Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebook News

[Computex 2016] ASUS นำเสนอผลิตภัณฑ์ในคอนเซ็ปท์ Zenvolution : Zenfone 3, ZenBook 3, ZenBo

บริษัท เอซุสเทค ได้จัดงานเผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้อย่างเป็นทางการ ณ งานแสดงนวัตกรรมในด้านอุตสาหกรรมไอทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียอย่างงาน Computex 2016

ASUS นำเสนอผลิตภัณฑ์ในคอนเซ็ปท์ Zenvolution ณ งาน Computex 2016

กรุงไทเป, ไต้หวัน (30 พฤษภาคม 2559) – บริษัท เอซุสเทค ได้จัดงานเผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้อย่างเป็นทางการ ณ งานแสดงนวัตกรรมในด้านอุตสาหกรรมไอทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียอย่างงาน Computex 2016 ซึ่งเอซุสมีคอนเซ็ปท์ของงานคือ Zenvolution โดยมีนายจอห์นนี่ ชิห์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เป็นผู้นำเสนอนวัตกรรมที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการเปิดตัวในครั้งนี้ก็มีทั้งกลุ่มของสมาร์ทโฟน Zenfone 3 โน๊ตบุ๊ค และหุ่นยนต์อัจฉริยะ Zenbo

ด้านของสมาร์ทโฟนอย่าง Zenfone 3 ได้รับการเปิดตัวพร้อมกันถึง 3 ซีรีส์ ได้แก่ Zenfone 3 Deluxe ที่เน้นด้านของประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพอันเหนือชั้น มี Zenfone 3 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความครบครันทั้งด้านของรูปลักษณ์อันพรีเมียม ผสานกับประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม รวมถึงยังมี Zenfone 3 Ultra สมาร์ทโฟนอันทรงพลังที่มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 6.8 นิ้ว เพื่อตอบโจทย์ด้านความบันเทิงโดยเฉพาะ

ส่วนโน๊ตบุ๊ค ได้มีการเปิดตัว ZenBook 3 ที่มีจุดเด่นในความบางเบา พร้อมดีไซน์เรียบหรูด้วยวัสดุอย่างอลูมิเนียมชั้นดี ควบคู่ไปกับ ASUS Transformer 3 และ Transformer 3 Pro ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเน้นความบางเบาเป็นพิเศษ ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปให้ตรงกับรูปแบบการใช้งานที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย

ด้านของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเกมมิ่ง ROG ก็มีการเปิดตัวโน๊ตบุ๊ค ASUS ROG GX800 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คที่ประสิทธิภาพสูงสุดรุ่นหนึ่งของโลกในปัจจุบัน รวมถึงยังมีคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ROG G31 Edition 10 ที่มีขนาดกะทัดรัด สานต่อความสำเร็จจาก ROG G20 เมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมด้วยลวดลายพิเศษอันเป็นการฉลองครบ 10 ปีของผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ ROG อีกด้วย

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์ในงาน Zenvolution นี้คือหุ่นยนต์อัจฉริยะ ASUS Zenbo ซึ่งนายจอห์นนี่ ชิห์กล่าวไว้ว่า “ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มนุษย์ได้ใฝ่ฝันถึงการมีผู้ช่วยอัจฉริยะ เข้าใจในความต้องการ และตอบสนองต่อสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ถูกหลอมรวมกลายเป็นความมุ่งมั่นในการพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่จะสามารถรับใช้คุณได้ ในทุกๆ งานที่คุณต้องการ”

ในงานที่ผ่านมา นายเนวิน ชีนอย รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มงานไคลเอ็นท์คอมพิวติ้งบริษัท อินเทล กล่าวว่า “ในอีก 30 ปีข้างหน้า อินเทลและเอซุสจะยังคงความร่วมมือในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอันยอดเยี่ยมให้กับวงการคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอทีอย่างต่อเนื่อง อย่างในปีนี้ที่มีผลิตภัณฑ์อันเกิดจากความร่วมมือกันอย่าง ZenBook รุ่นใหม่ และอุปกรณ์ในกลุ่ม Transformer 3 ที่เลือกใช้ขุมพลัง Intel Core processor ซึ่งอินเทล และเอซุสจะไม่หยุดยั้งในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของเราอย่างแน่นอน”

ZF3

ASUS Zenfone 3 Deluxe – สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมโครงสร้างแบบโลหะไร้เส้นเสาอากาศภายนอก

สมาร์ทโฟน ASUS Zenfone 3 Deluxe ได้รับการออกแบบให้เป็นสมาร์ทโฟนที่รวบรวมเทคโนโลยีชั้นยอดทั้งหมดเอาไว้ภายใน กับโครงสร้างแบบยูนิบอดี้โดยเลือกใช้อลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก อันมีจุดเด่นคือความบางเบา ควบคู่กับความแข็งแกร่ง พร้อมกับนวัตกรรมในด้านของการค้นคว้าวิจัย ทำให้ ASUS Zenfone 3 Deluxe มีขอบจอที่บางเพียง 4.2 มิลลิเมตร และฝาหลังที่ไร้เส้นเสาอากาศภายนอก ช่วยให้สามารถแสดงออกให้เห็นถึงความงดงาม และความพรีเมียมของผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

Zenfone 3 Deluxe เลือกใช้จอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD โดยเป็นพาเนลจอแบบ Super AMOLED สามารถแสดงสีสันได้ถึง 100% ตามมาตรฐาน NTSC ให้ภาพที่มีสีสันสดใส สวยงาม แม้ว่าจะใช้งานกลางแจ้งก็ตาม และด้วยขอบจอที่บาง ทำให้พื้นที่การแสดงผลทั้งหมดคิดเป็นกว่า 79% ของตัวเครื่อง ด้านของประสิทธิภาพ Zenfone 3 Deluxe มาพร้อมกับพลังประมวลผลจากชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 820 Series ชิปกราฟิก Adreno™ 530 พร้อมโมเด็มภายใน X12 LTE ทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรม 6GB เพื่อให้ทุกการทำงานไหลลื่นดังใจ

Zenfone 3 Deluxe มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จะยกระดับกล้องถ่ายภาพในสมาร์ทโฟน กับเซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318 ที่ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 23 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 มีโมดูลชดเชยการสั่นแบบ OIS 4 แกน ร่วมกับโมดูลกันสั่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EIS) 3 แกน ให้ภาพที่ออกมาคมชัด สวยงามในทุกสภาพแสง

ทั้งยังเปิดตัวเทคโนโลยีการจับโฟกัสใหม่อย่าง ASUS TriTech อันเป็นการทำงานร่วมกันของ 3 เทคโนโลยี ได้แก่ เลเซอร์ออโต้โฟกัสที่ได้รับการพัฒนาเป็นรุ่นที่สอง, ระบบโฟกัสแบบ Phase Detection และการจับโฟกัสแบบต่อเนื่อง ทำให้สามารถโฟกัสและติดตามวัตถุได้ภายใน 0.03 วินาที อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยี PixelMaster 3.0 เพื่อให้ Zenfone 3 Deluxe สามารถเก็บได้ทุกภาพความประทับใจ ในยามที่คุณต้องการ

ภายในของ ASUS Zenfone 3 Deluxe มีการติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านหลังเครื่อง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการปลดล็อกหน้าจอของผู้ใช้งาน ทำให้สามารถเข้าใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณได้อย่างรวดเร็ว และมีความปลอดภัยของข้อมูลระดับสูง รองรับเทคโนโลยี Quick Charge 3.0 ที่ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วผ่านทางพอร์ต USB Type-C

ด้านของความบันเทิง Zenfone 3 Deluxe มาพร้อมกับลำโพงภายในที่มีแม่เหล็กช่วยขับเสียงถึง 5 ชิ้น ทำงานร่วมกับชิป NXP Smart Amplifier ที่ช่วยให้เสียงมีพลัง ความคมชัดในทุกรายละเอียด ทั้งยังรองรับระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio (HRA) ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่เหนือกว่า CD ถึง 4 เท่า

 

Zenfone 3 – Agility, Beauty, and Clarity

         Zenfone 3 สมาร์ทโฟนที่ได้รับรางวัลจากทั้ง Computex 2016 และ d&I Award ในด้านการออกแบบที่ให้รูปลักษณ์ของความพรีเมียม ควบคู่ไปความพร้อมในการมอบประสิทธิภาพที่สูงสู่มือคุณ ผ่านจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว Full HD ที่เลือกใช้พาเนล Super IPS+ คุณภาพสูง ซึ่งให้แสงสว่างสูงสุดถึง 500cd/m2 ทำให้ Zenfone 3 คือสมาร์ทโฟนที่เหมาะสำหรับการใช้เพื่อความบันเทิง ไม่ว่าจะจากแอพพลิเคชันต่างๆ วิดีโอโปรด หรือแม้กระทั่งการเล่นเกมความละเอียดสูงก็ทำได้เป็นอย่างดีผ่านหน้าจอที่มีอัตราส่วนคิดเป็น 77.3% ของเครื่อง ที่มีกระจกกันรอยคุณภาพสูงอย่าง 2.5D Corning® Gorilla® Glass ช่วยปกป้องการกระแทก ในขณะเดียวกันก็เพียบพร้อมด้วยความงามอย่างบริสุทธิ์ในทุกมุมมอง

ASUS Zenfone 3 มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีออโต้โฟกัส ASUS TriTech ที่ใช้การผสมผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบเลเซอร์โฟกัสแบบใหม่ ระบบโฟกัสแบบ Phase Detection และการจับโฟกัสแบบต่อเนื่อง ทำให้สามารถจับตำแหน่งได้ภายใน 0.03 วินาที ให้ภาพที่คมชัดในทุกสภาวะแสง

Zenfone 3 เป็นสมาร์โฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 octa-core processor อันเป็นชิปรุ่นแรกในซีรีส์ Snapdragon 600 ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมการผลิตแบบ FinFET 14nm ภายในบรรจุชิปโมเด็ม X9 LTE และชิปสำหรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11ac MU-MIMO เอาไว้อย่างครบครัน แรม 4GB ให้ประสิทธิภาพการทำงานในระดับคอมพิวเตอร์พีซี และที่เหนือกว่าคือมาพร้อมความแรงและการจัดการพลังงานอันยอดเยี่ยมกว่าที่ผ่านมา นอกจากนี้ Zenfone 3 ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปลดล็อกหน้าจอเพื่อใช้งานได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที

 

Zenfone 3 Ultra – Unleashed, Unlimited, and Unrivaled

Zenfone 3 Ultra ได้รับรางวัลการันตีอย่าง Best Choice Golden Award จากเวทีที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ชั้นยอดไว้มากมายอย่าง Computex 2016 ด้วยการออกแบบมาสำหรับผู้รักความบันเทิง กับจอแสดงผลขนาด 6.8 นิ้ว Full HD ที่สามารถแสดงสีสันได้ถึง 95% ตามมาตรฐาน NTSC ให้ภาพที่งดงามในทุกมุมมอง ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ASUS Tru2Life+ Video ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่นำชิปประมวลผลภาพระดับ 4K UHD TV คุณภาพสูงมาเพิ่มคุณภาพการแสดงผลให้เหนือชั้นกว่าที่เคยมีมา

ด้านของเสียง Zenfone 3 Ultra มาพร้อมกับลำโพงคู่ ซึ่งภายในที่มีแม่เหล็กช่วยขับเสียงถึง 5 ชิ้น ทำงานร่วมกับชิป NXP Smart Amplifier ที่ช่วยให้เสียงมีพลัง ความคมชัดในทุกรายละเอียด รองรับระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio (HRA) ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่เหนือกว่า CD ถึง 4 เท่า ทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับการจำลองเสียง 7.1 ทิศทางผ่านเทคโนโลยี DTS Headphone:X

เช่นเดียวกับทั้งสองรุ่นที่ผ่านมา Zenfone 3 Ultra ได้รับการออกแบบในทรงยูนิบอดี้ ขึ้นรูปด้วยอลูมิเนียมโดยไม่มีเส้นรับสัญญาณด้านหลัง พร้อมขอบจอที่บางเฉียบ ทำให้มีพื้นที่ของหน้าจอคิดอัตราส่วนเป็น 79% ของตัวเครื่อง ภายใน Zenfone 3 Ultra เลือกใช้กล้องหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีการโฟกัสภาพ ASUS TriTech ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 652 octa-core processor ชิปกราฟิก Adreno 510 แรมสูงสุด 4GB มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง ทำให้เป็นสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูงที่มีความครบครันที่สดรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน

Zenfone 3 Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4600 mAh รองรับการชาร์จเร็วด้วยเทคโนลยี Quick Charge 3.0 ทั้งยังสามารถใช้เป็นแบตเตอรี่สำรองเพื่อชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่นด้วยกระแสไฟที่จ่ายออกได้สูงสุดถึง 1.5A อีกด้วย

 

 ASUS ZenBook 3_UX390 copy

ZenBook 3 – โน๊ตบุ๊คที่ยอดเยี่ยมที่สุด กับประสิทธิภาพระดับท็อปในรูปโฉมเพรียวบาง

สำหรับโน๊ตบุ๊คซีรีส์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่าง ZenBook ก็ได้รับการต่อยอดให้เหนือขึ้นมาอีกระดับ ด้วยตัวเครื่องบางสุดเพียง 11.9 มิลลิเมตร เบาสุดแค่ 910 กรัม อันเป็นการทะลุขีดจำกัดในด้านการออกแบบของ ZenBook 3 กับการเลือกใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมอัลลอยเกรดระดับเดียวกับที่ใช้ในอากาศยาน ซึ่งมีความแข็งแกร่งกว่าอลูมิเนียมอัลลอยที่ใช้ในโน๊ตบุ๊คทั่วไปถึง 50% ทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีที่มีให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่สีน้ำเงิน Royal Blue, สีชมพู Rose Gold และสีเงิน Quartz Grey โดยมีการเพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่อง เพื่อให้ ZenBook 3 มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้น

ZenBook 3 มาพร้อมตัวเลือกของประสิทธิภาพระดับสูงสุดอย่าง Intel® Core™ i7 processor แรม 16GB ความเร็ว 2133MHz หน่วยความจำ SSD แบบ PCIe® Gen 3 x4 มากสุด 1TB ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C ลำโพงและระบบเสียงอันทรงพลังจาก Harman Kardon ด้านของการแสดงผล ZenBook 3 เลือกใช้จอแสดงผลขนาด 12.5 นิ้ว แบบ edge-to-edge ทำให้ขอบจอมีความบางสุด คิดอัตราส่วนแล้วเป็น 82% ของพื้นที่กรอบหน้าจอทั้งหมด ให้สีสันภาพครอบคลุมกว่า 72% ตามมาตรฐาน NTSC เสริมความแข็งแกร่งด้วยด้วยกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็คือเทคโนโลยีการออกแบบระบบระบายความร้อน ที่ทำให้สามารถออกแบบพัดลมระบายความร้อนซึ่งมีความบางเพียง 3 มิลลิเมตรภายในตัวเครื่องได้ ส่งผลให้การระบายความร้อนภายในเป็นไปได้อย่างยอดเยี่ยม ควบคู่ไปกับความบางเบาขีดสุดของ ASUS ZenBook 3

ZenBook 3 ทำให้การทำงานของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น ด้วยคีย์บอร์ดแบบฟูลไซส์ที่มีขนาดปุ่มกดถึง 19.8 มิลลิเมตร พร้อมไฟ backlit ภายใน ระยะการกดปุ่มเพียง 0.8 มิลลิเมตร ตอบสนองการพิมพ์ได้เป็นอย่างดี พื้นผิวทัชแพดเคลือบด้วยกระจก ให้ความลื่นไหลและความแม่นยำในการทำงาน ทั้งยังมีระบบป้องกันการสั่งงานผิดพลาดจากการวางฝ่ามือบนทัชแพดขณะพิมพ์คีย์บอร์ด รองรับการสั่งงานด้วยการวาดนิ้ว Smart Gesture อีกทั้งมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่รองรับการล็อกอินเข้าใช้งานอย่าง Windows Hello ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานเครื่อง ร่วมกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของคุณ โดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่านใดๆ

อีกสิ่งที่มีความโดดเด่นของ ZenBook 3 ก็คือ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสุด 9 ชั่วโมง และใช้เวลาชาร์จจาก 0% เป็น 60% เพียงแค่ 49 นาทีเท่านั้น ทำให้คุณสามารถใช้งาน ZenBook 3 ได้โดยไม่ต้องกังวลปัญหาด้านแบตเตอรี่ระหว่างวันอีกต่อไป

 

 Transformer3Pro_T305

ASUS Transformer 3 Pro – พีซีที่ครบครัน และเอนกประสงค์ที่สุดในปัจจุบัน

         ASUS Transformer 3 Pro คือคอมพิวเตอร์พีซีแบบ 2-in-1 ที่มีความสมดุลกันระหว่างประสิทธิภาพระดับสูง กับความสามารถในการพกพาเพื่อใช้ในการทำงาน หรือแม้กระทั่งเพื่อความบันเทิง ให้ผิวสัมผัสอันยอดเยี่ยมจากอลูมินัม ส่งผลให้ ASUS Transformer 3 Pro มีความบางเพียง 8.35 มิลลิเมตร ขอบเครื่องมีการตัดขอบในแบบไดมอนด์คัตที่ให้ความหรูหราและพรีเมียม โดยมีให้เลือกด้วยกันสองเฉดสี ได้แก่สีทอง Icicle Gold และสีเงิน Glacier Gray

ขาตั้งของ ASUS Transformer Pro 3 ถูกออกแบบด้วยโลหะคุณภาพสูง และให้อิสระแก่ผู้ใช้งานในการปรับองศาได้ตามที่ต้องการ โดยมีมุมกว้างสุดถึง 170° ทำงานร่วมกับคีย์บอร์ด ASUS Transformer Cover Keyboard ที่มีระยะการกดปุ่มอยู่ที่ 1.4 มิลลิเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คโดยทั่วไป ทั้งยังมีไฟ backlit ภายใน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกในทุกสถานที่

ASUS Transformer Pro 3 มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 12.6 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 2880 x 1920 (275ppi) เพื่อภาพที่คมชัด ด้านของสีสันก็สามารถให้สีได้ถึง 121% ตามมาตรฐาน sRGB ช่วยให้ภาพที่ออกมามีความสดใส เต็มอิ่มในทุกเฉดสี ลำโพงคู่หน้า ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างเอซุสและ Harman Kardon จึงทำให้เสียงที่ออกมามีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ครบถ้วนในทุกรายละเอียด ช่วยเสริมประสบการณ์ด้านความบันเทิงของคุณได้อย่างเต็มที่

ด้านประสิทธิภาพ ASUS Transformer Pro 3 เลือกใช้ขุมพลัง Intel Core i7 processor โดยมีตัวเลือกหน่วยความแบบ SSD แบบ PCIe x4 สูงสุด 1TB และแรมความเร็ว 2133MHz ความจุสูงสุด 16GB เพื่อตอบทุกโจทย์การทำงานของคุณ รองรับการเชื่อมต่อเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง USB Type-C รองรับ USB 3.1 Gen 2 ที่มีความเร็วสูงสุด 10Gbps และ Thunderbolt™ 3 ซึ่งมีความเร็วสูงสุด 40Gbps และรองรับการเชื่อมต่อมอนิเตอร์ระดับ 4K UHD ถึงสองจอพร้อมกัน รวมถึงยังมีช่อง USB 3.0 และ HDMI เพื่อการใช้งานที่ครบครัน กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้ารองรับการล็อกอินผ่านฟีเจอร์ Windows Hello

ASUS Transformer 3 Pro รองรับอุปกรณ์เพิ่มเติมที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานและความสะดวกสบายให้กับคุณ ได้แก่

  • ปากกา ASUS Pen ที่ทำให้การเขียน การวาดทำได้อย่างลงตัว ด้วยความสามารถในการรับระดับแรงกดได้ถึง 1,024 ระดับ ให้ความรู้สึกในการใช้งานดุจปากกาจริง โดยที่ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพที่ต้องการด้วยกล้องหลังความละเอียดสูง และจดบันทึกลงในภาพได้ทันที
  • แท่น ASUS Universal Dock ทำหน้าเป็นฮับที่ช่วยเพิ่มรูปแบบการเชื่อมต่อ ประกอบด้วย USB 3.1 Type-C, USB 3.0, HDMI, VGA, ช่องแลน RJ45 และช่องอ่านการ์ด SD แบบ 3-in-1
  • ASUS Audio Pod ที่ภายในมีลำโพงถึง 4 ตัว เมื่อใช้งานร่วมกับ ASUS Transformer Pro 3 จะทำให้สามารถมอบประสบการณ์จำลองเสียงรอบทิศทาง 360° แบบ 1 ทิศทาง พร้อมพลังเบสที่เต็มอิ่มให้กับคุณ
  • ROG XG Station 2 ทำให้ ASUS Transformer Pro 3 ใช้งานร่วมกับการ์ดกราฟิกแยกประสิทธิภาพสูงระดับเดสก์ท็อปได้ รองรับการใช้งานร่วมกับเกมแบบ VR

 Transformer3_T303

ASUS Transformer 3 – นิยามใหม่แห่งพีซีแบบพกพา

         ASUS Transformer 3 คือพีซีแบบ 2-in-1 ที่มีความบางเบาชั้นยอด สะดวกสบายกับทุกรูปแบบการใช้งาน แข็งแกร่งแต่บางเบาด้วยการเลือกใช้อลูมิเนียม ทำให้ ASUS Transformer 3 มีน้ำหนักเพียง 695 กรัม และบางสุดเพียงแค่ 6.9 มิลลิเมตร พร้อมตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่ากระดาษขนาด A4 โดยที่ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่หรูหรา พรีเมียม มีมีให้เลือกด้วยกันสองเฉดสี ได้แก่สีทอง Icicle Gold กับสีเงิน Glacier Gray และได้รับการสร้างสรรค์มาให้ใช้งานคู่กับ ASUS Transformer Sleeve Keyboard ที่มีระยะการกดปุ่มเพียงแค่ 1.4 มิลลิเมตร สามารถปรับรูปแบบการเอียงได้ 2 แบบ พร้อมทั้งทัชแพดที่เคลือบผิวนอกด้วยกระจก ทำให้ทุกการทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว และแม่นยำ

