Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebook Review

[Review] HP Elite x2 1012 สุดยอดโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 สำหรับมืออาชีพที่เหนือกว่า ล้ำกว่า

โดยล่าสุดทาง HP ได้พร้อมท้าชนแล้ว กับการนำเสนอ HP Elite x2 1012 ที่เป็นโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ระดับมืออาชีพ ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เหนือกว่าหลายๆ อย่าง

อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ของใครหลายๆ คน กับโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการใช้งานได้ทั้งโน๊ตบุ๊คหรือแท็บเล็ต ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผลิตภัณฑ์ออกมาเรื่อยๆ หลากหลายแบรนด์ด้วยกัน แต่ที่ฮือฮากันที่สุดก็คงเป็นในส่วนของ Microsoft Surface Pro 4 โดยล่าสุดทาง HP ได้พร้อมท้าชนแล้ว กับการนำเสนอ HP Elite x2 1012 ที่เป็นโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ระดับมืออาชีพ ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เหนือกว่าหลายๆ อย่าง

ไม่ว่าจะเป็นงานประกอบและดีไซน์ คุณสมบัติที่ทันสมัยที่สุด อุปกรณ์เสริมที่มีอย่างครบครัน รวมไปถึงการรับประกันและการบริการขั้นเทพ ด้วย On-site Service ระยะเวลา 3 ปี อย่างไรก็ตามก็มีข้อสังเกตุว่าชิปประมวลผลเป็น Intel Core m เท่านั้น ไม่ได้มีตัวเลือกเป็น Intel Core i แต่อย่างใด อีกทั้งหน้าจอก็เป็นความละเอียด Full HD สนนราคาเริ่มต้นที่ 38,990 – 66,990 บาท

VDO Review

Specification

ในเรื่องของสเปก HP Elite x2 1012 นั้น เครื่องที่เราได้มารีวิวเป็นเครื่องที่ใช้ชิปประมวลผ Intel Core M5-6Y57 ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.1GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 2.80GHz GHz ส่วนการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel HD Graphics 515 แรมก็ให้มา 4GB เป็นแบบฝังติดบอร์ดมาเช่นเดียวกับ Ultrabook ส่วนใหญ่ในท้องตลาด โดยเลือกใช้ SSD ความจุที่ 128GB ส่วนหน้าจอมีขนาด 12 นิ้ว แบบสัดส่วน 3:2 ที่ความละเอียด Full HD (1920 x 1280 พิกเซล) เป็นแบบสัมผัส 10 รองรับกับปากกาสไตลัส HP Active Pen ที่รับรู้แรงกดได้ถึง 2048 ระดับ พร้อมหน้าจอในแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทนต่อรอยขีดข่วน

พอร์ตรองรับ USB 3.0 ตัวเต็มและ USB Type-C รวมถึงเป็น Thunderbolt 3 ได้ในตัว นอกเหนือจากนี้ผู้ใช้สามารถเลือกการใช้งาน 4G LTE สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแบบ on-the-go ได้เลย ที่สำคัญยังบางเฉียบที่ 8.1 มิลลิเมตรและเบาเพียง 840 กรัมเท่านั้น

ในส่วนของกล้องหน้ามีความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล กล้องหลังที่ 5 ล้านพิกเซล ทำให้เราสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นเหมือนแท็บเล็ตทั่วไป แต่รองรับการใช้งานใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ปกติ รวมไปถึง HP ยังได้นำเสนอ Travel Keyboard ที่มีความเบาและบางแต่เป็นลักษณะของฮาร์ดคีย์บอร์ดที่เหมือนกับโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไปแน่นอนมีไฟ Backlight ในตัว

หรือคีย์บอร์ดแบบรองรับงานหนักๆ อย่าง Advance Keyboard ก็มีฟีเจอร์ NFC และ Smart Card Reader อีกด้วย ซึ่ง HP ได้พัฒนา Elite x2 1012 ให้มี Dock ที่ง่ายต่อการใช้ในการเชื่อมต่อพอร์ตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 ในการเชื่อมต่อกับ HP Elite USB-C Docking station เป็นต้น รวมไปถึงยังมี Docking แบบไร้สายด้วย ทำให้เราสามารถเข้าภาพขึ้นจอหรือข้อมูลผ่านยังการเชื่อมต่อ WiGig ได้ เรียกได้ว่าเหนือชั้นจริงๆ

ในส่วนของระบบความปลอดภัย HP Elite x2 1012 มาพร้อมกับ HP Sure with Dynamic Protection, TPM และระบบสแกนลายนิ้วมือหรือตัวอ่านมีเดียการ์ด ถ้าเกิดความเสียหาย ก็ยังมีบริการแบบ On-site Service ระยะเวลา 3 ปีอีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 38,990 บาท สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core M3-6Y30 แรม 4GB และ SSD 128GB มาพร้อมปากกาสไตลัส HP Active Pen (ไม่มี Travel Keyboard) ซึ่งมีสเปกต่างๆ ดังต่อไปนี้

HP Elite x2 1012 สเปกและราคาที่จำหน่ายในไทย

  • Core M3-6Y30 / RAM 4GB / SSD 128GB : ราคา 38,990 บาท
  • Core M5-6Y57 / RAM 4GB / SSD 128GB / Travel Keyboard : ราคา 49,990 บาท* รุ่นที่ได้มารีวิว
  • Core M5-6Y57 / RAM 8GB / SSD 256GB / Travel Keyboard : ราคา 57,990 บาท*
  • Core M7-6Y57 / RAM 8GB / SSD 512GB / Travel Keyboard : ราคา 66,990 บาท*

* มี HP Fingerprint Reader ** สามารถออฟชั่นเพิ่มการรองรับ 4G LTE ได้

*** ทาง HP ยังได้มีการเตรียมอุปกรณ์เสริมแยกขายต่างหากเพื่อใช้งานร่วมกับ HP Elite x2 1020 เอาไว้อีกมากมาย

Hardware / Design

HP Elite X2 1012 Review-33

HP Elite x2 1012 มาในรูปลักษณ์ที่มีความบางเบามากกว่าโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ทั่วไป ซึ่งมีความบางของตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 8.1 มิลลิเมตร เท่านั้น และหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม รวมถึงมีลักษณะการใช้งานในสไตล์ของ Microsoft Surface Pro 4 ที่ทำเป็นแบบแท็ปเล็ตและมีขาตั้งด้านหลัง พร้อมคีย์บอร์ดมาให้ รวมถึงเพิ่มสไตลัสมาในตัว พร้อมพลังในการทำงานเช่นเดียวกับ Microsoft Surface Pro 4 แน่นอนมีความพรีเมียมแฝงอยู่ในตัวค่อนข้างมาก ด้วยความหรูหราที่ดูเรียบง่าย โดยผลิตขึ้นมาจากวัสดุ 7000-series Aluminum เป็นองค์ประกอบในส่วนของฐานตั้งหน้าจอและส่วนอื่นๆ ใช้วัสดุเป็น 6000-series Aluminum (มีน้ำหนักน้อยกว่าซีรีส์ 7000)

HP Elite X2 1012 Review-51

โดยฐานตั้งหน้าจอของ HP Elite x2 early 2016 นั้นทาง HP ยืนยันว่าแข็งแรงและทนทาน โดยสามารถที่จะทำการตั้งหน้าจอให้ทำมุมได้มากสุดถึง 150 องศา โดยการตั้งหน้าจอที่มุม 150 องศานี้ทาง HP บอกว่าจะเหมาะสมเป็นอย่างมากกับการใช้งานด้วยสไตลัสในการทำงานต่างๆ ใช้เป็นแท็บเล็ตก็ได้หรือต่อกับคีย์บอร์ดเป็นโน๊ตบุ๊คก็ดี และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญก็คือ HP Elite x2 1012 มีความทนทานสูง ผลิตขึ้นจากโลหะผสมอลูมิเนียมและยังผ่านการทดสอบ Military Standard ซึ่งทำให้ตัวเครื่องสามารถทนฝุ่นและน้ำ

HP Elite X2 1012 Review-12

สำหรับที่ชาร์จของ HP Elite x2 1020 นั้นจะมีขนาดเล็กพอเหมาะเนื่องจากว่าสเปกภายในไม่ค่อนกินพลังงานเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่าพอร์ทที่ใช้สำหรับการชาร์จนั้นจะเป็น USB Type-C ซึ่งจัดว่าเป็นพอร์ตที่สุดยอดและทันสมัยที่สุดไปแล้ว เรียกได้ว่า HP Elite x2 1020 แท็บเล็ตที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้งานอย่างครบครัน เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในแบบโน๊ตบุ๊คและความสะดวกสบายอีกขั้นในแบบแท็บเล็ตที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานที่ต้องการความคล่องตัว

เรายังสามารถถอดออกได้เอง เพียงแค่ดึงสกรูที่ยึดเอาไว้ 2 ข้างออกเท่านั้น HP Elite x2 1020 ยังได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้ดูแลรักษาง่าย ลดปัญหาเครื่องหยุดทำงานกลางคันและรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้ผู้ใช้งาน ดังนั้นหากผู้ใช้จำเป็นต้องซ่อมแซมอุปกรณ์บางอย่าง (แต่จริงๆ มีประกัน 3 ปี On-Site Service อยู่แล้ว ไม่ต้องทำเองหรอกนะ)

Keyboard / Touchpad

HP Elite X2 1012 Review-9

ความโดดเด่นสุดๆ ของ HP Elite x2 1012 ที่สำคัญก็คือ เป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 10 ซึ่งมีความคล่องตัวที่สูง ไม่ว่าเพื่อความบันเทิงหรือการทำงานก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดี อีกทั้งถ้าเชื่อมต่อผ่านชุดคีย์บอร์ด Travel Keyboard เมื่อไหร่ ก็เป็นรูปแบบการทำงานโน๊ตบุ๊ค ได้ไม่แพ้ที่เป็นส่วนของโน๊ตบุ๊คจริงๆ เลย เรียกได้ว่าเป็นแท็บเล็ตที่แปลงร่างเป็นโน๊ตบุ๊คที่สมบูรณ์รุ่นนึงในตลาดทีเดียว ทั้งจากความแน่หนาจากการประกอบกับเครื่องและมีไฟเรืองแสงที่สวยงาม รวมไปถึงยังสามารถบางเรียบกับพื้นหรือยกตัวขึ้นเอียงก็สามารถทำได้

ส่วนประสบการณ์ใช้งานของ Travel Keyboard  ก็มีความน่าสนใจกว่าเดิม จากการให้ความรู้สึกในการพิมพ์ค่อนข้างดีจากแป้นคีย์บอร์ดที่มีความนุ่มนวลแต่ตอบสนองได้อย่างถูกใจ เรียกได้ว่าดีกว่าแป้นคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไป รวมไปถึงในส่วนของทัชแพดก็สัมผัสได้ถึงการควบคุมที่ทันใจ แม้ว่าอาจจะยังไม่สุดยอดซักทีเดียว แต่ก็เหนือกว่าทัชแพดของโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นแล้ว จากการที่ดีไซน์การออกแบบที่คิดและปรับปรุงตลอดมาของทาง HP

Screen / Speaker

HP Elite X2 1012 Review-59

ต้องยอมรับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจทีเดียว กับในส่วนของหน้าจอแสดงผลของ HP Elite x2 1020 ที่ต้องบอกว่ามีความสวยงามสมจริงแบบสุด บนขนาดหน้าจอ 12 นิ้ว ซึ่งจัดว่ามีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ที่ความละเอียด 1920 x 1280 พิกเซล ทำให้มีความเรียบเนียนตากว่าหน้าจอโน๊ตบุ๊คทั่วไป กับสัดส่วนที่ไม่เหมือนใครที่ 3:2 โดยเหมาะกับการทำงานแน่นอนที่สุด อีกทั้งหน้าจอทัชกรีนก็รองรับ 10 จุดพร้อมกัน ทำให้เราใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมไปถึงยังรองรับปากกาสไตลัส HP Active Pen ด้วย

ด้านของลำโพงสเตอรีโอนั้นอยู่บริเวณด้านซ้ายขวาขอบบนของตัวเครื่อง ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงต้องบอกว่าเป็นของ Bang & Olufsen ที่ไว้ใจได้ แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Microsoft Surface Pro 4 นี้จัดว่าเป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่มีความครบครับที่สุดรุ่นนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว  ด้วยพอร์ต USB 3.0 แบบเต็ม ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดนตรง ไม่ว่าจะเป็น External Harddisk หรือแฟลชไดร์ฟ รวมไปถึงเมาส์ (จริงๆ แนะนำให้ใช้เป็นแบบไร้สาย Bluetooth จะดีกว่า) อีกทั้งยังมี mini Display Port ไว้เชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก ที่อาจจะไม่ถูกใจหลายๆ คนว่าน่าจะเป็น HDMI แต่จริงๆ แล้วต้องว่า mini Display Port นั้นมีประสิทธิภาพและเหมาะกับมืออาชีพมากว่า พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แน่นอนว่ามี micro SD Card Reader เป็นมาตรฐานไว้อ่านข้อมูล หรือเพิ่มความจุของตัวเครื่องก็สามารถทำได้

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของ Ultrabook ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 786 กรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวก้อนอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นแท็บเล็ตที่แปลงร่างเป็นโน๊ตบุ๊คได้

HP Active Pen

HP Elite X2 1012 Review-25

ปากกาสไตลัส HP Active Pen ทาง HP ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต โดยตัวสไตลัสจะมีความสามารถเหมือนกันกับสไตลัสของ Surface Pro 4 ทุกอย่าง เช่นจะมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานแบบ N-Trig, มีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 2 ปุ่มทางด้านข้างและทางด้านบน (ซึ่งปุ่มทางด้านบนจะเอาไว้ใช้สำหรับการรันโปรแกรม OneNote) และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 2,048 ระดับเลยทีเดียวอันนี้การันตีได้จากผู้ใช้งานนักวาดการ์ตูนหลายคนทีเดียว หรือจะใช้ไว้จดงานเขียนหนังสือก็สามารถทำได้สบายๆ ส่วนท้ายด้ามก็ใช้งานเป็นยางลบเสมือนจริงได้อีกด้วย เรียกได้ว่าจะลืมการใช้กระดาษแบบเดิมๆ ไปเลย

HP Active Pen เปลี่ยนหัวปากกาได้ตามแบบที่ต้องการได้ และอายุแบตเตอรี่ที่นานกว่า 1 ปี (ใช้ถ่าน AAAA หนึ่งก้อน) ที่น่าสนใจก็คือ ปากกาสไตลัสกลับมาเก็บข้างเครื่องได้เหมือน Surface Pro และ Surface Pro 2 ได้แล้ว ด้วยลักษณะของแม่เหล็ก (Surface Pro 3 ทำไม่ได้) นอกจากนี้ยังได้มีการใส่เทคโนโลยี PixelSense ด้วยการประมวลผลเพื่อทำงานรวมกับปากกาสไตลัสและระบบสัมผัสโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้แม่นยำและตอบสนองได้ดีกว่าเดิม

kui2nbs

* ส่วนตรงนี้เป็นคอมเม้นท์หลังจากที่นักวาดการ์ตูนมืออาชีพหลังจากที่ใช้ได้ HP Active Pen :

“ปากกาจับได้ดีปกติ หัวปากกาก็เหมือนๆ Surface ผมไม่ชอบตรงหน้าจอมันแข็งและลื่นมาก วางปากกาเขียนดูแล้วไม่มีความหนืดเล็กๆที่จะทำให้เรารู้สึกได้เหมือนวาดบนกระดาษที่จะแอบหนืดเล็กๆ เวลาลงน้ำหนักแล้วจะคอนโทลเส้นได้ดี สงสัยต้องไปหาฟิลม์มาติดจะได้หนืดบ้าง อันนี้ไม่เหมือนSurface ที่นุ่มและหนืดมากไป ฟิลลิ่งตรงนี้แพ้ iPad Pro ไปเลย (สำคัญนะ)

การไหลของเส้นต่อเนื่องดีถ้าไม่รัวเส้นหรือขยี้เส้น โดยเฉพาะเวลาเราสเก็ตท์ภาพ จะต้องขยี้เส้นรัวๆ การตอบสนองยังมีแล็กหรือช้าอยู่บ้างให้เห็น ดังนั้นปากกาในด้านนี้ยังไม่ไหลลื่นพอ เรียกว่าถ้าเน้นเอามาวาดภาพสเก็ตงาน อาจจะหงุดหงิดไปบ้าง แต่รู้สึกว่าจะดีกว่าเซอเฟสด้วยซ้ำ แต่สู้ Surface ไม่ได้เลย ไหลลื่นมาก การใช้งานแค่ลงสี โอเคเลยไม่มีปัญหาอะไร ไหลลื่นดี จัดน้ำหนักเส้นพู่กันได้ ลองลงสีเล่นคร่าวๆ ชอบเลยแต่ปัญหาของผมมันอยู่ที่ต้องร่างเส้นตัดเส้นด้วยไง การวาดคาแรคเตอร์ตัวละครสำคัญ มันเลยตอบสนองได้ไม่ดีพอ”

Performance / Software

HP Elite x2 1012 เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core M5-6Y57 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.1 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 2.8 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 2 Core 4 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสูงกว่าพวก Core i ตัวซีรีย์ U ไม่ได้ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 4GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

cpu

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel HD Graphics 515 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

gpuz

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

Cine

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 128GB ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือแบบลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊ม

ssd

สำหรับ Street Fighter 4 ที่ตั้งค่าเป็น Default บนความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล ผลคะแนนก็ได้มากกว่าอุปกรณ์ Core M รุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยได้คะแนนอยู่ที่ 13481 คะแนนด้วยกัน มีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 102.62 FPS ด้วยกัน ทำให้ได้ระดับ Rank A ทีเดียว ซึ่งสำหรับเกมที่ไม่ได้กินทรัพยากรมากมายอะไร ถือได้ว่าพอจะเล่นได้แบบสบายๆ HP Elite x2 1012 เครื่องนี้ก็พร้อมตอบสนองความสุขของทุกคนได้เป็นอย่างดี

StreetFighterIV_Benchmark 2016-04-06 01-34-39-32

อีกเกมหนึ่งที่โดยส่วนตัวเล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1280 x 720 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ แน่นอนว่าที่ความละเอียด Native 1920 x 1280 พิกเซล ไม่สามารถเล่นอย่างลื่นๆ ได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่น ระดับเฟรมเรทอยู่ที่ประมาณ 50-60 แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 30 ขึ้นไปตลอด สรุปโดยรวมแล้วคือเล่นได้สบายๆ  ซึ่งในการทดลองเล่นเกม DOTA 2 ทำได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งจากความลื่นไหลและหน้าจอที่สวยงามสมจริง

dota2 2016-03-31 14-04-51-38

Battery / Heat / Noise

batt

แบตเตอรี่ของ HP Elite x2 1012 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับ Ultrabook หรือแท็บเล็ตทุกรุ่น ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 5000 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราว 9 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ว่าเปิดโปรแกรมอะไร อย่างถ้าใช้ Microsoft Edge ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome  ส่วนช่องระบายความร้อนของ HP Elite x2 1012 จะบอกว่าไม่มีก็ได้ จากการที่ใช้ Core M ที่มีคุณสมบัติ Fanless

temp

อุณหภูมิต่ำสุดของเครื่องจะอยู่ที่ 31 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 69 องศาเซลเซียสเท่านั้น จากการใช้โปรแกรมรีดประสิทธิภาพ (ซึ่งถึงจุดนี้ชิปประมวลผลจะลดความเร็วลงมาเองอัตโนมัติประมาณครึ่งนึง) นับว่าระบบระบายความร้อนของ HP Elite x2 1012 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่าแท็บเล็ตที่มีสเปกใกลีเคียงกัน ที่เคยทำการรีวิวมาพอควร เพราะความร้อนทั่วไปจะอยู่ที่เพียง 45 องศาเซลเซียสตอนทำงานเต็มที่แล้ว ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง

Conclusion / Award

HP Elite X2 1012 Review-6

HP Elite x2 1012 มาในรูปลักษณ์ที่มีความบางเบามากกว่าโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ทั่วไป (อย่างพวกพับหน้าจอ 360 องศา) ซึ่งมีความบางของตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 8.1 มิลลิเมตร เท่านั้น และหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม รวมถึงมีลักษณะการใช้งานในสไตล์ของ Microsoft Surface Pro 4 ที่ทำเป็นแบบแท็ปเล็ตและมีขาตั้งด้านหลัง พร้อมคีย์บอร์ดมาให้ รวมถึงเพิ่มสไตลัสมาในตัว พร้อมพลังในการทำงานเช่นเดียวกับ Microsoft Surface Pro 4 ด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core m Gen 6 และหน้าจอขนาด 12 นิ้ว ให้ความละเอียด 1920 x 1280 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับการทัชสกรีน 10 จุดและปากกาสไตลัส HP Active Pen

ปากกาสไตลัส HP Active Pen ทาง HP ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต โดยตัวสไตลัสจะมีความสามารถเหมือนกันกับสไตลัสของ Surface Pro 4 ทุกอย่าง เช่นจะมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานแบบ N-Trig, มีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 2 ปุ่มทางด้านข้างและทางด้านบน (ซึ่งปุ่มทางด้านบนจะเอาไว้ใช้สำหรับการรันโปรแกรม OneNote) และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 2,048 ระดับเลยทีเดียว ส่วนลำโพงคู่หน้าและระบบเสียงทรงพลัง จาก Bang & Olufsen ที่ขึ้นชื่อ

HP Elite X2 1012 Review-5

ฐานตั้งหน้าจอของ HP Elite x2 early 2016 นั้นทาง HP ยืนยันว่าแข็งแรงและทนทาน โดยสามารถที่จะทำการตั้งหน้าจอให้ทำมุมได้มากสุดถึง 150 องศา โดยการตั้งหน้าจอที่มุม 150 องศานี้ทาง HP บอกว่าจะเหมาะสมเป็นอย่างมากกับการใช้งานด้วยสไตลัสในการทำงานต่างๆ

และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญก็คือ มีการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 โดยใน HP Elite x2 1012 มีความทนทานสูง ผลิตขึ้นจากโลหะผสมอลูมิเนียมและยังผ่านการทดสอบ Military Standard ซึ่งทำให้ตัวเครื่องสามารถทนฝุ่นและน้ำ พร้อมหน้าจอในแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทนต่อรอยขีดข่วน พอร์ตรองรับ USB 3.0 และ USB Type-C ผู้ใช้สามารถเลือกการใช้งาน 4G LTE สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแบบ On-The-Go ได้เลย

HP Elite X2 1012 Review-68

สำหรับใครที่สนใจ Ultrabook หรือแท็บเล็ต Windows ที่แปลงร่างเป็นโน๊ตบุ๊คได้ล่ะก็ HP Elite x2 1012 ก็สามารถตอบโจทย์ได้เหมือนกันกับ Microsoft Surface Pro 4 ซึ่งมีจุดเด่นที่เหนือกว่าหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็น

  • ติดตั้งพอร์ต USB Type-C มาในตัว รองรับการใช้งานหลากหลาย
  • มาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับองค์กรครบครัน
  • ดีไซน์สวยสุดๆ พร้อมกับความทนทานระดับกองทัพสหรัฐ
  • อุปกรณ์เสริมมีมากมาย ตามลักษณะการใช้งานของแต่ละคน
  • มีการรับประกันระยะถึง 3 ปี แบบ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

แต่ก็มีหลายสิ่งที่เป็นรอง อย่างสเปกไม่มีรุ่นที่เป็น Core i ให้เลือก รวมไปถึงหน้าจอมีความละเอียดที่ต่ำกว่า หรือเล็กๆ น้อยๆ อย่างอแดปเตอร์ไม่มีพอร์ต USB มาให้ เอาเป็นตรงจุดนี้คงต้องแล้วแต่คน ว่าเราจำเป็นต้องใช้งานหรือไม่ต้องใช้งานสิ่งใดบ้างแล้วล่ะ

HP Elite x2 1012 สเปกและราคาที่จำหน่ายในไทย

  • Core M3-6Y30 / RAM 4GB / SSD 128GB : ราคา 38,990 บาท
  • Core M5-6Y57 / RAM 4GB / SSD 128GB / Travel Keyboard : ราคา 49,990 บาท*
  • Core M5-6Y57 / RAM 8GB / SSD 256GB / Travel Keyboard : ราคา 57,990 บาท*
  • Core M7-6Y57 / RAM 8GB / SSD 512GB / Travel Keyboard : ราคา 66,990 บาท*

* มี HP Fingerprint Reader ** สามารถออฟชั่นเพิ่มการรองรับ 4G LTE ได้

*** ทาง HP ยังได้มีการเตรียมอุปกรณ์เสริมแยกขายต่างหากเพื่อใช้งานร่วมกับ HP Elite x2 1020 เอาไว้อีกมากมาย

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องที่มีความบางและเบาแบบสุดๆ ไม่ถึง 1 กิโลกรัม
  • วัสดุแข็งแรงทนทาน ดูสสวยหรู ด้วยอลูมิเนียมทั้งชิ้น
  • หน้าจอมีความละเอียด 1920 x 1280 พิกเซล บนขนาด 12 นิ้ว
  • พาเนลหน้าจอ IPS มีคุณภาพสูง มีความสวยงามสมจริงแบบสุดๆ
  • HP Active Pen ปากกาสไตลัส รองรับแรงกด 1024 ระดับ
  • ประสิทธิภาพดีด้วยชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุด และ SSD ความเร็วสูง
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน อย่าง USB 3.0 ตัวเต็ม และ USB Type-C
  • มาพร้อม Windows 10 ลิขสิทธิ์ ใช้งานได้ทันที
  • เป็นแท็บเล็ตหรือโน๊ตบุ๊คก็ได้ในหนึ่งเดียว
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง
  • Travel Keyboard ตอบสนองได้ดีเหมือนใช้งานโน๊ตบุ๊ค
  • มีความปลอดภัย Fingerprint
  • อุปกรณ์เสริมมากมาย รองรับทุกๆ ลักษณะการใช้าน
  • ประกัน 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกตุ

  • ราคาสูงกว่า Ultrabook และแท็บเล็ต Windows 10 ทั่วไป
  • ไม่มีรุ่นที่เป็น Core i เป็นตัวเลือก
  • รุ่นล่าสุดต้องซื้อ Travel Keyboard ต้องซื้อแยกเอง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 12 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP Elite x2 1012 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Elite มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน HP Elite x2 1012 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนทำงานระดับมืออาชีพ ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกันอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

award_use_2_create_12

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบา ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะมีปัญหาอีกด้วย เพราะระบบไม่ได้ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

award_use_2_create_23

 

VDO Review

Specification

ในเรื่องของสเปก HP Elite x2 1012 นั้น เครื่องที่เราได้มารีวิวเป็นเครื่องที่ใช้ชิปประมวลผ Intel Core M5-6Y57 ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.1GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 2.80GHz GHz ส่วนการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel HD Graphics 515 แรมก็ให้มา 4GB เป็นแบบฝังติดบอร์ดมาเช่นเดียวกับ Ultrabook ส่วนใหญ่ในท้องตลาด โดยเลือกใช้ SSD ความจุที่ 128GB ส่วนหน้าจอมีขนาด 12 นิ้ว แบบสัดส่วน 3:2 ที่ความละเอียด Full HD (1920 x 1280 พิกเซล) เป็นแบบสัมผัส 10 รองรับกับปากกาสไตลัส HP Active Pen ที่รับรู้แรงกดได้ถึง 2048 ระดับ พร้อมหน้าจอในแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทนต่อรอยขีดข่วน

พอร์ตรองรับ USB 3.0 ตัวเต็มและ USB Type-C รวมถึงเป็น Thunderbolt 3 ได้ในตัว นอกเหนือจากนี้ผู้ใช้สามารถเลือกการใช้งาน 4G LTE สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแบบ on-the-go ได้เลย ที่สำคัญยังบางเฉียบที่ 8.1 มิลลิเมตรและเบาเพียง 840 กรัมเท่านั้น

ในส่วนของกล้องหน้ามีความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล กล้องหลังที่ 5 ล้านพิกเซล ทำให้เราสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นเหมือนแท็บเล็ตทั่วไป แต่รองรับการใช้งานใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ปกติ รวมไปถึง HP ยังได้นำเสนอ Travel Keyboard ที่มีความเบาและบางแต่เป็นลักษณะของฮาร์ดคีย์บอร์ดที่เหมือนกับโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไปแน่นอนมีไฟ Backlight ในตัว

หรือคีย์บอร์ดแบบรองรับงานหนักๆ อย่าง Advance Keyboard ก็มีฟีเจอร์ NFC และ Smart Card Reader อีกด้วย ซึ่ง HP ได้พัฒนา Elite x2 1012 ให้มี Dock ที่ง่ายต่อการใช้ในการเชื่อมต่อพอร์ตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 ในการเชื่อมต่อกับ HP Elite USB-C Docking station เป็นต้น รวมไปถึงยังมี Docking แบบไร้สายด้วย ทำให้เราสามารถเข้าภาพขึ้นจอหรือข้อมูลผ่านยังการเชื่อมต่อ WiGig ได้ เรียกได้ว่าเหนือชั้นจริงๆ

ในส่วนของระบบความปลอดภัย HP Elite x2 1012 มาพร้อมกับ HP Sure with Dynamic Protection, TPM และระบบสแกนลายนิ้วมือหรือตัวอ่านมีเดียการ์ด ถ้าเกิดความเสียหาย ก็ยังมีบริการแบบ On-site Service ระยะเวลา 3 ปีอีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 38,990 บาท สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core M3-6Y30 แรม 4GB และ SSD 128GB มาพร้อมปากกาสไตลัส HP Active Pen (ไม่มี Travel Keyboard) ซึ่งมีสเปกต่างๆ ดังต่อไปนี้

HP Elite x2 1012 สเปกและราคาที่จำหน่ายในไทย

  • Core M3-6Y30 / RAM 4GB / SSD 128GB : ราคา 38,990 บาท
  • Core M5-6Y57 / RAM 4GB / SSD 128GB / Travel Keyboard : ราคา 49,990 บาท* รุ่นที่ได้มารีวิว
  • Core M5-6Y57 / RAM 8GB / SSD 256GB / Travel Keyboard : ราคา 57,990 บาท*
  • Core M7-6Y57 / RAM 8GB / SSD 512GB / Travel Keyboard : ราคา 66,990 บาท*

* มี HP Fingerprint Reader ** สามารถออฟชั่นเพิ่มการรองรับ 4G LTE ได้

*** ทาง HP ยังได้มีการเตรียมอุปกรณ์เสริมแยกขายต่างหากเพื่อใช้งานร่วมกับ HP Elite x2 1020 เอาไว้อีกมากมาย

Hardware / Design

HP Elite X2 1012 Review-33

HP Elite x2 1012 มาในรูปลักษณ์ที่มีความบางเบามากกว่าโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ทั่วไป ซึ่งมีความบางของตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 8.1 มิลลิเมตร เท่านั้น และหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม รวมถึงมีลักษณะการใช้งานในสไตล์ของ Microsoft Surface Pro 4 ที่ทำเป็นแบบแท็ปเล็ตและมีขาตั้งด้านหลัง พร้อมคีย์บอร์ดมาให้ รวมถึงเพิ่มสไตลัสมาในตัว พร้อมพลังในการทำงานเช่นเดียวกับ Microsoft Surface Pro 4 แน่นอนมีความพรีเมียมแฝงอยู่ในตัวค่อนข้างมาก ด้วยความหรูหราที่ดูเรียบง่าย โดยผลิตขึ้นมาจากวัสดุ 7000-series Aluminum เป็นองค์ประกอบในส่วนของฐานตั้งหน้าจอและส่วนอื่นๆ ใช้วัสดุเป็น 6000-series Aluminum (มีน้ำหนักน้อยกว่าซีรีส์ 7000)

HP Elite X2 1012 Review-51

โดยฐานตั้งหน้าจอของ HP Elite x2 early 2016 นั้นทาง HP ยืนยันว่าแข็งแรงและทนทาน โดยสามารถที่จะทำการตั้งหน้าจอให้ทำมุมได้มากสุดถึง 150 องศา โดยการตั้งหน้าจอที่มุม 150 องศานี้ทาง HP บอกว่าจะเหมาะสมเป็นอย่างมากกับการใช้งานด้วยสไตลัสในการทำงานต่างๆ ใช้เป็นแท็บเล็ตก็ได้หรือต่อกับคีย์บอร์ดเป็นโน๊ตบุ๊คก็ดี และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญก็คือ HP Elite x2 1012 มีความทนทานสูง ผลิตขึ้นจากโลหะผสมอลูมิเนียมและยังผ่านการทดสอบ Military Standard ซึ่งทำให้ตัวเครื่องสามารถทนฝุ่นและน้ำ

HP Elite X2 1012 Review-12

สำหรับที่ชาร์จของ HP Elite x2 1020 นั้นจะมีขนาดเล็กพอเหมาะเนื่องจากว่าสเปกภายในไม่ค่อนกินพลังงานเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่าพอร์ทที่ใช้สำหรับการชาร์จนั้นจะเป็น USB Type-C ซึ่งจัดว่าเป็นพอร์ตที่สุดยอดและทันสมัยที่สุดไปแล้ว เรียกได้ว่า HP Elite x2 1020 แท็บเล็ตที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้งานอย่างครบครัน เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในแบบโน๊ตบุ๊คและความสะดวกสบายอีกขั้นในแบบแท็บเล็ตที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานที่ต้องการความคล่องตัว

เรายังสามารถถอดออกได้เอง เพียงแค่ดึงสกรูที่ยึดเอาไว้ 2 ข้างออกเท่านั้น HP Elite x2 1020 ยังได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้ดูแลรักษาง่าย ลดปัญหาเครื่องหยุดทำงานกลางคันและรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้ผู้ใช้งาน ดังนั้นหากผู้ใช้จำเป็นต้องซ่อมแซมอุปกรณ์บางอย่าง (แต่จริงๆ มีประกัน 3 ปี On-Site Service อยู่แล้ว ไม่ต้องทำเองหรอกนะ)

Keyboard / Touchpad

HP Elite X2 1012 Review-9

ความโดดเด่นสุดๆ ของ HP Elite x2 1012 ที่สำคัญก็คือ เป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 10 ซึ่งมีความคล่องตัวที่สูง ไม่ว่าเพื่อความบันเทิงหรือการทำงานก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดี อีกทั้งถ้าเชื่อมต่อผ่านชุดคีย์บอร์ด Travel Keyboard เมื่อไหร่ ก็เป็นรูปแบบการทำงานโน๊ตบุ๊ค ได้ไม่แพ้ที่เป็นส่วนของโน๊ตบุ๊คจริงๆ เลย เรียกได้ว่าเป็นแท็บเล็ตที่แปลงร่างเป็นโน๊ตบุ๊คที่สมบูรณ์รุ่นนึงในตลาดทีเดียว ทั้งจากความแน่หนาจากการประกอบกับเครื่องและมีไฟเรืองแสงที่สวยงาม รวมไปถึงยังสามารถบางเรียบกับพื้นหรือยกตัวขึ้นเอียงก็สามารถทำได้

ส่วนประสบการณ์ใช้งานของ Travel Keyboard  ก็มีความน่าสนใจกว่าเดิม จากการให้ความรู้สึกในการพิมพ์ค่อนข้างดีจากแป้นคีย์บอร์ดที่มีความนุ่มนวลแต่ตอบสนองได้อย่างถูกใจ เรียกได้ว่าดีกว่าแป้นคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไป รวมไปถึงในส่วนของทัชแพดก็สัมผัสได้ถึงการควบคุมที่ทันใจ แม้ว่าอาจจะยังไม่สุดยอดซักทีเดียว แต่ก็เหนือกว่าทัชแพดของโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นแล้ว จากการที่ดีไซน์การออกแบบที่คิดและปรับปรุงตลอดมาของทาง HP

Screen / Speaker

HP Elite X2 1012 Review-59

ต้องยอมรับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจทีเดียว กับในส่วนของหน้าจอแสดงผลของ HP Elite x2 1020 ที่ต้องบอกว่ามีความสวยงามสมจริงแบบสุด บนขนาดหน้าจอ 12 นิ้ว ซึ่งจัดว่ามีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ที่ความละเอียด 1920 x 1280 พิกเซล ทำให้มีความเรียบเนียนตากว่าหน้าจอโน๊ตบุ๊คทั่วไป กับสัดส่วนที่ไม่เหมือนใครที่ 3:2 โดยเหมาะกับการทำงานแน่นอนที่สุด อีกทั้งหน้าจอทัชกรีนก็รองรับ 10 จุดพร้อมกัน ทำให้เราใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมไปถึงยังรองรับปากกาสไตลัส HP Active Pen ด้วย

ด้านของลำโพงสเตอรีโอนั้นอยู่บริเวณด้านซ้ายขวาขอบบนของตัวเครื่อง ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงต้องบอกว่าเป็นของ Bang & Olufsen ที่ไว้ใจได้ แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Microsoft Surface Pro 4 นี้จัดว่าเป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่มีความครบครับที่สุดรุ่นนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว  ด้วยพอร์ต USB 3.0 แบบเต็ม ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดนตรง ไม่ว่าจะเป็น External Harddisk หรือแฟลชไดร์ฟ รวมไปถึงเมาส์ (จริงๆ แนะนำให้ใช้เป็นแบบไร้สาย Bluetooth จะดีกว่า) อีกทั้งยังมี mini Display Port ไว้เชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก ที่อาจจะไม่ถูกใจหลายๆ คนว่าน่าจะเป็น HDMI แต่จริงๆ แล้วต้องว่า mini Display Port นั้นมีประสิทธิภาพและเหมาะกับมืออาชีพมากว่า พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แน่นอนว่ามี micro SD Card Reader เป็นมาตรฐานไว้อ่านข้อมูล หรือเพิ่มความจุของตัวเครื่องก็สามารถทำได้

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของ Ultrabook ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 786 กรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวก้อนอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นแท็บเล็ตที่แปลงร่างเป็นโน๊ตบุ๊คได้

HP Active Pen

HP Elite X2 1012 Review-25

ปากกาสไตลัส HP Active Pen ทาง HP ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต โดยตัวสไตลัสจะมีความสามารถเหมือนกันกับสไตลัสของ Surface Pro 4 ทุกอย่าง เช่นจะมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานแบบ N-Trig, มีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 2 ปุ่มทางด้านข้างและทางด้านบน (ซึ่งปุ่มทางด้านบนจะเอาไว้ใช้สำหรับการรันโปรแกรม OneNote) และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 2,048 ระดับเลยทีเดียวอันนี้การันตีได้จากผู้ใช้งานนักวาดการ์ตูนหลายคนทีเดียว หรือจะใช้ไว้จดงานเขียนหนังสือก็สามารถทำได้สบายๆ ส่วนท้ายด้ามก็ใช้งานเป็นยางลบเสมือนจริงได้อีกด้วย เรียกได้ว่าจะลืมการใช้กระดาษแบบเดิมๆ ไปเลย

HP Active Pen เปลี่ยนหัวปากกาได้ตามแบบที่ต้องการได้ และอายุแบตเตอรี่ที่นานกว่า 1 ปี (ใช้ถ่าน AAAA หนึ่งก้อน) ที่น่าสนใจก็คือ ปากกาสไตลัสกลับมาเก็บข้างเครื่องได้เหมือน Surface Pro และ Surface Pro 2 ได้แล้ว ด้วยลักษณะของแม่เหล็ก (Surface Pro 3 ทำไม่ได้) นอกจากนี้ยังได้มีการใส่เทคโนโลยี PixelSense ด้วยการประมวลผลเพื่อทำงานรวมกับปากกาสไตลัสและระบบสัมผัสโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้แม่นยำและตอบสนองได้ดีกว่าเดิม

kui2nbs

* ส่วนตรงนี้เป็นคอมเม้นท์หลังจากที่นักวาดการ์ตูนมืออาชีพหลังจากที่ใช้ได้ HP Active Pen :

“ปากกาจับได้ดีปกติ หัวปากกาก็เหมือนๆ Surface ผมไม่ชอบตรงหน้าจอมันแข็งและลื่นมาก วางปากกาเขียนดูแล้วไม่มีความหนืดเล็กๆที่จะทำให้เรารู้สึกได้เหมือนวาดบนกระดาษที่จะแอบหนืดเล็กๆ เวลาลงน้ำหนักแล้วจะคอนโทลเส้นได้ดี สงสัยต้องไปหาฟิลม์มาติดจะได้หนืดบ้าง อันนี้ไม่เหมือนSurface ที่นุ่มและหนืดมากไป ฟิลลิ่งตรงนี้แพ้ iPad Pro ไปเลย (สำคัญนะ)

การไหลของเส้นต่อเนื่องดีถ้าไม่รัวเส้นหรือขยี้เส้น โดยเฉพาะเวลาเราสเก็ตท์ภาพ จะต้องขยี้เส้นรัวๆ การตอบสนองยังมีแล็กหรือช้าอยู่บ้างให้เห็น ดังนั้นปากกาในด้านนี้ยังไม่ไหลลื่นพอ เรียกว่าถ้าเน้นเอามาวาดภาพสเก็ตงาน อาจจะหงุดหงิดไปบ้าง แต่รู้สึกว่าจะดีกว่าเซอเฟสด้วยซ้ำ แต่สู้ Surface ไม่ได้เลย ไหลลื่นมาก การใช้งานแค่ลงสี โอเคเลยไม่มีปัญหาอะไร ไหลลื่นดี จัดน้ำหนักเส้นพู่กันได้ ลองลงสีเล่นคร่าวๆ ชอบเลยแต่ปัญหาของผมมันอยู่ที่ต้องร่างเส้นตัดเส้นด้วยไง การวาดคาแรคเตอร์ตัวละครสำคัญ มันเลยตอบสนองได้ไม่ดีพอ”

Performance / Software

HP Elite x2 1012 เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core M5-6Y57 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.1 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 2.8 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 2 Core 4 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสูงกว่าพวก Core i ตัวซีรีย์ U ไม่ได้ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 4GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

cpu

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel HD Graphics 515 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

gpuz

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

Cine

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 128GB ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือแบบลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊ม

ssd

สำหรับ Street Fighter 4 ที่ตั้งค่าเป็น Default บนความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล ผลคะแนนก็ได้มากกว่าอุปกรณ์ Core M รุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยได้คะแนนอยู่ที่ 13481 คะแนนด้วยกัน มีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 102.62 FPS ด้วยกัน ทำให้ได้ระดับ Rank A ทีเดียว ซึ่งสำหรับเกมที่ไม่ได้กินทรัพยากรมากมายอะไร ถือได้ว่าพอจะเล่นได้แบบสบายๆ HP Elite x2 1012 เครื่องนี้ก็พร้อมตอบสนองความสุขของทุกคนได้เป็นอย่างดี

StreetFighterIV_Benchmark 2016-04-06 01-34-39-32

อีกเกมหนึ่งที่โดยส่วนตัวเล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1280 x 720 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ แน่นอนว่าที่ความละเอียด Native 1920 x 1280 พิกเซล ไม่สามารถเล่นอย่างลื่นๆ ได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่น ระดับเฟรมเรทอยู่ที่ประมาณ 50-60 แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 30 ขึ้นไปตลอด สรุปโดยรวมแล้วคือเล่นได้สบายๆ  ซึ่งในการทดลองเล่นเกม DOTA 2 ทำได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งจากความลื่นไหลและหน้าจอที่สวยงามสมจริง

dota2 2016-03-31 14-04-51-38

Battery / Heat / Noise

batt

แบตเตอรี่ของ HP Elite x2 1012 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับ Ultrabook หรือแท็บเล็ตทุกรุ่น ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 5000 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราว 9 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ว่าเปิดโปรแกรมอะไร อย่างถ้าใช้ Microsoft Edge ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome  ส่วนช่องระบายความร้อนของ HP Elite x2 1012 จะบอกว่าไม่มีก็ได้ จากการที่ใช้ Core M ที่มีคุณสมบัติ Fanless

temp

อุณหภูมิต่ำสุดของเครื่องจะอยู่ที่ 31 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 69 องศาเซลเซียสเท่านั้น จากการใช้โปรแกรมรีดประสิทธิภาพ (ซึ่งถึงจุดนี้ชิปประมวลผลจะลดความเร็วลงมาเองอัตโนมัติประมาณครึ่งนึง) นับว่าระบบระบายความร้อนของ HP Elite x2 1012 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่าแท็บเล็ตที่มีสเปกใกลีเคียงกัน ที่เคยทำการรีวิวมาพอควร เพราะความร้อนทั่วไปจะอยู่ที่เพียง 45 องศาเซลเซียสตอนทำงานเต็มที่แล้ว ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง

Conclusion / Award

HP Elite X2 1012 Review-6

HP Elite x2 1012 มาในรูปลักษณ์ที่มีความบางเบามากกว่าโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ทั่วไป (อย่างพวกพับหน้าจอ 360 องศา) ซึ่งมีความบางของตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 8.1 มิลลิเมตร เท่านั้น และหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม รวมถึงมีลักษณะการใช้งานในสไตล์ของ Microsoft Surface Pro 4 ที่ทำเป็นแบบแท็ปเล็ตและมีขาตั้งด้านหลัง พร้อมคีย์บอร์ดมาให้ รวมถึงเพิ่มสไตลัสมาในตัว พร้อมพลังในการทำงานเช่นเดียวกับ Microsoft Surface Pro 4 ด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core m Gen 6 และหน้าจอขนาด 12 นิ้ว ให้ความละเอียด 1920 x 1280 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับการทัชสกรีน 10 จุดและปากกาสไตลัส HP Active Pen

ปากกาสไตลัส HP Active Pen ทาง HP ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต โดยตัวสไตลัสจะมีความสามารถเหมือนกันกับสไตลัสของ Surface Pro 4 ทุกอย่าง เช่นจะมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานแบบ N-Trig, มีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 2 ปุ่มทางด้านข้างและทางด้านบน (ซึ่งปุ่มทางด้านบนจะเอาไว้ใช้สำหรับการรันโปรแกรม OneNote) และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 2,048 ระดับเลยทีเดียว ส่วนลำโพงคู่หน้าและระบบเสียงทรงพลัง จาก Bang & Olufsen ที่ขึ้นชื่อ

HP Elite X2 1012 Review-5

ฐานตั้งหน้าจอของ HP Elite x2 early 2016 นั้นทาง HP ยืนยันว่าแข็งแรงและทนทาน โดยสามารถที่จะทำการตั้งหน้าจอให้ทำมุมได้มากสุดถึง 150 องศา โดยการตั้งหน้าจอที่มุม 150 องศานี้ทาง HP บอกว่าจะเหมาะสมเป็นอย่างมากกับการใช้งานด้วยสไตลัสในการทำงานต่างๆ

และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญก็คือ มีการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 โดยใน HP Elite x2 1012 มีความทนทานสูง ผลิตขึ้นจากโลหะผสมอลูมิเนียมและยังผ่านการทดสอบ Military Standard ซึ่งทำให้ตัวเครื่องสามารถทนฝุ่นและน้ำ พร้อมหน้าจอในแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทนต่อรอยขีดข่วน พอร์ตรองรับ USB 3.0 และ USB Type-C ผู้ใช้สามารถเลือกการใช้งาน 4G LTE สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแบบ On-The-Go ได้เลย

HP Elite X2 1012 Review-68

สำหรับใครที่สนใจ Ultrabook หรือแท็บเล็ต Windows ที่แปลงร่างเป็นโน๊ตบุ๊คได้ล่ะก็ HP Elite x2 1012 ก็สามารถตอบโจทย์ได้เหมือนกันกับ Microsoft Surface Pro 4 ซึ่งมีจุดเด่นที่เหนือกว่าหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็น

  • ติดตั้งพอร์ต USB Type-C มาในตัว รองรับการใช้งานหลากหลาย
  • มาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับองค์กรครบครัน
  • ดีไซน์สวยสุดๆ พร้อมกับความทนทานระดับกองทัพสหรัฐ
  • อุปกรณ์เสริมมีมากมาย ตามลักษณะการใช้งานของแต่ละคน
  • มีการรับประกันระยะถึง 3 ปี แบบ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

แต่ก็มีหลายสิ่งที่เป็นรอง อย่างสเปกไม่มีรุ่นที่เป็น Core i ให้เลือก รวมไปถึงหน้าจอมีความละเอียดที่ต่ำกว่า หรือเล็กๆ น้อยๆ อย่างอแดปเตอร์ไม่มีพอร์ต USB มาให้ เอาเป็นตรงจุดนี้คงต้องแล้วแต่คน ว่าเราจำเป็นต้องใช้งานหรือไม่ต้องใช้งานสิ่งใดบ้างแล้วล่ะ

HP Elite x2 1012 สเปกและราคาที่จำหน่ายในไทย

  • Core M3-6Y30 / RAM 4GB / SSD 128GB : ราคา 38,990 บาท
  • Core M5-6Y57 / RAM 4GB / SSD 128GB / Travel Keyboard : ราคา 49,990 บาท*
  • Core M5-6Y57 / RAM 8GB / SSD 256GB / Travel Keyboard : ราคา 57,990 บาท*
  • Core M7-6Y57 / RAM 8GB / SSD 512GB / Travel Keyboard : ราคา 66,990 บาท*

* มี HP Fingerprint Reader ** สามารถออฟชั่นเพิ่มการรองรับ 4G LTE ได้

*** ทาง HP ยังได้มีการเตรียมอุปกรณ์เสริมแยกขายต่างหากเพื่อใช้งานร่วมกับ HP Elite x2 1020 เอาไว้อีกมากมาย

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องที่มีความบางและเบาแบบสุดๆ ไม่ถึง 1 กิโลกรัม
  • วัสดุแข็งแรงทนทาน ดูสสวยหรู ด้วยอลูมิเนียมทั้งชิ้น
  • หน้าจอมีความละเอียด 1920 x 1280 พิกเซล บนขนาด 12 นิ้ว
  • พาเนลหน้าจอ IPS มีคุณภาพสูง มีความสวยงามสมจริงแบบสุดๆ
  • HP Active Pen ปากกาสไตลัส รองรับแรงกด 1024 ระดับ
  • ประสิทธิภาพดีด้วยชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุด และ SSD ความเร็วสูง
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน อย่าง USB 3.0 ตัวเต็ม และ USB Type-C
  • มาพร้อม Windows 10 ลิขสิทธิ์ ใช้งานได้ทันที
  • เป็นแท็บเล็ตหรือโน๊ตบุ๊คก็ได้ในหนึ่งเดียว
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง
  • Travel Keyboard ตอบสนองได้ดีเหมือนใช้งานโน๊ตบุ๊ค
  • มีความปลอดภัย Fingerprint
  • อุปกรณ์เสริมมากมาย รองรับทุกๆ ลักษณะการใช้าน
  • ประกัน 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกตุ

  • ราคาสูงกว่า Ultrabook และแท็บเล็ต Windows 10 ทั่วไป
  • ไม่มีรุ่นที่เป็น Core i เป็นตัวเลือก
  • รุ่นล่าสุดต้องซื้อ Travel Keyboard ต้องซื้อแยกเอง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 12 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP Elite x2 1012 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Elite มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน HP Elite x2 1012 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนทำงานระดับมืออาชีพ ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกันอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

award_use_2_create_12

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบา ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะมีปัญหาอีกด้วย เพราะระบบไม่ได้ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

award_use_2_create_23

 

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

สำหรับใครที่กำลังอยากจะหาซื้อ Notebook สักเครื่องที่เน้นใช้ได้ระยะยาว ไม่ว่าจะเอาไว้ทำงาน หรือด้านความบันเทิง เรามีรุ่นที่น่าสนใจ มาแนะนำกันค่ะ นั่นก็คือ Modern PC Notebook ที่ใช้ CPU จากค่าย AMD ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักในเรื่องราคาที่ไม่แพงมากและคุณภาพดี เหมาะสมกับราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ทั้งขึ้นชื่อในเรื่องเล่นเกมหรือจะทำงานหลายๆ แท็ปพร้อมกันก็ลื่นไหลก็ไม่มีสะดุด จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจกันบ้างไปดูกันเลย 9 Notebook AMD Ryzen...

Buyer's Guide

สำหรับพีซีนอกจากพีซีประกอบจากบริษัทหรือแบบทำเองและโน๊ตบุ๊คแล้ว All-In-One น่าใช้ก็จัดเป็นพีซีน่าใช้เช่นกัน แม้จะไม่ใช่ประเภทที่ผู้ใช้แนะนำและบอกต่อกันอย่างกว้างขวางเหมือนกับโน๊ตบุ๊คก็ตาม แต่อันที่จริง AIO ก็เป็นพีซีอีกกลุ่มที่น่าเลือกใช้ไม่แพ้กับพีซีกลุ่มอื่น ๆ เพราะสเปคและประสิทธิภาพก็สามารถทำงานหนัก ๆ ได้ไม่แพ้พีซีแบบอื่นเลย แต่หลายคนอาจจะคิดว่าตกลงแล้วเราจะซื้อ AIO มาทำไมในเมื่อมันก็พกพาไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนโน๊ตบุ๊ค แล้วโน๊ตบุ๊คก็ต่อหน้าจอเสริมเพื่อใช้งานเป็นพีซีตั้งโต๊ะได้เหมือนกันอยู่แล้ว? แต่ที่จริงพีซีประเภท AIO นี้จัดว่าเป็นมวยรองที่น่าใช้กว่าที่คิดหากเราเข้าใจจุดเด่นของมันจริง ๆ  ถ้าพูดถึง AIO ยอดนิยมของคนทั่วโลก ก็น่าจะไม่พ้น Apple...

Gaming Gear

ถ้าพูดถึง HyperX เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเกมมิ่งเกียร์ที่อยู่ในเครือของ Kingston อย่างแน่นอน แต่ชื่อนี้จะไม่ได้อยู่ในเครือของ Kingston คนเดียวอีกต่อไปแล้วหลังจาก HP ทุ่มงบประมาณกว่า 425 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อซื้อชื่อแบรนด์เกมมิ่งเกียร์นี้มาอยู่ในเครือเพื่อรุกตลาดเกมมิ่งเกียร์อย่างจริงจังแล้ว แต่ดีลครั้งนี้ไม่ได้เป็นการซื้อทั้งแผนกจาก Kingston เพราะว่าทาง HP ซื้อมาเพียงแผนกเกมมิ่งเกียร์เท่านั้น ไม่ได้รวมไปถึงกลุ่ม DRAM, แฟลชไดรฟ์และ SSD...

How to

ก่อนจะซื้อโน๊ตบุ๊คมาใช้งานสักเครื่องหนึ่ง นอกจากสเปคแล้วหลายคนก็ต้องหาข้อมูลว่าศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คแบรนด์นั้น ๆ ให้บริการดีหรือเปล่าและรอเคลมสินค้านานหรือทำงานเร็วตามเว็บบอร์ดหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างแน่นอน จะได้รับรู้ประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้ด้วยกันว่าแบรนด์นั้น ๆ ให้บริการดีและรวดเร็วหรือไม่อย่างไร ปัจจุบันนี้หลายแบรนด์ก็มีวิธีการดูแลหลังการขายและการส่งซ่อมที่ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยให้ลูกค้าที่อุดหนุนสินค้าของทางบริษัทสามารถรับบริการดูแลเครื่องได้สะดวกขึ้นเรื่อย ๆ โดยในบทความนี้รวมวิธีการส่งเคลมโน๊ตบุ๊คแบรนด์ต่าง ๆ ฉบับง่ายและรวดเร็วให้เพื่อน ๆ ได้ใช้บริการกัน มีปัญหาก็ยกเข้าศูนย์ให้เขาดูแลกันไป ก่อนยกเครื่องไปศูนย์บริการโน๊ตบุ๊ค เตรียมของให้พร้อมด้วย อุดหนุนใครมาก็กลับไปร้านนั้นเลยก็ได้ ง่ายดีเหมือนกันก็แค่นานหน่อย อันที่จริงการเคลมโน๊ตบุ๊คแต่ละแบรนด์นั้นเราสามารถนำเครื่องของเราไปส่งเคลมหน้าร้านที่เราซื้อเครื่องมาเลยก็ได้ แต่ก็จะเสียเวลาเนื่องจากทางหน้าร้านต้องทำตามขั้นตอนการรับเคลมสินค้าตามขั้นตอนและนโยบายของทางบริษัท ซึ่งอาจต้องผ่านไปตามขั้นตอนกว่าจะถึงศูนย์รับซ่อมของแบรนด์นั้น...