Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

[News] Gatebox อุปกรณ์ช่วยแสดงภายโฮโลกราฟิก ที่ทำให้เราใกล้ชิดกับ AI มากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้นนอกจากเรื่องของทาง CES 2016 แล้วก็เห็นจะมีการประกาศสร้าง AI และระบบสร้างภาพเสมือนจริงควบกันเพื่อที่จะสร้างผู้ช่วยอันสุดแสนจะฉลาดภายในบ้านของ Mark Zuckerberg

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้นนอกจากเรื่องของทาง CES 2016 แล้วก็เห็นจะมีการประกาศสร้าง AI และระบบสร้างภาพเสมือนจริงควบกันเพื่อที่จะสร้างผู้ช่วยอันสุดแสนจะฉลาดภายในบ้านของ Mark Zuckerberg นี่แหละครับที่พอจะแย่งพื้นที่ข่าวทางด้านเทคโนโลยีเอาไว้ได้บ้าง อย่างไรก็ตามแต่นั้นสิ่งที่ Mark Zuckerberg ประกาศออกมานั้นยังคงเป็นเพียงเรื่องเริ่มต้นเท่านั้นที่ต้องรอการพัฒนาแต่ไปแต่ถ้ามองกลับมาถึงสิ่งที่เราๆ ท่านๆ มีอยู่แล้วนั้นจะพบว่าจริงๆ เราๆ ท่านๆ ก็มีผู้ช่วยดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนกันแล้วไม่ว่าจะ Cortana, Siri หรือแม้แต่ Google Now ครับ

gatebox 600

Advertisement

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ช่วยดิจิทัลที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนั้นไม่สามารถสร้างความสมจริงให้กับผู้ใช้ได้เสมือนกับว่าเรามีผู้ช่วยจริงๆ นั้นก็คือมันไม่มีตัวตนครับ จะให้มองอย่างไรสมาร์ทโฟนก็คือสมาร์ทโฟนอยู่วันยังคำ ดังนั้นแล้วนี่เองจึงเป็นจุดกำเนิดของอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Gatebox ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายๆ กับ Echo ของทาง Amazon อยู่เหมือนกันเพียงแต่ว่าสิ่งที่ทำให้มันต่างกันนั้นก็คือ Echo ของ Amazom จะแสดงเพียงภาพโฮโลกราฟิกแต่ Gatebox นั้นจะแสดงภาพโฮโลกราฟิกที่เป็น AI ซึ่ง AI นั้นได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถเฉพาะตัวทำให้สามารถที่จะโต้ตอบกับผู้ใช้งานอย่างเราๆ ท่านๆ ได้ครับ

หากจะพูดว่า Gatebox คือการรวมเอาข้อดีของผู้ช่วยดิจิทัลเข้ากับเครื่องฉายภาพโฮโลกราฟิกเข้าไว้ด้วยกันนั้นก็ไม่ผิกมากเท่าไรครับ ณ ปัจจุบันนี้ Gatebox จะมีการเก็บ AI ของตัวตนที่มีชื่อว่า Azuma Hikari ซึ่งจะทำหน้าที่คล้ายๆ กับผู้ช่วยดิจิทัลทั่วไปที่สามารถบังคับอุปกรณ์ Internet of Things ที่เชื่อมต่อกับมันภายในบ้านได้ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์, เครื่องปรับอากาศ, แสง ฯลฯ ซึ่ง ถ้าคุณใช้ Gatebox นั้นคุณก็จะไม่ได้ดูเหมือนกับคนบ้าที่สั่งการสิ่งที่มองไม่เห็นเนื่องจากคุณจะสามารถเห็นการตอบสนองของ Azuma Hikari ที่เป็นภาพโฮโลแกรมที่ฉายออกมาได้ครับ

Gatebox ยังมาพร้อมกับเทคโนดลยีการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ที่ทางบริษัทผู้ผลิตอย่าง Vinclu ได้บอกเอาไว้ว่ามันจะสามารถทำการจดจำพฤติกรรมตามปกติของคุณได้ว่าในแต่ละวันคุณต้องทำอะไรแล้วก็สามารถที่จะให้ความช่วยเหลือในส่วนต่างๆ นั้นได้(จะว่าไปก็ไม่ต่างกับ Jarvis ในเรื่อง Iron Man หล่ะครับ) สิ่งหนึ่งที่ทุกคนสงสัยก็คือทำไมภาพโฮโลกราฟิกที่แสดงแทน AI นั้นถึงเป็นภาพการ์ตูนอนิเมะญี่ปี่น ตรงนี้ก็ขอบอกได้เลยนะครับว่าที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากบริษัทผู้พัฒนา Gatebox เป็นบริษัทร่วมทุนสัญชาตญี่ปุ่นครับ

หมายเหตุ – สำหรับคนไม่ชอบอนิเมะก็ไม่ต้องกลัวไปนะครับเพราะทางบริษัทบอกว่าจะมีการสร้าง Gatebox ออกมาในรูปแบบตัวละครอื่นเช่นกัน

ทั้งนี้ทางบริษัท Vinclu ได้อยู่ในขั้นตอนของการทดสอบแนวคิดว่าสำเร็จหรือไม่และถ้าสำเร็จก็จะมีการเปิดให้ pre-order เจ้า Gatebox นี้อย่างเป็นทางต่อไปในอนาคตครับ

หมายเหตุ 2 – คลิปแสดงแนวคิดของ Gatebox ที่ทางบริษัททำออกมานั้นมันช่างโมเอะจริงๆ เสียยิ่งกระไรครับ ผมหล่ะกลัวเหลือเกินว่าจะมีคนคิดนอกกลอบไปจากที่ทาง Vinclu คิดเอาไว้แบบไกลเกินลากกลับจริงๆ ครับ

ที่มา : cnet

Click to comment

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริงAdvertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ จึงไม่มีสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์เพียงรูปแบบเดียวที่สามารถจัดการทุกกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยประมวลผลหลากหลายประเภท ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

PR-News

โครงสร้างต้นทุน AI สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นใหม่และ Agentic AI ช่วยขยายขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เริ่มวางกลยุทธ์การปรับใช้ระบบแบบไฮบริดตั้งแต่วันนี้ อาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  หากองค์กรของคุณขยายการใช้งาน AI ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่าง การเปิดให้เข้าถึง AI ในวงกว้างขึ้น ใช้งานมากขึ้น...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก