใช้งาน

google cloud platform logo 600

ค่าใช้จ่าย
จะสังเกตได้ว่า เรื่องของค่าใช้จ่ายนั้น จะมีอยู่ 3 ค่ายในเวลานี้ที่ยังไม่คิดค่าบริการในเบื้องต้น ประกอบด้วย Google Drive, Apple iCloud Drive และ Microsoft OneDrive โดยที่ Google Drive ให้พื้นที่ในการจัดเก็บมากถึง 15GB ด้วยกัน พร้อมการสนับสนุนฟีเจอร์สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสนับสนุนแพลตฟอร์มอื่นๆ และการใช้แอพพลิเคชั่น เรียกว่าเป็นของดีที่ให้ใช้แบบจัดเต็มจริงๆ ส่วนที่มีค่าใช้จ่ายไม่แพงอย่าง Box ที่ออกแนว Business ด้วยการรองรับบรรดา Service ต่างๆ สำหรับใช้ในงาน

google drive 01

พื้นที่จัดเก็บ
ในแง่ของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล แน่นอนว่า Google Drive ก็ยังให้มาแบบเต็มที่ รองลงมาจะเป็นของค่าย Box ที่ให้ถึง 10GB และ iDrive และ Apple iCloud Drive ที่มีพื้นที่ฟรีให้จัดเก็บได้ถึง 5GB แต่ถ้าในแง่ของข้อจำกัดเรื่องขนาดไฟล์ ไม่ว่าจะเป็น iDrive, OneDrive, Apple iCloud Drive และ SugarSync ล้วนแต่ให้คุณสามารถเก็บไฟล์ขนาดใหญ่ได้คล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ขนาด 5GB, 10GB หรือมากกว่านั้น

icloud-hack-600

ฟีเจอร์
ด้านของฟีเจอร์ในการใช้งานต่างๆ Google Drive มาในอันดับต้นๆ กับการรองรับฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ รวมถึง Microsoft OneDrive และ SpiderOak รวมถึง SugarSync ที่ต่างเปิดโอกาสให้คุณได้ใช้งานได้ง่ายขึ้นกับฟีเจอร์ที่มีความยืดหยุ่นกับการใช้บนอุปกรณ์อื่นๆ และการสนับสนุนที่ดี

onedrive-free-storage

จะเห็นได้ว่าบริการ Cloud ที่มีแอคเคาต์สำหรับจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ มักจะมาพร้อมข้อจำกัดบางอย่าง เช่น พื้นที่ในการจัดเก็บ หรือการจำกัดไฟล์ในการอัพโหลด หากผู้ใช้มีความต้องการแค่ระดับที่ฟรี แม้ว่าจะน้อย แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งาน ก็สามารถเลือกใช้ได้ตามเหมาะสมหรืออาจจะลองใช้พื้นที่จากหลายๆ ที่รวมกัน แม้จะไม่ได้สะดวกเหมือนกับรวมไว้ในที่เดียว แต่อย่างน้อยก็ช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากพอสมควร

ที่มา:pcmag

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Qualcomm และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ผ่านการผสานแพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบ AI ของ Google อย่าง Gemini เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ในรูปแบบ Software-Defined Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถูกยกระดับขึ้นจากการเป็นพาร์ตเนอร์ด้าน AI...

IT NEWS

Google ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีรายงานว่าบริษัทกำลัง ทดสอบโมเดล AI สร้างภาพรุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อ Nano Banana 2 Flash ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นโมเดลที่ “เร็วที่สุด” ในสายงาน image generation ของ Google ณ ตอนนี้ โมเดลใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูล Gemini...

IT NEWS

Project Zero คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ Project Zero คือทีมวิจัยด้านความปลอดภัยของ Google ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก หน้าที่หลักคือค้นหาช่องโหว่ความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นในผลิตภัณฑ์ของ Google เอง หรือซอฟต์แวร์จากบริษัทอื่น เช่น Microsoft, Apple และโครงการโอเพนซอร์สต่าง ๆ แนวทางการทำงานของ Project Zero ค่อนข้างชัดเจน คือเมื่อพบช่องโหว่...

IT NEWS

Google เดินหน้าพัฒนา Google Translate อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเพิ่มฟีเจอร์ แปลเสียงพูดแบบเรียลไทม์ผ่านหูฟังทุกชนิด โดยใช้พลังของ Gemini AI รุ่นใหม่ ทำให้การสื่อสารข้ามภาษาเป็นเรื่องง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่จำเป็นต้องใช้หูฟังเฉพาะทางอีกต่อไป ขอแค่มีสมาร์ตโฟน Android กับหูฟังทั่วไป ก็สามารถใช้งานได้ทันที ฟีเจอร์ใหม่นี้เริ่มเปิดให้ใช้งานในรูปแบบเบต้าแล้วในบางประเทศ และถือเป็นก้าวสำคัญของ Google ในการยกระดับการแปลภาษา จากเดิมที่เน้นข้อความและเสียงแบบพื้นฐาน ไปสู่การแปลเสียงที่ “ฟังเป็นธรรมชาติ”...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก