Connect with us

Hi, what are you looking for?

Other News

Toyota เผยเตรียมที่จะเชื่อมต่อรถยนต์จำนวนมากเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์ของตัวเองในปี 2017 นี้

ในช่วงต้นปีมานี้ทาง Toyota ผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดส่วนแบ่งสูงที่สุดในตลาดโลกได้ทำการประกาศออกมาครับว่าทางบริษัทนั้นจะได้มีการติดตั้งโมดูลสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ทาง Toyota

ในช่วงต้นปีมานี้ทาง Toyota ผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดส่วนแบ่งสูงที่สุดในตลาดโลกได้ทำการประกาศออกมาครับว่าทางบริษัทนั้นจะได้มีการติดตั้งโมดูลสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ทาง Toyota เรียกว่า “Data Communication Modules” (DCMs) ในรถยนตร์โมเดลรุ่นใหม่ของตัวเอง ความสามารถของมันนั้นก็จะคล้ายๆ กับผู้ผลิตรายอื่นตรงที่จะสามารถทำการเชื่อมต่อกับเครือข่าย 4G LTE เพื่อที่จะทำการส่งข้อมูลของการขับรถของผู้ใช้งาน ฯลฯ ไปยังศูนย์ข้อมูลกลางขนาดใหญ่ของทาง Toyota ที่มีชื่อเรียกว่า “Toyota Big Data Center” ได้ครับ

toyota Data Communication Modules-DCMs 600

ข้อมูลต่างๆ ที่ถูกส่งไปยัง “Toyota Big Data Center” นั้นก็เพื่อที่จะใช้งานในการปรับปรุงเพื่อพัฒนาความปลอดภัยในการขับขี่ให้แก่ผู้ใช้ครับ นอกเหนือไปจากนั้นแล้วเจ้า “Data Communication Modules” นี้ยังจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อในกรณีฉุกเฉินตัวอย่างเช่นหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็จะมีการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อให้รุดหน้ามายังจุดที่เกิดเหตูโดยข้อมูลสำคัญๆ จะถูกส่งไปด้วยเช่นสภาพรถที่โดนชน, การใช้ถุงลมนิรภัย ฯลฯ เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่จะได้สามารถเตรียมการรับมือได้ครับ

อย่างไรก็ตามแต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรมากนักเพราะคู่แข่งอย่าง GM ก็มีระบบของตัวเองอย่าง OnStar ส่วน Ford ก็มี Sync Connect ที่มีลักษณะการทำงานคล้ายๆ กันแต่แตกต่างกันออกไปในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อย เหนือสิ่งอื่นใดเลยก็คือทาง Toyota ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ที่จะมีการส่งครับว่าจะอยู่ในระดับที่พอเหมาะแต่มากพอที่ Toyota จะนำไปปรับปรุงพัฒนาระบบเพื่อให้มีระบบน่าใช้งานยิ่งๆ ขึ้นต่อไป ทั้งนี้ Toyota ได้บอกเอาไว้ว่ารถยนต์ที่จะมาพร้อมกับ “Data Communication Modules” นี้จะเริ่มจำหน่ายใน US และ Japan ในช่วง 2017 ouh8iy[

ที่มา : theverge

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Other News

ถึงแม้ว่ารถยนต์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อนนั้นอาจจะฟังดูเป็นไปไม่ได้มากไปหน่อย ทว่าก็ไม่เหนือความสามารถของมนุษย์เราที่ในสักวันหนึ่งจะสามารผลิตรถยนต์

Other News

ระบบจดจำใบหน้าคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะอุตสาหกรรมภายในทศวรรษหน้า ซึ่งคาดว่าตลาดจะมีมูลค่าถึง 3.2พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 98ล้านบาท)

Other News

สำหรับเทคโนโลยีใหม่อย่าง MicroLED และ miniLED นั้นถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ที่จะเข้ามาแทนเทคโนโลยีหน้าจอ LED แบบเก่าครับ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีฐานของมันนั้นจะป็นแบบ light-emitting diodes หรือ LED อยู่ก็ตาม ทว่าก็ต้องยอมรับกันล่ะครับว่าด้วยราคาที่ถูกกว่าพาเนลหน้าจอแบบ AMOLED นั้นจะทำให้เจ้า MicroLED และ miniLED เติบโตและเข้าสมาแทนที่พาเนลราคาแพงอื่นๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไรนักครับ เมื่อไม่นานมานี้นั้นทาง Reportlinker หนึ่งในบริษัทสำรวจการตลาดได้ออกมาพูดถึงเจ้าเทคโนโลยีพาเนลแบบ ใหม่อย่าง MicroLED และ miniLED...

Other News

ดูเหมือนว่าทางสหรัฐอเมริกานั้นพยายามที่จะก้าวไปอีกขึ้นในเรื่องของการพัฒนาอาวุธที่อยู่นอกโลกแล้วล่ะครับ อ้างอิงจากทาง Defense One แล้วนั้นพบว่า