จอแสดงผลของ ASUS Transformer 3 มีขนาด 12.6 นิ้ว คิดเป็นอัตราส่วนกว่า 80% ของด้านหน้าตัวเครื่อง ความละเอียด 2880 x 1920 (275ppi) ให้ภาพที่คมชัดในทุกรายละเอียด มีความสว่างสูงสุดถึง 450cd/m2 ด้านของสีสันก็สามารถให้สีได้ถึง 121% ตามมาตรฐาน sRGB ช่วยให้ภาพที่ออกมามีความสดใส เต็มอิ่มในทุกเฉดสี ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ASUS Tru2Life Video ที่มีกระบวนการในการเพิ่มคุณภาพการแสดงผลในทุกๆ พิกเซลก่อนออกสู่สายตาคุณ ทำให้ภาพที่ออกมามีความโดดเด่น และแตกต่างไปจากจอคอมพิวเตอร์พกพาโดยทั่วไป ไม่ว่าจะกับภาพนิ่ง หรือวิดีโอก็มีความสมจริงในทุกองค์ประกอบและเฉดสี

ASUS Transformer 3 มาพร้อมลำโพงภายในจาก Harman Kardon ถึง 4 จุด โดยมีชุดขับเสียงคุณภาพสูงเพื่อให้เสียงที่ออกมามีรายละเอียดที่ยอดเยี่ยม เต็มพลัง นอกจากนี้ ASUS Transformer 3 ยังสามารถปรับทิศทางของเสียงที่ออกมาให้เป็นไปตามรูปแบบการวางเครื่องได้อีกด้วย เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ด้านความบันเทิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด

ภายในของ ASUS Transformer 3 มาพร้อมตัวเลือกขุมพลังสูงสุดอย่าง 7th Gen Intel Core processors ทำงานร่วมกับแรมสูงสุด 8GB และหน่วยความจำ SSD สูงสุด 512GB ที่ทำให้คุณทำงานได้อย่างไหลลื่น รองรับช่องเชื่อมต่อ USB Type-C (USB 3.1 Gen 2) ความเร็วสูงสุด 10Gbps และ Thunderbolt™ 3 ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 40Gbps รองรับการเชื่อมต่อมอนิเตอร์ระดับ 4K UHD ถึงสองจอพร้อมกัน

นอกจากนี้ ASUS Transformer 3 ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ พร้อมรองรับการล็อกอินเข้าใช้งานด้วยฟีเจอร์ Windows Hello ผ่านกล้องหน้า เพื่อการเข้าใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยรักษาความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี โดยไม่จำเป็นต้องกรอกรหัสผ่านใดๆ

ASUS Transformer 3 รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ปากกา ASUS Pen, แท่นรอง ASUS Universal Dock, ลำโพง Audio Pod, แท่น ROG XG Station 2 ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้เป็นเท่าตัว

TransformerMini_T102

ASUS Transformer Mini

ASUS Transformer Mini คือคอมพิวเตอร์พีซีแบบ 2-in-1 ที่เบาที่สุดของโลกในปัจจุบัน ด้วยการเลือกใช้แมกนีเซียม-อลูมินัมอัลลอยระดับพรีเมียม ทำให้ ASUS Transformer Mini มีน้ำหนักเมื่อรวมกับคีย์บอร์ดแล้วอยู่ที่ 790 กรัม สำหรับเฉพาะเครื่องแท็บเล็ตเองมีน้ำหนักแค่ 530 กรัม บางสุดเพียง 8.2 มิลลิเมตร โดย ASUS Transformer Mini มาพร้อมหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 400cd/m2 ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ASUS TruVivid ช่วยให้ภาพที่แสดงมีสีสันสดใส เต็มอิ่ม และใช้งานได้ในทุกสถานที่ ทั้งยังมีเทคโนโลยี ASUS Tru2Life Video ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลให้กับทุกพิกเซล ช่วยให้ภาพมีความสมจริงยิ่งขึ้น

ASUS Transformer Mini มีการออกแบบให้มีขาตั้งแบบบานพับซึ่งสามารถทำให้คุณปรับมุมจอเอนลงได้สูงสุดถึง 170° ทำให้สามารถใช้งานได้ในทุกสถานที่ตามที่คุณต้องการ ปุ่มคีย์บอร์ดถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ มีระยะการกดปุ่มเพียง 1.5 มิลลิเมตร ให้การตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม รองรับการใช้งานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ครบครันการเชื่อมต่อทั้ง USB, Wi-Fi 802.11ac และแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานสุดถึง 11 ชั่วโมง

ASUS Transformer Mini มีให้เลือกหลากหลายสีสัน ทั้งตัวเครื่องและคีย์บอร์ด ทำให้คุณสามารถจับคู่ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสีเงิน Quartz Gray หรือสีขาว Pearl White ส่วนคีย์บอร์ดก็ตัวอย่างเช่นสีเขียวมิ้นท์ สีทอง Icicle Gold เป็นต้น

ROG_GX800_Docking

ROG GX800: โน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของโลก

         ASUS ROG GX800 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการต่อยอดจาก ROG GX700 โน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่มาพร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำเป็นรุ่นแรกของโลก ทำให้กลายเป็นหนึ่งโน๊ตบุ๊คที่ทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน

ROG GX800 เลือกใช้พลังการประมวลผลขั้นสูงจากทั้งชิปประมวลผล Intel K-Series และกราฟิกชิป NVIDIA SLI GPU ที่ให้ประสิทธิภาพในระดับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป จุดเด่นคือการมาพร้อมกับแท่นระบายความร้อนด้วยน้ำ เพื่อช่วยระบายความร้อนภายในอันเกิดจากการโอเวอร์คล็อกชิปประมวลผล, ชิปกราฟิก และหน่วยความจำแรม

ROG GX800 มาพร้อมกับคีย์บอร์ดแบบกลไก (Mechanical) ที่มีชื่อว่า MechTAG อันมีชื่อเต็มคือ Mechanical Tactile Advanced Gaming กับคุณสมบัติเด่นในด้านการตอบสนองของปุ่มกดในสไตล์อันเป็นที่โปรดปรานของเหล่าเกมเมอร์ มีไฟ LED ใต้ปุ่มในรูปแบบของไฟ RGB ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงสีสันได้อิสระ นอกจากนี้ยังคงมาพร้อมความสามารถในการกดได้หลายปุ่มพร้อมกัน (Anti-Ghosting) อันเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกมเมอร์ได้เป็นอย่างดี

ROG_G31

ROG G31 Edition 10: เกมมิ่งเดสก์ท็อปขนาดกะทัดรัดที่แรงที่สุดของโลก

         ASUS ROG G31 Edition 10 คือเกมมิ่งเดสก์ท็อปขนาดกะทัดรัดที่ได้รับการต่อยอดมาจาก ROG G20 โดยมีขนาดเพียง 20 ลิตร แต่ภายในบรรจุด้วยขีดสุดแห่งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง ชิปกราฟิกระดับสูงสุดอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1080 ที่รองรับการทำงานร่วมกันแบบ SLI สองทิศทาง ทำให้การเล่นเกมความละเอียดระดับ 4K UHD เป็นไปได้อย่างไหลลื่น ส่วนด้านของเสียง ก็จัดเต็มด้วยชุด DAC และแอมป์ขยายเสียงจาก ESS® ช่วยให้เสียงออกมาได้อย่างเต็มพลัง คมชัดในระดับ Hi-Fi

ซึ่งทั้งหมดนี้ รวมอยู่ภายใน ROG G31 Edition 10 กับเคสที่เลือกใช้ลวดลายในสไตล์มายันผสานความดุดันในแบบฉบับ ROG ด้านระบบระบายความร้อน เอซุสเลือกใช้เทคโนโลยี 3D Vapor Chamber Thermal ร่วมกับพัดลมคู่ที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้สามารถระบายความร้อนออกมาได้อย่างรวดเร็ว

ASUS Zenbo

ASUS Zenbo – ผู้ช่วยอัจฉริยะข้างกายคุณ

         ASUS Zenbo ได้รับการวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เป็นหุ่นยนต์ประจำบ้านคุณ กับความสามารถในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือ เพื่อทำให้ชีวิตของคุณสะดวกยิ่งขึ้น ให้ความบันเทิง รวมถึงการสร้างความผูกพันระหว่างครอบครัวของคุณกับไลฟ์สไตล์ในแบบดิจิตอลได้อย่างลงตัว ผ่านทักษะรอบด้าน ตัวอย่างเช่นการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและความสามารถในการรับคำสั่งเสียง ทำให้ Zenbo จะกลายเป็นเป็นหนึ่งสมาชิกในบ้าน และทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการใช้งานอย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ตัวอย่างความสามารถของ ASUS Zenbo ก็คือการเป็นหนึ่งในผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุภายในบ้าน ทั้งในด้านของความปลอดภัย และการเป็นเพื่อนที่ช่วยให้ท่านผ่อนคลายด้วยการเชื่อมต่อกับโลกดิจิตอล ตัวอย่างเช่น การช่วยแจ้งเตือนให้ทานยาเมื่อถึงเวลาที่กำหนด การให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพ เป็นต้น รวมถึงยังช่วยตรวจจับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับสมาชิกในบ้าน เช่น การพลัดตกจากที่สูง ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น Zenbo ก็จะติดต่อไปยังสมาชิกในบ้านท่านอื่นๆ และอนุญาตให้ทำการควบคุม Zenbo ไปหาผู้ประสบอุบัติเหตุ แล้วเปิดกล้องหน้าเพื่อตรวจสอบอาการได้อย่างรวดเร็ว

Zenbo พร้อมจะเป็นหนึ่งในผู้ช่วยเชื่อมโยงคุณเข้ากับโลกดิจิตอล ด้วยการเข้าถึงสื่อออนไลน์ และโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาผ่านระบบวิดีโอคอล อ่านข้อมูลความเคลื่อนไหวจากในโซเชียลมีเดีย สั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ รวมไปจนถึงการรับชมภาพยนตร์และรายการทีวีแบบสตรีมมิ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถสั่งงาน Zenbo ได้ด้วยเสียงพูดของคุณ

สำหรับการใช้งาน Zenbo ร่วมกับบุตรหลานในครอบครัวก็เป็นไปได้อย่างสนุกสนาน ด้วยความสามารถในการตอบสนองการสั่งงานได้อย่างยอดเยี่ยม ผ่านทางจอแสดงผลและระบบเสียงสเตอริโอคุณภาพสูงภายในตัว ทำให้ Zenbo สามารถเล่นเพลงโปรดไปพร้อมกับการเต้นประกอบจังหวะไปได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งยังช่วยเพิ่มพัฒนาการให้กับบุตรหลานของคุณได้ด้วยกิจกรรม เกมต่างๆ ให้ได้ฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ของเด็ก รวมไปถึงสามารถเล่านิทานให้ฟัง ร่วมกับการฉายภาพประกอบนิทาน ควบคู่ไปกับการปรับความสว่างไฟในห้องเพื่อทำให้นิทานมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ด้านการใช้งานทั่วไป Zenbo สามารถเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านที่อยู่ในรูปแบบของสมาร์ทโฮมได้ ยกตัวอย่างเช่นควบคุมการเปิดปิดไฟส่องสว่าง ปรับเปลี่ยนช่องรายการโทรทัศน์ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ เรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านแล้วสั่งเปิดประตูด้วยเสียง ช่วยอ่านขั้นตอนการทำอาหาร รวมไปถึงช่วยเป็นช่างภาพในการเก็บภาพความประทับใจของทุกคนในครอบครัว ซึ่งฟังก์ชันทั้งหมดนี้จะเข้ามาทำให้การทำงาน การพักผ่อนในบ้านของคุณแตกต่างไปจากที่เคย

Zenbo รองรับการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชันที่ช่วยเสริมความสามารถได้อย่างหลากหลาย ด้วยชุดพัฒนา Zenbo Developer Program ที่ภายในมี Zenbo SDK สำหรับให้นักพัฒนาได้ทำการสร้างสรรค์แอพพลิเคชันจากไอเดียของตนเอง ออกมาสู่การใช้งานจริงร่วมกับ Zenbo อันจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มทางด้านการพัฒนาหุ่นยนต์ และส่งผลไปถึงการเข้ามาทำให้ชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นไปได้อย่างเรียบง่าย และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในอนาคต สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ Zenbo และ Zenbo Developer Program สามารถเยี่ยมชมได้ที่ zenbo.asus.com

Click to comment
Advertisement

You May Also Like

Notebook News

Dell Notebook ช่วงปลายปี 2020 มีให้เราได้เลือกซื้อหลากหลายมากมาย โดยที่มีรุ่นตามลักษณะการใช้งานของเรา เหมาะกับทุกๆ คน ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงานทั่วไป หรือคนที่ทำงานสาย Content Creator รวมไปถึงระดับองค์กรมืออาชีพ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Gamer

Other News

Apple เปิดตัว iPhone 12 Series อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในงาน Apple Even ในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 (ตรงกับเวลา 00:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) พร้อมกับผลิตภัณฑ์อย่าง HomePod Mini ด้วย ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำสรุปสเปค...

Tips & Tricks

รวมสูตร The Sims 4 เป็นอีกเรื่องที่น่าจะหยิบยกมาเขียน ไหน ๆ ช่วงนี้ Steam ก็ขนขบวนมาลดราคา The Sims 4 ทั้งเช็ต ทั้งภาคหลัก ภาคเสริม และเพราะ The Sims เป็นเกมจำลองการใช้ชีวิตยอดฮิตเป็นที่นิยมตลอดกาล เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ผู้เล่นสามารถปลอดปล่อยจินตนาการการใช้ชีวิตประจำวันที่โลกจริงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำให้ซีรีส์เกม The...

Tips & Tricks

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คหลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอก็คือ โน๊ตบุ๊คเชื่อมต่อ WiFi ไม่ได้ หรือมองไม่เห็น WiFi ที่ต้องการใช้งาน ทำให้เกิดความลำบาก และต้องหาวิธีแก้ไขกันวุ่นวาย