Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

[Computex 2016] ASUS ZenFone 3 เปิดตัวออกมาทีเดียวพร้อมกันถึง 3 รุ่น ราคา 8,900 บาทขึ้นไป

และแล้วก็ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วครับหลังจากที่ให้สาวก ZenFone รอและคาดเดากันอย่างเนิ่นนาน โดยในครั้งนี้นั้น ASUS ได้ทำการเปิดตัว ZenFone 3 ออกมาทีเดียวด้วยกันถึง 3 รุ่น 3 สไตล์(แต่คาดง่าหลังจากนี้คงมีการแตกรุ่นออกมาให้ได้งงกันอีกอย่างแน่นอน) อันประกอบไปด้วย ZenFone 3, ZenFone 3 Deluxe และ ZenFone 3 Ultra ที่ถ้าหากเมื่อดูจากรูปลักษณ์และดีไซต์แล้วนั้น ZenFone 3 และ ZenFone 3 Deluxe จะค่อนข้างมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันดู แต่สำหรับในรุ่น ZenFone 3 Ultra นั้นรูปลักษณ์ภายนอกจะแตกต่างไปจากทั้ง 2 รุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจนครับ

ASUS ZenFone 3 600

Advertisement

มาดูกันดีกว่าครับว่า ZenFone 3 ในแต่ละรุ่นนั้นจะมีสเปคน่าใช้งานมากน้อยแค่ไหน

ZenFone 3

ASUS ZenFone 3 600 02

  • หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วใช้ panle แบบ IPS+ รองรับความละเอียดที่ระดับ 1080p ความสว่างของหน้าจอสูงสุดมากถึง 500 nits
  • กระจกล้อมรอบตัวเครื่องเป็นแบบ 2.5D ของทาง Corning Gorilla โดยจะใช้ล้อมรอบวัสดุที่เป็นอลูมิเนียมภายในอีกรอบหนึ่งเพื่อความแข็งแรง
  • ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 625
  • หน่วยความจำ(RAM) ขนาด 4 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในมีให้เลือกมากสุดถึง 64 GB(ทั้งนี้คาดว่าน่าจะมีรุ่นขนาดแหล่งเก็บข้อมูลที่ 16 GB และ 32 GB แตกย่อยออกมาให้เลือก)
  • กล้องหลังความละเอียด 16 MP มาพร้อมกับเทคโนโลยี ASUS TriTech autofocus  และ laser autofocus รุ่นที่ 2(สามารถจับโฟกัสได้ในเวลาเพียง 0.03 วินาที)
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 MP
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือทางด้านหลังของเครื่อง
  • พอร์ทการเชื่อมต่อเป็น micro USB 2.0
  • มีสีวางจำหน่ายถึง 4 สี ประกอบไปด้วย ทอง, น้ำเงิน, ดำและขาว

ZenFone 3 Deluxe

สำหรับ ZenFone 3 Deluxe นั้นจะมีดีไซน์ของตัวเครื่องที่เหมือนกันกับ ZenFone 3 รุ่นธรรมดาเลยครับ ทว่าก็ใช่ว่าจะเหมือนกันไปหมดซะทุกอย่างเพราะว่าทาง ASUS ได้มีการปรับแต่ง ZenFone 3 Deluxe ไว้ดังนี้ครับ

  • หน้าจอขนาด 5.7 นิ้วใช้ panel แบบ Super AMOLED รองรับความละเอียดที่ระดับ 1080p และรองรับช่วงกว้างของสีแบบ NTSC ได้มากถึง 100%
  • ใช้วัสดุเป็นโลหะทั้งตัวโดยจะไม่มีเส้นของสายเสาอากาศแสดงให้เห็นบนลายตัวเครื่องอีกต่อไปแถมขนาดของขอบจอ(ด้านบนและล่าง) ยังเล็กมากคืออยู่ที่ 4.2 mm เท่านั้นทำให้ตัวเครื่องดูไม่ใหญ่มากเกินไป
  • ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 820
  • หน่วยความจำ(RAM) ขนาด 6 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในไม่มีรายละเอียดระบุเอาไว้แต่คาดว่าน่าจะมีตัวเลือกมาสุดอยู่ที่ขนาดความจุ 128 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 23 MP ใช้เซ็นเซอร์กล้องของ Sony IMX318 มาพร้อมกับรูรับแสงขนาด f/2.0, 4-axis optical image stabilization, เทคโนโลยี ASUS TriTech autofocus  และ laser autofocus รุ่นที่ 2(สามารถจับโฟกัสได้ในเวลาเพียง 0.03 วินาที)
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 MP
  • ไม่มีการบอกขนาดความจุของแบตเตอรี่ไว้แน่ชัดแต่จากข้อมูลบอกเอาไว้ว่าไม่ได้ต่างอะไรไปจาก ZenFone 3 ทำให้คาดได้ว่าน่าจะมีขนาดแบตเตอรี่อยู่ที่ 3,000 mAh ทว่า ZenFone 3 Deluxe จะรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว Qualcomm Quick Charge 3.0
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือทางด้านหลังของเครื่อง
  • พอร์ทการเชื่อมต่อเป็น USB Type-C 3.0
  • มาพร้อมกับ  five-magnet speaker และสนับสนุน Hi-Res Audio
  • มีสีวางจำหน่ายถึง 4 สี ประกอบไปด้วย ทอง, เงินและเทา

Zenfone 3 Ultra

ASUS ZenFone 3 600 03

สำหรับ Zenfone 3 Ultra นั้นจะมีดีไซน์ของตัวเครื่องทางด้านหน้าที่แตกต่างไปจากรุ่นธรรมดาและรุ่น Deluxe พอควรครับ หลายๆ คนอาจจะคาดว่า Zenfone 3 Ultra นั้นเป็นรุ่นระดับท๊อปสุดแต่ทว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่ครับเพราะหากจะว่าไปแล้ว Zenfone 3 Ultra นั้นเป็นรุ่นหน้าจอขนาดใหญ่ที่ทาง ASUS นำเอารุ่นธรรมดาและ Deluxe มาผสมกันมากกว่า โดยสเปคของ Zenfone 3 Ultra มีดังต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอขนาด 6.8 นิ้วใช้ panle แบบ IPS+ รองรับความละเอียดที่ระดับ 1080p และรองรับช่วงกว้างของสี NTSC สูงถึง 95%
  • ใช้วัสดุเป็นโลหะทั้งตัวโดยจะไม่มีเส้นของสายเสาอากาศแสดงให้เห็นบนลายตัวเครื่องอีกต่อไป
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยีเฉพาะตัวของทาง ASUS อย่าง Tru2Life+ Video technology สำหรับการแสเงผลทำให้สามารถที่จะแสดงผลภาพและวีดีโอความละเอียดระดับ 4K UHD เหมือนกับบนทีวีระดับสูง
  • ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 625
  • หน่วยความจำ(RAM) ขนาด 4 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในไม่มีรายละเอียดระบุเอาไว้แต่คาดว่าน่าจะมีตัวเลือกมาสุดอยู่ที่ขนาดความจุ 64 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 23 MP ใช้เซ็นเซอร์กล้องของ Sony IMX318 มาพร้อมกับรูรับแสงขนาด f/2.0, 4-axis optical image stabilization, เทคโนโลยี ASUS TriTech autofocus  และ laser autofocus รุ่นที่ 2(สามารถจับโฟกัสได้ในเวลาเพียง 0.03 วินาที)
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 MP
  • ขนาดความจุของแบตเตอรี่อยู่ที่ 4,600 mAh และรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว Qualcomm Quick Charge 3.0
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือทางด้านหลังของเครื่อง
  • มาพร้อมกับ  five-magnet speaker และสนับสนุน Hi-Res Audio รวมทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่รองรับการสร้างเสียงเสมือนจริงแบบ 7.1 channel surround sound เมื่อใช้งานร่วมกับ DTS Headphone
  • มีสีวางจำหน่ายถึง 4 สี ประกอบไปด้วย ชมพู, เงินและเทา

ทั้งนี้ราคาจำหน่ายของ ZenFone 3 จะอยู่ที่ $249 หรือประมาณ 8,970 บาท, ZenFone 3 Deluxe จะอยู่ที่ $499 หรือประมาณ 17,970 บาทและ ZenFone 3 Ultra จะอยู่ที่ $479 หรือประมาณ 17,250 บาท ส่วนวันวางจำหน่ายนั้นยังคงไม่มีการเปิดตัวออกมาแต่อย่างใดครับ

ที่มา : theverge, gsmarena

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

ROG Rapture GT-BN98 Series และ ASUS ZenWiFi BN12 พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนตุลาคม ASUS ตอกย้ำความเป็นผู้นำในยุคเครือข่ายยุคใหม่ ประกาศวางจำหน่าย ROG Rapture GT-BN98 Series ในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นเราเตอร์ Quad-Band WiFi 8 ตัวแรกและตัวเดียวในโลกที่จะวางจำหน่ายผ่านหน้าร้าน ณ ขณะนี้...

PR-News

ROG 20 Years of Celebrate การร่วมมือกันระหว่าง ROG และ AIS ร่วมฉลองปีพิเศษของ ROG เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ AIS Siam โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ ชุดอุปกรณ์ ROG Edtion 20 ที่ให้แฟนๆ ROG...

Buyer's Guide

เกมมิ่งเมาส์ไร้สายกลายเป็นเกมมิ่งเกียร์มาตรฐานคู่กับเกมมิ่งคีย์บอร์ดแล้ว ปัจจุบันราคาก็ถูกลงมากจนมีเงินหลักร้อยหรือพันบาทต้นๆ ก็ซื้อมาใช้ได้แล้ว แถมเลือกวิธีเชื่อมต่อได้หลายแบบไม่ว่าจะใช้สาย USB-C ต่อใช้งานไปชาร์จไปจนเต็มแล้วถอดสายเปลี่ยนไปใช้ USB RF 2.4 GHz ไม่ให้สายมารั้งเกะกะเพื่อให้เล่นเกมสะดวกขึ้นแถมมีโหมด Bluetooth ให้ใช้เวลาทำงานเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการเชื่อมต่อแล้วเกมมิ่งเมาส์ไร้สายในยุคนี้ก็แข่งกันว่าใครจะลดน้ำหนักว่าลงไปได้เบาที่สุดเพื่อให้เกมเมอร์กวาดมือง่ายแล้วแขนล้าน้อยลงด้วย ซึ่งน้ำหนักในตอนนี้เบาสุดเพียง 35 กรัม ส่วนรุ่นทั่วไปจะยืนพื้นกันช่วง 50~80 กรัม ขึ้นอยู่ว่าผู้ผลิตใช้วัสดุอะไรมาขึ้นรูปเป็นบอดี้เมาส์เช่นกัน นอกจากฟีเจอร์ของเกมมิ่งเมาส์ไร้สายจากผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ แล้ว หากมีโอกาสได้จับเมาส์ตัวจริงสักครั้งไม่ว่าจะในงาน...

Buyer's Guide

พอซื้อหรือ MacBook เครื่องใหม่มาแล้ว ใครๆ ก็มักคิดจะช็อปปิ้งอุปกรณ์เสริม MacBook มาใช้คู่กันก็ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะตอนนั่งทำงานประจำโต๊ะแล้วพ่วงหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเข้าไปจนกลายเป็นพีซีให้ทำงานสะดวกขึ้นได้ แถมเวลาพกไปไหนก็หยิบออกมาต่อใช้เปลี่ยนให้กลายเป็นโต๊ะทำงานนอกสถานที่ได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ผลิตหลายแบรนด์สร้างอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ตามชอบแถมราคาต่อชิ้นก็ไม่กี่ร้อยหรือพันบาทก็หามาใช้ได้แล้ว ถ้าเปลี่ยนมาใช้โน้ตบุ๊ค Windows รุ่นที่มีพอร์ต USB-C Full Function หรือ Thunderbolt ก็เอามาต่อใช้ได้ไม่เสียเงินฟรีแน่นอน แถมเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นไปอีก เหตุผลว่าทำไมควรซื้ออุปกรณ์เสริม MacBook นั่นเพราะทุกรุ่นแถมแค่สาย...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก