Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

[Google] จดสิทธิบัตรอุปกรณ์ที่จะใส่ลูกตาของผู้ใช้โดยตรงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของวิสัยทัศน์

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Google ได้ยื่นขอสิทธิ์ในสิทธิบัตรใบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ที่การใช้งานนั้นออกจะน่ากลัวสักนิดเพราะมันจะต้องใส่เข้าใปในลูกตาของผู้ใช้โดยตรงแต่เมื่อใส่อุปกรณ์ดังกล่าวนี้เข้าไปในลูกตาแล้วประสิทธิภาพ

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Google ได้ยื่นขอสิทธิ์ในสิทธิบัตรใบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ที่การใช้งานนั้นออกจะน่ากลัวสักนิดเพราะมันจะต้องใส่เข้าใปในลูกตาของผู้ใช้โดยตรงแต่เมื่อใส่อุปกรณ์ดังกล่าวนี้เข้าไปในลูกตาแล้วประสิทธิภาพทางด้านวิสัยทัศน์ของผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ สิทธิบัตรดังกล่าวนี้อธิบายเอาไว้ครับว่าอุปกรณ์ดังกล่าวนี้จะถูกใส่เข้าไปทางลูกตาของผู้ใช้ผ่านทางการฉีดเข้าไปยังส่วนที่เป็นของเหลวของลูกตาจากนั้นแล้วแคปซูลเลนส์ตาจะเกิดการแข็งตัวในจุดที่ตรงกับเลนส์ตาเพื่อผสานการใช้งานกับเลนส์ตาของผู้ใช้ครับ

google patent eyeball 600

Advertisement

อ่านดูแล้วดูเหมือนจะน่ากลัวว่าจะมีอะไรเข้าไปอยู่ในลูกตาเรารึเปล่า แต่ทั้งนี้มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นเลยครับ ตัวสิทธิบัตรได้อธิบายในเรื่องนี้ต่อไปครับว่าเจ้าอุปกรณ์ดังกล่าวนี้ เมื่อผสานกับเลนส์ตา(ณ แคปซูลเลนส์ตา) แล้วมันจะทำหน้าที่เปรียบเสมือนว่าตัวของมันเองนั้นเป็นเยื่อหุ่มเซลล์ที่โปร่งแสงล้อมรอบดวงเลนส์ตาเอาไว้ ซึ่งกระบวนการฉีดดังกล่าวนี้นั้นจะทำให้อุปกรณ์ที่ฉีดเข้าไปนั้นจะทำการแทนที่เลนส์ตาธรรมชาติของเราจากตัวแคปซูลเลนส์ตาที่ฉีดเข้าไปครับ(คล้ายๆ กับว่าเป็นการย้ายเอาเลนส์ตาธรรมชาติออกมาจากแคปซูลเลนส์ตาด้วยการแทนที่เลนส์ตาจากอุปกรณ์ครับ)

ในสิทธิบัตรนี้นั้นได้อธิบายถึงอุปกรณ์ที่จะเอาไว้ใช้ในการทำการฉีดเข้าไปในดวงตาของเราเอาไว้ด้วยซึ่งประกอบไปด้วยอุปกรณ์เล็กๆ หลายตัวด้วยกันไม่ว่าจะเป็นแหล่งเก็บข้อมูล, เซ็นเซอร์, เครื่องส่งสัญญาณวิทยุขนาดจิ๋ว, แบตเตอรี่และเลนส์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจากส่วนนี้ของสิทธิบัตรนี่แหละครับที่ทำให้เจ้าสิทธิบัตรดังกล่าวนี้น่าสนใจและดูเหมือนกับว่าถ้าสามารถจะทำได้จริงๆ แล้วหล่ะก็นี่จะเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคของการดัดแปลงอวัยวะธรรมชาติด้วยอวัยวะเทียมที่มาพร้อมกับความสามารถอัจฉริยะในตัว

google glass 600

หรือ Google Glass จะเข้าไปอยู่ในดวงตาของพวกเราได้จริงๆ ในอนาคต

หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าหากเรานำเอาอุปกรณ์เล็กๆ ต่างๆ ดังกล่าวที่บอกไปในย่อหน้าที่แล้วใส่เข้าไปในลูกตา(หรือร่างกายของเรา) จริงๆ แล้วมันจะใช้แหล่งพลังงานจากที่ไหนเนื่องจากว่าถึงแม้ตามสิทธิบัตรจะบอกว่ามีการใส่แบตเตอรี่ขนาดเล็กเข้าไปด้วยก็ตามแต่แบตเตอรี่นั้นก็ต้องมีวันหมด ตรงจุดนี้ Google ถือว่ารอบคอบมากครับเนื่องจากในสิทธิบัตรได้อธิบายเอาไว้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ดังกล่าวนั้นจะใช้แหล่งพลังงานจากการเก็บเกี่ยวพลังงานแบบไร้สาย(คล้ายๆ กับการชาร์โทรศัพท์แบบไร้สาย) จาก “เสาอากาศการเก็บเกี่ยวพลังงาน” ที่ถูกใส่เข้าไปด้วยครับ

Google ยังจัดหนักเข้าไปกว่านั้นด้วยการระบุในสิทธิบัตรดังกล่าวนี้ว่าอุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปในลูกตาดังกล่าวนี้จะสามารถติดต่อสื่อสารกับ “interface device” ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผลที่สามารถทำการประมวลผลเพื่อทำการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันและทำการประมวลผลในด้านต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการแสดงผลบนลูกตาของผู้ใช้ซึ่งหากอ้างอิงตามที่ Google ได้ระบุไว้ในสิทธิบัตรใบดังกล่าวนี้พบว่าเลนส์อิเล็กทรอนิกส์จะทำหน้าที่ในการประมวลผลเกี่ยวกับการโฟกัสแสงที่เข้ามาสู่เรตินาของลูกตาผู้ใช้เพื่อปรับให้ผู้ใช้สามารถที่จะมองเห็นได้อย่างปกติไม่ว่าจะใกล้หรือไกลครับ

สิทธิบัตรดังกล่าวนี้อ่านแล้วเหมือนหลุดมาจากหนัง Sci-Fi หล่ะครับ ที่สำคัญก็คือเราคงไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอุปกรณ์ดังกล่าวและวิธีการตามสิทธิบัตรดังกล่าวจะเป็นจริงในเร็วๆ นี้หรือไม่ ที่สำคัญที่สุดก็คือหากทาง Google สามารถที่จะสร้างอุปกรณ์และกรรมวิธีตามสิทธิบัตรดังกล่าวได้ขึ้นมาแล้วจริงๆ จะมีใครผู้ใดที่จะเป็นมนุษย์รายแรกของโลกที่ได้รับการตัดต่อดวงตาให้กลายเป็นอุปกรณ์กึ่งอิเล็กทรอนิกส์เช่นนี้ครับ

ที่มา : forbes

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ยุคนี้พอต้องทำงานร่วมกับชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วหาเวลาเพื่อเรียนภาษาใหม่เพิ่มไม่ทัน ก็ต้องพึ่งพลังเทคโนโลยีอย่างหูฟังแปลภาษามาช่วยให้ติดต่อคุยงานกันได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งหูฟังเหล่านี้จะทำงานร่วมกับแอพฯ ของผู้ผลิตและใช้ AI ช่วยจับประโยคและสำเนียงของคู่สนทนาแล้วแปลเป็นภาษาให้เราเข้าใจได้ง่ายและเร็วระดับ Real-time ด้วยชิปเซ็ตกับอัลกอริธึ่มแบบใหม่ในตัวที่ทางผู้ผลิตพัฒนามันต่อยอดต่อเนื่องให้ทำงานได้ดีกว่าเดิมและใช้งานได้นานขึ้นด้วย พอหมดเวลาทำงานแล้วหูฟังเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากหูฟัง True Wireless ทั่วไปในชีวิตประจำวันเพราะมันแชร์พื้นฐานร่วมกันหมดทั้งการเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ 1-2 เครื่องและสลับใช้งานได้สะดวก แถมบางรุ่นรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงและมีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกในตัว แถมมีได้ไมโครโฟนคุณภาพดีไว้ใช้โทรพูดคุยกับผู้อื่นได้สะดวกรวดเร็วขึ้น หรือถ้าเน้นเรื่องการแปลภาษาเป็นหลักก็มีแบรนด์ที่เน้นการแปลภาษาให้เลือกเช่นกันAdvertisement เรื่องควรทราบก่อนซื้อหูฟังแปลภาษามาใช้งาน...

IT NEWS

Google ประกาศปรับรอบการออกเวอร์ชันของ Chrome ครั้งใหญ่ โดยจะเปลี่ยนจากเดิมที่ออก milestone ใหม่ทุก 4 สัปดาห์ มาเป็นทุก 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ การแก้บั๊ก และการปรับปรุงประสิทธิภาพมาไวขึ้นกว่าที่เคย ขณะที่ฝั่งนักพัฒนาเว็บก็จะต้องปรับตัวกับจังหวะการอัปเดตที่เร็วขึ้นตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “เร่งปล่อยอัปเดต” แบบผิวเผิน แต่สะท้อนให้เห็นว่า Google...

IT NEWS

QuickLens กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงจากส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แต่สุดท้ายกลับถูกใช้เป็นช่องทางปล่อยมัลแวร์ใส่ผู้ใช้จริง ข่าวนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะ QuickLens ไม่ใช่ส่วนขยายเถื่อนที่เพิ่งโผล่มาแบบไร้ที่มา แต่เป็น extension ที่เคยใช้งานได้จริง มีผู้ใช้สะสมหลายพันราย และเคยได้รับความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งมาก่อน ประเด็นสำคัญคือ หลังจากตัวส่วนขยายเปลี่ยนมือ มันถูกอัปเดตจนกลายเป็นเครื่องมือโจมตีผู้ใช้เต็มรูปแบบ ทั้งการแสดงหน้าหลอกให้อัปเดตปลอมแบบ ClickFix การขโมยข้อมูลล็อกอิน การดักข้อมูลแบบฟอร์ม และการพยายามเข้าถึงกระเป๋าคริปโตหลายบริการในเครื่องของเหยื่อAdvertisement QuickLens คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับส่วนขยายตัวนี้ เดิมที...

IT NEWS

Google ปล่อยอัปเดตฉุกเฉิน เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ zero-day ใน Chrome รหัส CVE-2026-2441 หลังยืนยันว่า “มี exploit ถูกใช้งานจริงในวงกว้าง (in the wild)” และเริ่มทยอยปล่อยเวอร์ชันแก้ไขให้ผู้ใช้บน Stable Desktop แล้ว บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ว่าช่องโหว่นี้คืออะไร กระทบใคร เวอร์ชันไหนปลอดภัย และควรอัปเดตอย่างไร...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก